Share

บทที่6

last update publish date: 2026-06-11 00:44:00

​จ้าวหลิงเซียวสืบเท้าก้าวเดินออกจากความวุ่นวายของอุทยานหลวงด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เขาจงใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหินด้านหลังตำหนักเพื่อหลีกหนีผู้คน ทว่าเพิ่งจะก้าวพ้นแนวต้นหลิว เขากลับต้องชะงักฝีเท้า เมื่อได้ยินเสียงหวานหยดย้อยของสตรีผู้หนึ่งกำลังร่ายกวีชมจันทร์ (ทั้งที่เพิ่งจะยามซื่อแดดเปรี้ยงๆ) ดังแว่วมา

​"บุปผางามร่วงโรยตามสายลม... ไฉนเลยบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จึงไร้คู่เคียง..."

​ที่แท้ก็คือ ‘เว่ยเจียวเจียว’ บุตรีของหัวหน้าผู้ตรวจการเว่ยจงโม่ (หนึ่งในขุนนางกังฉินที่มักจะส่งฎีกาด่าทอเขาลับหลัง) นางจงใจมาดักรอเขาอยู่ที่นี่ แสร้งทำเป็นยืนชมดอกไม้ร่ายกวีด้วยท่วงท่าที่ซักซ้อมมาอย่างดี

​จ้าวหลิงเซียวลอบกลอกตาด้วยความรำคาญใจขั้นสุด เขาไม่อยากเสียเวลาเสวนาด้วยจึงตั้งใจจะเดินก้าวผ่านไปเงียบๆ ทว่าเว่ยเจียวเจียวที่เห็นเป้าหมายกำลังจะหลุดมือ มีหรือจะยอมปล่อยพลาด นางรีบพุ่งพรวดเข้ามาขวางทางพร้อมกับย่อกายคารวะด้วยกิริยาชดช้อยจนแทบจะอ่อนระทวยลงไปกองกับพื้น

​"ถวายพระพรชินอ๋อง... หม่อมฉันเว่ยเจียวเจียว บังเอิญมารับลมที่สวนแห่งนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้พบพระองค์เพคะ" นางช้อนตามองเขาด้วยความเอียงอาย

​จ้าวหลิงเซียวจำต้องหยุดชะงักตามมารยาท ใบหน้าหล่อเหลาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "หลีกทางไป ข้ามีราชกิจเร่งด่วน"

​"เอ๊ะ... ท่านอ๋องเพิ่งจะเสด็จมา ไฉนจึงรีบร้อนนักเล่าเพคะ หม่อมฉันได้เตรียมชา—"

​แง้ว! ฟ่อ!

​ยังไม่ทันที่เว่ยเจียวเจียวจะร่ายมารยาจบ จู่ๆ ก้อนขนสีขาวปุกปุยก็พุ่งพรวดออกมาจากพุ่มไม้ด้านข้างอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันวิ่งเตลิดหน้าตั้งมาทางพวกเขาด้วยความตื่นตระหนก

​"กรี๊ดดด! ตัวอะไรน่ะ!"

​เว่ยเจียวเจียวที่เมื่อครู่ยังวางมาดคุณหนูผู้อ่อนหวาน พลันหลุดเสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดจนแสบแก้วหู นางกระโดดเหยงๆ ถอยหนีด้วยความขยะแขยงจนปิ่นปักผมหลุดลุ่ย "สัตว์เดรัจฉานชั้นต่ำ! อาหวน! เตะมันออกไปให้พ้นทางข้าเดี๋ยวนี้!"

​สาวใช้ร่างใหญ่ของนางรับคำสั่งทันที ง้างเท้าสุดแรงหมายจะเตะเสยร่างแมวขาวตัวน้อยให้กระเด็นไปกระแทกโขดหิน!

​"บังอาจ!!"

​เสียงตวาดลั่นดุจอัสนีบาตฟาดของพญายมเดินดินดังก้องไปทั่วสวน! จ้าวหลิงเซียวจำก้อนขนสีขาวนั้นได้เต็มสองตา... นั่นมัน ‘ไป๋อวี้’ ร่างอาศัยยามวิกาลของเขามิใช่หรือ!

