تسجيل الدخولการนอนบนเรือคืนแรกของพิมพ์อัปสรผ่านไปด้วยดี เพราะว่าจิรกรไม่ได้กลับเข้ามาที่ห้องเธอจึงยึดที่นอนของเขาตามสบาย ส่วนเจ้าของห้องอยู่ที่ห้องรับรองวีไอพีทั้งคืนและกลับเข้ามาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในตอนเช้า
“เพิร์ล ยังไม่ตื่นอีกเหรอนี่เช้าแล้วนะ” จิรกรเคาะประตูห้องเพราะว่ามันถูกล็อกจากด้านใน
เสียงนั้นทำให้พิมพ์อัปสรรู้ตัวตื่น เธอตกใจเมื่อเห็นว่าฟ้าสว่างจนแดดส่องเข้ามาในห้องแล้ว
“เดี๋ยวค่าพี่จอม แป๊บนะคะ” เธอรีบคว้าเสื้อคลุมมาสวมแล้วเปิดประตูให้เขา
จิรกรเข้ามาในห้อง เขากวาดสายตามองปราดไปทั่วไม่ว่าจะเป็นสภาพห้องของเขา หรือตัวแม่บ้านคนใหม่ที่ยึดที่นอนเขาไปนอนแบบสบายใจเฉิบ
“วันนี้เพิร์ลจะเข้างานกี่โมงครับ ถ้าตื่นตอนนี้”
คำถามนั้นทำให้หญิงสาวหน้ามุ่ย
“ก็แหม... เพิร์ลเข้างานแปดโมง ตอนนี้เพิ่งเจ็ดโมงครึ่งเองค่ะ เพิร์ลอาบน้ำแต่งตัวแป๊บเดียวก็พร้อมทำงานแล้วค่ะ ห้องทำงานก็อยู่บนนี้ไม่ได้ต้องเดินทางไปไหน แล้วพี่จอมจะอาบน้ำที่ไหนคะ ปกติแม่บ้านต้องเตรียมอะไรให้รึเปล่า” ถามสักหน่อยเดี๋ยวจะหาว่าเธอไม่ใส่ใจงาน หญิงสาวคิดในใจ
“ห้องพี่อยู่บนนี้ก็อาบที่นี่สิ แต่เดี๋ยวพี่ไปอาบห้องน้ำด้านนอกก็ได้ เพิร์ลไปเตรียมผ้าเช็ดตัวกับน้ำไว้ให้พี่ทีครับ”
พิมพ์อัปสรรีบออกไปดูห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ติดกันกับในห้องนอนให้เขาแต่ว่ามีทางเข้าคนละทาง ส่วนในเรื่องการตกแต่งนั้นทำเหมือนกันทั้งสองห้องเพราะเจ้าของห้องสร้างเผื่อไว้สำหรับมีเพื่อนๆ มาเที่ยว ดื่มกินและอาจจะค้างคืนในห้องชุดของเขาจะได้มีห้องน้ำเตรียมไว้รับรอง
และแม้ว่าพิมพ์อัปสรจะไม่เคยทำงานเป็นแม่บ้านจริงๆ แต่เธอก็เรียนด้านการโรงแรมมา และอีกส่วนคือจากประสบการณ์ของการเป็นผู้เข้าพักของโรงแรมห้าดาวบ่อยๆ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าอะไรที่ควรมีในห้องพักของแขก
เธอเตรียมอุปกรณ์ของใช้จำพวกยาสีฟัน แปรงสีฟัน ครีมอาบน้ำ แชมพูไว้พร้อมกับผ้าขนหนูหลายขนาดวางไว้หน้ากระจก เปิดน้ำอุ่นผสมให้ไว้รอเผื่อว่าจิรกรอยากแช่น้ำเพื่อเรียกความสดชื่นจากนั้นจึงออกมาโผล่หน้าเรียกเขา
“เจ้านายขา เรียบร้อยแล้วค่ะ เดี๋ยวเพิร์ลขอตัวไปอาบน้ำแต่งตัวนะคะ ว่าแต่พี่จอมจะรับกาแฟกับอาหารเช้าบนนี้ไหมคะ”
จิรกรแปลกใจจนเลิกคิ้ว “เราจะทำให้พี่กินเหรอ?”
