LOGINภายในห้องทำงาน บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออกพลอยรัมภากำชายกระโปรงแน่น พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
“ฉันต้องการให้คุณดูแลลูก” เธอเอ่ยความต้องการออกมาตรงๆ
“เธอเอาแต่บอกว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของฉัน แล้วหลักฐานละ” ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาวนิ่ง ก่อนเอนหลังพิงโต๊ะทำงานน้ำเสียงของเขาเย็นชา
“มีแต่คนตาบอดนั้นที่มองหน้าลูกแล้วไม่รู้สึกอะไร”
“เธอเป็นใครก็ไม่รู้อยู่มาบอกว่าเป็นเมียฉัน แล้วไหนหลักฐานที่เธอท้องลูกของฉัน” ชายหนุ่มขมวดคิ้วทันที ประโยคนั้นกระทบความรู้สึกบางอย่างในใจอย่างประหลาด
“นี่คุณจำไม่ได้จริงๆ ใช่มั้ย” เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา ทำไมเขาถึงลืมทุกอย่างไปจนหมด แต่ผู้ชายแบบชนะศึกไว้ใจไม่ได้
“เธอหมายความว่าไง”
“คุณความจำเสื่อมหรือไง คุณชอว์น”
คำถามตรงไปตรงมาทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปชนะศึกก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงน้อยนิด
“เธอบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของฉันใช่ไหม” เขาถามช้าๆ ราวกับต้องการยืนยันอีกครั้ง
“ใช่” พลอยรัมภาเงยหน้าสบตาเขา
ชนะศึกจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่กะพริบยิ่งสบดวงตาคู่นั้น หัวใจของเขาก็ยิ่งสับสน ราวกับมีบางอย่างกำลังดิ้นรนอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำ
“จะทำอะไรเราคุยกันเรื่องลูกอยู่นะ” เธอถอยหลังหนึ่งก้าว แต่กลับชนขอบโต๊ะทำงานจนไม่มีทางหนี
“หาหลักฐานไง” ชายหนุ่มก้าวตามเข้ามา ก่อนจะยกมือขึ้นประคองท้ายทอยของเธอไว้
“หลักฐานบ้าบอกอะไร ถอยออกไป”
เขาไม่ตอบมีเพียงสายตาที่จับจ้องใบหน้าของเธอ ราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่างในเสี้ยววินาทีนั้น ชนะศึกโน้มตัวลงโดยไม่ทันคิด ริมฝีปากของเขาแตะลงบนริมฝีปากของหญิงสาวเพียงชั่วครู่ พลอยรัมภาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“อื้อ” เธอรีบยกมือขึ้นดันแผ่นอกของเขา พร้อมทุบเบาๆ เพื่อให้เขาปล่อย
เขาชะงักก่อนผละออกอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ต่างหอบหายใจเล็กน้อยชายหนุ่มขมวดคิ้วแน่น พลางยกปลายนิ้วแตะริมฝีปากของตัวเอง ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นผ่านหัวใจ
“บ้าหรือไง คุณจะเอายังไงเรื่องลูก”
“ตรวจดีเอ็นเอ ถ้าไม่ใช่ลูกของฉันเธอตายแน่” เขาหันหลังเดินออกไปทันที พร้อมคาดโทษลูกน้องตัวเองไว้ ที่ไม่ยอมเล่าเรื่องราวของพลอยรัมภาให้เขาฟัง
นักรบนั่งรอแม่อย่างใจเย็นอยู่หน้าห้องรับรอง ขาเล็กๆ แกว่งไปมาเป็นจังหวะ ดวงตากลมโตจับจ้องประตูบานใหญ่ไม่กะพริบ ข้างกายมีผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีเข้มยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง สีหน้าเรียบนิ่งแต่สายตาไม่เคยละจากเด็กน้อย
“คุณลุงเมื่อไหร่แม่จะออกมาครับ” นักรบเงยหน้าถามด้วยน้ำเสียงใส
“เดี๋ยวก็ออกมา” นทีตอบสั้นๆ ก่อนจะทอดสายตามองใบหน้าเล็กนั้นอีกครั้ง
ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนคิ้วเข้ม ดวงตาคม จมูกโด่ง และสีหน้าตอนทำเป็นนิ่ง ล้วนถอดแบบมาจากผู้ชายคนหนึ่งแทบทุกกระเบียดนิ้ว
ต่อให้มองมาจากดาวอังคารก็ยังรู้ว่านี่คือลูกของชนะศึก นทีถอนหายใจแผ่วๆ พลางหันไปมองออสตินที่ยืนอยู่ข้างกัน สีหน้าของอีกฝ่ายเองก็ดูอึดอัดไม่ต่างกัน
“คนใจร้ายคนนั้นใครเหรอ”
“เป็น...” เขาอ้าปากจะตอบ แต่กลับนึกไม่ออกว่าจะอธิบายความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ว่าอย่างไร นทีรีบใช้ศอกกระทุ้งแขนออสตินเบาๆ
“พูดอะไรบ้างสิ”
“ฉันพูดไทยไม่ชัด” ออสตินเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไรออกมาเลย
พลอยรัมภาเดินออกมาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า แต่ทันทีที่เห็นลูกชาย ใบหน้าสวยก็คลี่ยิ้มอ่อนโยน เธอมองคนตัวโตก่อนจะหยักหน้า
“นักรบ”
“แม่จ๋า” เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปหาแม่ทันที
หญิงสาวย่อตัวลงรับอ้อมกอดของลูก กอดแน่นราวกับต้องการชดเชยเวลาที่ปล่อยให้เขารอ ก่อนจะลูบผมนุ่มเบาๆ
“กลับบ้านกัน”
“ครับ” นักรบพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะจับมือแม่ไว้แน่น
“เดี๋ยวผมไปส่งครับ” นทีอาสาไปส่งหญิงสาว
“พวกคุณจะไปตามหาพ่อของพลอยเหรอคะ คุณพ่อไม่เคยมาหานานแล้ว”
“เปล่าครับ แถวนี้เรียกรถยากผมไปส่งดีกว่า” ตอนนี้ยังไม่มีคำสั่งของเจ้านาย ว่าจะต้องทำอย่างไรกับสองแม่ลูกต่อ
ประตูห้องทำงานปิดลงพร้อมกับออสตินที่เดินเข้ามา สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ ชนะศึกเงยหน้ามองลูกน้อง
“ที่ผู้หญิงคนนั้นเป็นความจริงใช่ไหม”
“ครับ” ออสตินเม้มริมฝีปาก ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” เขาเกลียดของพลอยรัมภาเข้าไส้ แล้วเขาจะเอาผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียได้อย่างไร
“ไอ้คมเดชมันเอาลูกสาวตัวเองมาประเคนให้คุณชอว์น เพื่อเป็นตัวประกัน”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบ ชายหนุ่มกำหมัดแน่น เส้นเลือดบนสันมือปูดนูน ดวงตาคมเต็มไปด้วยความโกรธ แล้วทำไมถึงไม่มีใครบอกเขาเรื่องนี้
“แล้วที่ผ่านมา ทำไมพวกนายถึงเงียบ” เขาเงยหน้าขึ้นมองออสตินและนทีที่ยืนอยู่ไม่ไกล น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่หนักแน่นจนทั้งห้องสั่นสะเทือน
“ขอโทษครับ พวกเราไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้” ออสตินก้มหน้าลงทันที
“ฉันรักพลอยรัมภาหรือไม่” เขาหันมาถามลูกน้อง
“ไม่ทราบครับ” ออสตินก้มหน้า และไม่มีทางที่พลอยรัมภาจะรักผู้ชายแบบชนะศึก แต่ชายหนุ่มไม่กล้าพูดออกมา
“ไม่ได้เรื่อง! ไปเอาประวัติเด็กคนนั้นมานัดหมอตรวจดีเอ็นเอไว้ด้วย” เขาหันกลับมาหาลูกน้อง สีหน้ากลับมาเด็ดขาดดังเดิม
“เรื่องตรวจสุขภาพของคุณละครับ”
“เอาไว้ก่อน ตอนนี้มีเรื่องต้องจัดการ”
เขาหันหลังทันทีตอนนี้ทุกอย่างถาโถมเข้ามาพร้อมกัน เขาตามหาพลอยรัมภาอยู่หลายปี จู่ๆ ก็โผล่มาพร้อมกับบอกว่ามีลูกกับเขา ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด
“หน้าตาก็สวยอยู่หรอก แต่เราไม่น่าจะลากผู้หญิงคนนั้นขึ้นเตียง” เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนพึมพำกับตัวเอง
พลอยรัมภาเป็นผู้หญิงที่สวยและน่ารักสมวัย แต่ทุกครั้งที่มองเธอ เขากลับนึกถึงสิ่งที่คมเดชเคยทำไว้จนไม่อาจเปิดใจยอมรับเธอได้ และตอนนี้ยังมีเด็กคนหนึ่งเข้ามาเกี่ยวข้อง
หากนักรบเป็นลูกของเขาจริง คมเดชก็คงกำลังยิ้มอยู่เงียบๆ เพราะมีหมากในมือเพิ่มขึ้นอีก แต่เขาไม่ใช่ผู้ชายที่ใจร้ายที่จะทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง
ชนะศึกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหานทีทันที แต่สมองกลับนึกถึงแต่ใบหน้าของพลอยรัมภา ปลายสายรับเพียงไม่นาน
“กลับมาหรือยัง”
“กลับมาแล้วครับ”
“เข้ามาหาฉัน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนกดตัดสายทันที ไม่เปิดโอกาสให้นทีได้ถามถึงเหตุผล
ไม่นานประตูห้องทำงานก็ถูกเคาะเบาๆ นทีมาถึงแล้ว พร้อมรับคำสั่งต่อไปจากผู้เป็นนาย แต่สายตาของผู้เป็นนายทำให้นทีใจคอไม่ดี
“สภาพการเป็นอยู่สองแม่ลูกเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ดีนะครับ มีเพื่อนบ้านดีไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านหรือมากกว่านั้น” นทีพูดตามที่เห็นตอนที่ไปสองพลอยรัมภา เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งออกมาทักทายอย่างสนิทสนม เขาที่เป็นผู้ชายด้วยกันยังดูออก
“คือ?” เขาขมวดคิ้ว
“เพื่อนชายของคุณพลอยครับ ดูท่าน่าจะดูแลคุณพลอยกับลูกได้ดี”
“ไร้สาระ” กรามของเขาขบแน่น ดวงตาเย็นเฉียบลมหายใจติดขัด แล้วที่มาเรียกร้องสิทธิ์ของลูกมันคืออะไร เขากำหมัดแน่นยามที่นึกถึงหญิงสาวอยู่กับผู้ชายคนอื่น
พิธีมงคลสมรสของชนะศึกและพลอยรัมภาถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย ตามความตั้งใจของฝ่ายหญิง เนื่องจากพลอยรัมภากำลังมีอาการแพ้ท้องเล็กน้อย ชนะศึกจึงไม่อยากให้เธอเหนื่อยกับพิธีการที่ยืดเยื้อ และยินดีทำทุกอย่างตามความต้องการของเธอนักรบเดินเข้ามาหาออสติน พลางมองหาพ่อกับแม่ไปรอบๆ ทำไมต้องมีพิธีเข้าหอด้วย เขาถูกทิ้งไว้กับบอดี้การ์ดตัวโตของพ่อแทน“คุณลุงนักรบคิดถึงแม่” เด็กน้อยทำแก้มป่องอย่างน้อยใจ“เราอย่าเพิ่งไปขัดคุณพ่อกับคุณแม่เลยครับ” ออสตินย่อตัวลงลูบศีรษะเขาเบาๆ“แต่งงานแล้วไม่สนใจลูกเลย” นักรบถอนหายใจเฮือกใหญ่ เด็กน้อยบ่นเสียงเบา ทำเอาออสตินหลุดหัวเราะออกมาสี่ปีผ่านไปเด็กหญิงพิมพ์ลดาเติบโตขึ้นท่ามกลางความรักและการดูแลเอาใจใส่จากพ่อกับแม่ จนกลายเป็นเด็กน้อยแก้มป่อง น่ารัก และร่าเริง“น้องพิมพ์ มากินขนมสิ” นักรบหันไปเรียกน้องสาววัยสี่ขวบที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกล“ไม่เอา” พิมพ์ลดาส่ายหน้าทันทีเหตุผลไม่ใช่เพราะไม่อยากกินขนม แต่เป็นเพราะข้างๆ พี่ชายมีซันเดย์ เด็กชายที่ชอบแกล้งเธอเป็นประจำ จนเด็กน้อยไม่ค่อยชอบ“คนอะไรตัวอ้วนกลม” ซันเดย์ยกยิ้มกวนๆ ก่อนเดินเข้ามา เขาแกล้งจิ้มแก้มเด็กหญิงเบาๆ“อย่ามาว
