LOGINข่าวลือเรื่องการจัดการลูกน้องอย่างเด็ดขาดของเอกแพร่สะพัดไปทั่วโลกใต้ดินราวกับไฟลามทุ่ง ภาพลักษณ์ของทายาทหนุ่มผู้ที่ปลิดชีวิตคนได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผล กลายเป็นความหวาดผวาที่กัดกินใจทุกคนที่ได้ยินโดยมีโก้ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการใส่สีตีไข่ข่าวลือเหล่านี้ ยิ่งเอกดูเหี้ยมเท่าไหร่ บารมีของโก้ในฐานะมือขวาก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเท่านั้น ทว่าเอกกลับไม่ได้ยี่หระต่อชื่อเสียงเหล่านั้น เขายังคงมุ่งมั่นขยายอาณาจักรธุรกิจของพ่อให้เติบโต โดยยึดคติว่าต่างคนต่างอยู่เป็นที่ตั้งตราบเท่าที่ไม่มีใครมาล้ำเส้น
แต่ในโลกสีเทา ความสงบมักถูกลองดี...
"นายครับ ยอดขายธุรกิจเราลดลงฮวบฮาบเลยครับ ทั้งบ่อนและอาบอบนวด ยอดตกไปกว่าครึ่ง ขืนเป็นแบบนี้เราเจ๊งแน่!" ลูกน้องคนหนึ่งรายงานด้วยความกังวล
ต้นเหตุของเรื่องนี้คือ เฮียเก้าผู้มีอิทธิพลที่กำลังวางแผนลงเล่นการเมืองระดับประเทศ เขาใช้เงินเบิกทางสู่สวรรค์และพยายามกวาดล้างคู่แข่งเพื่อสร้างอาณาจักรของตนเอง "หึ... ก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน จะไปกลัวอะไรนักหนา เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปเคลียร์กับมันเอง คนอย่างมันไม่มีค่าพอให้อยู่ในสายตาฉันหรอก" เฮียเก้าเหยียดยิ้มอย่างมั่นใจ
วันต่อมา เฮียเก้าบุกไปยังอาบอบนวดของเอกพร้อมลูกน้องชุดใหญ่ เขาเดินกร่างตะโกนโวยวายไล่แขกเหรื่อจนกระเจิดกระเจิง ผู้จัดการร้านรีบต่อสายหาเอกทันทีด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ฮัลโหล... แย่แล้วครับนาย เฮียเก้ามันมาก่อกวนจนแขกหนีหายหมดแล้วครับ!"
"อืม... พอดีวันนี้ผมอยู่แถวนั้นพอดี อดทนรอหน่อย เดี๋ยวผมเข้าไปจัดการเอง" เอกตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่าเย็นยะเยือกจนคนฟังรู้สึกขนลุก
"มีอะไรหรือเปล่าคะเอก?" ศรีนวลถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของชายหนุ่ม
"คนชื่อเฮียเก้าเข้ามาก่อกวนธุรกิจเรา" เอกตอบสั้นๆ ศรีนวลจึงเล่าให้ฟังว่าคนผู้นี้ไม่ลงรอยกับเสี่ยใหญ่มานานแต่ไม่เคยกล้าลงมือ จนกระทั่งเสี่ยตายไปมันถึงได้ใจกล้าหน้าด้านบุกมาหยามถึงที่ เอกไม่รอช้า สั่งให้โก้เตรียมกำลังคนชุดใหญ่เพื่อสั่งสอนผู้เฒ่าที่บังอาจล้ำเส้น
เมื่อเอกเดินทางมาถึง เขามุ่งตรงไปหาเฮียเก้าทันที ท่ามกลางวงล้อมของชายฉกรรจ์นับสิบ "เฮียเก้า... มาที่นี่ต้องการอะไรกันแน่?"
"แกสินะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน... ขายที่นี่ให้กูซะ! อยากได้เท่าไหร่ก็ว่ามา!" เฮียเก้ายังคงโอหังแม้จะเห็นว่าฝ่ายเอกมีคนมากกว่า
"ขอโทษทีนะเฮีย เชิญกลับไปเถอะ ผมไม่ขาย..." เอกกล่าวอย่างสุภาพทว่าแฝงคำเตือน "และขอเตือนจากใจจริงว่าอย่าก้าวเท้าเข้ามาที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นจะหาว่าผมโหดร้ายไม่ได้นะ"
แทนที่จะถอย เฮียเก้ากลับหันไปมองศรีนวลด้วยสายตาหยาบโลน "อ้าว... คุณศรีนวล ยังน่าเอาเหมือนเดิมเลยนะ เสี่ยก็ตายไปแล้ว มาอยู่กับผมไหมล่ะ? อยากได้เท่าไหร่ผมเปย์ไม่อั้น ขอแค่คุณเรียกมา!"
เพร้ง!!
เอกคว้าขวดเหล้าฟาดเข้าที่ศีรษะเฮียเก้าอย่างแรงจนแตกกระจาย เลือดสีแดงสดโชกอาบใบหน้าเหี้ยมเกรียม เฮียเก้าร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด "พวกมึงไม่ต้องยุ่ง!" เอกประกาศกร้าวใส่ลูกน้องเฮียเก้าที่ทำท่าจะขยับ "ใครก้าวเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว กูจะสั่งยิงทิ้งให้หมด ไม่พอ... ลูกเมียพวกมึงกูจะจับเข้าซ่องให้หมดทุกคน ถ้าอยากลองดีก็เชิญ!"
คำขู่ที่ดูโรคจิตและเด็ดขาดทำเอาลูกน้องเฮียเก้าแข็งขาอ่อนสั่นไปทั้งตัว ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตและครอบครัวมาเสี่ยงกับปีศาจในร่างชายหนุ่มคนนี้ เอกกระชากคอเสื้อเฮียเก้าขึ้นมาแล้วตบหน้าซ้ำๆ จนเลือดกบปาก "ไอ้แก่... ปากเก่งนักใช่ไหม!"
เอกกระทืบเฮียเก้าจนร่างงอเป็นกุ้งกองอยู่บนพื้น ก่อนจะหันไปเรียกตัวแทนลูกน้องร่างยักษ์ 5 คนมาล้อมรอบร่างที่สะบักสะบอมนั้นไว้ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมบันทึกวิดีโอ "พวกแก... ถอดกางเกงออกให้หมด แล้ว สำเร็จความใคร่ใส่หน้ามันซะ!"
"หะ... อะไรนะครับนาย?" ลูกน้องถึงกับอึ้งกับคำสั่งวิปริตนั้น
"ไม่ได้ยินที่สั่งเหรอ! แตกใส่หน้ามันให้หมดทุกคน!" เอกตะคอกเสียงเข้ม
ผู้คนในที่นั้นถึงกับสั่นสะท้านกับภาพที่เห็น ไม่มีอะไรจะหยามเกียรติชายชาตรีไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว ศรีนวลจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกเปียกชื้นที่กึ่งกลางกาย ความโหดร้ายที่ปนเปไปกับอำนาจของเอกทำให้เธอมีอารมณ์อย่างรุนแรง เอกถ่ายวิดีโอทุกวินาทีที่หยาดน้ำรักเปรอะเปื้อนใบหน้าของเฮียเก้าไว้เป็นที่ระลึก
"ฮ่าๆ... เอาล่ะ พาลูกพี่พวกคุณกลับไปได้แล้ว และจำไว้เฮียเก้า... ถ้าคุณยังโง่มาก่อกวนผมอีก วิดีโอชุดนี้จะถูกอัปโหลดลงอินเทอร์เน็ตทันที!"
