Masuk"กลัวอะไรกัน ข้ามิใช่คนทำร้ายเจ้าเสียหน่อย"จิ้นหยางเอ่ยปากเสียงเรียบ
"มะ..ไม่ใช่เช่นนั้นเพียงแต่ว่า.."ชุนหวงเหลียวมองรอบห้อง คนของเขากลับไม่อยู่ให้เห็น ชุนหวงนิ่วหน้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ไน่ยไน่ยกับหลี่เจี๋ยล่ะ"
"เขาออกไปเอาเทียบยา ยามนี้เจ้ารู้สึกเช่นไร"จิ้นหยางถามกลับ
..........................................................คนอุ่นเตียง................................................
"สบายดีขอรับเอ่อ..ข้าอยากลุกแล้ว"ชุนหวงใช้ศอกสองข้างเท้ากับที่นอนยันตัวเองลุกขึ้น จิ้นหยางนั่งลงข้างกายใช้สองแขนประคองแขนเรียวพยุงตัวให้ลุกขึ้นอิงอกกว้างของเขาแทน ชุนหวงนึกอึดอัดกับความสนิทสนมที่เขาไม่คุ้นเคยนี้
"ขอบคุณท่านมาก...หากว่าไม่รบกวน ขอข้าลุกจากเตียงได้หรือไม่"
"ย่อมได้ๆ"จิ้นหยางสีหน้าเรียบแต่นัยน์ตากลับพราวระยับน้อยนักที่จะได้เห็น
"ขอบคุณท่านมาก"ชุนหวงยิ้มน้อยๆ พยายามเบี่ยงแขนออกจากมือหนา แต่เหมือนไร้กำลังได้แต่ปล่อยให้คนจัดการประคองตัวเองลุกขึ้นด้วยความลำบากเพราะไร้เรี่ยวแรง
"เรียกข้าว่าจิ้นหยาง"เขาเอ่ยบอกชื่อแซ่ตัวเอง
"ข้าชุนหวงขอรับ"
"ไพเราะไม่น้อย"ชุนหวงถึงกับทำหน้าไม่ถูกวาจาเช่นนี้ กล่าวกับสตรีมิใช่เรื่องแปลกแต่เอ่ยให้บุรุษเช่นเดียวกันฟังมันคล้ายพิกล
"ขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ"
"เจ้าเก่งดนตรีหรือ"จิ้นหยางไม่ตอบรับหรือปฏิเสธกลับถามอีกประโยค
"ข้าน้อยมิบังอาจรับคำชม เพียงแค่พอเล่นได้เท่านั้น"
"ถ่อมตนเกินไปแล้ว หากเจ้าหายดีข้าจะเชิญเจ้าไปบรรเลงให้ฟังที่บ้านข้าดีหรือไม่"
"กล่าวเกินไปแล้วคุณชาย ข้ามิอาจรับคำท่านได้ขอรับ"
"ทำไม? ข้าไม่คู่ควรจะฟังเจ้าบรรเลงอย่างนั้นรึ"จิ้นหยางขมวดคิ้วเข้มด้วยความไม่พอใจเพราะดูเหมือนเขาจะปฏิเสธทุกทาง
"หามิได้ เพียงแต่ข้านั้นหาได้มีอิสระเพียงพอที่จะทำตามใจผู้ใดได้"ชุนหวงนึกเกรงกริ่งสีหน้าที่คล้ายดุดันแต่ไม่ดุดัน แถมน้ำเสียงยังบังคับเอาแต่ใจให้ผู้คนยินยอมคล้อยตามโดยมิอาจขัดขืน