​พริบตาเดียว ชินอ๋องพุ่งตัวเข้าไปขวางหน้าสาวใช้ผู้นั้น เขายกเท้าขึ้นเตะสกัดหน้าแข้งของสาวใช้จนนางร้องลั่นและล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดไปมองคุณหนูตระกูลเว่ยที่กำลังยืนสั่นเป็นลูกนก

​"เป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ผู้ดีมีสกุล ภายนอกแสร้งท่องกวีงดงาม ทว่าจิตใจกลับเหี้ยมโหดอำมหิต คิดจะเข่นฆ่าสัตว์ตัวเล็กๆ อย่างไร้ความปรานี!" สุรเสียงของจ้าวหลิงเซียวเยือกเย็นจนทำเอาคนฟังเสียวสันหลังวาบ "พฤติกรรมต่ำทรามเยี่ยงนี้ ไม่คู่ควรแก่การก้าวเท้าเข้าสู่งานเลี้ยงของไทเฮา! องครักษ์! ลากตัวคุณหนูเว่ยกลับจวน สั่งให้เว่ยจงโม่คุมขังบุตรีของตนไว้ ห้ามก้าวเท้าออกจากเรือนเป็นเวลาสามเดือน และให้นางคัด ‘จรรยาสตรี’ มาให้ข้าหนึ่งพันจบ หากตกหล่นแม้แต่ตัวอักษรเดียว ข้าจะปลดบิดานางออกจากตำแหน่ง!"

​"ท... ท่านอ๋อง! หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ!" เว่ยเจียวเจียวร้องไห้โฮ ทรุดตัวลงอ้อนวอน ทว่าองครักษ์เสื้อแพรไม่รอช้า รีบเข้ามาหิ้วปีกนางและสาวใช้ออกไปจากสวนทันทีอย่างไม่ปรานีปราศรัย

​เมื่อความวุ่นวายสงบลง จ้าวหลิงเซียวจึงถอนหายใจยาว เขาย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าแมวขาวที่กำลังตัวสั่นงันงกขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม มือใหญ่ลูบแผ่นหลังฟูฟ่องของมันเบาๆ ราวกับจะปลอบขวัญ ทั้งที่ในใจแอบก่นด่า... เจ้าแมวโง่! วิ่งมาอีท่าไหนถึงหลุดมาถึงอุทยานหลวงได้!

​"ไป๋อวี้! ไป๋อวี้ เจ้าอยู่นี่เอง!"

​เสียงหอบเหนื่อยคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง จ้าวหลิงเซียวชะงัก หันขวับไปมอง ก็พบกับ เซิ่นหว่านชิง และสาวใช้อิงเอ๋อร์ที่วิ่งกระหืดกระหอบตามมา

​ที่แท้ วันนี้แมวขาวตัวป่วนแอบมุดเข้าไปซ่อนในตะกร้าเก็บของหลังรถม้า เซิ่นหว่านชิงเพิ่งรู้ตัวตอนมาถึงงาน นางจึงต้องจำใจแอบเอามันใส่ตะกร้าหิ้วเข้ามาด้วย ทว่าระหว่างเผลอ เจ้าตัวดีก็พังตะกร้าหนีออกมาเสียแล้ว

​เซิ่นหว่านชิงหยุดยืนหอบหายใจ ทว่าเมื่อนางเงยหน้าขึ้นและเห็นว่าผู้ที่กำลังอุ้มแมวของนางอยู่ คือบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีเข้มลายมังกร... ‘พญายมเดินดิน’ แห่งราชสำนัก ร่างของนางก็พลันแข็งทื่อ

​ทั้งสองสบตากันอย่างจังท่ามกลางความเงียบงัน

​ทว่า... สายตาของจ้าวหลิงเซียวไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้างดงามของนาง

​ดวงตาคมกริบของเขา เลื่อนต่ำลงมามองจับจ้องอยู่ที่ ‘ของเล่น’ ในมือขวาของนางแทน... มันคือ ‘ไม้ตกแมวประดับขนนกไก่ฟ้า’ ที่นางพกติดตัวมาเพื่อใช้หลอกล่อให้ไป๋อวี้ยอมกลับเข้าตะกร้า!

​สัญชาตญาณเดรัจฉานที่ถูกปลูกฝังมาตลอดหลายค่ำคืนทำงานอย่างฉับพลัน! ทันทีที่เห็นขนนกไก่ฟ้าแกว่งไกวไปมาตามแรงลมหวิวๆ ก้อนเนื้อในอกซ้ายของชินอ๋องก็เต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เพราะความ ‘อยากเล่น’ จนทนแทบไม่ไหว!

