Teilen

บทที่ 2

บุปผาร่วงโรย
วันต่อมา กว่าฉันจะตื่นก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

ฉันนอนซมเพราะพิษไข้ทั้งคืน หัวสมองมึนงงไปหมด ลำคอก็แหบแห้งจนพูดไม่ออก

ฉันกดเปิดโทรศัพท์ พบว่ามีข้อความที่ยังไม่ได้อ่านหลายสิบข้อความ

[หยวนชิง สุขสันต์วันเกิด! พี่ซื้อเรือยอชต์ให้เธอแล้วนะ วันหลังพวกเราไปล่องเรือเล่นกัน!]

[ชิงชิงลูกรัก พ่อเราโวยวายจะกลับไปจัดงานวันเกิดให้ลูกที่จีนให้ได้เลย แม่ล่ะจนปัญญาจริงๆ]

[ชิงชิง สุขสันต์วันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีนะ! ฉันรักเธอตลอดไป!]

หน้าจอที่เลื่อนผ่าน ล้วนเต็มไปด้วยคำอวยพรวันเกิด

คุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ต่างประเทศ รวมถึงพี่ชาย เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมรุ่น ต่างก็ส่งคำอวยพรมาให้

มีเพียงแฟนหนุ่มที่นอนเคียงข้างกายฉันทุกคืนเท่านั้น ที่ไม่มีข้อความส่งมาแม้แต่ฉบับเดียว

ฉันถอนหายใจ ในภวังค์อันเลือนรางฉันจำได้ว่าเมื่อกลางดึกฉันขอให้เสิ่นสืออี้ช่วยรินน้ำให้หน่อย แต่ดูเหมือนเขาจะรับโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง พอวางสายก็รีบร้อนออกไป และไม่กลับมาอีกเลยนับตั้งแต่นั้น

ฉันลากสังขารอันเหนื่อยล้าลงจากเตียง พิษไข้สูงทำให้ฉันแทบจะทรงตัวไม่อยู่

จังหวะนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามา เสิ่นสืออี้กลับมาแล้ว

เขาหิ้วของขวัญมาพะรุงพะรัง แค่มองจากหีบห่อก็รู้แล้วว่าแต่ละชิ้นมูลค่าไม่น้อยเลย

พอสังเกตเห็นว่าฉันมองอยู่ เสิ่นสืออี้ก็รีบเดินเข้ามาหา “ทำไมเพิ่งตื่นล่ะ เจ้าหมูน้อยจอมขี้เกียจ”

ฉันเบี่ยงหน้าหนี หลบมือที่เขายื่นมา แล้วก้มมองกองของขวัญเหล่านั้น พูดเสียงเบา “เสิ่นสืออี้ วันเกิดของฉันผ่านไปแล้ว”

เสิ่นสืออี้ชะงัก มือค้างอยู่กลางอากาศเนิ่นนาน สุดท้ายก็ได้แต่ลดมือลงเงียบๆ

เขามองปฏิทินบนผนังโดยสัญชาตญาณ จากนั้นก็รีบวางของในมือลง กุมมือฉันไว้ด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ที่รัก ผมขอโทษ เมื่อวานงานยุ่งเกินไปจริงๆ วันนี้ผมชดเชยให้คุณนะ ดีไหม?”

“ไม่จำเป็นหรอก พลาดไปแล้วก็คือพลาด”

ฉันปฏิเสธคำชวนของเขาตรงๆ

เสิ่นสืออี้มองฉันที่เดินคอตกกลับเข้าห้องนอน ความรู้สึกผิดในแววตาของเขายิ่งฉายชัดขึ้นไปอีก

ฉันนั่งอยู่ในห้องนอน รู้สึกปวดหัวหนักขึ้นเรื่อยๆ ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันเดินออกจากห้องอีกครั้ง แต่กลับพบว่าเสิ่นสืออี้หายตัวไปแล้ว

แม่บ้านเห็นความสงสัยของฉัน จึงช่วยอธิบายอยู่ข้างๆ “ประธานเสิ่นออกไปซื้อของขวัญวันเกิดให้คุณหนูค่ะ คุณหนูอย่าโกรธเขาเลยนะคะ เมื่อวานประธานเสิ่นมีเรื่องด่วนจริงๆ นี่ก็เพิ่งจะเคลียร์งานเสร็จ”

ฉันชะงักไปเล็กน้อย มองถุงของขวัญกองโตบนโต๊ะ “ซื้อของขวัญ?”