"เป็นหากเช่นนี้เรื่องนั้นเจ้ามิต้องกังวลไป ข้าจัดการให้เจ้าได้"ยังมิทันจะกล่าวต่อทั้งสี่ก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับเทียบยาในมือ จิ้นหยางเมื่อเห็นคนเข้ามาเขาจึงถอยห่างออกไป
"เอาล่ะ ข้าคงต้องกลับก่อนรักษาตัวให้ดีแล้วเจอกันใหม่ ลาก่อน"จิ้นหยางก้มหัวลงเล็กน้อย ต่างกับอีกสองคนที่ประสานมือขอลา ทั้งสามจากไปแล้วพร้อมกับก้อนเงินอีกสามตำลึงทองที่วางไว้บนโต๊ะ
"ประหลาด"ชุนหวงเอ่ยปากคนแรก
"ไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง"หลี่เจี๋ยชักสีหน้า
"เพราะความโลภของสองเฒ่าฉี ทำให้นายน้อยต้องออกมาต้อนรับคนไร้มารยาทแบบนี้"ไน่ยไน่ยบ่นอยู่ข้างกาย
"แล้วพวกเจ้าไปเอายามาด้วยทำไมล่ะ"ชุนหวงถามกลับ
"เป็นท่านกล้าขัดรึ คนอะไรน่ากลัวยิ่งนัก เพียงแค่เขาเอ่ยปากเท่านั้น"ไน่ยไน่ยชักสีหน้าหวาดกลัว
"ข้าไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน อาจจะเป็นคนต่างเมือง"หลี่เจี๋ยนิ่วหน้า
"จะใครก็ช่าง อย่าสนใจ นับจากนี้พวกเรามิต้อนรับผู้ใด แจ้งแก่สองเฒ่าฉีนั่นเสีย"ชุนหวงบอกเสียงเรียบ
"เจ้าค่ะนายน้อย"ไน่ยไน่ยเดินออกไปตามคำสั่งต่างกับหลี่เจี๋ยที่ยังมีสีหน้าครุ่นคิด
"มีเรื่องอันใดหลี่เจี๋ย"
"ข้าอดสงสัยคนผู้นี้มิได้ขอรับ"
"อย่าได้ใส่ใจ อาจจะเป็นคหบดีต่างแดน ต้องการอวดฐานะและอำนาจก็ได้"ชุนหวงเลื่อนตัวเองลงมาจากเตียงให้หลี่เจี๋ยประคองไปนั่งที่โต๊ะ
"ขอรับๆ มิใส่ใจก็มิใส่ใจท่านอาการเป็นอย่างไรบ้างขอรับ"
"ดีขึ้นมากแล้ว ยาที่เขาให้คงดีจริง"ชุนหวงยกยิ้มหลี่เจี๋ยหยิบขวดหยกขึ้นมาพินิจพิจารณาอีกครั้งให้ถ้วนถี่
"ขวดหยกนี้ฝีมือวิจิตรบรรจงมาก ลายแกะสลักงดงามราวกับมิใช่ช่างทั่วไป"
"ข้าว่าเจ้าระแวงมากเกินไปแล้วหลี่เจี๋ย ผู้มั่งคั่งย่อมสะสมของมีฝีมือถ้ามิใช่สำนักมู่ชิงเจ้าจะกลัวไปไย"
"เป็นเช่นนั้น"หลี่เจี๋ยพึมพำในใจกลับร้อนรุ่มบอกไม่ถูก
"วางใจเถอะ พวกเราคงไม่ข้องเกี่ยวกับคนผู้นั้นอีก"ชุนหวงหัวเราะความปกป้องของหลี่เจี๋ย รอจนไน่ยไน่ยกลับเข้ามาพร้อมข้าวปลาอาหารเรื่องวันนี้จึงไม่ได้ใส่ใจจำอีกเลย
....................................คนอุ่นเตียง..................................
