Masukได้ยินจากหลางซีเยว่ว่าที่นี่คือหมู่บ้านที่เขาถูกช่วยเหลือ เล่อฮวาหยวนมีโอกาสได้กลับมาที่นี่อีกครั
ร่างสูงขยับเอวเข้าไปใกล้กับร่องปรารถนาที่ชุ่มฉ่ำของภรรยา มือหยาบสัมผัสช่องทางรักของนางอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่านางจะพร้อมสำหรับครั้งแรก เขารู้ว่าครั้งแรกของสตรีอาจจะเจ็บอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เมื่อผ่านพ้นไปทุกอย่างจะดีขึ้นชายหนุ่มถูไถมังกรยักษ์ของตนเองเพื่อให้น้ำหวานของนางชโลมทั่วทั้งลำเอ็น เขาใช้ตัวตนของตัวเองค่อย ๆ ขยับเข้าทีละน้อยเริ่มจากส่วนหัวทันทีเริ่มรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างรุกล้ำเข้ามาใบหน้าสวยงามของเส้าหนิงก็บิดเบี้ยวเหยเกเล็กน้อย“หนิงเอ๋อ อย่าเกร็งนะ” เล่อฮวาหยวนปลอบประโลมให้คนตัวเล็กผ่อนคลาย ชายหนุ่มยังไม่ได้กดแท่งสวรรค์ของตนเองเข้าไปในทีเดียว แต่กระนั้นช่องทางสวาทของนางก็ตอดรัดเขาจนเขารู้สึกปวดหนึบไปหมดผู้เป็นสามีมอบจุมพิตให้นางอีกครั้ง หลอกล่อให้นางผ่อนคลายแล้วจึงค่อย ๆ สอดความเป็นชายเข้าไปทีละช้า ๆ จนกระทั่งถูกเนินเนื้อนุ่มของนางกลืนกินเข้าไปจนหมดว่านฉีเส้าหนิงหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกคับแน่นและอึดอัด“ซี๊ด...หนิงเอ๋อ เจ้ากำลังทรมานข้าอยู่นะรู้ไหม”เส้าหนิงไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไร ทันทีที่เขาเริ่
เล่อฮวาหยวนบีบเคล้นอกอิ่มสีขาวอย่างสนุกมือ แล้วจึงค่อย ๆ ขยับเคลื่อนลงไปส่วนเสน่หาที่อยู่เบื้องล่าง“ท่านพี่..ตรงนั้น” สองขาเรียวเล็กที่บีบเข้าหากันถูกเขาแยกออกจากกัน เส้าหนิงพยายามใช้สองมือปิดบังส่วนสงวนของตัวเองเอาไว้ “ตรงนี้ไม่ได้เจ้าค่ะ” นางอับอายเกินกว่าจะให้ใครมาจ้องมองตรงส่วนนั้น เส้าหนิงหยัดตัวขึ้นพยายามขยับตัวหนี“จะไปไหนหนิงเอ๋อ ไยเจ้าจึงงดงามเช่นนี้” เล่อฮวาหยวนสัมผัสเนินเนื้อนุ่มที่มีไรขนปกคลุมเล็กน้อย อย่างอ่อนโยน พลางใช้นิ้วกรีดลึกเข้าไปในร่องรัก น้ำหวานธรรมชาติของนางในเวลานี้กำลังหลั่งออกมาจนเปียกชุ่ม สร้างความเสียวสะท้านให้นางเบาๆชายหนุ่มใช้นิ้วแหวกทาง พบว่ามันยังสวยงามและปิดสนิท เกสรดอกไม้สีสวยกำลังหลอกล่อให้เขาเข้าไปชื่นชม เล่อฮวาหยวนอยากรู้จริง ๆ ว่ารสชาติของนางจะเป็นเช่นไร ทันทีที่สิ้นสุดเสียงของความคิดเล่อฮวาหยวนก็จัดการสอดลิ้นเข้าไปดูดกลืน ขบเม้มติ่งเนื้อสีสวยที่ยื่นออกมาไม่เพียงเท่านั้น ยังสอดลิ้นเข้าไปซอกซอนเพื่อสำรวจและขยายเส้นทางให้นางคุ้นชิน หนิงเอ๋อของเขาคับแคบเช่นนี้จะรับไหวหรือไม่นะ&ldquo
