Share

บทที่7

last update Tanggal publikasi: 2026-06-11 00:59:52

​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ

​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!

​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความอับอายขั้นสุด เขาแสร้งยกมือขึ้นกระแอมไอเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดและแผ่รังสีอำมหิตตวาดใส่สตรีตรงหน้าทันที

​“สามหาว! เซิ่นหว่านชิง... เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงมาละเล่นแกล้งเปิ่นหวัง! ยิ่งไปกว่านั้น เจ้ายังบังอาจลักลอบนำสัตว์เดรัจฉานตัวน้อยเข้ามาเพ่นพ่านในเขตวังหลวง ความผิดของเจ้ามีครัน... ต้องรับโทษ!”

​เซิ่นหว่านชิงหุบยิ้มทันควัน นางขมวดคิ้วมุ่นพลางมองชินอ๋องผู้เกรี้ยวกราด “ท่านอ๋อง หม่อมฉันมิได้—”

​“ไม่ต้องมาแก้ตัว!” จ้าวหลิงเซียวเอ่ยขัดเสียงเข้ม หัวใจในอกยังคงเต้นรัวด้วยความลนลานที่เกือบเสียกิริยาแมวๆ ออกไป เขาอุ้มก้อนขนสีขาวส่งคืนให้แก่เซิ่นหว่านชิงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสะบัดแขนเสื้ออย่างแรงจนเกิดเสียงดังพรึ่บและเอ่ยคาดโทษเสียงดัง “โทษฐานที่เจ้าทำความผิดในวันนี้... จงเข้าวังหลวงมาอยู่ปรนนิบัติไทเฮาเป็นเวลาสามวัน! ห้ามขาดห้ามลาแม้แต่ชั่วยามเดียว!”

​สิ้นคำสั่งลงทัณฑ์อันแสนประหลาด ชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ก็หมุนตัวเดินจ้ำอ้าวหนีไปจากสวนหินทันที ทิ้งให้เซิ่นหว่านชิงยืนโอบอุ้มเจ้าแมวขาวอยู่ตรงนั้นด้วยความงุนงงสับสน

​“ลงทัณฑ์ด้วยการให้ไปปรนนิบัติไทเฮเนี่ยนะ?” นางพึมพำพลางมองตามแผ่นหลังกว้าง พลันก้มลงมองเจ้าแมวหน้ามุ่ยในอ้อมแขน “ไป๋อวี้... เจ้าว่าเสด็จอาของฮ่องเต้องค์นี้ สติยังดีอยู่หรือไม่?”

​ตกกลางคืน ณ จวนราชครูตระกูลเซิ่น

​หลังจากกลับมาจากวังหลวง เซิ่นหว่านชิงก็ต้องกลับมาเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นใส่หีบเพื่อเตรียมตัวเข้าวังในวันรุ่งขึ้นตาม ‘ราชโองการปากเปล่า’ อันแสนพิลึกพิลั่นของผู้สำเร็จราชการ เนื่องจากเป็นคำสั่งที่ไม่มีปี่มีขลุ่ย ตระกูลเซิ่นจึงต้องมานั่งล้อมวงหารือกันในห้องหนังสือกลางดึก

​“การที่ชินอ๋องออกปากสั่งให้หว่านชิงเข้าวังไปปรนนิบัติไทเฮาเช่นนี้... เกรงว่าข่าวลือเรื่องที่ไทเฮาจะทรงจับคู่แต่งงานให้เขาจะเป็นความจริง และผู้ที่ชินอ๋องกำลังเพ่งเล็งอยู่ ก็คือบุตรีของเรา” หลิวหรูหลานผู้เป็นมารดาเอ่ยด้วยสีหน้ากังวล

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวที่หมอบอยู่บนตักของเซิ่นหว่านชิง หูผึ่งทันที ดวงตาสีฟ้าอำพันเบิกกว้างในความมืด เปิ่นหวังไม่ได้เพ่งเล็งนาง! ข้าแค่ต้องการกักตัวนางไว้สืบหาความลับต่างหาก!

​ในตอนนั้นเอง ราชครูเซิ่นกั๋วไท่ ถอนหายใจยาว ชายชราขยับกายเข้าไปใกล้บุตรสาวเพียงคนเดียว เอื้อมมือหนาที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลาไปกุมมือของเซิ่นหว่านชิงไว้แน่น แววตาของบิดาเต็มไปด้วยความอบอุ่นทว่าขรึมลึกล้ำ

​“หว่านชิง... การเข้าวังครานี้ เจ้าต้องระวังตัวให้มาก ยามอยู่ต่อหน้าชินอ๋องจงสำรวมกิริยา เจ้ารู้ดีใช่หรือไม่ว่าเหตุใดตระกูลเซิ่นของเราจึงต้องยอมรับบทบาทเป็นหัวหน้าฝ่ายค้าน คอยปะทะคารมงดงามขัดขวางเขาทุกวี่วันในท้องพระโรง?”