"ได้เรื่องหรือไม่"จิ้นหยางหลังจากกลับจากด้านนอกจวนก็ตรงเข้าห้องหนังสือทันทีเพื่อรอข่าวที่ตนให้ออกสืบหาและเฝ้ารอด้วยใจจดจ่อ
"ได้เรื่องพะย่ะค่ะ"องครักษ์เงากล่าวรายงานทั้งหมดให้จิ้นหยางฟัง
"น่าสนใจจริงๆ น่าสนใจจริงๆ"จิ้นหยางเดินกลับไปมาฟังรายงาน อี้จางและเสิ่นเล่ยกอดอกฟังนิ่งโดยไม่ออกความคิดเห็น
"เรื่องราวในยุทธภพล้วนยุ่งเหยิง หวางเย่โปรดปล่อยวางเถอะพะย่ะค่ะ"อี้จางกล่าวขึ้น
"อย่าสอดเรื่องนี้"จิ้นหยางเอ่ยเตือน อี้จางรีบประสานมือทันทีเมื่อถูกเตือน
"ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว"
"คนผู้นี้น่าสนใจ เปิ่นหวางจะให้เขามาอยู่ในจวน"
"แต่ว่า..."อี้จางกำลังจะกล่าว หากเสียงเคาะประตูดังขึ้นองครักษ์เงาจึงเร้นกายหายตัวรวดเร็ว ทั้งหมดปรับสีหน้าเป็นปกติเรียบเฉยคล้ายมิได้สนทนาเรื่องสำคัญ
"ผู้ใด"เสิ่นเล่ยเอ่ยถาม
"หม่อมฉันเพคะ"มู่เหรินเอ่ยตอบด้านนอก
"เข้ามา"เป็นจิ้นหยางที่เอ่ยอนุญาต
"ฝ่าบาท"มู่เหรินย่อกาย
"เจ้ามีอะไรหวางเฟย"จิ้นหยางทำสีหน้าเย็นชืด ปรายตามองมู่เหรินเดินเข้ามาช้าๆตามด้วยนางกำนัลที่ถือถาดเข้ามาอีกสองคน ด้วยสายตาเฉยเมย
"หม่อมฉันมิทราบว่าหวางเย่ได้รับอะไรรองท้องบ้างแล้วหรือไม่ จึงได้นำเอาอาหารว่างมาให้เพคะ"
"ขอบใจเจ้ามากหวางเฟย เจ้าวางไว้เถอะ ข้อราชการของเปิ่นหวางมีมากมายเจ้าออกไปก่อนเถิด"จิ้นหยางเอ่ยเสียงเรียบทั้งหมดจึงได้แต่จำยอมย่อกายคำนับแล้วจากไป
"จิ้นหยางอ๋อง! ท่านทำราวกับข้ามิได้เป็นชายาของท่านกระนั้น"หลังจากออกมาจากห้องอักษรได้ นางก็เดินกลับไปยังตำหนักฝูฮัวของตัวเองด้วยกิริยากระแทกกระทั้น
"หวางเฟย/หวางเฟย"สองสาวรับใช้ใกล้ชิดท้วงด้วยความเป็นห่วง หูตาที่นี่นับว่ามากราวกับสัปรดจึงเกรงว่านายตนจะได้รับการลงโทษหามีใครได้ยินเข้า
"เกรงกลัวอันใดกัน ร้อยวันพันปีท่านอ๋องไม่เคยเสด็จมาที่นี่"มู่เหรินกำมือแน่นจนเล็บยาวสีสดจิกเข้ากลางฝ่ามือ
"ใจเย็นเถอะเพคะ หม่อนฉันมีของบางสิ่งที่จะช่วยท่านได้"หนึ่งในนางกำนัลที่รับใช้เหลียวซ้ายขวาราวกับมองหาคนสอดรู้เมื่อไม่เห็นผู้ใดจึงเปิดปาก
"อันใด"คำบอกเล่าเรียกความสนใจของมู่เหรินทันที นางยื่นขวดสีทองขนาดเล็กส่งให้
"ยาย้อมใจเพคะ"
"แต่นี่มัน..."