​มือข้างที่ว่างของชินอ๋องผู้กุมชะตาแผ่นดิน เผลอกระตุกยิบๆ งอนิ้วเข้าหากันราวกับกรงเล็บแมว ดวงตาคมกริบวาวโรจน์จ้องมองขนนกนั้นตาไม่กะพริบ ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้าแทบจะทำให้เขาสูญเสียสติสัมปชัญญะของความเป็นคน!

​ส่วนเซิ่นหว่านชิงที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม นางขมวดคิ้วมุ่นด้วยความงุนงงขั้นสุด

​นางมองใบหน้าหล่อเหลาแต่เย็นชาของท่านอ๋อง สลับกับมองใบหน้าของแมวขาวในอ้อมแขนเขา...

​แปลก... แปลกประหลาดเกินไปแล้ว!

​เหตุใดพญายมเดินดินผู้สูงศักดิ์ กับแมวเปอร์เซียของนาง ถึงได้มีใบหน้ามุ่ยตึงและหยิ่งยโสที่ถอดแบบกันมาเป๊ะๆ เช่นนี้เล่า!

​แต่ที่น่าขนลุกไปกว่านั้น คือในยามนี้... ทั้งท่านอ๋องและเจ้าแมวขาว ต่างก็กำลังเบิกตากว้าง จ้องมองไม้ตกแมวในมือนางตาไม่กะพริบเป็นตาเดียว แววตาของพวกเขาทั้งคู่เต็มไปด้วยความหิวกระหายและพร้อมจะกระโจนเข้าตะครุบขนนกได้ทุกเมื่อ!

​"เอ่อ... ท่านอ๋อง" เซิ่นหว่านชิงลองหยั่งเชิง นางขยับข้อมือ แกว่งไม้ตกแมวไปทางซ้าย

​พรึ่บ! ศีรษะของจ้าวหลิงเซียวและแมวขาวหันขวับตามไปทางซ้ายพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย!

​นางลองแกว่งไม้ตกแมวกลับมาทางขวา

​พรึ่บ! ศีรษะของหนึ่งคนหนึ่งแมว ก็หันขวับตามมาทางขวาพร้อมกันเป๊ะราวกับฝาแฝด!

​คุณหนูใหญ่จวนราชครูลอบกลืนน้ำลายลงคอ มุมปากเริ่มกระตุก... นางเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตรงหน้านางนี้มีบุรุษที่กุมอำนาจแผ่นดินอยู่หนึ่งคน หรือมีแมวตัวผู้ตัวโตกำลังยืนอยู่สองตัวกันแน่!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้า... ‘ไป๋อวี้’ ผู้สูงส่ง เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแมวในจวนชินอ๋องนี่มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียจริง!​หลังจากที่เจ้าก้อนแป้งน้อย ‘จ้าวหรง’ ลืมตาดูโลก ชีวิตของข้าก็มีแต่งาน งาน งาน! งานที่ว่าคือการต้องคอยวิ่งหนีฝ่ามืออวบอ้วนของนายน้อยที่ชอบมาดึงหางและขย้ำหูข้าเล่นทุกวี่ทุกวัน​ในขณะที่ข้ากำลังนอนทอดหงายขดตัวอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มกลางโถงรับรองเพื่อหลบลี้หนีภัย สายตาของข้าก็จับจ้องไปยังภาพที่เห็นจนชินตา... พญายมเดินดินผู้ยิ่งใหญ่กำลังนอนหนุนตักของทาสรัก ‘เซิ่นหว่านชิง’ ของข้าอย่างเคลิบเคลิ้ม ในมือของนางถือชิ้นผลผิงกั่วฝานบางๆ กำลังบรรจงป้อนเข้าปากเขาอย่างอ่อนโยน​ชิ... หวานเลี่ยนเสียจนข้าอยากจะคายปลาแห้งมื้อเช้าทิ้ง! ข้าเบะปากมองบน แมวอย่างข้าต้องมาทนดูบุรุษสตรีพลลอดรักกันทุกวัน!​แต่แล้ว... ในจังหวะที่จ้าวหลิงเซียวขยับตัวเปลี่ยนท่านอน ขาของเขาก็เหยียดออกจนพ้นชายเสื้อคลุมยาวที่เคยปิดบังไว้ เผยให้เห็นรองเท้าผ้าและถุงเท้าสีขาวสะอาดตาที่สวมอยู่...​แต่ทว่า! ตาของข้าพลันเบิกโพลง​จุดสีแดงสด... หยดโลหิต!​มันเป็นหยดเลือดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนขอบถุงเท้าสีขาวของเขาราวกับเพิ่งเกิดเรื่องเมื่อไม่นานนี้ ข้า