​เซิ่นหว่านชิงพยักหน้าเบาๆ “ลูกทราบดีเจ้าค่ะท่านพ่อ...”

​“ทั้งหมดที่เราทำ... ก็เพื่อองค์ฮ่องเต้น้อยและแผ่นดินต้าจ้าว” ราชครูเฒ่าเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “ชินอ๋องกุมอำนาจล้นฟ้า ค้ำจุนราชบัลลังก์ก็จริง ทว่าในราชสำนักหากไร้ซึ่งฝ่ายค้านคอยถ่วงดุลอำนาจ ขุนนางเฒ่ากังฉินพวกนั้น ก็จะรวมหัวกันตั้งตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านเสียเอง และหากคนพวกนั้นได้เป็นผู้นำ... พวกมันจะไร้ซึ่งขอบเขต และก้าวไปสู่การล้มราชบัลลังก์ในที่สุด!”

​ชายชราลูบหลังมือบุตรสาวเบาๆ

​“พ่อยอมสวมหน้ากากเป็นคนหัวโบราณ ยอมโดนชินอ๋องด่าทอ ยอมรับคำครหาว่าเป็นศัตรูกับผู้สำเร็จราชการ ก็เพื่อดึงอำนาจฝ่ายค้านทั้งหมดมาไว้ในมือเรา อย่างน้อยพ่อก็ยังกำหนดขอบเขต คอยจำกัดมิให้พวกกังฉินตัวจริงทำเรื่องข้ามเส้นได้... ตระกูลเซิ่นของเรา ยอมเปื้อนโคลน ยอมเป็นกังฉินในสายตาคนนอก เพื่อเป็นป้องกันองค์เหนือหัวอย่างลับๆ”

​กึก...

​คำสารภาพท่ามกลางความมืดมิดของราชครูเฒ่า ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอย่างรุนแรง!

​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาว ร่างกายพลันแข็งทื่อดุจถูกสลักด้วยศิลา ก้อนเนื้อในอกซ้ายสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาสีฟ้าอำพันสั่นระริกด้วยความตกตะลึงลุ่มลึก

​ที่แท้... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองหรือ!

​ความจริงที่อดีตเสด็จพี่ (อดีตฮ่องเต้) ทรงปิดบังไว้ ความลับเบื้องหลังท่าทีแข็งกร้าวของราชครูเฒ่าที่เขาชิงชังมาตลอดสามปี บัดนี้ถูกเฉลยออกมาจนหมดสิ้น ตระกูลเซิ่นหาได้มีความคิดคดทรยศ ขุนนางเฒ่าผู้นี้และบุตรสาวไม่ได้ต้องการทำลายแผ่นดิน ทว่าพวกเขากำลังสละชื่อเสียงเกียรติยศทั้งหมด เพื่อเป็น ‘โล่มนุษย์’ คอยกันท่าพวกกบฏตัวจริงไม่ให้ขยับขยายอำนาจได้!

​ชายชราผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาค่อนชีวิต ค่อยๆ ยกมือที่เต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลาขึ้นลูบศีรษะบุตรีเพียงคนเดียวอย่างแผ่วเบา แววตาที่เคยมุ่งมั่นเฉียบขาดในท้องพระโรง บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนและเจือไปด้วยความปวดร้าวลึกซึ้ง

​"แต่หว่านชิงเอ๋ย... เจ้าจงจำไว้ประการหนึ่ง" น้ำเสียงของราชครูเฒ่าแหบพร่า ทว่าหนักแน่นดุจขุนเขา "หน้าที่พิทักษ์บัลลังก์และแผ่นดินนี้ แม้จะสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ทว่าในสายตาและหัวใจของพ่อ... ไม่มีสิ่งใดล้ำค่าไปกว่าความสุขของเจ้าอีกแล้ว"

​เซิ่นหว่านชิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส

​ชายชรากระชับมือที่กุมมือบุตรสาวไว้แน่นขึ้น เอ่ยทีละถ้อยคำด้วยความเด็ดเดี่ยว "การที่ชินอ๋องสั่งให้เจ้าเข้าวังครานี้ พ่อรู้ว่ามันอันตรายยิ่งนัก หากวันใดที่ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวผู้นั้น... บังอาจข่มเหงรังแก หรือบีบคั้นให้ลูกสาวของพ่อต้องหลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว พ่อก็ย่อมเลือกที่จะปกป้องบุตรสาวของตน!"

​"ท่านพ่อ..."

​"หากถึงเวลานั้น พ่อจะไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งสิ้น! พ่อจะทิ้งหมวกขุนนางบัดซบนี่ จะละทิ้งการเมืองที่เน่าเฟะ พาเจ้าหนีออกไปให้ไกล เราจะอพยพไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในชนบท ไม่รับรู้ ไม่สนใจเรื่องราวของแผ่นดินนี้อีกต่อไป... ทันทีที่เจ้าเอ่ยปากว่าไม่อยากรับภาระนี้แล้ว ขอเพียงเจ้าบอกพ่อคำเดียวเท่านั้น พ่อจะพาเจ้ากลับมาเอง"

​กึก...