“เปล่าค่ะ เพิร์ลจะโทรสั่งให้กว่าพี่จอมจะอาบน้ำเสร็จจะได้มาส่งพอดี” ถึงเธอจะเห็นว่าในห้องชุดนี้มีแพนทรีเล็กๆ ที่มีเครื่องครัวครบ แต่ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าชายหนุ่มคงไม่อยากรับประทานอาหารฝีมือเธอแน่ๆ ก็ตัวเธอเองยังไม่อยากเสี่ยงกับอาหารที่ตัวเองทำเลย
ฟังแล้วเจ้านายชั่วคราวก็ส่ายศีรษะไปมาอย่างระอาใจ ไม่รู้ว่ารชตตั้งใจฝากน้องสาวมาฝึกงานหรือมาป่วนเขากันแน่
“ปกติพี่จะทำงานข้างบนนี้เป็นหลัก เพิร์ลควรจะหัดชงกาแฟให้พี่เพราะพี่ไม่ชอบให้มีคนเข้าออกยุ่มย่ามวุ่นวายเกินจำเป็น แต่วันนี้เป็นวันแรกเพิร์ลสั่งให้พี่จากครัวข้างล่างก็ได้ แล้วถ้าเพิร์ลหิวก็สั่งมาเผื่อตัวเองด้วยก็ได้ลงบัญชีพี่ไม่ต้องจ่ายเอง”
ชายหนุ่มสั่งแล้วเดินผ่านเธอไปเข้าห้องน้ำโดยไม่รอฟังว่าคนรับฟังจะว่าอย่างไร พิมพ์อัปสรยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างงงๆ ‘หัดชงกาแฟพี่จอมพูดจริงดิ เขากล้ากินด้วยเหรอเรายังไม่กล้ากินฝีมือตัวเอง ล่าสุดลองชงแล้วก็เหมือนน้ำล้างจานชัดๆ’
สองชั่วโมงต่อมา สองหนุ่มสาวก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจร่างกายโดยมีทนายเดินทางมาด้วย โดยที่ระหว่างอยู่บนเครื่องบินเล็กจิรกรคุยติดพันกับภวิศเรื่องรูปคดี“เห็นว่าทางเจ้าหน้าที่จะเรียกคนไปสอบเพิ่มนะครับ” ภวิศวางสายจากทีมงานของเขาและหันมารายงานนายจ้าง“มีใครน่าสนใจไหมครับ” เป็นไปได้ว่าทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้ข้อมูลใหม่มา“มีคนนึงครับเป็นแขกบนเรือของคุณที่ค่อนข้างน่าสนใจมากครับ คุณจิโอวานนี่ ธาริส แอสตัน” ชื่อของนักธุรกิจหนุ่มที่ถือเป็นคู่แข่งของจิรกรในธุรกิจหลักเกี่ยวกับโทรคมนาคมที่เขาได้ยินทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างแปลกใจ เหตุใดที่เขาไม่ได้รับรายงานว่าฝ่ายนั้นขึ้นเรือมาด้วยในเที่ยวนี้“น่าสนใจยังไงครับ” จิรกรถาม“คือว่าตอนนี้มีข่าวซุบซิบกันบนเรือครับว่าคุณจิโอวานนี่อาจจะเป็นฆาตกรก็ได้ เพราะเขาเคยติดต่อกับผู้ตายหลายครั้งแต่เธอไม่สนใจ เขาอาจจะโกรธแค้นหรือว่าเสียหน้าอะไรแบบนั้น”“ไม่จริงค่ะ พี่ไทม์ไม่ใช่คนแบบนั้น” พิมพ์อัปสรโพล่งขึ้นทันที ทำให้สองหนุ่มหันมามองเธอ“เพิร์ลรู้จักจิโอวานนี่เหรอ” จิรกรย้อนถามพิมพ์อัปสรพยักหน้าพลางทำหน้าไม่สบอารมณ์ “พี่ไทม์เป็
