Share

6

Penulis: meimei
last update Tanggal publikasi: 2026-03-06 14:52:02

 

“ว่าแต่มีผู้ใดมาเยี่ยมข้าบ้างหรือไม่”  

“นายท่านกับฮูหยินใหญ่มาต้นยามเหม่า[1] แต่ยามนั้นคุณหนูหลับอยู่บอกว่าให้คุณหนูพักรักษาตัวให้ดี”

“อย่างนั้นหรือ” 

“คุณหนูอย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะ นายท่านเป็นห่วงคุณหนูมากเลยนะเจ้าคะ เพียงแต่นายท่านต้องเข้าวัง”

“หมดแล้วหรือ”

“เอ่อส่วนคุณหนูกับคุณชายในจวน ท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่ามีคำสั่งห้ามมิให้พวกเขาก้าวเหยียบเข้ามายังเรือนแห่งนี้”

คำพูดที่สาวใช้เอ่ยมากระทบใจหลี่ซูซินอย่างแรง ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวแทบจะเรียกได้ว่าไม่ถูกกัน เป็นเพราะว่าสูญเสียมารดาที่แท้จริงไปตั้งแต่แบเบาะ บิดาจึงยกฮูหยินรองขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่

ย้อนคิดถึงต้นเหตุที่ตนเองไม่สนิทใจกับครอบครัว คงเป็นเพราะนางเติบโตมาจากการเลี้ยงของแม่นมที่ติดตามมารดามาจากจวนเก่า นางถูกปลูกฝังมาให้เกลียดชังฮูหยินรองคนรักของบิดา นางเกลียดแม่เลี้ยง เกลียดบุตรสาว และบุตรชายของหญิงผู้นั้นเสียยิ่งกว่าบุตรอนุคนอื่นในจวนเสียอีก

ยิ่งคิดถึงความร้ายกาจที่ตนเองกลั่นแกล้งพวกเขาที่ผ่านมา ตั้งแต่เยาว์วัยนางแกล้งสองพี่น้องบุตรแม่เลี้ยงเสมอเมื่อมีโอกาส จะมีก็แต่ช่วงหลังที่นางเลิกสนใจพวกเขาไปสนใจชายหนุ่มอย่างเฉินอี้หานแทน

หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างปลดปลง ดูเหมือนว่าสิ่งที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างแรกคือความสัมพันธ์ระหว่างนางและครอบครัว ไม่จำเป็นต้องดีขึ้นจนก้าวกระโดด แต่ขอเพียงอย่าห่างเหินกันไปมากกว่านี้

นางทำผิดไปจริง ๆ ทั้งที่เด็กสองคนนั้นคือผู้ที่กล้าเอ่ยเตือนนางอย่างจริงใจที่สุด

ทุกความผิดที่ผู้อื่นมิกล้าเอ่ยเตือน ผู้ที่นางไม่ชอบหน้าที่สุดกลับกล้าเอ่ยเตือน แม้ผลสุดท้ายจะโดนไล่ตะเพิดไล่ตีก็ตาม

“ส่วนทางหยางซื่อจื่อส่งของบำรุงมาให้ท่านมากมายเลยเจ้าค่ะ”

“ฮึ” หลี่ซูซินเบะปากอย่างหมั่นไส้ นางมิคาดหวังว่าเขาจะมาเยี่ยมนางอยู่แล้ว

ชีวิตก่อนระหว่างนางและเขาสุดท้ายจบลงด้วยการถอนหมั้น

นางทำผิดต่อเขาก็จริง แต่เขาก็แทบจะไม่เคยทำเรื่องดี ๆ ต่อนางเช่นกัน ความสัมพันธ์ระหว่างนางและเขาไม่มีทางเดินไปด้วยกันได้

“โถ่ คุณหนูไหนว่าท่านไม่คิดจะถอนหมั้นแล้ว อย่าทำหน้าเช่นนั้นสิเจ้าคะ ผู้อื่นมาเห็นจะเข้าใจผิดนะเจ้าคะคุณหนูของเสี่ยวเม่ย”