มือข้างหนึ่งของเล่อฮวาหยวนจับต้นคอของนางเอาไว้ อีกข้างรั้งเอวนางให้นางมานั่งทาบทับอยู่บนตัวเขา ร่างกายของนางสั่นเทา ดูคล้ายกับกระต่ายน้อยตัวเล็ก ๆ ที่กำลังอยู่ในอาการตื่นตกใจเมื่อเจอสัตว์นักล่า ชายหนุ่มโน้มใบหน้าของนางลงมาจุมพิต ริมฝีปากหยักบดจูบ ช่วงชิงความหอมหวานอย่างหื่นกระหาย เล่อฮวาหยวนขบเม้มริมฝีปากสอดลิ้นเข้าไปละเลียดชิมนางไม่รู้สึกว่าอยากจะขัดขืน นางโตพอและรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เส้าหนิงยอมให้เขาสัมผัสทุกส่วนของร่างกาย แต่กระนั้นก็อดตื่นเต้นไปกับการเล้าโลมของเขาไม่ได้ วงแขนเรียวเล็กโอบล้อมรอบต้นคอของผู้เป็นสามี สะโพกอิ่มขยับขึ้นไปนั่งทาบทับอยู่บนตักที่มีอวัยวะบางอย่างที่มีขนาดใหญ่โตรออยู่“อืม...” นางส่งเสียงร้องครางออกมาเบา ๆน้ำเสียงหวานใสที่นางส่งเสียงออกมานั้นกระตุ้นความรู้สึกของเล่อฮวาหยวนได้เป็นอย่างดี ริมฝีปากหยักผละออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง ลากลิ้นไล่เรื่อยไปที่ใบหูของเส้าหนิงที่เวลานี้เป็นสีแดงระเรื่อ ก่อนจะขยับลงมาที่ต้นคอขบเม้มตีตราสร้างร่องรอยสีกุหลาบทุกการสัมผัส“อาห์...” เสียงรัญจวนของเส้าหนิงดังขึ้นเรื
“ท่านแม่” เล่อฮวาหยวนโอบกอดมารดาใช้เครายาว ๆ ของตนเองถูไถฝ่ามือของนาง“กรี๊ดดด ขนลุก” เล่ออี้จินโวยวาย ส่วนเส้าหนิงได้แต่ยืนอมยิ้ม ดูเหมือนว่าเล่อฮวาหยวนน่าจะนิสัยเหมือนกับแม่ทัพเล่อผู้ล่วงลับเสียมากกว่า ไม่ว่านางจะมองเช่นไรทั้งคู่ก็ไม่คล้ายกับเป็นแม่ลูกกันเลยสักนิด“ท่านมีแรงโวยวายเสียงดังเช่นนี้แสดงว่า ยังแข็งแรงดีสินะ”“ชิ เหม็น!! หนิงเอ๋อลูกสาวข้า พาเขาไปอาบน้ำก่อนเถอะ ส่วนข้าจะไปพูดคุยเล่นไพ่กับพวกป้า ๆ สักหน่อย”“ท่านแม่!! ไม่เคยเห็นท่านเล่นไพ่พวกนั้นมาก่อน” ว่านฉีเส้าหนิงไม่เข้าใจ“นี่ลูกเต่า” เล่ออี้จิน แบมือพร้อมกระชากคอเสื้อของบุตรชายลงมากระซิบกระซาบ ‘ได้เยอะอยู่นาน ได้น้อยกลับเร็ว’ สิ้นเสียงของมารดาเล่อฮวาหยวนก็หยิบเงินให้นางทั้งถุงจนหมดตัว“พรุ่งนี้ค่อยกลับก็ได้นะท่านแม่”เล่ออี้จินหายไปทันทีที่ได้รับถุงเงินของเล่อฮวาหยวน นางออกจากบ้านพร้อมปิดประตูลงกลอนให้เรียบร้อย คราวนี้ดูเหมือนว่าในเร็ว ๆ นี้นางจะได้หลานแล้วกระ