หลังจากเหตุการณ์วันนั้น เฮียเก้าผู้ยิ่งใหญ่ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องนานนับสัปดาห์ ความอัปยศที่ได้รับนั้นรุนแรงเกินกว่าศักดิ์ศรีของเขาจะรับไหว สุดท้ายตำนานของเฮียเก้าก็ปิดฉากลงด้วยการจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีความอับอายไปตลอดกาล
เพียงผ่านพ้นราตรีอันเร่าร้อนมาได้ข้ามคืน ผลลัพธ์จากการบำบัด โดยหมอนวดมือหนึ่งอย่างเจ๊รินก็เห็นผลทันตา ท่อนเนื้อที่เคยเริ่มอ่อนล้าเสื่อมสภาพ กลับมาแข็งแกร่งและผงาดง้ำยิ่งกว่าเดิม ด้วยอานุภาพจากศาสตร์ลับแห่งการใช้มือและเรียวลิ้นของหญิงรุ่นแม่ที่ช่วยกระตุ้นเส้นประสาทที่เคยหลับใหลให้ตื่นตัวถึงขีดสุดในห้องนอนสุดหรูเวลานี้ สาวใช้คนเดิมกำลังก้มหน้าก้มตาปรนนิบัติเล้าโลมอาวุธคู่กายของเขาอย่างสุดฝีมือ เธอใช้ริมฝีปากดูดดื่มอย่างเร่าร้อนและรุนแรงเพื่อพิสูจน์ความเปลี่ยนแปลง"วันนี้... ของนายท่านแข็งแรงสู้มือดีจังเลยค่ะ"เธอเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงหยาดเยิ้มปนหอบพร่า เพราะในยามที่มันแข็งตัวเต็มพิกัดเช่นนี้ ขนาดที่มหึมาของมันทำให้เธอรู้สึกถึงความอัดแน่นจนเกือบจะล้นปาก สัมผัสที่ขยายตัวจนตึงเปรี๊ยะสร้างความกระสันให้ทั้งเจ้านายและลูกจ้างอย่างแสนสาหัส"พร๊วดดด... อ๊าาา..."ในที่สุด เอกก็ปลดปล่อยลาวาร้อนระอุออกมาอย่างทะลักทะลวง เขาเอนหลังพิงพนักเตียงพลางส่งเสียงร้องกระเส่าด้วยความสบายตัวอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมานาน ความมั่นใจในความเป็นชายที่เคยสูญเสียไป บัดนี้ได้รับการเติมเต็มจนเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะกลับไปเผชิญหน้
ทันทีที่เสียงสายน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าไอ้โตกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำ เจ๊รินก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป เธอพุ่งเข้าหาเอกด้วยท่าทางหิวกระหายราวกับเสือสาวที่เฝ้ารอขย้ำเหยื่อมาทั้งวัน"ไหน... ขอเจ๊ดูหน่อยซิ"เธอไม่พูดเปล่า แต่มือเรียวรีบจัดการงัดอาวุธลับของเอกออกมาจากกางเกงทันที เมื่อท่อนเนื้ออันเขื่องปรากฏสู่สายตา ดวงตาของแม่เพื่อนรักก็สั่นระริกด้วยความหลงใหลและตัณหาที่ปิดไม่มิด "โอ้โห... แข็งแรงมากเลยนะเรา ขนาดเจ๊แค่สะกิดนิดเดียวยังตั้งลำสู้มือขนาดนี้"มือของเธอเริ่มทำหน้าที่อย่างรู้งาน ชักขึ้นชักลงด้วยจังหวะที่เน้นหนักจนเอกถึงกับครางสั่นด้วยความเสียวกระสันไปทั้งร่าง "เจ๊... เบาหน่อย เดี๋ยวไอ้โตมันออกมาเห็นจะยุ่งนะ!" เอกกระซิบเตือนด้วยเสียงสั่นพร่า หัวใจเต้นโครมครามด้วยความหวาดระแวง เพราะแม่เพื่อนคนนี้ช่างหื่นกระหายจนน่ากลัวเหลือเกินทว่าเจ๊รินกลับหาได้ใส่ใจคำเตือนนั้นไม่ เธอแสยะยิ้มบางๆ ก่อนจะก้มลงใช้ริมฝีปากอุ่นชื้นบรรเลงบทเพลงดูดดื่มอย่างเร่าร้อน เสียงจ๊วบจาบดังคลอไปกับเสียงน้ำในห้องน้ำอย่างน่าหวาดเสียว เอกได้แต่ยืนตัวเกร็ง ขนลุกซูไปทั้งสรรพางค์กาย ทั้งหวาดกล
