Share

บทที่8

last update Tanggal publikasi: 2026-06-11 01:16:18

​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย

​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิตที่มักจะแผ่ซ่านออกมากดทับจนพวกเขายืนตัวสั่น ‘พญายมเดินดิน’ แห่งราชสำนักต้าจ้าวหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! พวกขุนนางฝ่ายกังฉินต่างกระซิบกระซาบด้วยความหวาดผวา เกรงว่าชินอ๋องอาจกำลังลอบนำทัพไปกวาดล้างจวนของใครสักคนอยู่เป็นแน่

​ทว่าหารู้ไม่... บุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดินที่ผู้คนทั้งเมืองหลวงกำลังหวาดหวั่น บัดนี้กลับสวมเพียงชุดลำลองสีนิลขลิบทอง ทิ้งฎีกากองโตสูงท่วมหัวไว้ที่ห้องทำงาน แล้วมาทำตัว ‘ลับๆ ล่อๆ’ อยู่ที่ริมระเบียงของตำหนักฉือหนิง!

​ณ โถงชั้นในของตำหนักไทเฮา กลิ่นกำยานหอมกรุ่นลอยอวลผสานกับกลิ่นชาชั้นเลิศ

​จ้าวหลิงเซียวเร้นกายอยู่เบื้องหลังฉากกั้นไม้จันทน์แดงและม่านผ้าไหมโปร่งบาง ร่างสูงใหญ่ผ่าเผยที่เคยยืนหยัดกลางสนามรบอย่างไร้ความเกรงกลัว บัดนี้กลับพยายามหดตัวซ่อนซุ่มอย่างระแวดระวัง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่เคยใช้จ้องจับผิดผู้ทรยศ บัดนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อย... ทอดมองสตรีโฉมงามที่กำลังนั่งชงชาอยู่เบื้องหน้าไทเฮาอย่างไม่วางตา

​เซิ่นหว่านชิงสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนดุจผืนนภา เรือนผมดำขลับเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะประดับด้วยปิ่นหยกเรียบง่าย ท่วงท่าของนางยามตักใบชา รินน้ำร้อน และชำระล้างถ้วยกระเบื้องนั้นช่างพลิ้วไหว งดงามหมดจดราวกับภาพวาดของเทพธิดา

​จ้าวหลิงเซียวเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาของเขาจับจ้องไปที่มือนุ่มนวลขาวผ่องคู่นั้น... มือคู่เดียวกับที่อุ้มชูเขา ลูบไล้เส้นขนของเขา และปาดน้ำตาเมื่อคืนนี้ หัวใจของบุรุษวัยเบญจเพสที่เคยแห้งแล้งดุจทะเลทราย พลันเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเขาต้องยกมือขึ้นทาบอก แอบซึมซับความงดงามของนางเงียบๆ ราวกับคนโง่งม

​ทว่า... มีหรือที่กิริยาแอบซ่อน(ที่ดูไม่ค่อยจะเนียนนัก) ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน จะรอดพ้นสายตาอันเฉียบแหลมของผู้เป็นนายหญิงแห่งวังหลังไปได้?

​ไทเฮาประทับอยู่บนตั่งไม้บุผ้านุ่ม ทรงยกจอกชาขึ้นจรดริมฝีปาก ทว่าหางพระเนตรกลับเหลือบไปเห็นชายผ้าคลุมสีนิลประดับลายมังกรสี่เล็บที่โผล่พ้นขอบฉากกั้นออกมาเล็กน้อย ผสานกับเงาร่างสูงใหญ่ที่สะท้อนผ่านม่านไหมบางเบา...

​ไทเฮาลอบแย้มพระสรวลกว้างจนตาหยี พระนางรู้เห็นเป็นใจทุกอย่างตั้งแต่ต้น!

​อารมณ์ขันของสวรรค์ช่างร้ายกาจนัก หลิงเซียวเอ๋ยหลิงเซียว... ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินที่ไม่เคยชายตามองสตรีใด จอมทัพผู้โหดเหี้ยมที่ด่าทออิสตรีว่าน่ารำคาญ บัดนี้กลับยอมโดดการว่าราชการเช้า ทิ้งบ้านทิ้งเมืองเพื่อมาแอบถ้ำมองคุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่นเชียวหรือ!

​ในวินาทีนี้ ไทเฮาทรงมั่นพระทัยเกินสิบส่วน ว่าน้องสามีผู้นี้ตกหลุมรักบุตรีของราชครูฝ่ายค้านเข้าอย่างจังเสียแล้ว!

​เมื่อเห็นบุรุษปากแข็งทำตัวลับๆ ล่อๆ ไทเฮาผู้ชื่นชอบการชมงิ้วโรงใหญ่จึงนึกสนุก ทรงแสร้งวางจอกชาลงพลางเอ่ยด้วยสุรเสียงที่ดังกังวานกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้คนหลังม่านได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ

​“หว่านชิงเอ๋ย ฝีมือการชงชาของเจ้านี่ล้ำเลิศนัก เปิ่นกงดื่มแล้วรู้สึกชุ่มคอชื่นใจเสียจริง สตรีที่เพียบพร้อมทั้งกิริยา มารยาท และสติปัญญาเช่นเจ้า... อายุสิบแปดปีแล้วกระมัง?”

​เซิ่นหว่านชิงค้อมศีรษะลงเล็กน้อย “เพคะไทเฮา”

​“อายุเพียงนี้ หากเป็นตระกูลอื่นคงมีแม่สื่อไปเหยียบธรณีประตูจนสึกแล้ว” ไทเฮาตรัสหยอกล้อ พลางเหลือบพระเนตรไปทางฉากกั้นไม้จันทน์ “บอกเปิ่นกงมาตามตรงเถิด ในใจของเจ้า... มีคุณชายตระกูลใด หรือ ‘บุรุษผู้ใด’ ที่หมายตาไว้เป็นพิเศษหรือไม่? หากมี เปิ่นกงจะได้เป็นธุระจัดการประทานสมรสให้”

​กึก!