"พรุ่งนี้ก็ถึงวันครบรอบพิธีพระราชทานสมรส หม่อมฉันคิดว่า อย่างน้อยท่านอ๋องก็ทรงไว้หน้ามารับฉลองน้ำจันพระราชทานเพคะ"มู่เหรินยิ้มกว้าง
"จริงของเจ้า...ขอบใจเจ้ามากหากสำเร็จข้าจะตกรางวัลให้อย่างงาม"
"หม่อมฉันมิได้หวังค่าตอบแทนขอเพียงพระชายามีความสุขก็เพียงพอแล้วเพคะ"
............................คนอุ่นเตียง.................................
"อี้จางเจ้านำจดหมายของเปิ่นหวางไปให้กับสองเฒ่าฉีนั่น แต่อย่าให้ชุนหวงรู้เรื่องราว"จิ้นหยางวางจดหมายในซองสีน้ำตาลส่งให้อี้จางไปดำเนินการโดยที่ไม่อาจรับรู้เนื้อหาด้านใน หากก็ใช่ว่าจะเดาเนื้อหามิได้ ตนจึงได้แต่ทำตามคำสั่งครั้นเมื่อไปถึงคนทั้งคู่ได้อ่านก็ทำสีหน้าหนักใจยิ่งนัก
"มีสิ่งใด..เจ้ามิอาจทำตามพระประสงค์หรืออย่างไร"อี้จางกอดอกยืดตัวตรง
"หามิได้เจ้าค่ะนายท่าน แต่ว่าข้าจนใจจริงๆ"ฉีเฮ่อใบหน้าหม่นหมองราวกับญาติผู้ใหญ่ตายจาก
"เมื่อเป็นพระประสงค์ขององค์ชาย เจ้าก็ต้องทำให้สำเร็จมิเช่นนั้นหัวจะหลุดจากบ่า"
"ได้โปรดเถอะเจ้าค่ะ/ขอรับ"สิงห์เฒ่าได้แต่คุกเข่าก้มหน้าลงกับพื้นร่ำไห้ จะให้พวกมันทำเช่นไรชุนหวงมิใช่ของที่จะยกให้ผู้ใดได้ง่ายๆ ด้วยตนเองมีพันธะสัญญาผูกพันกับคนที่ผ่านมาสิบเจ็ดปี และไหนจะยังผู้เป็นถึงองค์ชายบีบบังคับ
"เจ้าต้องหาหนทางให้ได้"อี้จางไม่สนใจคำอ้อนวอน ส่งข่าวได้ก็จากมาทันทีทิ้งปัญหาขนาดใหญ่เอาไว้เบื้องหลังแทน
"นี่เจ้ากล้าทำร้ายสามีเจ้ารึ"เหลียงเฟยกัดฟัน"ขืนเจ้ายังพูดจาเรื่อยเปื่อยข้าจะเชือดส่วนสำคัญของเจ้าเสีย"เสิ่นเล่ยชักกระบี่ออกจากฝักเกือบครึ่ง"เฮอะ เจ้าทำจริงๆเจ้าก็อดเปล่งเสียงครวญครางนะ ข้าจะเตือนเจ้าก่อน"เหลียงเฟยไม่ยอมแพ้ คราวนี้เขากระแทกตัวเข้ากับตัวของเสิ่นเล่ยจนหงายลงไปนอนบนตั่ง มือไม้ซอกซอนชอนไชไปทั่วเรือนร่างจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสิ่นเล่ยพยายามป้องกันแต่ดูเหมือนเขาเป็นเทพพันมือมิอาจหลบหลีกมือซุกซนนั้นได้"เหลียงเฟยปล่อยข้า เจ้ามิเห็นหรือว่าองค์ฮุ่ยเหอซุกซนยิ่งนัก หากเข้ามาเจอพวกเราจะทำอย่างไร"เสิ่นเล่ยตวาด"ไม่ต้องห่วงน่า