登入เริ่มต้นเช้าวันจันทร์ที่ท้องฟ้าดูอึมครึมไม่สดใส เหตุจากพายุที่พัดผ่านเข้ามา พร้อมกับฝนที่เริ่มเทลงมาห่าใหญ่อย่างกับฟ้าถล่ม
นาราพาเจ้าบุโรทั่ง รถคันเก่าของแม่ที่สามวันดีสี่วันไข้ ออกมาผจญภัยต่อสู้กับการจราจรบนท้องถนน และรถที่ติดยาวเหยียดแทบทุกสาย เพราะรู้ดีว่าวันนี้ถ้านั่งพี่วินออกไป หรือต่อรถไฟฟ้าไปทำงาน รับรองว่าเปียกปอนแน่นอน ไหนจะเสี่ยงจากการเป็นฮ่องกงฟุตที่จะเกิดจากน้ำรอการระบายอะไรนั่นอีก ชีวิตดีๆ ที่ลงตัว (ไหมล่ะมึง!)
วันจันทร์ ตอนเช้า ฝนตก รถติด ครบสูตร ไม่ต้องเดาว่าจะถึงออฟฟิศกี่โมง กูเกิลแมพในมือถือของเธอตอนนี้แทบไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะมันขึ้นเส้นสีแดงเถือกไปทั่วทั้งเมือง
แต่สุดท้าย...นาราก็ขับรถคันเก่านั่นมาถึงออฟฟิศได้เสียที ตอนขับมานี่ลุ้นยิ่งกว่าตอนหวยออกอีก ลุ้นว่ามันจะหมดแรงแล้วดับกลางทางไหม แต่วันนี้โชคยังเป็นของเธอ แม้จะเลทไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมง พลันทำให้เธอคิดถึงตอนไปทำงานกับเจสซี่ ไม่ต้องประสาทแดกกับรถติด ไม่ต้องเจอมลพิษใดๆ จะว่าไปนาราก็เริ่มคิดถึงเพื่อนสนิทเพี้ยนๆ คนนั้นเหมือนกันนะ
แปลกที่วันนี้พี่ รปภ. ด้านหน้าอาคารโบกให้รถของเธอเข้าไปจอดในช่องที่จอดรถของผู้บริหาร และพอจอดเสร็จ นาราหัวเราะออกมาเบาๆ อยู่คนเดียวในรถ ไม่ใช่อะไรหรอก แค่รู้สึกขำที่รถคันอื่นรอบๆ เป็นรถราคาแพงหลักหลายล้าน ส่วนรถของเธอ ขายมือสองเจ็ดแปดหมื่น ยังไม่รู้ว่าเต็นท์จะรับซื้อหรือเปล่าด้วยซ้ำ
“พี่...ขอบคุณมากเลยนะคะ ถ้าพี่ไม่ให้จอดตรงนี้ รับรองหนูวนหาที่จอดทั้งวันแน่ๆ” นาราเดินลงจากรถพร้อมลังกระดาษใบหนึ่ง ก่อนไหว้ขอบคุณพี่ รปภ. คนนั้นอย่างสุภาพ
“อย่าไหว้ผมเลยครับคุณนารา คุณการันต์ท่านสั่งเอาไว้ ผมก็แค่ทำตามคำสั่งเจ้านายน่ะครับ” รปภ. คนนั้นพูดเสร็จก็ทำท่าตะเบ๊ะใส่ นาราจึงผละมือข้างหนึ่งที่อุ้มกล่องนั่นทำท่าตะเบ๊ะตอบกลับไป พลันทำให้พี่ รปภ. คนนั้นแอบอมยิ้มให้กับความทะเล้นแก่นเซี้ยวและเป็นกันเอง
หลังจากนาราขึ้นไปถึงชั้นยี่สิบเก้า ภาพเดิมๆ กลิ่นเดิมๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน เธอเข้าไปรายงานตัวกับพี่อารยา ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของคุณการันต์
ระหว่างทาง พี่ๆ เลขาของผู้บริหารท่านอื่นต่างก็ทำเสียงฮือฮาที่เห็นเธอกลับมา พร้อมทั้งทักทายบ้าง แซวเล่นบ้าง พานทำให้บรรยากาศที่เงียบกริบของชั้นนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
“น้องนารา หายไปไหนมาคะ พวกพี่คิดถึง พอน้องนาราไป พวกพี่ก็ไม่มีใครให้เมาท์ด้วยเลย”
