تسجيل الدخولพิธีมงคลสมรสของชนะศึกและพลอยรัมภาถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ตามความตั้งใจของฝ่ายหญิง เนื่องจากพลอยรัมภากำลังมีอาการแพ้ท้องเล็กน้อย ชนะศึกจึงไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับพิธีการที่ยืดเยื้อ และยินดีทำทุกอย่างตามความต้องการของเธอนักรบเดินเข้ามาหาออสติน พลางมองหาพ่อกับแม่ไปรอบๆ ทำไมต้องมีพิธีเข้าหอด้วย เขาถูกทิ้งไว้กับบอดี้การ์ดตัวโตของพ่อแทน“คุณลุงนักรบคิดถึงแม่” เด็กน้อยทำแก้มป่องอย่างน้อยใจ“เราอย่าเพิ่งไปขัดคุณพ่อกับคุณแม่เลยครับ” ออสตินย่อตัวลงลูบศีรษะเขาเบาๆ“แต่งงานแล้วไม่สนใจลูกเลย” นักรบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เด็กน้อยบ่นเสียงเบา ทำเอาออสตินหลุดหัวเราะออกมาสี่ปีผ่านไปเด็กหญิงพิมพ์ลดาเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อกับแม่ จนกลายเป็นเด็กน้อยแก้มป่อง น่ารัก และร่าเริง“น้องพิมพ์ มากินขนมสิ” นักรบหันไปเรียกน้องสาววัยสี่ขวบที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกล“ไม่เอา” พิมพ์ลดาส่ายหน้าทันทีเหตุผลไม่ใช่เพราะไม่อยากกินขนม แต่เป็นเพราะข้างๆ พี่ชายมีซันเดย์ เด็กชายที่ชอบแกล้งเธอเป็นประจำ จนเด็กน้อยไม่ค่อยชอบ“คนอะไรตัวอ้วนกลม” ซันเดย์ยกยิ้มกวนๆ ก่อนเดินเข้ามา เขาแกล้งจิ้มแก้มเด็กหญิงเบาๆ“อย่ามาว
นักรบเดินเตาะแตะเข้ามาหาแม่ พร้อมช่อดอกไม้ช่อโตที่แทบจะบังตัวทั้งตัว พลอยรัมภาหันไปมอง ก่อนหลุดยิ้มเมื่อเห็นลูกชายพยายามอุ้มช่อดอกไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเล“พ่อให้นักรบเอามาให้ครับ พ่อบอกว่าเจ็บแผลมากเลย” เด็กน้อยยื่นช่อดอกไม้ให้แม่อย่างตั้งใจ“เจ้าเล่ห์” เธอรับช่อดอกไม้ไว้ พลางส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ เธอบ่นพึมพำเบาๆ ช่อดอกไม้ใหญ่เสียจนเกือบสูงกว่าตัวนักรบ“แม่หายงอนพ่อนะครับ” เด็กน้อยพูดตามที่จำมาได้ไม่มีผิด“พ่อให้มาพูดแบบนี้เหรอ” หญิงสาวเลิกคิ้ว ก่อนย่อตัวลงมองหน้าลูก“ใช่ครับ เอ๊ย ไม่ใช่ครับ” นักรบพยักหน้าโดยอัตโนมัติ เพิ่งพูดจบเด็กน้อยก็รีบยกมือปิดปากตัวเอง“ลูกโกหกไม่เก่งเลยนะ” พลอยรัมภาหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด เธอลูบศีรษะลูกชายเบาๆ“ก็พ่อบอกว่าถ้าแม่ยิ้มได้ พ่อจะให้กินไอติมครับ” เด็กน้อยเกาหัวเขินๆ ก่อนยิ้มแห้ง คำสารภาพนั้นทำให้พลอยรัมภาหลุดหัวเราะอีกครั้ง“เห็นแก่กิน” เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดู แม้จะพยายามทำหน้าดุ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนเอาไว้ไม่มิดวันถัดมาชนะศึกพาพลอยรัมภาขึ้นมายังเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ห้องกว้างตกแต่งอย่างเรียบหรู พร้อมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเ
ชนะศึกนั่งหน้างออยู่หลังโต๊ะทำงาน พลางมองนักรบที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนโซฟาในห้องทำงานยิ่งมองลูกชาย เขาก็ยิ่งนึกถึงแม่ของเด็กช่วงนี้พลอยรัมภาเอาแต่หลบหน้าเขา พอเข้าใกล้ก็หาว่าเหม็นบ้าง พะอืดพะอมบ้างจนเขาไม่กล้าเข้าไปกอดหรือแกล้งเหมือนเมื่อก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่“คุณพ่อเป็นอะไรครับ” นักรบเงยหน้าขึ้นมองพ่ออย่างสงสัย ชนะศึกถอนหายใจก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้“ช่วงนี้แม่เราเป็นอะไรไม่รู้ แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้” เขาบ่นพึมพำ“เมื่อวานนักรบเห็นแม่คุยโทรศัพท์เสียงหวานด้วยครับ” นักรบทำหน้าครุ่นคิด ก่อนนึกอะไรขึ้นได้“คุยกับใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ในใจเริ่มร้อนรุ่มเมื่อได้ยินลูกพูดแบบนั้น“ไม่รู้ครับ วันนี้แม่ก็ไปกับป้าส้มโอไม่ยอมพานักรบไปด้วย” เด็กน้อยส่ายหน้า ก่อนจะทำหน้าน้อยใจชายหนุ่มนิ่งเงียบคำพูดของลูกชายวนเวียนอยู่ในหัว หรือว่าพลอยรัมภาจะมีใครอีกคนเพียงคิดได้เท่านั้น เขาก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที“พ่อจะพานักรบไปไหน”“ไปหาแม่” เขาอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนวันนี้เขาต้องรู้ให้ได้ร้านดอกไม้ของส้มโอเต็มไปด้วยเสียงห
