登入การันต์ที่เพิ่งเข้ามาในงาน มองเห็นคนรักของตัวเองใส่ชุดกระต่ายอยู่ไกลๆ แต่เห็นก้องภพยืนอยู่กับกลุ่มเพื่อนก่อน จึงเดินไปหาเพื่อทักทาย แต่พลันเมื่อได้ยินประโยคที่พวกผู้ชายหน้าหม้อพวกนี้คุยกัน ในใจกลับเต้นกระตุกไปหมด ทั้งหวง ทั้งหึง ทั้งโกรธเคืองที่ได้ยินพวกเขาพูดจาแทะโลมแฟนตัวเองด้วยคำพูดคำจาน่าเกลียดแบบนั้น
แต่ด้วยวุฒิภาวะของเขาที่โตเป็นผู้ใหญ่กว่า ทำให้มีสติระงับอารมณ์โกรธ ไม่ให้เข้าไปต่อยปากพวกเหี้ยเหล่านั้น
“อ้าว ไอ้รันต์ มาแล้วเหรอวะ” ก้องภพหันไปเห็นการันต์ที่มาในชุดจิ้งจอกสีน้ำตาล เลยแนะนำให้รู้จักเพื่อนปากหมาข้างๆ การันต์จึงทักทายกลับไปตามมารยาท แม้ในใจจะอยากเดินเข้าไปต่อยพวกแม่งแค่ไหนก็ตาม
“เชี่ย...ไอ้รันต์ มึงนัดกันมารึเปล่าวะ ชุดมึงนี่น่ารักมุมิเหมือนบันนี่ของกูเลยว่ะ” ก้องภพมองการันต์หัวจรดเท้า เมื่อเห็นการันต์อยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นเหนือเข่าสีน้ำตาลออกส้ม คาดสายเอี๊ยม และมีหางจิ้งจอกสีเข้าคู่กันทั้งชุด แถมที่หัวยังมีที่คาดผมหูจิ้งจอกอีก
“เออว่ะ” การันต์ตอบกลับก้องภพไป เพราะเขาเองก็เพิ่งสังเกตตัวเองเหมือนกันว่า ชุดที่เขาใส่มันเข้าคู่กับบันนี่ตัวที่อยู่ไกลๆ นั่นพอดีอย่างกะนัดกันมา
ต้องขอบคุณป้านวลแม่บ้านที่ไปหาชุดพวกนี้มาให้ ตอนแรกก็เขินๆ แต่พอเห็นคนในงานแต่งเต็มขนาดนี้ เลยไม่รู้สึกเขินอะไรอีกต่อไป แถมยังคิดว่าตัวเองดูปกติที่สุดแล้ว
“ไอ้เหี้ยหมาจิ้งจอก มึงอย่าไปขย้ำบันนี่ของกูนะเว้ย กูหวงของกู”
“ไอ้ก้อง เอายาแก้มโนสักเม็ดไหม น้องบันนี่เขาไม่ได้เป็นแฟนมึงสักหน่อย” การันต์พูดก่อนทำเสียงจิ๊ปาก รำคาญเพื่อนสนิทของตน
“เออๆๆ กูรู้แล้ว มึงนี่ก็หวงเขาจังวะ ปกป้องน้องเขาเก่งเชียวนะ ได้ข่าวเพิ่งเจอกันได้แค่ไม่กี่วัน”
“พูดมากว่ะ! หิวแล้ว พากูไปหาไรกินหน่อย” การันต์เปลี่ยนเรื่องและเรียกร้องให้เพื่อนของเขาพาเข้าไปในงาน ก้องภพเลยกุลีกุจอพาเจ้าตัวไปนั่งตรงโต๊ะว่างหน้าเวทีที่กันไว้ให้เขาโดยเฉพาะ แล้วเรียกพนักงานให้เข้ามาเสิร์ฟอาหาร เอาจริงๆ แขกทุกคนที่อยู่ในงานไม่มีใครรู้เลยว่าการันต์เป็นใคร รู้แค่เขาเป็นเพื่อนของก้องภพและเป็นแขกโรงแรมของเจสซี่
ที่ก้องภพไม่ยอมบอกใคร ก็เพราะเขามักจะเก็บการันต์ไว้เป็นไพ่ใบใหญ่เพื่อเอาไว้ต่อรองกับคนนั้นคนนี้ ทั้งลูกค้าและคู่ค้าของเขา เพราะกิตติศัพท์และบุคลิกของหุ้นส่วนใหญ่ของคลับเดอะลักซ์ที่ก้องภพพยายามสร้างขึ้นมาให้ทุกคนรับรู้คือ โหด ดุ เถื่อน และน่ากลัวมากๆ ซึ่งเทคนิคนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนสอนเขาหรอก ก็การันต์นั่นแหละ ที่สอนเรื่องทริคทางธุรกิจพวกนี้ไว้ให้
