Beranda / โรแมนติก / คนนี้เด็กเฮีย / บทที่ 2 ลูกจ้างคนใหม่ - 100% -

Share

บทที่ 2 ลูกจ้างคนใหม่ - 100% -

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-22 20:15:52

ระยะทางจากบ้านไปบ่อปลาแสนบุศย์ไม่ไกลมากนัก แค่ห้ากิโลเมตรเท่านั้น ระหว่างที่อยู่ด้วยกันบนรถ นวัชจึงชวนหญิงสาวคุยเพื่อทำความคุ้นเคย

“ตอนนี้เราเรียนอะไรอยู่ เห็นบอกว่าปีสามแล้วใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ ปีสามแล้ว หนูเรียนบัญชีค่ะ” 

ชายหนุ่มพยักหน้าช้า ๆ “บัญชีงั้นหรือ ก็ดีนะ แล้วเคยฝึกงานรึยัง” ถ้าทับทิมยังไม่เคยฝึกงาน เขาเดาว่าเทอมหน้า เธอคงต้องหาที่ฝึกงานเป็นแน่ คิดแล้วก็ช่างเหมาะเจาะเหลือเกิน เขาจะได้ให้หญิงสาวมารับหน้าที่นี้เสียเลย เพราะบริษัทของเขาไม่มีพนักงานประจำในแผนกบัญชี เนื่องจากเขาใช้บริการของสำนักงานบัญชีในตัวเมืองทำให้อยู่ ซึ่งเป็นบริษัทของเพื่อนเขาเอง

“ยังเลยค่ะ ฝึกเทอมหน้านี้ ตอนเปิดเทอมหนูต้องไปหาที่ฝึกงานด้วย ก็คงหาบริษัทในตัวเมืองทำค่ะ จะได้ไม่ไกลจากหอพักที่หนูเช่าอยู่”

“แล้วปิดเทอมเรากลับมาอยู่บ้านแบบนี้ หอพักต้องคืนให้เขารึเปล่า” เขาไม่รู้เหตุผลที่ทับทิมตัดสินใจกลับมาอยู่บ้าน เพราะตลอดสองปีที่เขามาปักหลักอยู่ที่นี่ตั้งแต่ละทิ้งตัวตนของทนายปราบต์ไป เขาไม่เคยเห็นบุตรสาวของสุชาติเลย จึงเดาว่าหญิงสาวน่าจะหางานทำตลอดช่วงปิดเทอมเพื่อหาเงินไว้เป็นค่าเทอมและค่ากินอยู่

“ไม่ได้คืนห้องหรอกค่ะ หนูกลัวว่าถ้าคืนห้องให้ทางหอพักไป แล้วถ้าเปิดเทอมจะกลับไปเช่าอีก เขาจะไม่มีห้องว่างให้น่ะสิคะ ก็เลยต้องยอมจ่ายค่าห้องฟรี ๆ ไป”

“แล้วนึกยังไงถึงกลับมาอยู่บ้านล่ะ ทุกทีไม่เคยเห็นมา ไม่ใช่อะไรหรอก เฮียมาอยู่ที่นี่ได้สองปีแล้วยังไม่เคยเห็นเราน่ะ ก็เลยแปลกใจ” เขาพยายามสร้างความคุ้นเคยกับทับทิมด้วยการชวนคุยเรื่องงานและการเรียนของเธอ แต่ละเว้นไม่เอ่ยถึงบิดามารดา เพราะรู้ดีว่าเธอเองก็คงไม่อยากเอ่ยถึง

“แถวมหาลัยร้านอาหารปิดไปหลายร้านเลยค่ะ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่หนูทำประจำก็ปิด...จริง ๆ แล้วก็ไม่ปิดหรอกค่ะ แค่เลิกจ้างเพราะเขาบอกว่าต้องประหยัดค่าใช้จ่ายในร้าน หนูก็เข้าใจเจ๊เจ้าของร้านแหละค่ะ หนูเห็นเขาเริ่มซื้อของมาตุนไว้น้อยลงเพราะทุกอย่างขึ้นราคาหมดเลย อย่างเส้นก๋วยเตี๋ยว ปกติจะซื้อไว้วันละไม่ต่ำกว่าสิบกิโล ตอนนี้ก็ลดลงเหลือแค่ไม่ถึงสิบกิโล หมูก็แพงขึ้น พอร้านขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยวชามละห้าบาท ลูกค้าก็เริ่มมากินน้อยลง”