แม่บ้านมองตามสายตาฉัน แล้วรีบหิ้วถุงเหล่านั้นไปเก็บในตู้ ราวกับกลัวว่าฉันจะไปแตะต้องมันเข้า

“คุณผู้หญิงคะ ของพวกนี้ประธานเสิ่นจะเอาไปมอบให้ลูกค้าคนสำคัญค่ะ เขากำชับไว้ว่าห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด”

ลูกค้าคนสำคัญ?

พอมองเห็นเครื่องสำอางและกระเป๋าถือผู้หญิงพวกนั้น ฉันก็เข้าใจทันที

บนโลกใบนี้ สำหรับเสิ่นสืออี้แล้ว คนที่สำคัญที่สุดนอกจากพ่อแม่ ก็คงมีแค่เจียงอวิ๋นเหยาเท่านั้นแหละ

เผลอๆ อาจจะสำคัญกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ เพราะตอนนั้นเสิ่นสืออี้ถึงขั้นทะเลาะกับพ่อแม่แทบตัดขาดความสัมพันธ์เพื่อจะแต่งงานกับเจียงอวิ๋นเหยา

ดังนั้นเสิ่นสืออี้ไม่ได้จำวันเกิดฉันผิด แต่เขาไม่เคยนึกถึงมันเลยต่างหาก

เขาจะแกล้งทำเนียนว่าจำผิด แล้วเอาของขวัญที่มีอยู่พวกนี้มาให้ฉันแก้ขัดก็ได้ แต่เขาไม่ทำ เพราะของที่เป็นของเจียงอวิ๋นเหยา คนอื่นไม่มีสิทธิ์แตะต้อง

เจียงอวิ๋นเหยาเพิ่งจะกลับมาถึงประเทศแท้ๆ ฉันก็แพ้อย่างราบคาบเสียแล้ว

ฉันไม่กล้าคิดเลยว่า วันเวลาต่อจากนี้ เสิ่นสืออี้จะทำให้ฉันต้องแพ้อีกกี่ครั้ง?

ตอนที่เสิ่นสืออี้ถือดอกไม้กลับมา ฉันกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

เขาจับสังเกตได้ว่าฉันอารมณ์ไม่ดี จึงนั่งลงข้างเตียงแล้วลูบหัวฉัน “ที่รัก อย่าโกรธเลยนะ ผมซื้อของมาให้คุณตั้งเยอะ ถ้าคุณยังไม่หายโกรธ งั้นคุณตบผมสักทีดีไหม”

พูดไปเขาก็จับมือฉันขึ้นมาแนบกับแก้มของตัวเอง

เห็นท่าทางอันต่ำต้อยของเขาแบบนี้ ในใจฉันยิ่งรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอีก

จริงๆ แล้วเสิ่นสืออี้ไม่ใช่คนอารมณ์ดี แฟนคนก่อนๆ ถ้ามางอแงใส่ เสิ่นสืออี้ไม่เคยคิดจะง้อ มีแต่จะสะบัดทิ้งแล้วหาใหม่ทันที

แต่กับฉันเขากลับตามใจสารพัด ถึงขนาดยอมก้มหัวขอให้ยกโทษให้เหมือนอย่างตอนนี้

ฉันกำลังคิดอยู่ว่า ที่เขาดีกับฉันขนาดนี้ สรุปแล้วเป็นเพราะรักฉัน หรือเพราะฉันเหมือนเจียงอวิ๋นเหยาที่สุดกันแน่?