​คนหลังม่านมุกสะดุ้งเฮือก! มือหนาของจ้าวหลิงเซียวเผลอกำขอบเสาไม้จันทน์แน่นจนแทบจะมีรอยร้าว ลมหายใจสะดุดกึก หูสองข้างผึ่งกางรอฟังคำตอบของสตรีตรงหน้าราวกับนักโทษรอฟังคำพิพากษา

​เซิ่นหว่านชิงชะงักไปเล็กน้อย นางยกยิ้มบางเบา ดวงตาดอกท้อหลุบต่ำลงอย่างสงวนท่าที “หม่อมฉันคุ้นชินกับความสงบในจวนราชครู และตั้งใจจะดูแลท่านพ่อท่านแม่ไปให้นานที่สุด... ยังมิได้มีบุรุษใดในดวงใจ และยังมิได้คิดเรื่องออกเรือนเพคะ”

​คำตอบนั้นทำเอาบุรุษที่แอบฟังอยู่ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทว่าความโล่งอกนั้นก็อยู่ได้เพียงชั่วจิบชา เมื่อไทเฮาทรงส่งเสียงหัวเราะคิกคัก และตรัสประโยคถัดมาที่ทำเอาพญายมเดินดินแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี!

​“ไม่เป็นไรๆ หากเจ้ายังไม่มีใครในดวงใจ เปิ่นกงก็เบาใจ...” ไทเฮาทรงทอดพระเนตรตรงไปยังเงาร่างหลังม่านไหมอย่างจงใจ รอยยิ้มบนพระพักตร์เบ่งบานดุจดอกมู่ตัน “เพราะเปิ่นกงรู้จักบุรุษอยู่ผู้หนึ่ง... ปากแข็ง เย่อหยิ่ง ทว่าตอนนี้กลับหลงใหลเจ้าจนตาละห้อย ถึงขั้นทิ้งการทิ้งงานมาแอบยืนสอดแนมเจ้าอยู่หลังม่าน! หากเจ้าสนใจ เปิ่นกงจะจับเขามัดใส่พานมอบให้เจ้าเสียเดี๋ยวนี้เลย ดีหรือไม่?”

​สิ้นสุรเสียงของไทเฮา เซิ่นหว่านชิงพลันเบิกตากว้าง หันขวับมองตามสายตาของพระนางไปยังฉากกั้นไม้จันทน์แดงทันที!

​ส่วนจ้าวหลิงเซียวนั้น... ใบหน้าหล่อเหลาพลันเห่อร้อนแดงซ่านไปถึงใบหู ร่างสูงใหญ่สะดุ้งโหยงราวกับถูกน้ำร้อนลวก เขารีบหมุนตัวตวัดชายเสื้อคลุม สะบัดปราณตัวเบาพุ่งทะยานหนีออกจากระเบียงตำหนักฉือหนิงไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ทิ้งไว้เพียงม่านผ้าไหมที่พัดปลิวไสว และเสียงสรวลอย่างอารมณ์ดีของไทเฮาที่ดังก้องไล่หลังมา!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่3

    ​ยามเช้าตรู่ ณ ท้องพระโรงอันโอ่โถงวิจิตรตระการตา​บรรยากาศรอบกายยังคงตึงเครียดและเงียบสงัดดั่งเช่นทุกวัน เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนก้มหน้าตัวสั่นระริกอยู่เบื้องล่าง รอคอยการเปิดม่านมุกของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน และแล้ว เมื่อขุนนางอาวุโสอย่างราชครูเซิ่นกั๋วไท่ก้าวออกมาข้างหน้า พร้อมกับประคองแบบแปลนกา

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 2

    ​เมื่อม่านราตรีโรยตัวลงมาบรรจบ ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยสีหมึก จ้าวหลิงเซียวที่เฝ้ารอคอยเวลานี้มาตลอดทั้งวันก็รู้สึกถึงแรงกระชากอันคุ้นเคยอีกครั้ง​สติสัมปชัญญะของพญายมแห่งราชสำนักลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของ 'ก้อนขนสีขาว' บนเตียงนุ่มนิ่ม สิ่งแรกที่เขาทำคือการผุดลุกขึ้นยืนสี่ขา สะบัดขนจนฟูฟ่อง ดว

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 1

    ​ยามวิกาลอันมืดมิด ณ ห้องหนังสืออันกว้างขวางภายในจวนชินอ๋อง​จ้าวหลิงเซียว ในชุดลำลองสีเข้มยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทรงสูง ปลายพู่กันตวัดตรวจฎีกาแผ่นดินอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย แม้รอบกายจะเงียบสงัด ทว่าบรรยากาศรอบตัวเขากลับแผ่รังสีอำนาจอันน่าเกรงขามจนบ่าวไพร่ภายนอกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ท่านอ๋องหนุ่ม

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทนำ เรื่องเล่าพยายมราช!!

    ​ปัง! ​เสียงไม้ตบโต๊ะของนักเล่านิทานชราดังก้องกังวาน ทำลายความสงัดของค่ำคืนอันมืดมิดในโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงจนเงียบกริบ แขกเหรื่อทุกโต๊ะที่กำลังล้อมวงดื่มสุราต่างหยุดชะงัก ชะเง้อคอหันไปจับจ้องเป็นตาเดียว แสงโคมไฟสลัวยามวิกาลขับเน้นให้บรรยากาศดูขลังและน่าลึกลับยิ่งขึ้น ​"วันนี้... ย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status