นวัชถอนหายใจแผ่ว “อืม ทุกอย่างมันแพงขึ้นจริง ๆ”

ชายหนุ่มเลี้ยวรถเข้าไปในอาณาเขตของบ่อปลาแสนบุศย์ ทับทิมยืดคอมองออกไปจากนอกรถ เห็นสระน้ำกลางแจ้งหลายสระเรียงกันไปสุดตา ดูแล้วเหมือนทุ่งนา หากแต่ที่นี่เป็นบ่อเลี้ยงปลา ไม่ใช่ที่นาปลูกข้าว แต่ละสระมีกังหันหมุนขึ้นลงหลายอันเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ 

“ถึงแล้วละ ลงไปดูกัน” เขาดับเครื่องยนต์แล้วเปิดประตูลงไปยืนข้างรถ เธอรีบลงตามไปด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จะได้เห็นฟาร์มเลี้ยงปลาที่มีขนาดใหญ่แบบนี้ แตกต่างจากที่เธอจินตนาการไว้มากทีเดียว เมื่อก่อนเธอเคยแต่นั่งรถผ่านไปมา จึงมองไม่เห็นข้างในเพราะมีกำแพงกั้นเอาไว้อยู่ 

“โห หนูไม่คิดเลยค่ะว่าที่นี่จะกว้างขวางใหญ่โตขนาดนี้” เธอพูดออกไปจากใจจริง เพราะมองจากปากทางเข้า ไม่มีทางรู้เลยว่าข้างในนั้นกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามากเพียงใด

“ไม่ใหญ่ขนาดนั้นหรอก ที่นี่แค่สิบห้าไร่เท่านั้น มีหลายฟาร์มที่ใหญ่กว่านี้ พวกนั้นเขาเลี้ยงแล้วส่งขายไปทั่วประเทศนั่นเขาเลี้ยงกันหลายสิบไร่เลย” ชายหนุ่มพูดไปยิ้มไป

นวัชเดินนำไปทางอาคารสองชั้นหลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับที่จอดรถ ทับทิมเดินตามเขาไปติด ๆ เขาดันประตูให้เปิดค้างไว้แล้วพยักหน้าให้เธอเดินเข้าไป เมื่อเธอเข้าไปยืนในอาคารแล้วเขาจึงปล่อยมือจากประตู ซึ่งมันก็ปิดงับเองอย่างนุ่มนวล

“ที่นี่เป็นออฟฟิศ พนักงานที่ทำงานที่นี่ก็จะมีฝ่ายการตลาด ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายบุคคลเหมือนกับบริษัททั่วไปนั่นแหละ ยกเว้นฝ่ายบัญชีที่ไม่มี เพราะเฮียจะจ้างให้สำนักงานบัญชีเขามาดูแลเรื่องนี้ให้โดยตรง”

นวัชอธิบายให้เธอฟังคร่าว ๆ โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าพนักงานทุกคนที่นั่งอยู่ประจำโต๊ะนั้นต่างพากันมองมาที่เธอกับเขาเป็นตาเดียวจนเธออดประหม่าไม่ได้ สุดท้ายเธอจึงยกมือไหว้เพื่อทักทายก่อน เพราะอย่างไรเสียทุกคนก็ดูอายุมากกว่าเธอทั้งนั้น และจากการนับดูคร่าว ๆ แล้วออฟฟิศที่นี่มีพนักงานไม่ถึงสิบคน

ทับทิมไม่กล้าถามว่าจะให้ตนทำแผนกไหน เพราะตอนแรกที่เธอคิดเอาไว้ นึกว่าจะได้เป็นคนงานที่ต้องทำงานในฟาร์มเสียอีก แต่เขาพาเธอมาที่นี่ ย่อมหมายความว่าเขาจะให้เธอทำงานในส่วนของออฟฟิศเป็นแน่