คิดถึงตรงนี้ ฉันก็หันไปมองหน้าเขา แล้วเงื้อฝ่ามือตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่

เสิ่นสืออี้ตะลึงงัน เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดว่าฉันจะตบจริงๆ

แต่เขาไม่ได้ถือสา คิดแค่ว่าฉันคงโกรธมากจริงๆ เขาทั้งที่หน้ายังมีรอยฝ่ามือแดงเถือกแต่ก็รีบหันไปหยิบกล่องของขวัญออกมา ข้างในเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง

สร้อยคอเส้นนี้เป็นผลงานชิ้นใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อครึ่งเดือนก่อนของดีไซเนอร์ระดับปรมาจารย์ที่ฉันชอบมาก ฉันพยายามแย่งจองแต่ก็ไม่ได้

นึกไม่ถึงว่าเสิ่นสืออี้ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็หามันมาได้ คงจะหมดเงินไปไม่น้อย

จู่ๆ ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเสิ่นสืออี้กำลังคิดอะไรอยู่

เขายังคงดีกับฉันมาก ดีจนทุกคนต่างพากันอิจฉาฉัน

ตำหนิเพียงอย่างเดียวคือ ฉันมักจะถูกจัดลำดับให้อยู่หลังเจียงอวิ๋นเหยาเสมอ

เสิ่นสืออี้เห็นฉันทำหน้าตกตะลึง ก็ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะปัดผมฉันออกแล้วบรรจงสวมสร้อยคอให้ด้วยตัวเอง

วินาทีที่มือของเขาสัมผัสโดนต้นคอของฉัน สีหน้าเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที “ทำไมตัวร้อนจี๋ขนาดนี้?”

ในที่สุดเสิ่นสืออี้ก็รู้แล้วว่าฉันเป็นไข้ เขารีบช้อนตัวอุ้มฉันวิ่งลงไปขึ้นรถเพื่อไปโรงพยาบาลทันที

ก่อนไปเขายังตะโกนดุด่าคนรับใช้เสียงดังลั่น “คุณผู้หญิงเป็นไข้ไม่มีใครรู้เรื่องเลยหรือไง? ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเธอไม่ต้องมาทำงานแล้ว!”

พูดจบ เขาก็รีบพาฉันส่งโรงพยาบาล ฝ่าไฟแดงไปตลอดทางกว่าสิบจุด

เมื่อถึงโรงพยาบาล หมอถามถึงความสัมพันธ์ของเรา

“เขาเป็นพี่ชายฉันค่ะ”

“ผมเป็นแฟนเธอครับ”

ฉันกับเสิ่นสืออี้พูดขึ้นมาพร้อมกัน

หมอมองพวกเราด้วยสายตาเคลือบแคลง เสิ่นสืออี้จึงย้ำอีกครั้ง “ผมเป็นแฟนเธอครับ”

ฉันมองเขาด้วยความสงสัย เมื่อก่อนเสิ่นสืออี้ไม่มีทางยอมรับความสัมพันธ์ในที่สาธารณะเด็ดขาด ต่อให้รอบข้างจะไม่มีคนรู้จัก เขาก็จะบอกว่าฉันเป็นน้องสาว นานวันเข้าฉันก็เคยชิน เวลาอยู่ข้างนอกก็จะแนะนำตัวเองว่าเป็นน้องสาวเขา

แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้ เพราะความรู้สึกผิด เขาถึงกับยอมเป็นฝ่ายเปิดเผยความสัมพันธ์ออกมาเอง

ฉันยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง มองดูน้ำเกลือในขวดที่หยดลงมาทีละหยด

พยาบาลที่ยืนอยู่ข้างๆ อดพูดขึ้นมาไม่ได้ “ยังโชคดีนะคะที่ส่งมาทัน ไม่อย่างนั้นเด็กในท้อง…”

ฉันไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง เสิ่นสืออี้รีบหันไปรินน้ำให้ อาศัยจังหวะนี้ ฉันหันไปส่ายหน้าให้พยาบาลเงียบๆ เป็นเชิงบอกว่าอย่าพูดต่อ

