ログインพิมพ์อัปสรเริ่มสำรวจห้องพักของจิรกรที่ตนเองมาขอแชร์ด้วย และเป็นที่เดียวกับที่เธอจะต้องดูแลในตำแหน่งแม่บ้าน หญิงสาวทำสีหน้าครุ่นคิด
‘เอ แล้วเราไม่มีต้องมีชุดฟอร์มเหรอ’ เธอนึกสงสัยพร้อมกับโทรไปถามพัศกรที่เธอขอเบอร์ติดต่อไว้แล้วเผื่อมีเรื่องให้เขาช่วย
“คุณเพิร์ลไม่ใช่พนักงานในระบบปกติ ไม่ต้องสวมยูนิฟอร์มก็ได้ครับหาชุดที่คุณชอบได้เลย หรือว่าถ้าจะให้ทางเราจัดหาให้ก็ได้ครับจะเป็นชุดเสื้อกางเกงสีน้ำเงินแบบที่คุณเห็นแม่บ้านสวมกัน”
เสียงพัศกรตอบมาตามสายทำให้หญิงสาวย่นจมูกใส่ ชุดแบบนั้นเธอไม่อยากใส่แน่ๆ มันไม่ได้ทำให้เธอมั่นใจในการทำงานอะไรเลย
“เพิร์ลไม่รบกวนคุณพัศดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเพิร์ลหาชุดเอง แล้วปกติเมดนี่ทำงานกันกี่โมงเหรอคะ”
“เวลาเข้างานปกติครับ โดยทั่วไปแม่บ้านจะทำงานเป็นกะวนกันยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ว่าคุณเพิร์ลดูแลแค่ห้องของบอสไม่ต้องทำเป็นกะก็ได้ เข้าออกงานตามเวลาวันละแปดชั่วโมงได้เลยครับ”
“แปดชั่วโมงเลยเหรอคะ”
“อ่อ... ครับหรือว่าคุณเพิร์ลจะแบ่งเวลาทำห้องบอสวันละสองสามชั่วโมงก็ได้ แล้วเวลาที่เหลือไปฝึกงานแผนกอื่นตำแหน่งอื่นก็ได้ครับ” พัศกรเข้าใจว่าเธออาจจะอยากฝึกงานแผนกอื่นๆ บ้างที่ไม่ใช่แม่บ้านจึงเสนอให้ หญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้โดยการตอบไปว่า
“ขอบคุณมากค่ะ น่าสนใจเหมือนกันเอาไว้เพิร์ลจะไปเดินดูงานแผนกอื่นๆ บ้างนะคะว่ามีอะไรที่น่าทำ”
พิมพ์อัปสรวางสายแล้วก็มาคิดว่าเธอจะหาชุดทำงานได้อย่างไร ได้ยินมาว่าที่นี่มีร้านเสื้อผ้าหลายร้านดังนั้นเธอควรไปหาเสื้อผ้าที่เหมาะสมดู
ในเวลาไม่นานหลังจากนั้น พิมพ์อัปสรจึงมาถึงร้านเสื้อผ้าสุดหรูซึ่งมีหลายร้านในโซนพลาซ่าของเรือ เธอเลือกเดินเข้าร้านหนึ่งที่มีป้ายแบรนด์คุ้นตา
“สวัสดีค่ะ หาเสื้อผ้าแนวไหนให้ทางเราช่วยได้นะคะคุณลูกค้า” พนักงานขายสาวสวยเข้ามาต้อนรับ
“อ๋อค่ะ ดีเลย อยากได้ชุดแม่บ้านมีไหมคะ”
พนักงานอึ้งไปครึ่งนาทีก่อนจะถามใหม่ “คุณลูกค้าหมายถึงชุดแม่บ้านแบบคอสเพลย์ใช่ไหมคะ”
พิมพ์อัปสรไม่ได้ฟังคำว่า ‘คอสเพลย์’ ของพนักงาน เธอพยักหน้ารับส่งๆ
“มีแบบไหนบ้างคะ ขอดูหน่อยค่ะ” เธอเดินตามพนักงานไปด้านในปรากฏเป็นเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่หลากหลาย พนักงานส่งชุดหนึ่งเป็นชุดเดรสกระโปรงยาวเหนือเข่าประมาณหนึ่งคืบ กระโปรงสองชั้นบานฟูฟ่อง ใต้อกเป็นเชือกเส้นเล็กๆ ร้อยถักไปมาเพื่อเน้นความกระชับ ตัวเสื้อมีเสื้ออีกตัวสวมทับกับเสื้อคอบัวสีขาวติดลูกไม้แขนยาวดูกรุยกราย