“ทุกคนครับ เฮียพาน้องเขามาดูงานที่นี่ ถ้าน้องเขาตกลงจะทำงาน พรุ่งนี้เฮียก็จะให้เขามาทำเลย อ้อจริงสิ  น้องเขาชื่อทับทิมนะ เขามาทำชั่วคราวช่วงปิดเทอมน่ะ” นวัชบอกพนักงานทุกคนให้รับทราบ จากนั้นก็หันมาพูดกับเธอว่า

“อยากออกไปเดินดูบ่อปลาไหม”

“ไปค่ะ” ทับทิมตอบรับเสียงใส แววตาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น

“งั้นรอเฮียตรงนี้แป๊บหนึ่ง” ชายหนุ่มเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ทิ้งให้หญิงสาวยืนอยู่คนเดียวตรงนั้น

ทับทิมทำตัวไม่ถูก ได้แต่อาศัยการยิ้มนำไปก่อน เมื่อเห็นทุกคนยิ้มตอบกลับมาจึงค่อยโล่งใจ และหนึ่งในนั้นก็เอ่ยถามเธอว่า “น้องเรียนที่ไหนคะ”

ทับทิมบอกชื่อมหาวิทยาลัยที่ตนกำลังศึกษาอยู่ ตามด้วยชั้นปี “หนูเรียนบัญชีค่ะ”

ทุกคนพยักหน้าช้า ๆ พลางหันมองหน้ากัน เป็นเวลาเดียวกับที่นวัชเดินลงบันไดมาพร้อมกับหมวกคาวบอยสีน้ำตาลเข้ม ครั้นพอเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทับทิม จู่ ๆ เขาก็สวมหมวกใบนั้นไว้บนศีรษะให้เธอด้วยตนเอง

“ใส่ไว้ ข้างนอกแดดมันร้อนมาก ไปกันเถอะ” เขาเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วเปิดประตูค้างไว้เพื่อให้หญิงสาวเดินออกไปก่อนเช่นเคย ทับทิมรีบก้าวออกไปเพราะอยากเดินดูฟาร์มปลาแห่งนี้ให้ทั่ว

เมื่อประตูปิดลง คล้อยหลังนวัชกับทับทิมแล้ว ทุกคนในออฟฟิศต่างพากันลุกจากโต๊ะของตนเองเพื่อมากระจุกรวมกันอยู่ที่โต๊ะหน้าสุด เพราะเป็นโต๊ะของฝ่ายประสานงาน ผู้ซึ่งรู้เรื่องเกี่ยวกับผู้เป็นเจ้านายมากที่สุด เพราะได้คุยกับนวัชมากที่สุด

“ไอ้โต้ง น้องคนนั้นเป็นใคร” วรวีย์ ผู้ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบุคคลให้กับบริษัทเอ่ยถามเป็นคนแรก

“ผมจะรู้ได้ไงล่ะพี่วี ก็เพิ่งเคยเห็นวันนี้วันแรกเหมือนกันนี่แหละ” โต้ง ศุภสิทธิ์ตอบไปตามความจริง

“เฮียเอาหมวกให้น้องเขาใส่ด้วยละ หมวกเชียวนะเว้ย” จุ๋ม จันทร์จิรา ฝ่ายจัดซื้อของบริษัททำตาโต ซึ่งเมื่อทุกคนได้ฟังก็ทำตาโตเช่นกัน เพราะต่างรู้กันดีกว่าเฮียนวัชไม่ชอบให้ใครมาใช้หมวกของตนเอง ไม่เพียงแค่หมวก ของใช้ที่เป็นของส่วนตัวต่าง ๆ นวัชก็ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า เสื้อผ้า แก้วน้ำ หรือแม้กระทั่งห้องน้ำบนชั้นสองของอาคาร นวัชก็ใช้เพียงคนเดียว

“เอางี้ เดี๋ยวผมถามไอ้น้ำให้ว่าน้องคนนี้เป็นใคร” ศุภสิทธิ์เอ่ยขึ้น ทว่าหลังจากพูดจบ ประตูออฟฟิศก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของคนที่เขากำลังพูดถึงเดินเข้ามาพอดี