ฉันตัดสินใจจะจบกับเสิ่นสืออี้แล้ว เพราะฉะนั้นเด็กคนนี้ฉันก็ไม่อยากให้เขารับรู้เหมือนกัน

โชคดีที่เสิ่นสืออี้ไม่ได้เอะใจอะไร เขาประคองฉันขึ้นมาป้อนน้ำให้ดื่ม

ทันใดนั้นเอง พี่ชายหลินเจ๋อเฟิงก็ผลักประตูเข้ามา แล้ววิ่งถลามาที่ริมเตียงผู้ป่วยของฉัน

“หยวนชิง ทำไมไม่สบายแล้วไม่บอก…”

คำพูดขาดห้วงไปแค่นั้น เขากับเสิ่นสืออี้มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เสิ่นสืออี้ได้สติก่อน รีบวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ

“นายมาทำอะไรที่นี่?”

“หยวนชิงเป็นลมที่บริษัท ฉันผ่านมาเห็นพอดีเลยพามาส่งโรงพยาบาล”

เสิ่นสืออี้โกหกหน้าตายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่พอเขาเหลือบไปเห็นเจียงอวิ๋นเหยาที่อยู่นอกห้องพักผู้ป่วย สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

เจียงอวิ๋นเหยาดูเป็นธรรมชาติมาก เธอถือกระเช้าผลไม้เดินยิ้มเข้ามา

“ฉันบังเอิญนัดเจอกับเจ๋อเฟิงที่ร้านกาแฟ พอหมอนี่ได้ยินว่าน้องสาวป่วย ก็รีบร้อนจนเกือบจะลืมจ่ายเงิน ฉันเลยถือโอกาสติดรถมาเยี่ยมด้วยคน สืออี้ ดูทำหน้าเข้า เหมือนไม่ต้อนรับฉันเลยนะ”

สีหน้าเสิ่นสืออี้ขรึมลง เขาสบตากับเจียงอวิ๋นเหยา ในแววตามีอารมณ์บางอย่างที่ฉันอ่านไม่ออก

เขากำลังโกรธที่เจียงอวิ๋นเหยาทำห่างเหิน... เป็นอารมณ์ที่ตลอดหลายปีมานี้ฉันไม่เคยเห็นจากเขาเลยสักครั้ง

ในขณะที่บรรยากาศค่อยๆ เย็นเยียบลง ฉันก็เป็นฝ่ายลุกจากเตียง ยื่นมือออกไปหาเธอ

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหลินหยวนชิง”

เจียงอวิ๋นเหยากวาดตามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า สุดท้ายก็เบิกตากว้างเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก หัวเราะเบาๆ แล้วยื่นมือมาจับตอบ

“สวัสดีจ้ะ ฉันชื่อเจียงอวิ๋นเหยา เป็นเพื่อนของหลินเจ๋อเฟิง”

ได้ยินคำแนะนำตัวของเธอ ร่างกายของเสิ่นสืออี้ก็สั่นสะท้าน กำปั้นทั้งสองข้างกำแน่นโดยไม่รู้ตัว

ฉันเห็นปฏิกิริยาของเขา ก็ได้แต่ฝืนยิ้มขมขื่นออกมา

ทันใดนั้น เจียงอวิ๋นเหยาก็ยกมือป้องปากด้วยความประหลาดใจ

“น้องสาว บังเอิญจังเลย เธอเองก็มีลักยิ้มเหมือนกัน พอยิ้มแล้วสวยจัง ดูคล้ายๆ ฉันเลยนะเนี่ย”
Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 16