ห้องสอบสวนเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วเบา พลอยรัมภานั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนอีกฝั่งคือคมเดช ผู้เป็นพ่อที่ถูกใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้างชายวัยกลางคนก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาลูกสาวของตัวเองหลังจากเงียบอยู่นาน เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“คุณชอว์นดูแลลูกดี พ่อก็ดีใจแล้ว”“พลอยขอถามพ่อสักคำถามได้ไหม”“ได้สิ” คมเดชพยักหน้าช้าๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ครอบครัวนั้นมีความสุขมาก“พ่อเคยมองพลอยเป็นลูกบ้างไหม”คำถามแรกทำให้คมเดชนิ่งงัน แต่คำถามต่อมากลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ“พ่อเคยรู้สึกผิดต่อแม่บ้างหรือเปล่า” ทันทีที่พูดจบ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้มตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอเฝ้ารอคำตอบนี้มาตลอด ว่าทำไมพ่อถึงทำร้ายคนที่รักเขาที่สุดได้ลงคอ คมเดชกำมือแน่นจนโซ่กุญแจมือกระทบกันเป็นเสียงแผ่วเขานิ่งอยู่นาน นานเสียจนห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด เขาอยากเอ่ยคำขอโทษ อยากบอกว่าตัวเองเสียใจ อยากบอกว่ารู้สึกผิดทุกวันที่นึกถึงภรรยาและลูกสาว แต่สุดท้ายก็ได้เพียงยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง“พ่อมันเลวเอง
นักรบที่เพิ่งตื่นนอนเด็กน้อยขยี้ตา ก่อนชะงักเมื่อเห็นพ่อกับแม่นอนกอดกันอยู่บนโซฟา เด็กชายหน้าบึ้งทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น“พ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“ชู่ว์ แม่หลับอยู่อย่าเสียงดัง” เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากพลอยรัมภาอย่างระมัดระวัง ไม่อยากให้เธอตื่น ก่อนลุกเดินไปหาลูกชาย“พ่อแอบขโมยแม่ของนักรบอีกแล้วนะ” นักรบกอดอก มองพ่ออย่างเอาเรื่อง“แม่เป็นของนักรบคนเดียวได้ยังไง แบ่งพ่อบ้างสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของลูก“แบ่งนิดเดียวก็ได้” เด็กชายเม้มปาก คิดตามอยู่ครู่หนึ่ง“งั้นเราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ปล่อยให้แม่นอนพัก”คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มจากชนะศึกได้ทันที พูดจบเขาก็ช้อนตัวลูกชายขึ้นอุ้มไว้บนแขน ครั้งนี้นักรบไม่ขัดขืนเหมือนทุกที กลับยอมซบไหล่พ่อแต่โดยดี ก่อนหันกลับไปมองแม่ที่ยังหลับอยู่บนโซฟาพ่อลูกจึงค่อยๆ เดินออกไปด้านนอก ปิดประตูเบาๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรอยยิ้มของหญิงสาวที่ยังหลับสนิท โดยไม่รู้ตัวสองพ่อลูกเดินเล่นเลียบชายหาด ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบทะเล นักรบวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆส่วนชนะศึกก็เดินตามพลางมองลูกชายด้วยรอยยิ้มระหว่
พลอยรัมภานั่งมองใบหน้าลูกชายที่หลับสนิท หลังจากเล่นน้ำทะเลจนเหนื่อยอ่อน เธอลูบศีรษะเล็กๆ ของเขาเบา ๆ พลางทอดสายตามองผืนทะเลกว้าง แม้หัวใจจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจากนี้ควรก้าวเดินไปทางไหนต่อก๊อก ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอหลุดจากภวังค์ รีบลุกไปเปิดประตู“อาหารมาส่งครับ”“ฉันไม่ได้สั่งค่ะ” เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ผลักประตูหวังปิด แต่กลับมีมือหนายื่นมาขวางไว้ พร้อมกับร่างสูงที่แทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ“คุณชอว์น!” หญิงสาวเบิกตากว้าง มองใบหน้าคมที่คุ้นเคยอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเขาจะตามหาเธอจนเจอ“คิดจะหนีไปจากฉันงั้นเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูและกดล็อกทันที ดวงตาคมจ้องเธอไม่วาง ราวกับไม่เปิดโอกาสให้หลบหนีอีก“คุณจะเอายังไงต่อ” พลอยรัมภาถามเสียงแผ่ว เธอไม่กล้ากลับไปอยู่กับเขาอีกแล้วชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ก่อนยกมือขึ้นตบเบาๆ ที่เบาะข้างตัว“มานั่งนี่” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยคำสั่งที่ยากจะปฏิเสธ จนหญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งหัวใจเต้นระรัว ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อฟังหรือ