“ไอ้น้ำ! แกมานี่หน่อยสิ เมื่อกี้แกเห็นเฮียรึเปล่า เฮียเดินไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง...น้องผู้หญิงคนนั้นเป็นใครวะ” ทุกคนต่างพร้อมใจกันถามด้วยคำถามเดียวกัน 

นราเทพได้แต่ยิ้ม เพราะตอนเดินมาที่ออฟฟิศ เขาเห็นแล้วว่านวัชกำลังพาทับทิมเดินทัวร์ดูบ่อปลา ซึ่งเขารู้ดีว่าเจ้านายของตนจะทำแบบนี้ก็ต่อเมื่อมีคู่ค้า หรือผู้หลักผู้ใหญ่คนสำคัญมาเยี่ยมเยือนที่ฟาร์ม

เขานึกถึงท่าทางของนวัชเมื่อเช้า ที่ดึงคอเสื้อตนไว้เพื่อไม่ให้ไปหาหญิงสาวที่บ้าน ก็พอเริ่มเดาได้ว่าอะไรเป็นอะไร กระนั้นเขาเองก็ยังไม่แน่ใจนัก เพราะอายุของทับทิมกับนวัช นับว่าห่างกันมากอยู่

ทว่า แม้จะไม่ค่อยแน่ใจ แต่นราเทพก็ยังป้องปากเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบให้ทุกคนได้ฟัง

“รู้แล้วเหยียบไว้เลยนะ ห้ามพูดที่ไหน ห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเฮีย รับปากมาก่อนเร็ว”

เมื่อเห็นทุกคนพยักหน้า นราเทพจึงกระซิบต่อไปว่า “น้องทับทิมน่ะ เป็นเด็กเฮีย”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทส่งท้าย

    หญิงสาวหลับตาเม้มปากแน่น เพื่อสะกดกลั้นเสียงครวญครางที่อาจเล็ดรอดออกจากปาก ไม่ว่าเขาจะปรนเปรอทำรักให้เธอกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เธอก็ยังรู้สึกขัดเขินเกินกว่าจะเงยหน้าสบตากับเขาได้ยิ่งร่างกายของเธอตอบรับกับปลายลิ้นของเขาอย่างน่าอาย สะโพกแอ่นขึ้น บดส่ายหมุนวนราวกับเร่งเร้าให้เขาส่งเธอให้ฝั่งโดยไว“ใจเย็นสิครับ” เสียงสั่นพร่ากระซิบแผ่วอยู่ตรงจุดอ่อนไหว ร่างอรชรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีบางสิ่งค่อย ๆ แทรกเข้าไปในร่องรักอย่างเชื่องช้า และหมุนวนไปมาอยู่ในนั้นเขาถอนนิ้วออกแล้วดันเข้าไปใหม่ เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้าสลับกันไป จากหนึ่งนิ้วเพิ่มเป็นสองนิ้วราวกับต้องการให้เธอค่อย ๆ เปิดรับ และคุ้นชินกับบางอย่างที่ใหญ่โตกว่านั้น โดยที่ปาก และลิ้นยังคงจดจ่ออยู่กับกลีบดอกไม้และปลายยอดของเกสรไม่ยอมผละห่าง“อ๊ะเฮีย!”ทับทิมครางกระเส่าเมื่อความรู้สึกที่คุ้นเคยเริ่มพุ่งสูงขึ้น ชายหนุ่มเห็นสัญญาณที่หญิงสาวส่งให้

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 24 ยึดที่ดินแถมลูกสาว - 100% -