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทพิเศษ

    ​ข้ามีนามว่า ‘ไป๋อวี้’​ข้าคือแมวเปอร์เซียสายเลือดบริสุทธิ์ ขนสีขาวปลอดดุจหิมะ ดวงตาสีฟ้าอำพันกระจ่างใส ข้าคือสิ่งมีชีวิตที่สง่างามและสูงส่งที่สุดในจวนชินอ๋อง​ทว่า... พวกท่านรู้หรือไม่ ว่าก่อนที่ข้าจะได้มาใช้ชีวิตหรูหราเยี่ยงราชา ข้าเคยผ่านเรื่องราวเฉียดตายอันแสนดำมืดมาแล้ว!​ย้อนกลับไปในอดีต ข้าเป็นเพียงแมวพเนจรผู้หล่อเหลาที่ถูกมนุษย์ใจโฉดกลุ่มหนึ่งลักพาตัวไป พวกมันขังข้าไว้ในกรงแคบๆ อาบน้ำว่านสมุนไพรกลิ่นเหม็นฉุนให้ข้า เพื่อเตรียมใช้ร่างอันบริสุทธิ์ของข้าเป็น ‘ภาชนะ’ ใน ‘พิธีสังหารผลัดวิญญาณ’!​พวกกบฏนั่นร่ายมนต์ดำบัดซบ หวังจะดึงดวงวิญญาณของชินอ๋องจ้าวหลิงเซียวมาขังไว้ในร่างเดรัจฉานของข้า ข้าจำได้เพียงว่าความเจ็บปวดและพลังงานดำมืดในพิธีกรรมนั้นมันทรมานจนข้าแทบสิ้นใจ ข้าหวาดกลัวจนสติพร่าเลือน และสุดท้าย... ข้าก็สลบเหมือดไปคาแท่นพิธีโดยไม่รับรู้สิ่งใดอีกเลย​ครั้นลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ข้าก็พบว่าตนเองไม่ได้อยู่ในลานพิธีอันน่ากลัวนั่นแล้ว! แต่ข้ากลับมานอนอยู่บนเบาะนุ่มๆ ในห้องหับที่อบอุ่น และถูกโอบกอดโดยทาสรับใช้ผู้แสนงดงาม นามว่า ‘เซิ่นหว่านชิง’​ข้าไม่รู้หรอกนะว่าตอนที่ข้าสลบไป ร่างขอ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 17 [จบแล้ว]

    ​เวลาล่วงเลยผ่านไปหลายเดือนนับตั้งแต่งานอภิเษกสมรสสะเทือนแผ่นดิน บรรยากาศในเมืองหลวงต้าจ้าวก็พลันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ชนิดที่ว่านักเล่านิทานตามโรงเตี๊ยมต้องพากันเปลี่ยนบทประพันธ์แทบไม่ทัน!​ฉายา ‘พญายมเดินดิน’ ของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจ้าวหลิงเซียวที่ผู้คนเคยหวาดผวา บัดนี้ถูกชาวเมืองลอบเปลี่ยนใหม่อย่างลับๆ ว่า... ‘พญายมผู้รัก(และกลัว)เมียยิ่งชีพ!’​วีรกรรมความ ‘เกรงใจฮูหยิน’ ของชินอ๋อง กลายเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก ไม่ว่าจะเป็น...​กฎเหล็กสามก้าวห้ามสตรีเข้าใกล้ ยามใดที่มีนางกำนัลลอบส่งสายตาหวานเชื่อม หรือลูกสาวขุนนางคนใดบังเอิญเดินสวนทางมา ชินอ๋องผู้สง่างามจะเบิกตากว้าง แล้วกระโดดถอยหลังกรูดไปไกลถึงสามวา! พลางตวาดลั่นว่า "ถอยออกไปให้พ้นรัศมีข้า! หากฮูหยินข้ารู้เข้า ข้าจะถูก... เอ้ย! ข้าจะสั่งประหารพวกเจ้า!" (แน่นอนว่าขุนนางที่รู้ตื้นลึกหนาบาง ต่างแอบกลั้นขำ เพราะรู้ดีว่าท่านอ๋องกลัวโดนพระชายาเอา ‘กรรไกร’ มาตัดการสืบสกุลต่างหาก!)​เลิกงานตรงเวลายิ่งกว่านาฬิกาทราย ในอดีต จ้าวหลิงเซียวเคยนั่งสะสางฎีกาในท้องพระโรงจนดึกดื่น ทว่าเดี๋ยวนี้ พอถึงยามเซิน (15