“ไม่คิดเรื่องถอนหมั้นอีก แต่ใช่ว่าข้าต้องชอบเขานี่”

“โถ่ หยางซื่อจื่อก็ดีนี่เจ้าคะ คุณหนูจะไม่ลองเปิดใจมองหน่อยหรือเจ้าคะ”

“หากรักแล้วต้องเจ็บปวดไยต้องใฝ่คว้ามันด้วยเล่า”

เจ้านายสาวส่ายหน้าให้กับความคิดสาวใช้ นางมิคิดหาเรื่องให้ตนเองหรอก หากผู้ที่นางรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายเขาจะไม่มีวันหันมารักนาง เหตุใดนางต้องเปิดใจอีก

หยางเฟยหลง คู่หมั้นในยามนี้ อย่างไรภายภาคหน้าเขาก็ไม่มีวันรักนาง 

ผ่านมาหนึ่งชีวิตสิ่งที่แน่นอนคือดวงใจบุรุษมิได้มีไว้เพื่อรักนาง

หลี่ซูซินเมื่อกินยาเข้าไปสักพักก็เริ่มรู้ดีขึ้น จึงลุกออกจากเตียงเดินออกนอกห้องไป ไม่ทันที่จะได้เปิดประตูเรือนกลับถูกขัดขวางจากคนใกล้ตัวเสียก่อน

“ออกไปไม่ได้เจ้าค่ะ ท่านหมอห้ามมิให้คุณหนูต้องความเย็น”

“แต่ข้าเบื่อนี่” 

“เบื่อก็ต้องอดทนนะเจ้าคะ เพียงแค่เจ็ดวันเท่านั้น”

เพียงแค่คิดว่าจะต้องอดทนอดอู้อยู่แต่ในเรือน ก็น่าเบื่อหน่ายไม่น้อย นางกลับมาเพื่อใช้ชีวิต 

“เจ้าไปตามคุณหนูรองมา บอกให้นางมาบรรเลงพิณให้ข้าฟังแก้เบื่อเสีย”

“คุณหนูร่างกายท่านยังไม่หายดีจะกลั่นแกล้งผู้อื่นอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“ข้าบอกให้ไป เจ้าก็ไปสิ” หลี่ซูซินกล่าวสั่งเสียงเข้ม จนสาวใช้ตัวน้อยรีบวิ่งออกไปโดยไว ใครว่านางจะกลั่นแกล้งผู้อื่นกัน 

นางกำลังปรับปรุงตัว 

ระหว่างที่รอนักดนตรีมาบรรเลงเพลงให้ฟัง ภายในหัววางแผนการที่คิดจะทำ

เรือนคุณหนูรอง

“คุณหนูรองเจ้าคะ คุณหนูใหญ่ส่งสาวใช้มาตามคุณหนูรองบอกให้คุณหนูรองไปบรรเลงพิณให้ฟังเจ้าค่ะ”

“พี่หญิงใหญ่เรียกข้าหรือ”

“เจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าครานี้คุณหนูใหญ่คิดจะกลั่นแกล้งคุณหนูอย่างไรอีก คุณหนูต้องระวังนะเจ้าคะ”

หลี่ซูเจินมิได้ฟังคำเตือนที่สาวใช้บอกแต่อย่างใด หญิงสาวรีบเดินไปหยิบพิณตัวโปรดแล้วเดินไปยังเรือนพี่สาวอย่างรวดเร็ว 

ในใจของหลี่ซูเจินมิได้คิดสิ่งใดซับซ้อน พี่สาวอยากให้นางทำสิ่งใดนางย่อมทำให้ได้ หากอยากกลั่นแกล้งนาง หากไม่มากเกินไปนักนางล้วนปล่อยให้อีกฝ่ายได้สมปรารถนา

ใครใช้ให้หลี่ซูซินเป็นพี่สาวนางกัน ถึงจะคนละมารดากันก็ตาม อีกเหตุผลหนึ่งที่หลี่ซูเจินชื่นชอบที่จะไปให้อีกฝ่ายได้กลั่นแกล้งเล็ก ๆ น้อย ใบหน้าพี่สาวยามได้กลั่นแกล้งผู้คนได้สำเร็จปรากฏร่องรอยของความสุข 