อาการที่อีกฝ่ายไม่พูดต่อ แต่มองไปยังด้านนอกหน้าต่างแทนทำให้ชายหนุ่มสองคนรู้คำตอบทันที “แล้วมึงทำยังไง อย่าบอกนะว่ากับเพิร์ล” ณพิชย์ลดเสียงลง“ผมขอร้อง ผมไม่อยากให้เพิร์ลเสียหาย” จิรกรมองหน้าเพื่อน ป่วยการจะบอกว่าไม่มีเกิดขึ้น“แต่ถ้านายไม่ให้การกับตำรวจเรื่องนี้ โอกาสที่จะรอดคุกมันยากมากนะมึง” ณพิชย์เปลี่ยนสรรพนามในตอนท้ายประโยค“ผมจะหาทางอื่น ผมไม่ได้ทำอะไรผิดผมไม่ยอมติดคุกแน่” จิรกรกล่าวแต่เพื่อนสองคนไม่เห็นด้วย“ก่อนคิดเรื่องนี้ ฉันว่านายต้องรีบกลับขึ้นฝั่งไปตรวจร่างกายไว้ก่อนที่สารในร่างกายมันจะหายไป ส่วนผลของมันจะเอามาใช้อะไรได้ไหมค่อยว่ากัน” พัศกรกลับมาถึงเรือในบ่ายวันนั้นโดยที่ชายหนุ่มมาพร้อมกับ ‘ภวิศ’ ทนายส่วนตัวของจิรกร โดยที่ทนายหนุ่มได้ขอข้อมูลเบื้องต้นจากลูกความของตนว่าทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับคดี และได้ให้การอย่างไรกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วบ้างก่อนที่ตนจะมาถึง“คุณไปตรวจร่างกายไว้ก่อนดีกว่า แล้วผมจะเช็คภาพจากกล้องแบบละเอียดอีกหลายๆ รอบ” ภวิศกล่าวและนั่นทำให้จิรกรต้องเปลี่ยนแผน“เพิร์ลไปไหนมาครับ ไม่ได้อยู่บนห้องเหรอ” ชายหนุ่มกลับขึ้นมาบนห้องเจอพิมพ์อัปสรที่เพิ่
“ใช่ค่ะ น้องเพิร์ลเคยได้ยินชื่อจิโอวานนี่ ธาริส แอสตันไหมคะ ที่ตอนนี้เขามาเปิดตัวรถยนต์นำเข้าจากยุโรปและอเมริกา” พิมพ์อัปสรขมวดคิ้ว นิ่งคิดก่อนจะตอบ “ค่ะ เคยได้ยิน” “นั่นล่ะค่ะ พี่ได้ยินมาว่าเขาก็เป็นมาเฟียด้วยนะคะ เขาติดต่อเอพริลมาสองเดือนแล้วค่ะ จะขอนัดทานข้าวด้วยเอพริลยอมไปครั้งเดียวก็บอกว่าน่ากลัว แต่เขาก็ไม่ยอมถอดใจนี่พี่เพิ่งรู้ว่าเขาอยู่บนเรือด้วยนะคะ” “แล้วทำไมพี่เข็มถึงคิดว่าแอสตันจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะคะ” พิมพ์อัปสรถาม เธอจึงเห็นเขสราถอนหายใจด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม“พี่ก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่นาทีนี้พี่ก็คิดไปหมดตราบใดที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอพริลกันแน่” เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พิสูจน์หลักฐานและนิติเวชเดินทางมาโดยเฮลิคอปเตอร์มาถึงเรือลาลีน่าในเวลาเกือบเที่ยงของวันนั้น และจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจพบโทรศัพท์ของจิรกรที่เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าหายไปตอนไหนเมื่อไหร่ คนที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าน่าจะมีส่วนในคดีต่างถูกเรียกไปสอบถามเบื้องต้น โดยที่ตำรวจมุ่งความสนใจมาที่เจ้าของเรือหนุ่มเป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังยืนยันหนักแน่