    “อะไรกันเฮีย มาไหว้พวกเราทำไม” อรดียกมือรับไหว้แทบไม่ทัน“ผมจะมาขอทับทิมกับอาทั้งสองคนครับ ผมรักทับทิม คิดว่าพวกอาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าผมกับทับทิมคบกันอยู่ ก็เลยอยากขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะตั้งแต่แรกผมเองก็ไม่เคยมีเจตนาจะปกปิดเรื่องนี้ ทุกคนต่างรับรู้ ผมคิดว่าผมเองก็ควรต้องมาบอกเรื่องนี้กับอาทั้งสองคนด้วยตัวเอง”นวัชหันไปยิ้มให้ทับทิมที่ลงมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างเขาเช่นกัน“เห็นไหม หนูบอกแล้วว่าเฮียวัชน่ะ ใจดีกับหนูจะตาย แม่ไม่ต้องห่วงหรอก”ทับทิมเอ่ยปากเชียร์แฟนหนุ่มของตนเองเต็มที่ จนอรดีได้แต่อ่อนอกอ่อนใจ เพราะตั้งแต่เจ้าตัวสารภาพว่าคบอยู่กับนวัช ทับทิมก็หมั่นพูดแต่ความดี ความน่ารักของเขาให้บิดามารดาฟังอยู่เสมอสองสามีภรรยาหันมองหน้ากันแล้วได้แต่ยิ้ม เพราะการที่อีกฝ่ายมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าพวกตนเพื่อขอคบกับบุตรสาวด้วยตนเอง ก็นับว่ามีความจริงใจในระดับหนึ่งแล้ว

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 24 ยึดที่ดินแถมลูกสาว - 50% -

    วันนี้นวัชอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก เพราะถูกทับทิมงอนใส่เรื่องที่ปิดบังว่าบิดานำบ้านกับที่ดินมาจำนองไว้ตอนยืมเงิน และตอนนี้ที่ดินกับบ้านหลังนั้นก็เป็นของเขาแล้วตามกฎหมาย เพราะเมื่อครู่ สุชาติเพิ่งมาเซ็นเอกสารการมอบที่ดินผืนนั้นให้ เสร็จเรียบร้อยก็พาลูกเมียออกจากบ้านไป โดยบอกว่าจะไปหาของอร่อย ๆ กินในตัวเมืองตามประสาพ่อแม่ลูกตอนสุชาติมาเซ็นเอกสาร เขายังไม่ได้บอกเรื่องที่ตนคบหากับทับทิม เพราะอยากดูท่าทีของอีกฝ่ายก่อนว่าคิดเห็นอย่างไร เพราะเขาเชื่อว่าสองสามีภรรยาจะต้องรู้เรื่องของเขากับบุตรสาวแล้วเป็นแน่และเป็นไปตามคาด เมื่อสุชาติบอกว่าจะไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเทพฯ กับภรรยา โดยปล่อยให้ทับทิมอยู่กับเขาที่นี่ และแสร้งทำเป็นว่าไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่บุตรสาวมาคบกับเขา แถมยังบอกให้เขาดูแลเธอเหมือนลูกหลานคนหนึ่งอีกต่างหาก...เหลี่ยมจัดจริง ๆจะว่าไปแล้ว เขากับสุชาติก็เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวไม่ต่างกัน ต่างคนต่างแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และรอดูว่าใครจะเป็นคนเอ่ยขึ้นก่อน

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 100% -

    สุชาติกับบุษราคัมหันมองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะไม่คิดไม่ถึงว่าจะต้องทำถึงขั้นนี้ แต่กระนั้น หญิงสาวก็ยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าวิธีนี้ได้ผล“แต่คนส่วนใหญ่เห็นหน้าบุษจากข่าวหมดแล้วนี่คะ ต่อให้เปลี่ยนชื่อ คนก็คงจำหน้าได้อยู่ดี”“ก็ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าซะสิ จะมีอะไรยากกัน ถ้าพวกเธอตกลง ฉันก็จะให้คนไปจัดการให้...เอาเป็นว่าฉันให้เวลาพวกเธอตัดสินใจละกัน”เสี่ยกานต์เอ่ยจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องรับแขก ปล่อยให้สองสามีภรรยาปรึกษาหารือกัน“ศัลยกรรมเปลี่ยนหน้าหรือ นั่นสินะ ทำไมบุษนึกไม่ถึงเรื่องนี้”“บุษอยากทำไหม ถ้าไม่อยากทำ พวกเราก็หลบไปอยู่ที่อื่นกันสักพัก รอให้เรื่องซาลงแล้วค่อยหางานทำกันก็ได้นะ”สุชาติตามใจภรรยา เพราะถ้าเธอจะเปลี่ยนเป็นอีกหน้าหนึ่งที่เขาไม่เคยรู้จัก อย่างไรเสียเธอก็ยังเป็นคู่ชีวิตของเขาวันยังค่ำ เธอจะสวยน้อยลงก็ช่างมัน ดีเสียอีก จะได้ไม่ต้