หญิงสาวยืนรออยู่หน้าเรือนไม่นานก็มีเสียงตอบรับให้เข้าไปยังเรือนที่ถูกหวงห้ามที่นางแทบจะมิเคยได้ย่างก้าวเข้ามา

ภายในเรือนแห่งนี้ถูกตกแต่งไปด้วยของมีค่าละลานตา เนื่องจากความชอบของผู้เป็นเจ้าของเรือน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   บทสรุป

    สิ่งที่หลี่ซูซินเลือกตัดสินใจอาจจะถูกหรือว่าผิด ที่เหลือทางรอดให้แก่หม่าชิงลี่ และตระกูลหม่าหากว่าเลือกกำจัดไปเสียมิใช่ว่าทำไม่ได้หากว่า... นางใจอ่อนก็มิผิดนักแต่จะไม่ให้ตามเก็บบัญชีที่หม่าชิงลี่กระทำต่อนางในชาตินี้ก็คงมิได้ ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเฉกเช่นที่ตระกูลหม่าถูกยึดทรัพย์ โดนเนรเทศให้ออกจากเมืองหลวง สิ่งที่หลี่ซูซินละเว้นไว้คือชีวิตของพวกเขาหลี่ซูซินเปลี่ยนใจในเสี้ยวเวลาเกือบสุดท้าย แม้การค้าขายเกลือที่ตระกูลหลี่แอบค้านั้นเป็นสิ่งที่ผิดจะมีโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงมากถึงขั้นยึดทรัพย์ประหารชีวิตเจ้าของกิจการแต่นางเปลี่ยนใจ..หาหลักฐานเพียงเล็กน้อยให้พวกเขาได้จดจำสิ่งที่ทำให้หลี่ซูซินละเว้นตระกูลหลี่ มีเหตุผลเดียวไม่อยากทำเกินกว่าเหตุนางรู้สึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็มิใช่ความผิดของหม่าชิงลี่ทั้งหมด ในชาตินี้อีกฝ่ายทำคือการกลั่นแกล้งนาง มิใช่ว่าสิ่งที่หม่าชิงลี่ทำนางจะไม่โกรธไม่แค้นเคืองสิ่งที่นางทำลงไป หากตัดสินเอาชีวิตของคนทั้งตระกูลหม่าเพียงเพื่อต้องการเอาชนะ ต้องการแก้แค้นหม่าชิงลี่ นางก็คงใช้ชีวิตไม่มีความสุขในชาตินี้มิได้หมายปองชีวิตของพวกเขา...เรื่องในวันวานถือว่าจบกันไ

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   ทบทวน

    บนสวรรค์ชั้นฟ้าเทพชะตาได้มองดูหลี่ซูซินใช้ชีวิตในภพมนุษย์กับสหายเทพอีกคนหนึ่ง“นี่ถึงเป็นเรื่องของชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริง เมื่อมิมีผู้ใดเข้าแทรกแซง หลังจากนี้ก็สุดแล้วแต่เทพซินฮวาจะลิขิตชีวิตตนเอง” เทพชะตากล่าวกับสหายสีหน้ามีความยินดีแสดงออกมาราวกับรู้ถึงอนาคตที่ยังไม่เกิด“อย่างนั้นหรือซือมิ่ง เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้าสินะ ฮ่า” สองเทพยิ้มให้กันอย่างรู้ใจแทบจะมิมีเทพองค์ไหนหรอกที่ไม่ส่งกำลังใจให้เทพซินฮวา“ลิขิตสวรรค์ก็ส่วนหนึ่ง ลิขิตจากตนเองนั่นที่สำคัญ เพียงรู้ตนว่ากำลังทำสิ่งใด พึงมีสติรู้ถูกผิด”ในฝั่งของเทพสงครามนั้น เขายืนหยุดอยู่ตรงปากถ้ำที่ขังเทพสาวที่เป็นภรรยาของตนเองอย่างเงียบงัน“ท่านมาหาข้าแต่มิยอมพูดสิ่งใดน่ะหรือ ท่านคงชังข้ามากสินะ ในใจคงเฝ้าฝันให้ข้าอยู่ในนี้ตลอดกาล แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่ออีกใจหนึ่งท่านอยากให้เทพซินฮวาผ่านเคราะห์กรรมรีบขึ้นมาบนชั้นฟ้าโดยไว”“...”“การที่สมรสกับข้ามันทุกข์ทรมานมากหรือ”“...”“ท่านจะโทษข้าทั้งหมดไม่ได้หรอกนะ ท่านเองก็มิได้ปฏิเสธออกมาเสียด้วยซ้ำเมื่อมีราชโองการจากเสด็จพ่อ”“มันผิดที่ข้ามาตั้งแต่ต้น” ทำสงครามเอ่ยพูดเพียงแค่นั้น เขายอมรับค