เขามีคนดูแลอยู่แล้ว"เหลียงเฟยบอกชิดปาก แล้วส่งลิ้นเข้าไปตวัดลิ้นอีกฝ่ายจนเสิ่นเล่ยหลงลืมตนเองสนองตอบ สองแขนคล้องคอหนาเอาไว้ส่งเสียงครางเบาๆ"เจ้ามันตัวลามก"“หึเจ้าก็ชอบมิใช่หรือดูสิ น้องชายของเจ้ายืนตรงให้ข้าแล้ว"เสิ่นเล่ยหน้าแดงใช้กำปั้นทุบลงบนหลังเหลียงเฟยแรงๆ"ชอบทำร้ายข้านักนะแล้วเจ้าจะเสียใจจนต้องร้องขอชีวิตข้า"เหลียงเฟยใช้สองนิ้วสอดแทงเข้าไปในช่องรักอุ่นๆที่ยังแข็งตึงของเสิ่นเล่ยทันที เขาผวาเฮือกใช้เล็บจิกเข้าที่แผ่นหลังกว้างเหลียงเฟยทันที"อ่าาาห์ เบามื
ขุนเขากว้างใหญ่ คนสองคนแต่งกายด้วยชุดสีน้ำเงินเข้มแถบดำสวมหมวกงอบหลุบจนปิดบังหน้าตาเอาไว้ครึ่งใบหน้า ครั้นมองต่ำลงมา ยังมีเด็กน้อยหน้าตาสดใสงดงามราวกับเซียนน้อย อยู่ในชุดสีดำขลิบทองถือถังหูลู่สีแดงเข้มกัดกินอย่างเอร็ดอร่อย"นี่ถ้าไน่ยไน่ยรู้พวกเราไม่แย่เหรอ"เสิ่นเล่ยหน้าเหย"เจ้าจะให้รู้ทำไมเล่า อีกอย่างพระอาจารย์ท่าน ก็รักองค์ชายอย่างกับอะไรดี"เหลียงเฟยคาบก้านใบไม้เรียวรีสีเขียวเอาไว้ในปากเดินตามกันมา"เฮอะ!คนอย่างเจ้าน่ะจิตใจหยาบกระด้าง นิสัยชอบถังหูลู่นี้มาจากใครกันนะ พวกเราล้วนไม่มีใครชอบของหวานๆกันสักคน""เฮ่อ!เจ้ายังเดาไม่ออกอีกหรือ ว่ามาจากผู้ใดถ้ามิใช่ฮ่องเฮาชุนหวงน่ะ"เหลียงเฟยคายใบไม้ในปากออก แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคว้าหมับเขาที่เอวเสิ่นเล่ยทันที เสียงเพียะก็ตามมาติดๆเช่นกัน"หยุดมือเจ้าเดี๋ยวนี้"เสิ่นเล่ยตาเขียวปัด"แค่แตะเจ้าจะหวงไปทำไม เมื่อคืนยังมากกว่าแตะอีก"เหลียงเฟยหน้าตึง"เมื่อคืนพวกเจ้าทำอะไรกันเหรอ"เสียงเล็กๆถามสอดขึ้นมาทันที เสิ่นเล่ยอึกอักตอบไม่ได้ ผิดกับเหลียงเฟยที่ยิ้มร่า"ฮ่า ฮ่า ฮ่า องค์ชายอยากรู้รึพะย่ะค่ะ"เหลียงเฟยถาม"อื้ม ข้าอยากรู้""เอ่อ...พวกเราฝึกวิชา