“โห สวยดีเหมือนกันนะ” แต่ดูแล้วไม่น่าทำงานสะดวก แม้จะคิดแบบนั้นแต่พิมพ์อัปสรก็หยิบส่งให้พนักงาน จากนั้นหญิงสาวก็เลือกชุดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดลำลอง ชุดว่ายน้ำหรือแม้กระทั่งชุดนอนอีกหลายตัวแล้วจ่ายด้วยบัตรเครดิต
ขณะรอของเธอได้ยินเสียงคนฮือฮาที่ด้านหน้าร้านก็มองออกไปอย่างสนใจ
“มีอะไรกันเหรอ ทำไมคนมุงอะไรเต็มเลย” พิมพ์อัปสรถามขณะที่รับของและบัตรเครดิตคืนมา พนักงานสาวชะโงกมองไปด้านหน้าและร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“อุ๊ยนั่นคุณเอพริลนี่คะ นางเอกดังของช่องเก้าหกเลยค่ะสงสัยคุณเขาจะมาหาคุณจิรกรที่นี่”
ชื่อเอพริลนางเอกสาวไม่ได้ทำให้พิมพ์อัปสรสนใจเพราะเธอไม่รู้จัก แต่ชื่อจิรกรต่างหากที่ทำให้หญิงสาวหูผึ่ง
“หมายถึงพี่จอมน่ะเหรอคะ”
“ใช่ค่ะคุณลูกค้า มีข่าววงในซุบซิบกันว่าคุณจิรกรกับคุณเอพริลเป็นแฟนกันน่ะค่ะ”
พิมพ์อัปสรฟังแล้วก็ก้าวฉับๆ ไปด้านหน้า เห็นผู้หญิงสวยจัดคนหนึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าราคาแพง เดินผ่านร้านต่างๆ โดยที่มีการ์ดของเรือคอยดูแลผ่านหน้าไป เธอเดินตามไปและเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นไปหยุดที่หน้าร้านอาหารหรูในบริเวณเดียวกับพลาซ่า ก่อนจะหายเข้าไปในร้านดังกล่าว
สองชั่วโมงต่อมา สองหนุ่มสาวก็มาถึงโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจร่างกายโดยมีทนายเดินทางมาด้วย โดยที่ระหว่างอยู่บนเครื่องบินเล็กจิรกรคุยติดพันกับภวิศเรื่องรูปคดี“เห็นว่าทางเจ้าหน้าที่จะเรียกคนไปสอบเพิ่มนะครับ” ภวิศวางสายจากทีมงานของเขาและหันมารายงานนายจ้าง“มีใครน่าสนใจไหมครับ” เป็นไปได้ว่าทางเจ้าหน้าที่อาจจะได้ข้อมูลใหม่มา“มีคนนึงครับเป็นแขกบนเรือของคุณที่ค่อนข้างน่าสนใจมากครับ คุณจิโอวานนี่ ธาริส แอสตัน” ชื่อของนักธุรกิจหนุ่มที่ถือเป็นคู่แข่งของจิรกรในธุรกิจหลักเกี่ยวกับโทรคมนาคมที่เขาได้ยินทำให้ชายหนุ่มค่อนข้างแปลกใจ เหตุใดที่เขาไม่ได้รับรายงานว่าฝ่ายนั้นขึ้นเรือมาด้วยในเที่ยวนี้“น่าสนใจยังไงครับ” จิรกรถาม“คือว่าตอนนี้มีข่าวซุบซิบกันบนเรือครับว่าคุณจิโอวานนี่อาจจะเป็นฆาตกรก็ได้ เพราะเขาเคยติดต่อกับผู้ตายหลายครั้งแต่เธอไม่สนใจ เขาอาจจะโกรธแค้นหรือว่าเสียหน้าอะไรแบบนั้น”“ไม่จริงค่ะ พี่ไทม์ไม่ใช่คนแบบนั้น” พิมพ์อัปสรโพล่งขึ้นทันที ทำให้สองหนุ่มหันมามองเธอ“เพิร์ลรู้จักจิโอวานนี่เหรอ” จิรกรย้อนถามพิมพ์อัปสรพยักหน้าพลางทำหน้าไม่สบอารมณ์ “พี่ไทม์เป็