ผ่านไปหลายเดือนแล้ว เส้าหนิงคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่หยุดพักอยู่ที่นี่ ไม่น่าจะมีใครคาดคิดว่าพวกนางจะมาอยู่ที่นี่ ผู้คนในหมู่บ้านเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปหมดแล้วไม่เหลือผู้คนที่นางเคยรู้จักอีกต่อไป เล่ออี้จิน เมื่อได้พักเหนื่อยจากการเดินทางรอนแรม ช่วงหลังก็กลับมาแข็งแรง ซ้ำยังมีแรงช่วยนางทำนั่น ทำนี่ไม่หยุด เมื่อได้รู้ว่าที่นี่คือบ้านของอดีตสหายความเครียดของนางก็น้อยลง อย่างน้อยก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนที่จากไปเช้าวันนี้ก็เหมือนเช่นทุกวันนางเข้าครัวต้มยาสมุนไพรทำการค้า รอเก็บเงินและทรัพย์สินให้ได้อีกสักหน่อยจึงจะพาเล่อฮูหยินกลับเมืองหลวง จากประสบการณ์ของนางที่ผ่านมาทำให้เส้าหนิงไม่สามารถไว้ใจใครได้อีก ผู้คนที่นางเคยคิดว่าเป็นห่วงเป็นใยนางที่สุดและใกล้ชิดนางที่สุดอย่างต้วนเต๋อชิงยังลงมือทรยศนางได้ลงคอเส้าหนิงอยู่ที่นี่แทบไม่รู้ข่าวสารบ้านเมืองหรือเรื่องราวใด ๆ เลย ทั้งเมืองคล้ายกับถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอก เมืองที่นางอยู่ในตอนนี้ ไม่ใช่ทางผ่านสำหรับไปที่ไหน ไม่ใช่เมืองการค้าที่สำคัญ ผลกระทบของสงครามจึงไม่ค่อยส่งผลอะไรต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่นี่มากนัก
เมืองที่ถูกเอ่ยถึงคือเมืองที่เล่อฮวาหยวนเพิ่งจะผ่านไปเมื่อราวสองเดือนก่อน ทันทีที่อ่านทุกอย่างจนจบ แม่ทัพหนุ่มก็ละทิ้งทุกอย่างสวมเสื้อคลุม กระโดดขึ้นอาชาสีขาวคู่ใจ“ท่านแม่ทัพจะไปไหน” จงอี้เหิงเอาตัวเข้าไปขวางไว้“รองแม่ทัพจงอี้เหิงฟังคำสั่ง ในระหว่างที่ข้าไม่อยู่ที่นี่ทุกอย่างให้ท่านบัญชาการจนกว่าข้าจะกลับมา” เล่อฮวาหยวนประกาศก้องเสียงดังก้อง ทหารนายกองทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กครู่หนึ่งจงอี้หยางกุนซือที่เพิ่งจะรับรู้เรื่องราว ก็วิ่งออกมาหารองแม่ทัพผู้เป็นน้องชาย“เกิดอะไรขึ้น”“จะมีอะไรได้ล่ะ ได้รับจดหมายของชินอ๋อง ที่ส่งมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว ว่าพบเบาะแสของฮูหยิน ท่านแม่ทัพเลยรีบออกไปตามหา”“ฮูหยิน!!! ว่านฉีเส้าหนิงน่ะเหรอ” หลางหลินเหยาที่ตั้งใจต้มน้ำแกงบำรุงกำลังให้กับท่านแม่ทัพถึงกับหน้าถอดสี“คุณหนูหลิน” ทั้งสองคนทักทาย“ไม่ใช่ว่านางตายไปแล้วเหรอ” หลางหลินเหยาไม่คิดว่าสุดท้ายทุกคนจะเจอเบาะแสของสตรีผู้นั้น นางเป็นบุตรสาวเจ้าเมืองหลินโจว ที่ถ