    ฉันนอนอยู่บนเตียง ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามาที่ข้างเตียง แล้วเลิกเสื้อฉันขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติฉันเกร็งตัวขึ้นมาทันที แต่เขากลับหัวเราะ “คิดอะไรอยู่ครับ หืม?”มือของเขาลูบไล้ผ่านรอยแผลเป็นนั้น ก่อนจะเริ่มร่างภาพบางอย่างลงบนกระดาษร่างแบบ“คุณคือผลงานชิ้นใหม่ของผม”“และจะเป็นผลงานที่ผมชอบที่สุดด้วย”ปลายนิ้วของเขาไล้ไปตามหน้าท้องของฉัน ความรู้สึกวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายหัวใจของฉันถูกเขาปั่นป่วนจนทนไม่ไหวอีกต่อไป ฉันกดมือเขาไว้ กระชากคอเสื้อเขาดึงลงมาหาตัวเอง“ซ่งจื่อชิง ตกลงตอนนี้เราเป็นอะไรกันคะ?”เขาจ้องตาฉัน พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ถ้าคุณเต็มใจ วินาทีถัดไปเราเป็นแฟนกันได้เลย และอีกหนึ่งปีให้หลังเราจะเป็นสามีภรรยากัน”ฉันยิ้ม สองแขนโอบรอบคอเขา แล้วประทับจูบลงไปเมื่อเห็นฉันเป็นฝ่ายรุก ซ่งจื่อชิงก็ดูตื่นตัวขึ้นมาทันทีเขากดท้ายทอยฉันไว้ บดจูบลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ จูบของเขาเหมือนกับตัวตนของเขาไม่มีผิด ดุดัน เอาแต่ใจ และเต็มไปด้วยการช่วงชิงตอนที่ผละออกจากกัน พี่ชายก็เดินเข้ามาพอดี“อุ๊ย… พี่ลืมของน่ะ.. พะ…พวกเธอต่อเลย”เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของซ่งจื่อชิงดังขึ้นที่ข้างหูฉันดึง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 15

    หลังจากที่ฉันกับซ่งจื่อชิงเปิดใจคุยกันจนความสัมพันธ์ชัดเจน ชีวิตของฉันก็ไม่สงบเงียบเหมือนแต่ก่อนอีกต่อไปเขามาหาฉันบ่อยขึ้น และแสดงออกกับฉันอย่างตรงไปตรงมามากขึ้นการตามจีบของซ่งจื่อชิงไม่เหมือนเสิ่นสืออี้ ที่มีแต่ใช้เงินเปย์หรือพูดคำหวานเลี่ยนเขาจะยอมอดหลับอดนอนหลายคืนเพื่อช่วยฉันแก้คอนเซปต์งานออกแบบ แล้วเขียนสรุปประสบการณ์ของตัวเองเป็นเล่มออกมาให้ฉันอ่านคนเดียวเขาถึงขั้นติดตั้งกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านวิลล่าของฉัน และจัดบอดี้การ์ดมาเฝ้าหน้าประตูมากมาย เพื่อป้องกันคนบ้าบางคนแต่ต่อให้ป้องกันดีแค่ไหน ก็ยังกันความมุ่งมั่นของเสิ่นสืออี้ไม่ได้วันนั้นฉันออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งพุ่งมาเบรกกะทันหันตรงหน้าชายชุดดำหลายคนพุ่งลงมาจากรถ เข้ามาปิดปากปิดจมูกฉัน แล้วโยนฉันขึ้นรถไปอย่างรุนแรงตื่นมาอีกที ฉันก็อยู่ในบ้านที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย“ใครสั่งให้มัดมือเธอแน่นขนาดนี้ ผิวเธอแดงไปหมดแล้วเห็นไหม!”เสิ่นสืออี้เตะเปรี้ยงเข้าที่หน้าอกของบอดี้การ์ด แววตาเย็นชาจนแทบจะฆ่าคนได้แต่พอเขาหันกลับมามองฉัน สายตาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนแทบหยดเป็นน้ำ “หยวนชิง…”เพล้ง!ฉันคว้าแจกันข้า