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่ 16

    ​บรรยากาศภายในม่านเตียงสีแดงมงคลร้อนระอุราวกับถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงแห่งความปรารถนา ​อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดลอยพ้นกาย ความร้อนระหว่างสองเรือนร่างที่แนบชิดพุ่งสูงขึ้นจนแทบหลอมละลาย จ้าวหลิงเซียวหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคมกริบที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง บัดนี้เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและหิวกระหายยามจ้องมองผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักของสตรีใต้ร่าง ​เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่และซอกคอหอมกรุ่นกลิ่นกุ้ยฮวา มือหนาลูบไล้ประคองเอวคอดกิ่วเอาไว้มั่น ร่างสูงใหญ่ขยับกายเตรียมพร้อมที่จะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระชายาของตนในจังหวะสุดท้าย... ​ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่พญายมเดินดินกำลังจะก้าวล่วงล้ำข้ามเส้นแบ่งแห่งพรหมจรรย์! ​“เดี๋ยวก่อน!” ​มือเรียวเล็กของเซิ่นหว่านชิงพลันยกขึ้นมาทาบยันลงบนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างแรง! นางออกแรงดันตัวเขาไว้สุดหล้า ทำเอาบุรุษที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มถึงกับชะงักกึก ลมหายใจสะดุดแทบจะหน้าทิ่มลงไปบนเตียง! ​จ้าวหลิงเซียวเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ เขาขบกรามแน่น พยายามข่มความทรมานพลางเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า ​“หว่านชิง... เจ้าเป็นอันใดไป? กลัวเ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่15

    ​ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวอันยิ่งใหญ่ยาวเหยียดเคลื่อนตัวผ่านถนนสายหลักของเมืองหลวง ท่ามกลางเสียงดนตรีมงคลและดอกไม้ที่โปรยปราย ในที่สุดก็เดินทางมาถึงหน้าประตูจวนชินอ๋องอันโอ่อ่าและกว้างใหญ่ไพศาล​จ้าวหลิงเซียวในชุดมงคลสีแดงเพลิงก้าวลงจากหลังอาชา เขาสืบเท้าเข้าไปประคองมือของเซิ่นหว่านชิงให้ก้าวลงจากเกี้ยว ท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนางนับร้อยที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน​เนื่องจากบิดามารดาของจ้าวหลิงเซียว (อดีตฮ่องเต้และฮองเฮาองค์ก่อน) ได้เสด็จสวรรคตไปหมดแล้ว พิธีการกราบไหว้ฟ้าดินตามธรรมเนียมเชื้อพระวงศ์จึงถูกจัดเตรียมไว้อย่างสมพระเกียรติ ณ โถงใหญ่ของจวนอ๋อง​เบื้องหน้าของบ่าวสาวคือแท่นบูชาที่ประดิษฐาน ‘ป้ายวิญญาณ’ ของอดีตฮ่องเต้และพระบิดาพระมารดา โดยมีฮ่องเต้น้อยจ้าวอวี้เฉินและไทเฮาเสด็จมาประทับเป็นองค์ประธานในพิธีแทนผู้อาวุโสสูงสุด​“ได้เวลาฤกษ์มงคล!” เสียงขันทีประกาศก้องกังวานไปทั่วโถง​จ้าวหลิงเซียวจับจูงมือที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยของเซิ่นหว่านชิงก้าวเดินไปหยุดอยู่กลางลานพิธี แววตาของเขาที่เคยมองทุกสิ่งบนโลกด้วยความเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความสิริมงคล​“หนึ่ง... กราบไหว้ฟ้าดิน!”ทั้งสองห