"ก็เหมือนท่านนักพรตกล่าวไงเพคะ ว่านี่เป็นมติสวรรค์ใคจะขัดได้เล่า โชคดีแล้วเพคะ""นั่นสินะ"ทั้งสองเอ่ยยังไม่ขาดคำคนที่พรวดพราดเข้ามาหน้าตาตื่นหยุดยืนตรงหน้า"หวงเอ๋อร์ ลูกเราจะมีลูกใช่หรือไม่"ชุนหวงยิ้มกว้าง"ใช่แล้วเราจะมีลูก แต่ว่า"ชุนหวงนิ่วหน้านึกกังวลขึ้นมา"ข้าเป็นบุรุษจะมีเรื่องอันตรายหรือไม่ เจ้าอย่าได้เข้าใจผิดว่าข้าจะกลัวเกิดอะไรขึ้นกับข้า ข้าหมายถึงเจ้าตัวน้อยนี่ต่างหากเล่า"ชุนหวงลูบท้องที่ป่องนูนขึ้นมาเบาๆ จิ้นหยางอมยิ้มขยับเข้าใกล้ ไน่ยไน่ยพอเห็นเช่นนั้นก็ถอยออกมาจากห้องปล่อยให้ทั้งคู่อยู่ตามลำพัง นำองค์ชายน้อยออกไปเล่นกับไป๋อวี้ด้านนอก"ข้าดีใจ เจ้ามีครรภ์ได้ข้าจะได้แต่งตั้งเจ้าเป็นฮองเฮาเสียที ถึงตอนนั้นเจ้าพวกสภาขุนนางคงอ้าปากค้างขัดข้าไม่ได้อีกแล้ว"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาเพราะเรื่องนี้ จิ้นหยางและสภาขุนนางถกเถียงกันครั้งแล้วครั้งเล่า"อย่าเพิ่งเลย รอให้คลอดก่อนเถอะ พูดถึงเรื่องนี้หมอยังไม่รู้ว่าอายุครรภ์กี่เดือนแล้ว จะคลอดอย่างไรข้ากลัวจริงๆ"ชุนหวงกังวล"อย่ากลัว เจ้าจำได้หรือไม่ นักพรตท่านนั้นบอกว่าหากมีเรื่องจนแต้มให้นึกถึงเขา ถ้าอย่างนั้น อ๊ะ!"ยังไม่ทันขาดคำ นักพรตชุดเทาก
นับวันอาการของชุนหวงยิ่งแย่ ทั้งอาเจียนทั้งเวียนหัว ได้แต่นอนซมอยู่ในตำหนักทั้งวัน จิ้นหยางตามหมอหลวงคนแล้วคนเล่ามารักษา แต่อาการกลับไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย น่าแปลกยิ่งนัก หากจิ้นหยางอยู่ด้วย อาการเเหล่านี้ก็กลับหายไปอย่างปลิดทิ้ง เหมือนมิเคยได้เจ็บไข้ ดังนั้น หากจิ้นหยางว่าราชการ ก็จะต้องหอบหิ้วแม่ลูกตามไปนั่งบนตั่งที่ต่ำลงไปอีกขั้นด้วยเสมอทุกครั้ง ฮุ่ยเอ๋อร์นั้นฉลาดยิ่ง เวลาพระบิดาอ่านฎีกาเขาก็มักจะเข้าไปนั่งตักแล้วอ่านตามด้วยทุกครั้ง พอถึงเวลาพระอาจารย์ก็นำตัวไปเล่าเรียน เขารอให้เด็กน้อยเติบใหญ่ขึ้นอีกหน่อย จึงจะส่งไปให้พระอาจารย์ของเขาดูแลโดยจะมีเหลียงเฟยและเสิ่นเล่ยติดตามไปด้วย คิดได้เช่นนั้น จิ้นหยางเหลือบมองใบหน้าที่อวบอิ่มแจ่มใสงดงามขึ้นทุกวันด้วยความเป็นห่วง น่าแปลก ทั้งที่มีอาการเจ็บป่วย กลับมิได้ทำให้ชุนหวงดูซีดเซียวลงเลยแม้แต่น้อย ว่าราชการเสร็จสิ้นเขาก็เข้าประคองชุนหวงเดินออกไปช้าๆ ไน่ยไน่ยจูงแขนฮุ่ยเอ๋อร์เดินตามมาเบื้องหลัง"เป็นเช่นไรบ้าง วันนี้เวียนหัวหรือไม่"จิ้นหยางก้มลงถามคนชุดขาว ชุนหวงส่ายหน้าช้าๆ"ไม่เลยข้าสบายดี""แปลกจริงๆ หมอหลวงทุกคนบอกว่าเจ้าสบายดี แต่ดูเจ้าสิ พ