เจ๊รินไม่ได้ตอบคำถามนั้นด้วยวาจา ทว่าคำตอบของเธอกลับฉายชัดผ่านดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยแรงตัณหา เรือนร่างอวบอัดของเธอยังคงชุ่มโชกไปด้วยเม็ดเหงื่อที่สะท้อนแสงไฟรำไร เธอโน้มตัวเข้าหาแล้วใช้ริมฝีปากประกบดูดดื่มกับเด็กหนุ่มรุ่นลูกอย่างโหยหาและหิวกระหาย ราวกับจะสูบวิญญาณของเขาเข้าไปในร่างสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นทำให้เอกถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัว เขาเคยผ่านสมรภูมิรักกับสตรีมาทุกรูปแบบ ทั้งสาวน้อยไร้เดียงสาไปจนถึงคุณหญิงผู้สูงศักดิ์ แต่กลับไม่เคยพบเจอใครที่มีความหื่นกระหายและเร่าร้อนได้เท่ากับแม่ของเพื่อนรักคนนี้เลย"ช่วยทำให้เจ๊หายคิดถึงหน่อยซิ... จัดให้หนักกว่าเมื่อกี้อีกนะ"เธอเอ่ยเสียงพร่าพลางใช้ร่างกายบดเบียดเรียกร้องการเติมเต็มอีกครั้ง เอกเองก็ไร้ซึ่งความคิดที่จะปฏิเสธ เมื่อ ท่อนเนื้อของเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างเต็มกำลังภายใต้ปลายนิ้วของเธอ เขาจึงโถมกายเข้าใส่เพื่อสานต่อบทเพลงกามที่ดุเดือดกว่าเดิม ในนาทีนั้นความผิดชอบชั่วดีถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งการให้เขาตักตวงความสุขจากร่างอวบอัดนี้ให้คุ้มค่ากับเม็ดเงินและอารมณ์ที่พุ่งพล่านเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนพายุสวาทมอดดับลง ทั้ง
เวลาล่วงเลยผ่านไปอีกสามเดือน ความเงียบสงบในคฤหาสน์กลับมาพร้อมกับเมฆหมอกแห่งความสับสน เอก เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า ความนิ่งเฉยในกามารมณ์นี้เกิดจากความอิ่มตัว ตามที่เขาเข้าใจ หรือแท้จริงแล้ว พยัคฆ์ร้ายคู่กายของเขากำลังเริ่มเสื่อมสมรรถภาพกันแน่ฉวบ... ฉวบ...เสียงที่เกิดจากความพยายามของสาวใช้คนสนิทดังระงมไปทั่วห้องนอน เธอปรนนิบัติเล้าโลม น้องชายของเขาอย่างเร่าร้อน หวังจะปลุกมังกรที่หลับใหลให้กลับมาผงาดง้ำอีกครั้ง ทว่ามันกลับยังคงนิ่งสงบ ไม่ยอมแข็งขืนท้าทายเหมือนเก่า"หนู... ทำให้นายท่านไม่ถูกใจหรือคะ?" สาวใช้เงยหน้าขึ้นถามด้วยสายตาสั่นไหว กลัวว่าตนเองจะทำหน้าที่บกพร่องเอกทำได้เพียงส่งยิ้มอ่อนแรงให้เธอ มือหนาลูบหัวสาวใช้อย่างปลอบประโลม "ไม่ใช่หรอก... ช่วงนี้ผมคงเหนื่อยกับงานมากไปหน่อย รบกวนเธอช่วยใช้ปากต่ออีกนิด... จนกว่าผมจะเสร็จนะ"สาวใช้รับคำบัญชาอย่างกระตือรือร้น เธอเร่งเร้าบทเพลงกามด้วยริมฝีปากและเรียวลิ้นอย่างสุดฝีมือ เอกหลับตาพริ้ม ความรู้สึกซ่านเสียวเริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ แม้ร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้แข็งขึงเต็มที่ แต่สัมผั