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่14

    ​รถม้าของจวนราชครูเพิ่งจะจอดเทียบหน้าประตูจวน เซิ่นหว่านชิงที่กำลังก้าวลงมาด้วยขาสั่นๆ และสภาพวิญญาณหลุดลอย ก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นบิดามารดาและบ่าวไพร่ทั้งจวนกำลังคุกเข่าหมอบกราบอยู่ลานหน้าบ้าน โดยมี ขันทีหลี่ กงกงคนสนิทของไทเฮายืนถือม้วนผ้าไหมสีทองอร่ามรออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ​“คุณหนูเซิ่นกลับมาพอดี! เชิญรับราชโองการ!” ​เซิ่นหว่านชิงรีบถลาลงไปคุกเข่าข้างบิดาด้วยความงุนงง ขันทีหลี่คลี่ราชโองการออก ก่อนจะประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกังวาน ​“สวรรค์เบื้องบนมีมติ องค์ฮ่องเต้และไทเฮามีพระราชเสาวนีย์... คุณหนูใหญ่ตระกูลเซิ่น เซิ่นหว่านชิง เพียบพร้อมด้วยเบญจกัลยาณี สติปัญญาเป็นเลิศ กิริยางดงามดุจเทพธิดา สมควรคู่เคียงบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ จึงขอพระราชทานสมรสให้แก่ ชินอ๋องจ้าวหลิงเซียว กำหนดฤกษ์มงคลในอีกสิบห้าวันข้างหน้า ให้ทั้งสองตบแต่งเป็นสามีภรรยา ครองรักกันตราบฟ้าดินสลาย... จบราชโองการ!” ​เปรี้ยง!! ​ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของเซิ่นหว่านชิง! นางเพิ่งจะถูกเขาทรมานให้คัดลายมือทั้งคืนจนมือหงิก แล้วนี่... นางต้องแต่งงานกับพญายมใจแคบผู้นั้นจริงๆ หรือเนี่ย! ​“ขอบพระทัยฝ่าบาท ขอบพระท

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่8

    ​ยามเหม่าบรรจบยามเฉิน ท้องพระโรงอันโอ่อ่าที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงถวายรายงานและบรรยากาศอันตึงเครียด วันนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันปนสับสนวุ่นวาย​เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ต่างยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เมื่อเบื้องหลังม่านมุกประดับทองคำกลับว่างเปล่า ไร้เงาของบุรุษสวมชุดเกราะหรือชุดขุนนางขั้นหนึ่ง ไร้รังสีอำมหิต

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่7

    ​ก่อนที่สถานการณ์จะน่ากระอักกระอ่วนไปมากกว่านี้ เซิ่นหว่านชิงที่จ้องมองอาการ ‘หัวหมุนตามไม้’ ของหนึ่งคนหนึ่งแมวอยู่นาน ก็ไม่อาจกลั้นความขบขันได้อีกต่อไป นางหลุดหัวเราะเสียงใสออกมาเบาๆ​เสียงหัวเราะชวนฟังนั้นดึงสติสัมปชัญญะของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้หวนคืนมาอย่างฉับพลัน!​จ้าวหลิงเซียวตาโตขยับถอยหล

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่5

    ​ค่ำคืนนั้น สายลมหนาวพัดโชยอยู่นอกหน้าต่าง ทว่าภายในห้องนอนของคุณหนูใหญ่จวนราชครูกลับอบอวลไปด้วยไออุ่น​จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านอยู่บนตักนุ่มนิ่มของเซิ่นหว่านชิง ปล่อยให้สตรีโฉมงามลูบไล้เส้นขนสีขาวของเขาไปมาอย่างเพลิดเพลิน​"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้มีเทียบเชิญพิเศษจากตำหนักฉือหนิ

  • ข้าเก็บท่านอ๋องมาเลี้ยง   บทที่4

    ​ตลอดทั้งราตรีนั้น จ้าวหลิงเซียวในร่างแมวขาวแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน!​แม้สาวใช้จะเดินออกไปแล้ว และเซิ่นหว่านชิงจะล้มตัวลงนอนเข้าสู่ห้วงนิทราไปนานแล้ว ทว่าเจ้าแมวตัวป่วนที่มุดหัวอยู่ใต้เบาะรองนั่งกลับยังมีอาการใจสั่นระรัว ภาพหัวไหล่เนียนละเอียดและผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลักยังคงติดตา ตลบอบอวลอยู่ในหัวสม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status