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   คิดบัญชี

    บทที่ 26คิดบัญชีไม่นานนักสิ่งที่หลี่ซูซินทำเริ่มส่งผลกระทบกับตระกูลหม่าเส้นทางการค้าของพวกเขาเริ่มติดขัด พวกเขาผิดสัญญากับคู่ค้าในหลายกิจการ ชื่อเสียงด้านลบเริ่มส่งผลกับตระกูลหม่าหลี่ซูซินยิ้มให้กับความลำบากแรกของหม่าชิงลี่ ที่ยามนี้หัวหมุนไปกับการช่วยบิดาแก้ปัญหาของตระกูลนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...หลี่ซูซินหันไปมองอีกฝ่ายที่ยืนอยู่หน้าร้านกิจการค้าขายเครื่องปรุง หม่าชิงลี่กำลังเอ่ยอธิบายแก่ผู้คนที่เริ่มไม่เชื่อมั่นในสินค้าของร้านตระกูลหม่าอีกฝ่ายหันมามองหลี่ซูซินอย่างพิจารณา หลี่ซูซินมิคิดหลบสายตา ใบหน้างามส่งรอยยิ้มที่ดูร้ายกาจไปให้อีกฝ่ายอย่างยั่วเย้า นางต้องการเห็นอีกฝ่ายดิ้นพล่านเอาตัวรอดเสียบ้าง ก่อนที่ร่างบอบบางจะเดินเข้าเหลาอาหารไป“แม่ทัพเฉินมีเรื่องใดหรือเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยถามบุรุษที่ขอพบนางในห้องรับรองชั้นสองของเหลาอาหาร ร่างบางเอามือเท้าคางขณะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี นางมองบุรุษตรงหน้าที่มีแววตาฉายความไม่พอใจหลี่ซูซินล้วนรู้ดีที่อีกฝ่ายบากหน้ามาพบนางในวันนี้เพราะสาเหตุใด“คุณหนูหลี่ล้วนรู้ดีแก่ใจ”“ฮึ ข้าไม่รู้หรอกแม่ทัพเฉิน”“ปล่อยตระกูลหม่า” เฉินอี้หาน