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 70% -

    สิบสี่ปีก่อนสุชาติเลี้ยวรถเข้าจอดในบังกะโลราคาถูกแห่งหนึ่งช่วงกลางดึก เขามองผ่านกระจกไปตรงเคาน์เตอร์สำหรับติดต่อเข้าพัก เห็นเพียงพนักงานชายสูงวัยคนหนึ่งกำลังนั่งสัปหงกอยู่จึงหันไปบอกกับภรรยาว่า“พี่จะไปติดต่อห้องก่อน บุษกับลูกรอในรถก่อนนะ”บุษราคัมพยักหน้าก่อนหลุบตามองบุตรสาววัยหกขวบที่กำลังนอนหลับตาพริ้มบนตักของตน น้ำตาที่เหือดแห้งไปเริ่มรื้นขึ้นปริ่มขอบตาอีกครั้ง“แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้หนูต้องมาลำบากไปด้วย”เกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ที่พวกตนสามคนพ่อแม่ลูกต้องระเหเร่ร่อนนอนตามบังกะโลหรือห้องพักราคาถูก สาเหตุเพราะต้องหนีตำรวจที่ตามหาตัวเธอไปรับโทษในคดีที่ก่อเอาไว้...เธอฆ่าคนตาย!วันที่เกิดเรื่อง หลังจากบุษราคัมใช้หินในห้องน้ำทุบศีรษะนักเลงคุมบ่อนคนหนึ่งที่ตั้งใจจะข่มขืนตนจนตาย ชายผู้นี้ ตนกับสามีต่างก็รู้จักดีเพราะเคยทำงานด้วยกันบนเรือสำราญเมื่อหลายปีก่อน

  • คนนี้เด็กเฮีย   บทที่ 23 ความหลังครั้งเก่าก่อน - 35% -

    ทับทิมได้แต่นอนพลิกตัวไปมาเพราะไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เพราะสมองมันคอยแต่จะผุดภาพวาบหวามที่เพิ่งผ่านพ้นไปขึ้นมาอยู่เสมอ“เฮียบ้า!” มาหลอกให้ใจแตกจนได้ เพียงแค่คืนเดียว เขาก็สอนเธอถึงสองบทเรียนซ้อน!ออรัลเซ็กซ์...หญิงสาวเคยแต่ได้ยิน หรือได้เห็นภาพมา เพิ่งเคยได้สัมผัสประสบการณ์จริงด้วยตนเองก็คราวนี้ความรู้สึกมันหวิวไหวเหมือนใจจะขาดรอน ๆ ยิ่งเขาปฏิบัติกับเธอด้วยความอ่อนโยน ถามไถ่อย่างเอาใจใส่ ทั้งยังทำตามที่รับปากไว้ คือไม่มีการล่วงล้ำสอดใส่หากเธอไม่เต็มใจ ทับทิมก็ยิ่งรู้สึกว่าตนกำลังตกหลุมรักผู้ชายคนนี้ลึกล้ำลงไปทุกทีคราวนี้ใครจะเอาเชือกมาโยนไว้ปากหลุมเพื่อให้เธอปีนขึ้นมา เกรงว่าคงเป็นเธอเสียเองที่จุดไฟเผาเชือกนั้นทิ้งไปดูท่า เธอคงถูกเขาหลอกล่อจนทำให้ติดอกติดใจเสียแล้วกระมังบอกใครก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่าคุณนวัช แสนบุศย์ เจ้านายผู้สุขุมนุ่มลึกของทุกคนนั้น แท้จริงแล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status