​ถ้อยคำที่เปี่ยมไปด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของบิดา คล้ายดั่งค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางสติสัมปชัญญะของจ้าวหลิงเซียวอย่างจัง!

​ก้อนขนสีขาวที่นอนขดตัวอยู่บนตักของเซิ่นหว่านชิงพลันแข็งทื่อดุจถูกสลักด้วยศิลา ดวงตาสีฟ้าอำพันที่เคยหรี่ปรือ บัดนี้เบิกกว้างขึ้นท่ามกลางแสงสลัว

​ภายในร่างเดรัจฉานตัวน้อย จิตวิญญาณของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินกำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! คลื่นอารมณ์ที่รุนแรงและสับสนตีรวนอยู่ในอกซ้ายจนก้อนเนื้อนั้นเต้นกระหน่ำ

​ตระกูลเซิ่น... ราชครูเฒ่า...

​ตลอดสามปีที่ผ่านมา จ้าวหลิงเซียวมองชายชราผู้นี้เป็นเสี้ยนหนาม เป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่คอยขัดขวางความเจริญของบ้านเมือง ทว่าความจริงที่เปิดเผยในคืนนี้ กลับตบหน้าพญายมเดินดินอย่างแรงจนชาหนึบ

​พวกเขาคือผู้ภักดีที่ยอมสละชื่อเสียงเพื่อพิทักษ์ราชวงศ์ ทั้งยังเป็นครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความอบอุ่นอย่างที่จ้าวหลิงเซียว... บุรุษผู้เติบโตมาในวังวนการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก ไม่เคยได้สัมผัส

​ยามที่เขาได้ยินราชครูเซิ่นประกาศกร้าวว่าจะยอมทิ้งแผ่นดินเพื่อปกป้องบุตรสาว จ้าวหลิงเซียวมิได้รู้สึกโกรธเคืองที่ชายชราเห็นแก่ตัว ทว่าเขากลับรู้สึกอิจฉา และ... อบอุ่นซาบซ่านในหัวใจอย่างประหลาด

​สัมผัสอ่อนนุ่มจากฝ่ามือของเซิ่นหว่านชิงที่กำลังลูบแผ่นหลังของเขาไปมา พร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันที่หยดแหมะลงบนเส้นขนสีขาว ยิ่งทำให้ชินอ๋องหนุ่มรู้สึกผิดจนแทบหายใจไม่ออก

​ข้ามันตาบอดนัก... ตาบอดที่มองพวกเจ้าเป็นศัตรูมาโดยตลอด

​จ้าวหลิงเซียวหลับตาลงช้าๆ ซุกใบหน้าที่มีขนฟูฟ่องเข้ากับฝ่ามือของสตรีโฉมงามอย่างแนบแน่น คล้ายกับต้องการปลอบประโลมหยาดน้ำตาของนาง ทว่าในใจของบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้า กลับให้คำสัตย์สาบานที่หนักแน่นยิ่งกว่าราชโองการใดๆ

​ตาเฒ่าเซิ่น ท่านวางใจเถิด... เปิ่นหวังขอสาบานด้วยชีวิต ว่าจะไม่มีวันข่มเหงรังแกแก้วตาดวงใจของท่าน และจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้ใดบนแผ่นดินนี้ มาทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาได้เป็นอันขาด!

​ค่ำคืนนี้... ท่ามกลางความมืดมิดของจวนราชครู กำแพงน้ำแข็งในหัวใจของพญายมเดินดิน ได้ถูกหลอมละลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ

​จ้าวหลิงเซียวมองใบหน้าดวงตาดอกท้อของเซิ่นหว่านชิงที่กำลังบีบมือบิดาตอบด้วยความจงรักภักดี ความรู้สึกผิด ความเลื่อมใส และความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมแล่นพล่านเข้าสู่จิตใจของพญายมเดินดิน

​พวกเขามิใช่ศัตรู... แต่คือพันธมิตรที่จงรักภักดีที่สุด และตัวเขา กลับมองพวกเขาผิดมาโดยตลอด!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่8

    ​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิต

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่6

    ​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ย

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่4

    ​ตลอดทั้งราตรีนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน!​แม้สาวใช้จะเดินออกไปแล้ว และเซิ่นหว่านชิงจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว ทว่าเจ้าแมวตัวป่วนที่มุดหัวอยู่ใต้เบาะรองนั่งกลับยังมีอาการใจสั่นระรัว ภาพหัวไหล่เนียนละเอียดและผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักยังคงติดตา ตลบอบอวลอยู่ในหัวสม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status