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปลี่ยนแปลง 2

    หลังหลี่ซูซินกลับจวนตนเองมา เจอหลี่ซูเจินมารอพบนางอยู่หน้าเรือน น้องสาวคนรองเองก็ดูเติบโตขึ้น นางสังเกตหลี่ซูเจินมาสักพักใหญ่ แววตาสดใสของอีกฝ่ายที่เคยปรากฏเลือนหายไปไม่น้อยปัญหาที่อีกฝ่ายเผชิญทำให้เติบโตขึ้นสินะ“ท่านไม่ควรเจ้ามายุ่งเกี่ยวในเรื่องนี้พี่หญิง” หลี่ซูเจินกล่าวเข้าเรื่องอย่างรวดเร็วโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม“ข้าไม่ขัดหรอกนะหากเจ้าอยากลงดาบหรือจัดการตระกูลฝาน เพียงแต่ซูเจินมิใช่ทุกคนที่ทำร้ายเจ้า” เป็นนางที่เอ่ยขอร้องบิดาไว้ ให้จัดการเพียงคนต้นเรื่องเท่านั้น“ท่านจะรู้ดีไปกว่าข้าได้อย่างไร” หลี่ซูเจินเอ่ยพูดเสียงดังกับหลี่ซูซินด้วยแรงอารมณ์ที่มิเคยแสดงออกมาให้พี่สาวเห็นมาก่อน“ซูเจินเจ้าเป็นอะไร พวกเขาทำอะไร” หลี่ซูซินมิได้โกรธที่หลี่ซูเจินขึ้นเสียงใส่นาง นางยอมรับว่าตกใจกับแรงอารมณ์ของน้องสาว นางมิเคยเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวเช่นนี้ของหลี่ซูเจินมีเรื่องใดที่นางยังไม่รู้อีกหรือ พวกเขาทำสิ่งใดกับหลี่ซูเจินกัน น้องสาวนางถึงได้เป็นเช่นนี้“พี่หญิงข้ามิเคยคาดคั้นท่านเพราะบางเรื่องย่อมเป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยออกมา”“...” ท่ามความโกรธแค้นที่หลี่ซูเจินแสดงออกมา หลี่ซูซินเห็นหยาดน้ำตาส

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปลี่ยนแปลง 1

    บทที่ 25เปลี่ยนแปลง“ไม่คิดว่าจะพบคุณหนูหม่า ณ สถานที่แห่งนี้อีกครานะเจ้าคะ” หลี่ซูซินเอ่ยกับหม่าชิงลี่ที่ยืนอยู่หน้าประตูจวนชินอ๋อง นางมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาเหตุใดจึงยังมาวุ่นวายกับหยางเฟยหลงอีกชาติก่อนแย่งเฉินเฟยหลงชาตินี้คิดจะแย่งหยางเฟยหลงของนางหรือเจ้าฝันไปเถิด!ภายในใจของหลี่ซูซินนั้นตีกันอย่างวุ่นวาย ความรู้สึกที่โดนแย่งเฉินอี้หานในชาติที่แล้ว กับตอนที่อีกฝ่ายเริ่มเอาตัวมายุ่งเกี่ยวกับหยางเฟยหลงในชาตินี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวนี่ไม่ใช่เรื่องของศักดิ์ศรีแต่ภายในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขุ่นเคืองสตรีตรงหน้า“ข้าเพียงนำของมาให้ซื่อจื่อเท่านั้นคุณหนูหลี่อย่าได้เข้าใจผิด” หม่าชิงลี่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงไร้พิษภัย หากแต่หลี่ซูซินรู้จักเนื้อแท้ของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี นางไม่มีวันหลงกลท่าทีไร้เดียงสาเช่นนั้น“มีเรื่องอะไรให้ข้าต้องเข้าใจผิดกัน?” หลี่ซูซินยิ้มมุมปาก แม้ว่าหม่าชิงลี่จะพยายามกระตุ้นความโกรธเพียงใด นางในยามนี้ไม่ยอมแสดงอารมณ์ให้เห็นแม้สักเสี้ยวเดียวหญิงสาวเลือกถือคติ อดทนเพื่อชัยชนะ ทุกความรู้สึกที่อาจพาให้นางเสียแผนถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง“คุณหนูหม่าอยากนำของมามอบให้ซื่อจื่อ ข