“นารากลับมาแล้ว นี่ถือว่าเป็นข่าวดีที่สุดของวันนี้เลยนะเนี่ย คุณการันต์จะได้เลิกดุเลิกด่าพวกพี่เรื่องงานไม่เรียบร้อยซะที”
“นารา ลูก กลับมาได้ซะทีนะ ป้าคิดถึง แค่งานคุณการุณก็เยอะจะแย่อยู่แล้ว ยังต้องแบ่งเวลามาช่วยคุณการันต์อีก”
“กลับมาคราวนี้ อย่าทิ้งพวกพี่ไปไหนอีกนะคะ”
แต่ละประโยคของแต่ละคน เล่นทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่วันนี้เป็นต้นไป เธอสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานไถ่โทษให้ทุกคนเอง
นาราเดินมาถึงหน้าห้องท่านรองประธานที่คุ้นเคย วางกล่องกระดาษใบเก่าที่ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ของข้างในกล่องวางไว้ยังไงก็ยังอยู่อย่างนั้น จากนั้นเธอจึงค่อยๆ หยิบข้าวของเครื่องใช้ในกล่องขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะตรงจุดเดิมที่พวกมันเคยตั้งอยู่
ตู๊ด ตู๊ด…เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น บรรยากาศเก่าๆ เริ่มหวนมาให้คิดถึงอีกครั้ง นารายกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ก่อนจะได้ยินเสียงคนปลายสายพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษ
เขาถามถึงคุณการันต์ว่าอยู่ที่ห้องหรือไม่ แต่พอนาราถามว่าคนปลายสายคือใคร คนผู้นั้นก็สบถคำหยาบออกมาสองสามคำแล้วก็วางสายไป
“อะไรกัน วันแรกมาก็โดนจัดหนักแบบนี้เลยเหรอ ถามว่าใครก็ไม่ตอบ” เลขาหน้าห้องคนเดิมพึมพำกับตัวเอง พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อไลน์หาผู้เป็นเจ้านาย
นารา : คุณการันต์ อยู่ไหน
นารา : นาราขอโทษที่มาสาย ฝนตก รถติดมาก
คุณการันต์ : ผมประชุมกับทีมวางแผน เข้ามาประชุมด้วยกันไหมครับ คิดถึงจัง มาหาหน่อย
นารา : ไว้รอบหน้าดีกว่าค่ะ ขอเคลียร์อีเมลกับแฟ้มหน้าห้องพวกนี้ก่อนน้า จุ๊บๆ
คุณการันต์ : ครับที่รัก จุ๊บๆ
หลังจากได้รับข้อความจุ๊บๆ นั่น คุณเลขาหน้าห้องก็เขินหน้าแดง ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า และเมื่อเธอกดปิดหน้าจอและวางมือถือลง ก็รู้สึกถึงเงาทะมึนของใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน และพลันเมื่อแหงนหน้าขึ้นมอง...
“เบนจามิน!!!”
“ยัยเด็กเมื่อวานซืน แกทำร้ายชีวิตฉันจนป่นปี้ไปหมด วันนี้ถึงวันที่แกจะต้องชดใช้”
นารานิ่งอึ้งไปกับประโยคภาษาอังกฤษของคนตรงหน้า เธอเข้าใจในสิ่งที่เบนจามินพูดออกมา แต่ไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อ และเธอไปทำลายชีวิตของเขาตอนไหนกัน งงไปหมดแล้ว!?
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