วันเวลาหมุนเวียนผ่านไป เอกกลายเป็นชายหนุ่มผู้เจนจัดในกลวิธีซื้อใจผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นสาวน้อยแรกรุ่นหรือคุณหญิงคุณนายชั้นสูง ต่างก็เคยพ่ายแพ้ต่ออำนาจเงินและรสสวาทของเขามานับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ฉาบฉวยเหล่านั้น มีเพียงคุณนายศรีนวลและข้าวหอม เท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมชายคาและได้รับความรักจากเขาอย่างเต็มที่ ส่วนคนอื่นๆ เป็นเพียงคู่ซ้อมแก้ขัดที่ผ่านเข้ามาเพื่อดับไฟกามชั่วคราวเท่านั้นมีอยู่วันหนึ่ง เอกแวะนั่งทานอาหาร ณ ร้านข้าวแกงริมทางแห่งหนึ่ง แต่เขากลับไม่ได้สนใจรสชาติของอาหารเลยแม้แต่น้อย สายตาของเขาจับจ้องไปยังแม่ค้าข้าวแกง ผู้มีผิวพรรณขาวสะอาดยวนตาและสรีระอวบอัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้ากันเปื้อน ท่อนเอ็นของเขาเริ่มแข็งขึงท้าทายด้วยความกระหายอยากทันทีที่เห็นกิริยาที่คล่องแคล่วของเธอ เขาเฝ้ารอจนกระทั่งลูกค้าคนสุดท้ายจากไป เพื่อที่จะหาจังหวะรุกรานเธอเพียงลำพัง"กับข้าวร้านพี่อร่อยดีนะครับ เปิดมานานหรือยัง?" เอกเริ่มต้นบทสนทนาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"เปิดมานานแล้วจ้ะ น้องเพิ่งเคยมาทานหรือ คราวหน้ามาอุดหนุนใหม่นะ" แม่ค้าตอบด้วยรอยยิ้มอัธยาศัยดี เพราะประทับใจในรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐ
เดิมทีเอกไม่ใช่คนที่ติดโทรศัพท์มือถือ แต่ในยามที่ชีวิตก้าวเข้าสู่ความว่างเปล่าจนน่าเบื่อหน่าย เขาจึงเริ่มมองหากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อปลุกเร้าสัญชาตญาณ กระทั่งเขาได้พบกับคลิปลับที่เป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์ หญิงสาวสวมหน้ากากแฟนตาซีที่ซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้ปริศนา ทว่าร่างกายที่ตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนกลับสำแดงบทรักกับตนเองอย่างร่านสวาท ทรวงอกขนาดมหึมาตามธรรมชาติและลีลาที่จัดจ้านของเธอสะกดให้เอกจ้องมองจนลมหายใจหอบถี่ เขาเฝ้าจินตนาการถึงการครอบครองเธอ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจส่งข้อความไปหาหญิงสาวใจถึงรายนั้น"สวัสดีครับ ผมดูคลิปของคุณแล้วประทับใจมาก... สนใจจะมาพบกันไหม? ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะเป็นความลับ"หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ข้อความตอบกลับก็ปรากฏขึ้น "ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ขายค่ะ หนูแค่ท้องแล้วอารมณ์เปลี่ยว แต่แฟนไม่ค่อยทำการบ้านเลยโพสต์เล่นๆ แก้เหงา หนูไม่อยากนอกใจแฟนค่ะ"แม้จะโดนปฏิเสธ แต่เอกรู้ดีว่ามนุษย์ทุกคนย่อมมีจุดอ่อน เขาจึงส่งรูปถ่ายตนเองคู่กับรถหรูที่มีฟ่อนเงินหนาเตอะวางอยู่อย่างจงใจ "น่าเสียดายจังครับ ผมนึกว่าเราจะได้ทำความรู้จักกันเสียอีก"เพียงไม่กี่นาทีต่อมา กำแพงศีลธรรมที่หญิงสาวพยายามรักษาก็พั