อาการที่อีกฝ่ายไม่พูดต่อ แต่มองไปยังด้านนอกหน้าต่างแทนทำให้ชายหนุ่มสองคนรู้คำตอบทันที “แล้วมึงทำยังไง อย่าบอกนะว่ากับเพิร์ล” ณพิชย์ลดเสียงลง“ผมขอร้อง ผมไม่อยากให้เพิร์ลเสียหาย” จิรกรมองหน้าเพื่อน ป่วยการจะบอกว่าไม่มีเกิดขึ้น“แต่ถ้านายไม่ให้การกับตำรวจเรื่องนี้ โอกาสที่จะรอดคุกมันยากมากนะมึง” ณพิชย์เปลี่ยนสรรพนามในตอนท้ายประโยค“ผมจะหาทางอื่น ผมไม่ได้ทำอะไรผิดผมไม่ยอมติดคุกแน่” จิรกรกล่าวแต่เพื่อนสองคนไม่เห็นด้วย“ก่อนคิดเรื่องนี้ ฉันว่านายต้องรีบกลับขึ้นฝั่งไปตรวจร่างกายไว้ก่อนที่สารในร่างกายมันจะหายไป ส่วนผลของมันจะเอามาใช้อะไรได้ไหมค่อยว่ากัน” พัศกรกลับมาถึงเรือในบ่ายวันนั้นโดยที่ชายหนุ่มมาพร้อมกับ ‘ภวิศ’ ทนายส่วนตัวของจิรกร โดยที่ทนายหนุ่มได้ขอข้อมูลเบื้องต้นจากลูกความของตนว่าทราบอะไรบ้างเกี่ยวกับคดี และได้ให้การอย่างไรกับเจ้าหน้าที่ไปแล้วบ้างก่อนที่ตนจะมาถึง“คุณไปตรวจร่างกายไว้ก่อนดีกว่า แล้วผมจะเช็คภาพจากกล้องแบบละเอียดอีกหลายๆ รอบ” ภวิศกล่าวและนั่นทำให้จิรกรต้องเปลี่ยนแผน“เพิร์ลไปไหนมาครับ ไม่ได้อยู่บนห้องเหรอ” ชายหนุ่มกลับขึ้นมาบนห้องเจอพิมพ์อัปสรที่เพิ่
“ใช่ค่ะ น้องเพิร์ลเคยได้ยินชื่อจิโอวานนี่ ธาริส แอสตันไหมคะ ที่ตอนนี้เขามาเปิดตัวรถยนต์นำเข้าจากยุโรปและอเมริกา” พิมพ์อัปสรขมวดคิ้ว นิ่งคิดก่อนจะตอบ “ค่ะ เคยได้ยิน” “นั่นล่ะค่ะ พี่ได้ยินมาว่าเขาก็เป็นมาเฟียด้วยนะคะ เขาติดต่อเอพริลมาสองเดือนแล้วค่ะ จะขอนัดทานข้าวด้วยเอพริลยอมไปครั้งเดียวก็บอกว่าน่ากลัว แต่เขาก็ไม่ยอมถอดใจนี่พี่เพิ่งรู้ว่าเขาอยู่บนเรือด้วยนะคะ” “แล้วทำไมพี่เข็มถึงคิดว่าแอสตันจะเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะคะ” พิมพ์อัปสรถาม เธอจึงเห็นเขสราถอนหายใจด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม“พี่ก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่นาทีนี้พี่ก็คิดไปหมดตราบใดที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอพริลกันแน่” เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามกับเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นที่เกี่ยวข้อง อาทิ พิสูจน์หลักฐานและนิติเวชเดินทางมาโดยเฮลิคอปเตอร์มาถึงเรือลาลีน่าในเวลาเกือบเที่ยงของวันนั้น และจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ตำรวจพบโทรศัพท์ของจิรกรที่เจ้าตัวจำไม่ได้ว่าหายไปตอนไหนเมื่อไหร่ คนที่เจ้าหน้าที่ประเมินว่าน่าจะมีส่วนในคดีต่างถูกเรียกไปสอบถามเบื้องต้น โดยที่ตำรวจมุ่งความสนใจมาที่เจ้าของเรือหนุ่มเป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังยืนยันหนักแน่