นักรบเดินเตาะแตะเข้ามาหาแม่ พร้อมช่อดอกไม้ช่อโตที่แทบจะบังตัวทั้งตัว พลอยรัมภาหันไปมอง ก่อนหลุดยิ้มเมื่อเห็นลูกชายพยายามอุ้มช่อดอกไม้ด้วยท่าทางทุลักทุเล“พ่อให้นักรบเอามาให้ครับ พ่อบอกว่าเจ็บแผลมากเลย” เด็กน้อยยื่นช่อดอกไม้ให้แม่อย่างตั้งใจ“เจ้าเล่ห์” เธอรับช่อดอกไม้ไว้ พลางส่ายหน้ากับความเจ้าเล่ห์ของคนเป็นพ่อ เธอบ่นพึมพำเบาๆ ช่อดอกไม้ใหญ่เสียจนเกือบสูงกว่าตัวนักรบ“แม่หายงอนพ่อนะครับ” เด็กน้อยพูดตามที่จำมาได้ไม่มีผิด“พ่อให้มาพูดแบบนี้เหรอ” หญิงสาวเลิกคิ้ว ก่อนย่อตัวลงมองหน้าลูก“ใช่ครับ เอ๊ย ไม่ใช่ครับ” นักรบพยักหน้าโดยอัตโนมัติ เพิ่งพูดจบเด็กน้อยก็รีบยกมือปิดปากตัวเอง“ลูกโกหกไม่เก่งเลยนะ” พลอยรัมภาหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด เธอลูบศีรษะลูกชายเบาๆ“ก็พ่อบอกว่าถ้าแม่ยิ้มได้ พ่อจะให้กินไอติมครับ” เด็กน้อยเกาหัวเขินๆ ก่อนยิ้มแห้ง คำสารภาพนั้นทำให้พลอยรัมภาหลุดหัวเราะอีกครั้ง“เห็นแก่กิน” เธอส่ายหน้าอย่างเอ็นดู แม้จะพยายามทำหน้าดุ แต่รอยยิ้มที่มุมปากกลับซ่อนเอาไว้ไม่มิดวันถัดมาชนะศึกพาพลอยรัมภาขึ้นมายังเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมือง ห้องกว้างตกแต่งอย่างเรียบหรู พร้อมกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเ
ชนะศึกนั่งหน้างออยู่หลังโต๊ะทำงาน พลางมองนักรบที่กำลังนั่งเล่นของเล่นอยู่บนโซฟาในห้องทำงานยิ่งมองลูกชาย เขาก็ยิ่งนึกถึงแม่ของเด็กช่วงนี้พลอยรัมภาเอาแต่หลบหน้าเขา พอเข้าใกล้ก็หาว่าเหม็นบ้าง พะอืดพะอมบ้างจนเขาไม่กล้าเข้าไปกอดหรือแกล้งเหมือนเมื่อก่อน ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่“คุณพ่อเป็นอะไรครับ” นักรบเงยหน้าขึ้นมองพ่ออย่างสงสัย ชนะศึกถอนหายใจก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้“ช่วงนี้แม่เราเป็นอะไรไม่รู้ แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้” เขาบ่นพึมพำ“เมื่อวานนักรบเห็นแม่คุยโทรศัพท์เสียงหวานด้วยครับ” นักรบทำหน้าครุ่นคิด ก่อนนึกอะไรขึ้นได้“คุยกับใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ในใจเริ่มร้อนรุ่มเมื่อได้ยินลูกพูดแบบนั้น“ไม่รู้ครับ วันนี้แม่ก็ไปกับป้าส้มโอไม่ยอมพานักรบไปด้วย” เด็กน้อยส่ายหน้า ก่อนจะทำหน้าน้อยใจชายหนุ่มนิ่งเงียบคำพูดของลูกชายวนเวียนอยู่ในหัว หรือว่าพลอยรัมภาจะมีใครอีกคนเพียงคิดได้เท่านั้น เขาก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ทันที“พ่อจะพานักรบไปไหน”“ไปหาแม่” เขาอุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ไม่ว่าเธอจะไปที่ไหนวันนี้เขาต้องรู้ให้ได้ร้านดอกไม้ของส้มโอเต็มไปด้วยเสียงห
ห้องสอบสวนเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังแผ่วเบา พลอยรัมภานั่งอยู่ฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนอีกฝั่งคือคมเดช ผู้เป็นพ่อที่ถูกใส่กุญแจมือไว้ทั้งสองข้างชายวัยกลางคนก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาลูกสาวของตัวเองหลังจากเงียบอยู่นาน เขาจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“คุณชอว์นดูแลลูกดี พ่อก็ดีใจแล้ว”“พลอยขอถามพ่อสักคำถามได้ไหม”“ได้สิ” คมเดชพยักหน้าช้าๆหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ครอบครัวนั้นมีความสุขมาก“พ่อเคยมองพลอยเป็นลูกบ้างไหม”คำถามแรกทำให้คมเดชนิ่งงัน แต่คำถามต่อมากลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในหัวใจ“พ่อเคยรู้สึกผิดต่อแม่บ้างหรือเปล่า” ทันทีที่พูดจบ น้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ก็ไหลอาบแก้มตลอดชีวิตที่ผ่านมาเธอเฝ้ารอคำตอบนี้มาตลอด ว่าทำไมพ่อถึงทำร้ายคนที่รักเขาที่สุดได้ลงคอ คมเดชกำมือแน่นจนโซ่กุญแจมือกระทบกันเป็นเสียงแผ่วเขานิ่งอยู่นาน นานเสียจนห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด เขาอยากเอ่ยคำขอโทษ อยากบอกว่าตัวเองเสียใจ อยากบอกว่ารู้สึกผิดทุกวันที่นึกถึงภรรยาและลูกสาว แต่สุดท้ายก็ได้เพียงยิ้มอย่างสมเพชตัวเอง“พ่อมันเลวเอง