"นับว่าเจ้ามีคุณความดีฮ่องเต้ ข้าถึงใจดีกับเจ้าเช่นนี้ เมื่อถึงเวลานั้นขอแค่เจ้านึกถึงใบหน้าขอข้า ข้าจะมาหาเจ้าเอง อ๊ะๆ!! ข้าเตือนเจ้าไว้ก่อน หวงกุ้ยเฟยของเจ้านั้นสุขภาพของเขาเกี่ยวเนื่องกับอารมณ์ของเจ้า หากเจ้ามุทะลุดุดัน หวงกุ้ยเฟยก็จะเจ็บปวดไม่หายนะ จำคำข้าไว้"จากนั้นร่างในชุดสีเทาก็หายไปอย่างรวดเร็ว"มันเรื่องอะไรกันแน่"จิ้นหยางทุบโต๊ะดังปัง ทั้งฮุ่ยเอ๋อร์และชุนหวงต่างสะดุ้งสุดตัว ชุนหวงรีบเอามือปิดปากกลั้นอาเจียนใบหน้าเดี๋ยวขาวเดี๋ยวเหลืองร้อนถึงจิ้นหยาง เขารับตะโกนเรียกคนให้ตามหมอหลวงมาทันที"จะ..เจ้านี่นะ ไม่ได้ยินหรือนักพรตท่านเตือนเจ้าว่าอย่างไร อย่าโกรธเกรี้ยวยังไงเล่าลืมแล้วหรือ"ชุนหวงพอกลืนความคลื่นไส้ได้ก็หันมาดุทันที"เจิ้นห่วงเจ้าจะให้ใจเย็นได้อย่างไร"จิ้นหยางหน้าตึง"ฮึก เสด็จแม่เสด็จพ่อโมโหพวกเราหรือพะย่ะค่ะ"ฮุ่ยเอ๋อร์น้ำตาปริ่มขอบตา"ไม่ๆ อย่าร้องนะเด็กดี เสด็จพ่อเจ้าแค่หงุดหงิดนิดหน่อยเท่านั้น เห็นหรือไม่ลูกเสียใจแล้ว"ชุนหวงทำตาเขียวดึงฮุ่ยเหยมากอดซุกอกเสียเอง เขาตบหลังเด็กน้อยเบาๆ"ไม่ร้องนะไม่ร้อง ไปกับแม่เถอะ อย่าอยู่ใกล้คนพาลเลย"ชุนหวงอุ้มฮุ่ยเหอลุกขึ้นแล้วต้องเซ
ฮุ่ยเหอ บัดนี้ องค์รัชทายาทน้อยได้ถือกำเนิดขึ้นมาเป็นเวลาสามชันษาแล้ว ชุนหวงนั้น ถูกแต่งตั้งให้เป็นพระมารดา ตั้งแต่องค์ฮุ่ยเหอถือกำเนิดมาเพียงไม่กี่ชั่วยาม จิ้นหยางฮ่องเต้ยามนั้นได้รับข่าวว่า อดีตกุ้ยเฟยนามเว่ยเหนียงใกล้คลอดเต็มทีก็ให้หมอหลวงไปเฝ้าดูแล จริงอยู่ว่า ทายาทมังกรนั้นได้ถือกำเนิดขึ้น สมควรจะให้โอรสสวรรค์อย่างเขาเฝ้าดูแลไม่ห่าง แต่อดีตกุ้ยเฟยได้ทำเรื่องร้ายแรงจนมิอาจให้อภัยได้ ดังนั้น จิ้นหยางฮ่องเต้จึงได้แต่เฝ้ารอองค์ชายน้อยอยู่ที่ตำหนักกลางพร้อมชุนหวง หวงกุ้ยเฟยแทน ทันทีที่พระนมอุ้มองค์ชายมาส่งให้กับจิ้นหยาง เขาระบายยิ้มบนใบหน้าทันที โดยประทานพระนามให้องค์ชายน้อยว่า 'ฮุ่ยเหอ惠河 ซึ่งแปลว่าสายธาราแห่งความการุณย์' เพราะเหตุใดน่ะหรือ มันเป็นเรื่องน่าแปลกยิ่งนัก องค์ชายน้อยนั้น กลับมีใบหน้าคล้ายกึ่งจิ้นหยางและกึ่งชุนหวงแทนน่ะสิ และก่อนที่อดีตกุ้ยเฟยจะทรงพระครรภ์ นางได้ทำเรื่องโหดเหี้ยมเอาไว้จนยากจะให้อภัย ดังนั้น จิ้นหยางจึงได้ประทานชื่อนี้ให้แก่โอรสของตนเอง เหล่าขุนนางและไพร่ฟ้าต่างแซ่ซ้องยินดีปรีดา ที่องค์ชายน้อยได้ถือกำเนิดมา จิ้นหยางได้มีราชโองการมีงานเฉลิมฉลองถึงเจ็ดวันเจ
หลังจากค่ำคืนนั้น จิ้นหยางปล่อยให้ฮองเฮาเฝ้ารอคอยด้วยความหวังที่จะทรงครรภ์พระโอรสตามที่จิ้นหยางเคยบอกเอาไว้ ต่างกับเขาที่เฝ้าคอยเอาอกเอาใจชุนหวงและเจ้าไป๋อวี้แมวขาวหน้าไม่รับแขกอยู่ไม่ห่าง หากบางครั้งบางค่ำคืนที่เขาจำต้องไปหาเว่ยกุ้ยเฟยและอาจจะได้รับข่าวดีเกี่ยวกับองค์รัชทายาท โดยที่ชุนหวงไม่เคยรู้
จิ้นหยางก้าวขาขึ้นบนเตียงกางคล่อมร่างบางเอาไว้เนื้อตัวยังทรงอยู่ในชุดเดิมไม่เปิดเผยส่วนใดนอกจากส่วนจำเป็นเท่านั้น เขามองใบหน้าชื้นเหงื่อของเว่ยเหนียงนิ่งแสยะยิ้มราวกับปีศาจร้าย สองมือค่อยปลดชุดสีแดงจนร่างขาวเปลือยเปล่า เว่ยเหนียงน้ำตาไหลพรากทั้งเจ็บใจทั้งขัดขืนไม่ได้ ทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างเป็น
จิ้นหยางประคองร่างบอบบางเอนลงนอนบนเตียง สองแขนเท้าครอบตรงแนบสองข้างของศีรษะนางเอาไว้ ดวงตาวาววับสบตาใบหน้านวลผ่องดั่งจันทร์วันเพ็ญนิ้วชี้และกลางไล่ลากจากไหล่ลาดลงมาถึงสาบเสื้อที่เผยรอยแยกตรงกลางระหว่างอก ทันใดนั้นเองเขาก็จิ้มนิ้วลงตรงกลางอกของนวลเนื้อขาวทันที เว่ยเหนียงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ปากอ้
"เป็นเพราะว่าหากนางไม่ยินยอม เจิ้นก็ต้องใช้แรงบังคับ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่เจิ้นไม่อยากทำ ทว่าการนี้กลับยิงนกด้วยกระสุนนัดเดียวได้ถึงสองตัว" "เหลวไหล จิตใจคนใช่ผักปลา เจ้าจะจิตใจเหี้ยมโหดไปแล้ว" "นางหาใช่คนรักของเจิ้นไม่ จริงอยู่ นางนับว่าเป็นบุตรีของผู้มีพระคุณ แต่เรื่องมีราชโอรสเป็นเรื่องที่ต้อง

![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