พิมพ์อัปสรเห็นเจ้าหน้าที่บนเรือหลายคนเดินกันขวักไขว่จึงเดินตามไปห่างๆ เธอดูตัวเลขลิฟต์ที่พวกเขาขึ้นไปว่าสิ้นสุดที่ชั้นไหนแล้วปะปนไปกับแขกทั่วไปของเรือขึ้นลิฟต์ตามไปด้วย “เมื่อกี๊ฉันได้ยินว่ามีคนตายบนเรือ เป็นดาราด้วยนะ”“มิน่าเห็นการ์ดเดินกันให้วุ่น แล้วทางเจ้าของเรือจะมีแถลงข่าวอะไรไหมนี่” สุภาพสตรีที่ยืนด้านหน้าเธอสองคนคุยกัน พลอยทำให้พิมพ์อัปสรหูผึ่งแอบฟังไปด้วย“แถลงข่าวว่าเป็นฆาตกรเหรอ นี่เห็นการ์ดพูดกันว่ามีคนบอกว่าเจ้าของเรือที่เป็นแฟนของดาราที่ตายน่ะ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะเธอ” “เอ้า แล้วถ้าเป็นงั้นจริงฉันว่าเรือนี่ก็ไม่น่าไปต่อแล้วล่ะ จะทำไงดีเนี่ย” พิมพ์อัปสรฟังการสนทนาด้วยความสนใจ เจ้าของเรือคนที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหมายถึงใคร จิรกรอย่างนั้นหรือเธอไม่อยากเชื่อเลย“เพิร์ล น้องเพิร์ลใช่ไหมคะ” เขสราเรียกพิมพ์อัปสรเมื่อเห็นหญิงสาวคนที่คุ้นตาอยู่ใกล้ห้องพักของเธอและเอพริล“พี่เข็มเป็นไงบ้างคะ เพิร์ลเป็นห่วงเลยลงมาดู” พิมพ์อัปสรมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ เข้าใจว่าเขสราคงเครียดมากเขสรายกมือลูบหน้าช้าๆ เธอหลับตาชั่วครู่แล้วลืมตามองคู่สนทนา “พี่ไม่รู้เลยค่ะว่าเกิ
“ครับท่าน” หัวหน้ารปภ. ตอบด้วยท่าทางนอบน้อม เพราะว่าณพิชย์ไม่ได้เป็นแค่หุ้นส่วนเรือ แต่เขายังมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อีกด้วย ส่วนอรัญเดินไปคุยกับเขสราที่ยังอยู่ในภาวะช็อกถึงเรื่องราวในคืนนี้อยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับมาสมทบ บอกเพียงสั้นๆ ว่า“ไปหาที่คุยกันเถอะ ผมว่าเรื่องนี้มีกลิ่นไม่ค่อยดีแล้ว” ทั้งสามคนย้ายมาคุยในห้องรับรองพิเศษที่พวกเขาใช้ประจำ เมื่อนั่งลงประจำที่แล้วอรัญจึงเล่าให้ฟังจากการที่คุยกับเขสรามา“คุณเขมบอกว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้นอนที่ห้องเพราะบังเอิญเจอเพื่อน เธอจึงออกไปค้างห้องเพื่อนตั้งแต่เลิกงานก็คือเวลาหนึ่งทุ่ม” “แล้วยังไงวะ มีกลิ่นไม่ดีแบบไหน” ณพิชย์ถาม“ก็เธอบอกว่าตอนที่เธอแยกไป ครั้งสุดท้ายที่เห็นคุณเอพริลก็คือเจ้านายของเธออยู่กับพี่จอม เพราะว่าคุณเอพริลนัดกินข้าวกับพี่จอมที่ร้านอาหาร และเธอได้ยินว่าพี่จอมจะมาส่งคุณเอพริลที่ห้องพักเองหลังจบดินเนอร์” “อ้าว ฉิบหายสิมึง จริงไหมวะ” ณพิชย์หันมาถามจิรกร “ผมไปกินข้าวกับเอพริลจริง แต่ไม่ได้มาส่งเธอที่ห้องเราแยกกันที่ห้องอาหาร ผมออกมาก่อนด้วยซ้ำ” เขาไม่ได้พูดต่อว่าเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเองหลัง
ตอนที่ 6 พบผู้เสียชีวิตบนเรือแสงไฟจากในห้องน้ำเป็นไฟดวงเดียวที่เปิดอยู่ แสงของมันทำให้จิรกรเห็นร่างที่นอนหลับสนิทบนเตียงหลังจากที่เวลาผ่านเข้าวันใหม่มาสองชั่วโมง พิมพ์อัปสรหลับไปแทบจะทันทีหลังจากที่เขาพาเธอออกจากห้องน้ำเช็ดตัวให้พอหมาดเปลี่ยนชุดนอนใหม่แล้วเธอก็เงียบไปเหมือนปิดสวิทซ์ ชายหนุ่มหยิบกางเกงนอนขายาวมาสวมเพียงตัวเดียวจากนั้นก็กลับมาสอดตัวในผ้าห่มผืนเดียวกับคนที่หลับไปแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากจากอาการแปลกๆ ช่วงหัวค่ำ จิรกรมองคนที่นอนพลิกตัวหันมากอดเขาทั้งที่หลับอยู่ ชายหนุ่มรู้ดีว่าวันพรุ่งนี้ตนเองกับพิมพ์อัปสรคงมีเรื่องต้องคุยทำความเข้าใจกันยาว เขากอดตอบเธอหลวมๆ หลับตาลงและบอกตัวเองว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่เขาหลับไปเพียงสองชั่วโมง จิรกรลืมตาอย่างรวดเร็วตามนิสัยที่เป็นคนตื่นเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ภายในกดรับเพราะเกรงว่าอีกคนจะตื่นมาด้วย‘คุณจอมครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ’ เสียงของหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรายงานมาอย่างร้อนรนทำให้เขาลุกขึ้นนั่งทันที และการขยับตัวนั้นก็ทำให้พิมพ์อัปสรรู้ตัวตื่นไปด้วย“มีอะไร
พิมพ์อัปสรไม่ได้มีนัดกับใครแต่หญิงสาวอยากมีเวลาอยู่ตามลำพังบ้าง อย่างน้อยขอแค่ช่วงเวลาพักกลางวันก็ยังดีเธอเลี้ยวไปตามทางและเดินชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน หญิงสาวกล่าวขอโทษอย่างตกใจ“อุ๊ย ขอโทษค่ะ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” พิมพ์อัปสรประคองหญิงสาวที่ดูว่าคงเป็นรุ่นพี่เธ
“เดี๋ยวประมาณสิบโมงเพื่อนพี่สองคน พี่พุทกับไอ้ดงจะเข้ามาประชุมกับพี่บนนี้ เพิร์ลช่วยดูแลเรื่องเครื่องดื่มกับอาหารกลางวันให้ด้วย จัดอาหารที่โต๊ะริมระเบียงสงสัยอะไรให้ถามพัศกรได้เลย” “ค่ะ แล้วถ้ามีคนขอเข้าพบพี่จอมจะให้บอกคุณพัศกรด้วยเลยไหมคะ” เธอถามต่อเพราะแค่ตอนเช้าผ่านมาชั่วโมงเศษก็มีพนักงานหล
จิรกรเข้ามาในห้องน้ำ เห็นของที่พิมพ์อัปสรวางเตรียมไว้ให้ก็นึกชมในใจ ‘ใช้ได้เหมือนกันนี่ นึกว่าจะไม่เป็นโล้เป็นพาย ไม่รู้เรื่องอะไรเลย’ เขาถอดแว่นตาออกวางไว้ในบริเวณนั้น จากนั้นเริ่มล้างหน้าแปรงฟัน ถอดเสื้อคลุมออกล้างตัวที่ฝักบัวแล้วร่างกายแข็งแรงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแบบอดีตนักกีฬาก็ก้าวลง
พิมพ์อัปสรที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ตอนกลางวัน เริ่มรู้สึกหิวจึงคิดจะหาอะไรรับประทานเช่นกัน แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียก"มาทำอะไรแถวนี้ครับคุณเพิร์ล” พัศกรนั่นเอง “หิวค่ะ จะมาหาอะไรกิน คุณพัศล่ะคะ”“อ๋อ ผมมาเตรียมความพร้อมให้เจ้านายครับ บอสกับคุณๆ นัดรับประทานอาหารมื้อค่ำที่นี่” “







