تسجيل الدخولทั้งคู่เดินออกจากลิฟต์มาถึงหน้าห้อง การันต์หยิบคีย์การ์ดจากกระเป๋าด้านในสูทออกมาแตะเปิดประตู ก่อนเดินไปยังส่วนบาร์เครื่องดื่ม หยิบไวน์ในตู้เก็บไวน์ออกมารินใส่แก้ว แล้วยกดื่มอย่างรวดเร็ว เขาทำวนแบบนี้จนไวน์พร่องไปเกือบครึ่งขวด จนหญิงสาวที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ต้องเข้ามาจับแขนหยุดเขาเอาไว้
การันต์ชะงัก ก่อนหันหน้าไปมองจ้องตาอีกคนด้วยใบหน้าที่ดูดุดัน จนทำให้ผู้ถูกมองรู้สึกกลัวจนตัวเกร็งขึ้นมา
“ผมไม่ชอบที่มีคนมายุ่งกับคุณ มาจับเนื้อต้องตัวคุณแบบนั้น” การันต์พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ก่อนถูกอีกคนใช้สองมือขึ้นมาประคองใบหน้าของเขาเอาไว้
“คุณกำลังคิดมากนะ” นาราพูดก่อนค่อยๆ เขย่งปลายเท้า ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ บรรจงใช้ริมฝีปากคู่สวยเลื่อนเข้ามาประกบกับปากเขาเบาๆ อย่างไม่มีการล่วงเกิน ใช้แววตาละมุนคู่สวยจ้องมองการันต์กลับ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก...หัวใจโดนจู่โจม!! หัวใจของการันต์โดนคุณเลขาเล่นงานอีกแล้ว ไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลย การันต์คิดดังๆ ในใจก่อนถูกคุณเลขาเลื่อนเข้ามากระซิบข้างหูเบาๆ อีกครั้ง
“ใจนาราอยู่กับคุณ จะให้นาราไปสนใจใครล่ะคะ”
O_O
หัวใจยิ่งเต้นแรงมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อหญิงสาวเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง กระทั่งความโกรธเคืองเมื่อครู่หายไปจนหมด คำพูดที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากคนตรงหน้าเข้าถาโถมจู่โจมหัวใจเขา จนมันฟูฟ่อง เบาหวิว และอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก
คำพูดเมื่อครู่บวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เยอะพอประมาณจากงานเลี้ยงเมื่อค่ำ มันทำให้อารมณ์ของทั้งคู่เริ่มพลุ่งพล่าน โหยหา และต้องการร่างกายของกันและกัน
การันต์ค่อยๆ ใช้สองมือคล้องโอบคอหญิงสาวตรงหน้าแล้วเลื่อนตัวเข้าหา ดันร่างเธอถอยร่นไปจนติดผนังห้อง ก่อนขยับมือขึ้นประคองแก้มเนียน
ใบหน้าของการันต์ขยับเข้ามาใกล้นาราอย่างช้าๆ ใช้จมูกโด่งเป็นสันเข้าคลอเคลียดอมดมไปตามสองแก้มใส ขยับเรื่อยจนถึงสันกราม ปล่อยลมหายใจร้อนผะผ่าวกระทบผิวอ่อนตรงซอกคอ จนนาราแข้งขาอ่อนระทวยแทบล้มทั้งยืน
ณ จุดนี้ การันต์ไม่สามารถประคองอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนี้ได้อีกต่อไป
“นารา ผมไม่ไหวแล้ว คืนนี้ผมขอ...ได้ไหม!?” การันต์รวบรวมความกล้าถามคนที่อยู่ตรงหน้าเชิงขออนุญาต
นาราไม่พูดอะไรออกมา แต่กลับจดจ้องดวงตาคู่สวยของผู้เป็นเจ้านายด้วยสายตาหวานที่ยั่วยวนและเว้าวอน เธอพอจะรู้ว่าที่การันต์ขอคืออะไร เพราะเธอก็เตรียมตัวเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้มาแล้วเช่นกัน
“ถ้านาราไม่พูด ผมพานาราไปต่อ จะขอให้หยุดกลางทางไม่ได้แล้วนะ” การันต์พูดย้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับอารมณ์ที่เงี่ยนหงี่เต็มประดา
สิ้นเสียงคำถามที่ไร้ซึ่งคำตอบ การันต์ไม่รอช้า เลื่อนริมฝีปากหยักสวยได้รูปประกบเข้าไปยังปากอวบอิ่มของเลขาสาวทันที
ความร้อนจากลมหายใจกระทบเข้าที่ผิวหน้าของกันและกัน ปากทั้งสองบดขยี้ขบเม้มอยู่สักพัก ก่อนที่การันต์จะใช้ฟันขบที่ริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ แล้วค่อยๆ ดันปลายลิ้นร้อนที่เปียกชุ่มเข้าตวัดลิ้มรสความหวานจากโพรงปากของเธอ
ส่วนนาราเองก็หยุดตัวเองไว้ไม่ได้เช่นกัน เธอค่อยๆ ดันปลายลิ้นนุ่มเล็กของตนตวัดตอบ ลิ้นที่พันเกี่ยวหยอกล้อกับความชื้นแฉะภายในโพรงปากของทั้งคู่ ช่วยเพิ่มไฟแห่งอารมณ์ให้โบกพัดโหมแรงขึ้นเรื่อยๆ
การันต์และนารากำลังเจอคลื่นแห่งความเสียวซ่านวิ่งผ่านทุกส่วนของร่างกายไปยังท้องน้อย และนั่นมันคือสัญญาณของความสุข ความอยาก และความปริ่มเปรมที่เกิดขึ้นในใจของคนทั้งคู่
ระหว่างการจูบที่ดูดดื่มและเร่าร้อนนี้ ร่างกายทั้งสองกอดรัดคลอเคลียแนบแน่น จนหญิงสาวรู้สึกถึงส่วนโหนกนูนจากร่างกายของอีกฝ่ายผ่านเนื้อผ้าหนาของกางเกงสแล็กทรงสวย และเนื้อผ้าบางพลิ้วของเดรสสั้นที่คั่นกลางระหว่างพวกเขา
การันต์ถอนปากออกมา ก่อนหยิบแก้วไวน์ยกขึ้นดื่ม แล้วค่อยๆ บรรจงจูบ ส่งผ่านไวน์รสหวานปนฝาดที่ตนอมไว้ไปให้อีกคนคอยรับ และกลืนกินลงไปจนหมด กลิ่นของไวน์แดงราคาแพงคละคลุ้งอยู่เต็มโพรงปากของทั้งคู่ ช่วยเพิ่มความรู้สึกปรารถนาขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว
“อือ...ไม่ไหวนารา ผมไม่ไหวแล้ว คุณทำให้ผมเป็นแบบนี้ คุณต้องรับผิดชอบนะ” การันต์ผละปากออกมา ก่อนหรี่ตาและกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือที่ข้างหูของคนตรงหน้า
จากคำพูดเมื่อครู่ ทำให้นาราได้ยินแล้วยิ่งรู้สึกวูบไหว พร้อมกับอารมณ์ปรารถนาที่รุนแรงมากขึ้น พลันทำให้เธอดึงแขนการันต์เดินไปยังเตียงในห้องนอน ที่ตอนนี้มีเพียงไฟสลัวๆ ตรงหัวเตียงเปิดอยู่ บรรยากาศช่างเป็นใจเสียจริงๆ
เลขาสาวผลักคุณเจ้านายให้ล้มลงบนเตียง จัดท่าทางเอาตัวเองขึ้นคร่อม ทำตัวเป็นฝ่ายรุกบ้าง พลันใช้ลิ้นที่เปียกชุ่มและเต็มไปด้วยกลิ่นไวน์นั้น โลมเลียไปตามซอกคอ กกหู และขบเม้มเบาๆ ที่เนื้ออ่อนของชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง
ปลายลิ้นร้อน ลมหายใจแผ่วเบา กลิ่นไวน์ และเสียงพึมพำแห่งความพึงพอใจ เมื่อปะทะเข้าที่ร่างกายของอีกฝ่าย…
กระทั่งเขาไม่สามารถต้านทานต่อความเสียดเสียวนี้ได้อีกต่อไป ความเสียวซ่าน หงี่เงี่ยน และความปรารถนาในร่างกายของคนบนร่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้เขาอยากจะกลืนกินเลขาหน้าหวานของเขาไปทั้งตัวแล้ว
การันต์รวบเอวบางของนาราจับพลิกให้ร่างเธออยู่ใต้ร่างเขา บรรจงดอมดมดูดเม้มที่ซอกคอ พร้อมปลดชุดเดรสของนาราออกช้าๆ ไม่รีบร้อน กระทั่งเผยให้เห็นผิวกายที่ขาวละมุนเนียนสวย ไร้ซึ่งริ้วรอยใดๆ
ชายหนุ่มเริ่มพรมจูบไปทั่วเรือนร่าง หยอกล้อหญิงสาวจุดโน้นทีจุดนี้ที เล่นเอาร่างกายของเธอบิดเร่า วูบไหวไปตามสัมผัสที่อ่อนโยนของเขา ก่อนจะรู้สึกถึงปลายลิ้นตวัดวนเป็นวงกลมรอบยอดปทุมถันสีหวานที่แข็งเป็นตุ่มไต สลับกับดูดเม้มลงลิ้นเป็นจังหวะหนักเบาสลับกันไปทั้งสองข้าง
“อื้อ~ คุณการันต์ นะ...นาราเสียว” เลขาสาวพูดไปครางไปแทบฟังไม่ได้ศัพท์ แม้ใบหน้าเหยเกบิดเบี้ยวจากความเสียดเสียว แต่ทว่ากลับแฝงไปซึ่งความเย้ายวน เห็นแบบนี้ผู้ชายหน้าไหนก็คงไม่อาจหยุดยั้งตัวเองไหว หลายครั้งที่ผ่านมาเขาทนได้ แต่ครั้งนี้คงทนไม่ไหว ตบะเริ่มแตกกระเจิง
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