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   เปิดใจ 2

    “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใดอาซิน”หญิงสาวผ่อนลมหายใจออก ก่อนจะตัดสินใจวางเดิมพันอีกครั้ง นี่ถือเป็นครั้งสุดท้ายที่นางเลือกเสี่ยงกับหยางเฟยหลง“ข้ากังวลเรื่องท่าน”“กังวลเรื่องอะไร”“ข้ากลัว” น้ำเสียงของหลี่ซูซินเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อเริ่มเอ่ยถึงความรู้สึกที่แท้จริงอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาคนได้ยินอดที่จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย“ที่ผ่านมาเป็นข้าไม่ดีอาซิน หากเจ้ากลัวก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก” น้ำตาของหลี่ซูซินที่ไหลลงมาทำเอาหยางเฟยหลงเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น มิใช่ว่าหลี่ซูซินไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขานางยังคงปวดร้าวกับเรื่องในอดีต นางยังคงยึดติดกับสิ่งที่เขาเคยทำ“ไม่ใช่ว่าข้าไม่รับรู้ว่าท่านพยายามเพียงใดที่จะกลับมาเป็นเช่นเดิม เพียงแต่เป็นข้าที่กลัว ข้ากลัวว่าท่านจะกลับไปเป็นเช่นเดิม ข้ากลัวท่านทิ้งข้าไว้ข้างหลังอีก ข้าไม่อยากผิดหวัง” หลี่ซูซินพยายามพูดให้เป็นประโยค นางเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียสะอื้น ใบหน้ายามนี้เปรอะไปด้วยน้ำตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเพียรเช็ดออกเพียงใด“...”“แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่ยึดติดต่อท่าน แม้ข้าจะเอ่ยว่าไม่มีความรู้สึกเช่นวันวาน แต่ว่าเหตุใดเล่าข้าถึงยังรู้สึก เหตุใดเล่าอาหลง” ราวกับทุก

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   16

    "หลับจวน"คำสั่งที่เขาเอ่ยกับคนขับรถม้าของจวนอ๋องมิได้เสียงเบานัก คาดว่าคนข้างนอกคงจะได้ยินด้วยกระมังหลี่ซูซินที่เปิดม่านออกเล็กน้อยนางมองเห็นหม่าชิงลี่ที่กำลังแสดงสีหน้าผิดหวังออกมา ใบหน้าจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายกำลังเปรอะไปด้วยหยดน้ำตาที่กำลังหลั่งรินลงมา หากว่าบุรุษใดพบเห็นภาพนี้คงจะรีบเข้าไปให้ความช

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   13

    “นั่นใช่คู่หมั้นเจ้าแน่หรือ”“คือนาง”ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยถ้อยคำสั้นกระชับ มิได้เอ่ยอธิบายสิ่งใดเพิ่มเติม เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็หาคำตอบมิได้กับสิ่งที่เขาเฝ้ามองอยู่ในขณะนี้หยางเฟยหลงมองดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชั้นหนึ่งตั้งแต่ร่างบอบบางในชุดหรูหราสีม่วงสดใสเดินเข้าร้านน้ำพร้อมกับชายหญิงผู้เป็นน้

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   12

    ในครั้งนี้หลี่ซูซินอาศัยผู้คนที่สนใจเรื่องของผู้อื่นเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราวของนาง“แม่ทัพเฉินท่านอย่าได้คิดว่าข้าจะทำเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติอีกเลยนะเจ้าคะ แม้ตัวข้าจะไม่ได้ถือว่าดีพร้อมไปเสียทุกด้าน แต่ในด้านจริยธรรมคุณธรรมข้ายังถือว่าไม่บกพร่อง” เสียงหวานเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายโดยที่ใบหน้างามปรากฏ

  • ข้าไม่ขอเป็นนางร้ายในนิยายเรื่องนี้   11

    “รังแกกันเกินไปแล้ว พี่สาวข้าหาใช่คนที่พวกท่านสามารถรังแกได้” หลี่ซูเจินที่เฝ้ามองอยู่นานเอ่ยสำทับทันทีที่มีโอกาส หญิงสาวสามารถอ่านสถานการณ์ที่พี่สาวทำอยู่ได้จึงร่วมผสมโรงอย่างนึกสนุกผู้เป็นพี่สาวของหลี่ซูเจินนั้นรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เมื่อเห็นน้องสาวยืนข้างตนเอง“พวกเจ้ากล้าโกหก หน้าไม่อาย”“คุณหนูเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status