กลับมาที่งานปาร์ตี้ ตอนนี้บนเวที…ดีเจคริสโตเฟอร์คนเดิมเริ่มเพิ่มจังหวะของเพลงให้เร็วขึ้น โดยระหว่างนั้นเจ้าของงานก็ถูกเจสซี่พาไปชนแก้วกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว จนเจ้าตัวเริ่มจะกรึ่มๆ หน้าแดงตัวแดงไปหมด
ส่วนก้องภพเองก็โดนคำถามเดียวถล่มเละจากคนทั้งงาน ว่าคนที่นั่งข้างๆ เขาคือใคร ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ ที่โดนความหล่อเข้มของคุณการันต์ตก หรือแม้แต่หนุ่มๆ เพื่อนของเขาเอง ก็มีทีท่าสนใจการันต์ไม่น้อย
หลายๆ คนแวะเวียนมาขอชนแก้วกับการันต์ แต่เจ้าตัวตอนนี้ไม่ได้สนใจคนอื่นมากนัก ยิ้มให้และชนแก้วไปตามมารยาท เพราะตอนนี้สองตาคมคอยจับจ้องมองไปที่บันนี่ตัวขาวๆ นั่นอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นท่าว่าเจ้าตัวจะไม่ไหว ตัวเริ่มโอนเอนไปมา เขาจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปหา พลางกระซิบกับเจสซี่
“คุณเจสซี่ พานาราไปนั่งก่อนดีกว่าไหมครับ เหมือนจะเมาแล้ว”
“ทำไมล่ะคะ กำลังสนุกอยู่เลย”
“นาราเพิ่งจะหายไข้ได้ไม่กี่วันเองนะครับ แบบนี้ไม่น่าจะดีแน่”
“เออใช่ เจสซี่เองก็ลืมไปเลย งั้นเจสซี่ฝากบันนี่ไว้กับคุณการันต์ก่อนนะคะ เดี๋ยวอีกชั่วโมงตอนโชว์เซอร์ไพรส์ เจสซี่ไปรับตัวกลับค่ะ”
การันต์จึงจับคนเมาไปนั่งพักที่โต๊ะของตัวเอง ก่อนจะหาน้ำเปล่าให้ดื่มไปพลางๆ และเมื่อคนเมาเริ่มได้สติคืนมาบ้าง จึงขยับเก้าอี้เข้าไปนั่งติดกับการันต์ แล้วเอาหัวซบไหล่ ส่วนแขนนั่นก็เอื้อมไปวางลงตรงหน้าท้องของการันต์ไว้
“คุณการันต์ ขอพักสายตาแป๊บนะ มาว...” เธอพูดเบาๆ ก่อนที่จะหลับไปทั้งแบบนั้น ตอนนี้ตัวเขาเริ่มรู้สึกวูบวาบขึ้นมา ทั้งจากความขี้อ้อนของคนข้างๆ แล้วไหนจะสายตาจากคนอื่นที่มองเข้ามาอีก
“ไอ้เชี่ยรันต์!! ทำไมคุณบันนี่มานอนซบมึงได้วะ!?”
“บันนี่แม่งเมาอะดิ เจสซี่เอามาฝากไว้”
“เชี่ยเอ๊ย…แม่งพลาดเลย แค่แวบไปเยี่ยวแป๊บเดียว ไม่งั้นกูได้เขามานอนซบไหล่กูแล้ว”
“ไอ้ก้อง...อย่าเพ้อเจ้อ กูว่าปล่อยไว้แบบนี้แหละ สักพักก็น่าจะตื่น” การันต์ตอบกลับไปพลางยกไวน์ตรงหน้าขึ้นดื่ม ก่อนเริ่มต้นคุยเรื่องสัพเพเหระกับก้องภพต่อตามประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม






![สามสาวคลั่งรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