นักรบที่เพิ่งตื่นนอนเด็กน้อยขยี้ตา ก่อนชะงักเมื่อเห็นพ่อกับแม่นอนกอดกันอยู่บนโซฟา เด็กชายหน้าบึ้งทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น“พ่อมาตั้งแต่เมื่อไหร่”“ชู่ว์ แม่หลับอยู่อย่าเสียงดัง” เขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากพลอยรัมภาอย่างระมัดระวัง ไม่อยากให้เธอตื่น ก่อนลุกเดินไปหาลูกชาย“พ่อแอบขโมยแม่ของนักรบอีกแล้วนะ” นักรบกอดอก มองพ่ออย่างเอาเรื่อง“แม่เป็นของนักรบคนเดียวได้ยังไง แบ่งพ่อบ้างสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ ก่อนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของลูก“แบ่งนิดเดียวก็ได้” เด็กชายเม้มปาก คิดตามอยู่ครู่หนึ่ง“งั้นเราออกไปข้างนอกกันดีกว่า ปล่อยให้แม่นอนพัก”คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มจากชนะศึกได้ทันที พูดจบเขาก็ช้อนตัวลูกชายขึ้นอุ้มไว้บนแขน ครั้งนี้นักรบไม่ขัดขืนเหมือนทุกที กลับยอมซบไหล่พ่อแต่โดยดี ก่อนหันกลับไปมองแม่ที่ยังหลับอยู่บนโซฟาพ่อลูกจึงค่อยๆ เดินออกไปด้านนอก ปิดประตูเบาๆ ทิ้งไว้เพียงความเงียบและรอยยิ้มของหญิงสาวที่ยังหลับสนิท โดยไม่รู้ตัวสองพ่อลูกเดินเล่นเลียบชายหาด ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นขอบทะเล นักรบวิ่งเล่นอยู่ใกล้ๆส่วนชนะศึกก็เดินตามพลางมองลูกชายด้วยรอยยิ้มระหว่
พลอยรัมภานั่งมองใบหน้าลูกชายที่หลับสนิท หลังจากเล่นน้ำทะเลจนเหนื่อยอ่อน เธอลูบศีรษะเล็กๆ ของเขาเบา ๆ พลางทอดสายตามองผืนทะเลกว้าง แม้หัวใจจะเต็มไปด้วยความกังวล แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจากนี้ควรก้าวเดินไปทางไหนต่อก๊อก ก๊อก ก๊อกหญิงสาวสะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธอหลุดจากภวังค์ รีบลุกไปเปิดประตู“อาหารมาส่งครับ”“ฉันไม่ได้สั่งค่ะ” เธอขมวดคิ้ว ก่อนจะค่อยๆ ผลักประตูหวังปิด แต่กลับมีมือหนายื่นมาขวางไว้ พร้อมกับร่างสูงที่แทรกตัวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ“คุณชอว์น!” หญิงสาวเบิกตากว้าง มองใบหน้าคมที่คุ้นเคยอย่างคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าเขาจะตามหาเธอจนเจอ“คิดจะหนีไปจากฉันงั้นเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ก่อนจะเอื้อมมือปิดประตูและกดล็อกทันที ดวงตาคมจ้องเธอไม่วาง ราวกับไม่เปิดโอกาสให้หลบหนีอีก“คุณจะเอายังไงต่อ” พลอยรัมภาถามเสียงแผ่ว เธอไม่กล้ากลับไปอยู่กับเขาอีกแล้วชายหนุ่มไม่ตอบในทันที เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟา ก่อนยกมือขึ้นตบเบาๆ ที่เบาะข้างตัว“มานั่งนี่” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงด้วยคำสั่งที่ยากจะปฏิเสธ จนหญิงสาวได้แต่ยืนนิ่งหัวใจเต้นระรัว ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อฟังหรือ