พิมพ์อัปสรเห็นเจ้าหน้าที่บนเรือหลายคนเดินกันขวักไขว่จึงเดินตามไปห่างๆ เธอดูตัวเลขลิฟต์ที่พวกเขาขึ้นไปว่าสิ้นสุดที่ชั้นไหนแล้วปะปนไปกับแขกทั่วไปของเรือขึ้นลิฟต์ตามไปด้วย “เมื่อกี๊ฉันได้ยินว่ามีคนตายบนเรือ เป็นดาราด้วยนะ”“มิน่าเห็นการ์ดเดินกันให้วุ่น แล้วทางเจ้าของเรือจะมีแถลงข่าวอะไรไหมนี่” สุภาพสตรีที่ยืนด้านหน้าเธอสองคนคุยกัน พลอยทำให้พิมพ์อัปสรหูผึ่งแอบฟังไปด้วย“แถลงข่าวว่าเป็นฆาตกรเหรอ นี่เห็นการ์ดพูดกันว่ามีคนบอกว่าเจ้าของเรือที่เป็นแฟนของดาราที่ตายน่ะ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยนะเธอ” “เอ้า แล้วถ้าเป็นงั้นจริงฉันว่าเรือนี่ก็ไม่น่าไปต่อแล้วล่ะ จะทำไงดีเนี่ย” พิมพ์อัปสรฟังการสนทนาด้วยความสนใจ เจ้าของเรือคนที่ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหมายถึงใคร จิรกรอย่างนั้นหรือเธอไม่อยากเชื่อเลย“เพิร์ล น้องเพิร์ลใช่ไหมคะ” เขสราเรียกพิมพ์อัปสรเมื่อเห็นหญิงสาวคนที่คุ้นตาอยู่ใกล้ห้องพักของเธอและเอพริล“พี่เข็มเป็นไงบ้างคะ เพิร์ลเป็นห่วงเลยลงมาดู” พิมพ์อัปสรมองหน้าอีกฝ่ายอย่างเห็นใจ เข้าใจว่าเขสราคงเครียดมากเขสรายกมือลูบหน้าช้าๆ เธอหลับตาชั่วครู่แล้วลืมตามองคู่สนทนา “พี่ไม่รู้เลยค่ะว่าเกิ
“ครับท่าน” หัวหน้ารปภ. ตอบด้วยท่าทางนอบน้อม เพราะว่าณพิชย์ไม่ได้เป็นแค่หุ้นส่วนเรือ แต่เขายังมีตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อีกด้วย ส่วนอรัญเดินไปคุยกับเขสราที่ยังอยู่ในภาวะช็อกถึงเรื่องราวในคืนนี้อยู่ครู่หนึ่งก็เดินกลับมาสมทบ บอกเพียงสั้นๆ ว่า“ไปหาที่คุยกันเถอะ ผมว่าเรื่องนี้มีกลิ่นไม่ค่อยดีแล้ว” ทั้งสามคนย้ายมาคุยในห้องรับรองพิเศษที่พวกเขาใช้ประจำ เมื่อนั่งลงประจำที่แล้วอรัญจึงเล่าให้ฟังจากการที่คุยกับเขสรามา“คุณเขมบอกว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้นอนที่ห้องเพราะบังเอิญเจอเพื่อน เธอจึงออกไปค้างห้องเพื่อนตั้งแต่เลิกงานก็คือเวลาหนึ่งทุ่ม” “แล้วยังไงวะ มีกลิ่นไม่ดีแบบไหน” ณพิชย์ถาม“ก็เธอบอกว่าตอนที่เธอแยกไป ครั้งสุดท้ายที่เห็นคุณเอพริลก็คือเจ้านายของเธออยู่กับพี่จอม เพราะว่าคุณเอพริลนัดกินข้าวกับพี่จอมที่ร้านอาหาร และเธอได้ยินว่าพี่จอมจะมาส่งคุณเอพริลที่ห้องพักเองหลังจบดินเนอร์” “อ้าว ฉิบหายสิมึง จริงไหมวะ” ณพิชย์หันมาถามจิรกร “ผมไปกินข้าวกับเอพริลจริง แต่ไม่ได้มาส่งเธอที่ห้องเราแยกกันที่ห้องอาหาร ผมออกมาก่อนด้วยซ้ำ” เขาไม่ได้พูดต่อว่าเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเองหลัง
ตอนที่ 6 พบผู้เสียชีวิตบนเรือแสงไฟจากในห้องน้ำเป็นไฟดวงเดียวที่เปิดอยู่ แสงของมันทำให้จิรกรเห็นร่างที่นอนหลับสนิทบนเตียงหลังจากที่เวลาผ่านเข้าวันใหม่มาสองชั่วโมง พิมพ์อัปสรหลับไปแทบจะทันทีหลังจากที่เขาพาเธอออกจากห้องน้ำเช็ดตัวให้พอหมาดเปลี่ยนชุดนอนใหม่แล้วเธอก็เงียบไปเหมือนปิดสวิทซ์ ชายหนุ่มหยิบกางเกงนอนขายาวมาสวมเพียงตัวเดียวจากนั้นก็กลับมาสอดตัวในผ้าห่มผืนเดียวกับคนที่หลับไปแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกดีขึ้นมากจากอาการแปลกๆ ช่วงหัวค่ำ จิรกรมองคนที่นอนพลิกตัวหันมากอดเขาทั้งที่หลับอยู่ ชายหนุ่มรู้ดีว่าวันพรุ่งนี้ตนเองกับพิมพ์อัปสรคงมีเรื่องต้องคุยทำความเข้าใจกันยาว เขากอดตอบเธอหลวมๆ หลับตาลงและบอกตัวเองว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากที่เขาหลับไปเพียงสองชั่วโมง จิรกรลืมตาอย่างรวดเร็วตามนิสัยที่เป็นคนตื่นเร็ว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปยกหูโทรศัพท์ภายในกดรับเพราะเกรงว่าอีกคนจะตื่นมาด้วย‘คุณจอมครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ’ เสียงของหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยรายงานมาอย่างร้อนรนทำให้เขาลุกขึ้นนั่งทันที และการขยับตัวนั้นก็ทำให้พิมพ์อัปสรรู้ตัวตื่นไปด้วย“มีอะไร
พิมพ์อัปสรไม่ได้มีนัดกับใครแต่หญิงสาวอยากมีเวลาอยู่ตามลำพังบ้าง อย่างน้อยขอแค่ช่วงเวลาพักกลางวันก็ยังดีเธอเลี้ยวไปตามทางและเดินชนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน หญิงสาวกล่าวขอโทษอย่างตกใจ“อุ๊ย ขอโทษค่ะ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” พิมพ์อัปสรประคองหญิงสาวที่ดูว่าคงเป็นรุ่นพี่เธ
พิมพ์อัปสรที่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่ตอนกลางวัน เริ่มรู้สึกหิวจึงคิดจะหาอะไรรับประทานเช่นกัน แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียก"มาทำอะไรแถวนี้ครับคุณเพิร์ล” พัศกรนั่นเอง “หิวค่ะ จะมาหาอะไรกิน คุณพัศล่ะคะ”“อ๋อ ผมมาเตรียมความพร้อมให้เจ้านายครับ บอสกับคุณๆ นัดรับประทานอาหารมื้อค่ำที่นี่” “
จิรกรหันไปมองหน้าพัศกร เมื่อได้ยินเธอบอกว่าห้องนอนต้องแชร์กันสามคนนั่นหมายความว่าอย่างไร“เอ่อ ห้องนอนพนักงานแผนกแม่บ้านเต็มทุกห้องเลยครับ แล้วปกติให้แชร์กันสองคนต่อห้อง แต่พอคุณเพิร์ลเพิ่งมาผมก็เลยต้องให้ไปแชร์กับห้องที่มีคนอยู่แล้ว” พัศกรเหงื่อตก ใครๆ ก็รู้ว่าพื้นที่บนเรือนั้นจะถูกออกแบบมาให
จิรกรออกจากห้องทำงานในเวลาเกือบสิบเจ็ดนาฬิกา เขาตรงไปที่ห้องรับรองพอดีกับที่รชตหรือโรมมาถึง สองหนุ่มทักทายกันก่อนที่รชตจะแนะนำญาติสาวให้รู้จักกับว่าที่เจ้านาย“นี่ยายเพิร์ลชื่อจริงพิมพ์อัปสรลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง เขาเรียนปีสี่สาขาการท่องเที่ยวกับเจพีตอนนี้ปิดเทอมเลยอยากให้มาลองฝึกงานกับนายดู เพ