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 14

    หลังจากส่งข้อความไป เสิ่นสืออี้ก็ไม่เคยตอบกลับมาอีกเลยฉันจึงโพสต์สเตตัสลงในบัญชีโซเชียลมีเดีย ตั้งค่าเป็นสาธารณะให้ทุกคนเห็น[เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเสิ่นสืออี้ ไม่ต้องมาบอกฉันแล้ว เราเลิกกันแล้วค่ะ]พอลองคิดดูก็น่าขำ ฉันกับเสิ่นสืออี้ไม่เคยเปิดตัวว่าคบกัน การประกาศความสัมพันธ์ครั้งแรกกลับกลายเป็นการประกาศเลิกราหลังจากโพสต์ไปไม่นาน ผู้คนต่างพากันมากดไลก์ ในจำนวนนั้นมีแอคเคานต์แปลกหน้าอยู่คนหนึ่งซ่งจื่อชิงเขาเพิ่งสมัครบัญชีเมื่อสามนาทีที่แล้วทันใดนั้น ความสนใจของทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่เขาทันที เพราะเขาขึ้นชื่อเรื่องความลึกลับ ไม่เคยมีโซเชียลมีเดียใดๆ มาก่อน[นั่นมันบัญชีของท่านเทพนี่นา! หรือว่าเขากับคุณหลินจะ…][มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่คิดว่าพวกเขาเหมาะสมกันมาก!]……ฉันกำลังไล่อ่านคอมเมนต์ จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพี่ชายโทรมาเขาบอกว่าเมื่อวานเสิ่นสืออี้ดื่มเหล้าหนักจนถูกหามส่งห้องฉุกเฉิน ตอนนี้กำลังกู้ชีพอยู่“หยวนชิง ได้ยินข่าวนี้แล้วเธอดีใจไหม?”ฉันก้มหน้าเงียบดีใจไหมเหรอ? ฉันคิดว่าฉันควรจะดีใจนะ ในเมื่อผู้ชายสารเลวคนหนึ่งรู้ความจริงแล้วกลับใจ เป็นจะเป็นจะตายเพื่อฉั

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 13

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว พรุ่งนี้เสิ่นสืออี้กับเจียงอวิ๋นเหยาก็จะแต่งงานกันแล้วเดิมทีฉันไม่รู้เรื่องนี้หรอก แต่เจียงอวิ๋นเหยาบุกมาถึงหน้าบ้าน แล้วปาการ์ดเชิญใส่หน้าฉันด้วยตัวเองเธอหันกลับไปชนเข้ากับซ่งจื่อชิงพอดี หลังจากสบตากัน เธอก็แค่นหัวเราะออกมา“หลินหยวนชิง เธอมีรสนิยมแปลกๆ หรือไง ชอบยั่วเพื่อนพี่ชายตัวเอง?”พูดจบ เธอก็หันไปมองซ่งจื่อชิงด้วยสายตายั่วยุ “คุณซ่ง ฉันขอเตือนให้คุณตาสว่างหน่อยนะ อย่าโดนผู้หญิงคนนี้หลอกเข้าล่ะ แฟนเก่าของหล่อนก็คือคู่หมั้นของฉันนี่แหละ ตอนเลิกกันน่ะ จบไม่สวยเอามากๆ ต่อให้หล่อนโกหกว่าตัวเองท้องก็ยังรั้งเขาไว้ไม่ได้เลย”เจียงอวิ๋นเหยาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าท้อง แต่ฉันไม่ใส่ใจสักนิด เพราะมันคือเรื่องจริง และการตั้งท้องก็ไม่ใช่เรื่องน่าอับอายอะไรใบหน้าของซ่งจื่อชิงขรึมลง เขาแค่นหัวเราะ “แล้วไงครับ?”“เก็บขยะที่คนอื่นไม่เอาแล้วมาได้ มันน่าภูมิใจตรงไหนเหรอครับ?”“แก!!”หน้าของเจียงอวิ๋นเหยาแดงก่ำทันที แต่เธอก็ไม่กล้าทำอะไรซ่งจื่อชิง“คอยดูเถอะ รอให้ฉันได้เป็นคุณนายเสิ่นก่อน ฉันรับรองว่าจะทำให้แกชื่อเสียงป่นปี้แน่!”วินาทีนั้น ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเ

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 12

    ฉันตอบตกลงรับคำเชิญของเขาเมื่อได้เห็นชุดราตรีอันวิจิตรบรรจงที่เขาส่งมาให้ ฉันรู้สึกราวกับกำลังฝันไป เรื่องราวทุกอย่างมันพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่ฉันคาดคิดไว้มากแต่ฉันนึกไม่ถึงว่า เรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่ายังรออยู่ข้างหน้าฉันบังเอิญเจอเจียงอวิ๋นเหยากับเสิ่นสืออี้ในงานเลี้ยงเมื่อได้เจอฉันอีกครั้ง เสิ่นสืออี้ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูผอมลงไปมาก ดวงตาข้างที่ยังไม่หายดีสวมทับด้วยผ้าปิดตาสีดำ กลับทำให้เขาดูมีเสน่ห์ลึกลับไปอีกแบบต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าเขาจะยืนอยู่ตรงไหน ก็ยังคงเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอเพียงแต่ว่า ทันทีที่ซ่งจื่อชิงเดินเข้ามา เขาก็ไม่ใช่จุดสนใจอีกต่อไปวันนี้ซ่งจื่อชิงสวมชุดสูทสีม่วง ตัดกับกระดุมข้อมือสีทอง ดูสูงส่งและสง่างามอย่างที่สุดสีม่วง เป็นสีที่ฉันชอบที่สุดฉันเผลอมองเขาอยู่นาน พอหันกลับมาก็สบเข้ากับสายตาของเสิ่นสืออี้พอดีเขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีราวกับถูกไฟช็อต ไม่หันมามองฉันอีกแม้แต่หางตาฉันยิ้มสมเพชตัวเอง เขาคงจะรังเกียจฉันเข้ากระดูกดำแล้วจริงๆก็แน่ล่ะ ในใจเขาตอนนี้ ฉันคือคนที่ลักพาตัวแสงจันทร์ขาวของเขา แถมยัง

  • คนรักลับๆ ตลอดกาล   บทที่ 11

    (มุมมองนางเอก)การแข่งขันครั้งนี้สร้างความฮือฮาไปทั่ววงการออกแบบไม่ใช่แค่เพราะเป็นรายการที่มีมาตรฐานสูงและทรงเกียรติมากเท่านั้นแต่เป็นเพราะดิสก์ ยอมเปิดเผยใบหน้าแถมยังเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างร้ายกาจก่อนหน้านี้ เพราะผลงานของดิสก์ กวาดรางวัลมาแล้วทุกเวที ทุกคนเลยคิดว่าเขาต้องเป็นคุณปู่ผู้มากประสบการณ์แน่ๆแต่นึกไม่ถึงว่าตัวจริงของเขาจะยังหนุ่มแน่นขนาดนี้ ความประทับใจแรกที่ฉันมีต่อเขาคือ เขาดูไม่เหมือนศิลปิน แต่เหมือนท่านประธานบริษัทมากกว่าชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบที่ขับเน้นรูปร่างสูงโปร่ง ริมฝีปากเม้มแน่น แววตาเย็นชา ดูแล้วน่าเกรงขามไม่น้อยฉันอดรู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่ได้ผู้เข้าแข่งขันคนก่อนหน้าแนะนำผลงานเสร็จและทยอยลงเวทีไปทีละคน พอถึงคิวฉัน ฝ่ามือฉันก็เริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อแสงสปอตไลต์สาดส่องลงมาที่ตัวฉัน ฉันเลื่อนแหวนวงหนึ่งไปตรงหน้าคณะกรรมการทุกคนนิ่งอึ้งไปทันทีเพราะนั่นเป็นแหวนที่เรียบง่ายอย่างถึงที่สุดตรงกึ่งกลางของแหวนถูกเจาะให้เป็นร่องเล็กๆ ดูเหมือนเป็นรอยร้าวรอยหนึ่งกรรมการคนอื่นๆ ต่างพากันขมวดคิ้ว มีเพียงดิสก์ เท่านั้นที่ยกยิ้มมุมปาก“นี่มันจะทำส่งเดชเกินไปหร

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status