登入“คนไข้ปลอดภัยแล้วนะครับ แต่อาจต้องอยู่ในห้องไอซียูเพื่อดูอาการต่ออีกสักระยะ”
“…”
“เนื่องจากกระสุนถูกยิงทะลุปอด อีกนิดเดียวจะถึงกระดูกสันหลัง ซึ่งหมอว่าคนไข้โชคดีมาก เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่กระสุนโดนกระดูกสันหลัง นั่นหมายถึงโอกาสจะเป็นอัมพาตมีมากถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์”
“งั้นแสดงว่าแฟนผมปลอดภัยหายห่วงแล้วใช่ไหมครับ”
“ตอนนี้หมอผ่าตัดเอาลูกกระสุนออกให้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังประมาทไม่ได้นะครับ เพราะเคสนี้ค่อนข้างจะหนักเอาการเหมือนกัน ตอนนี้ที่หมอกังวลคือกลัวเรื่องอาการตกเลือด ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้กับคนไข้ที่ถูกยิงแบบนี้ อาจต้องเฝ้าระวังไว้ตามที่บอกครับ”
“...”
“ญาติคนไข้มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมอีกไหมครับ”
“ไม่มีแล้วครับ”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หมอขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณมากครับคุณหมอ”
การันต์ยิ้มขึ้นมาทั้งน้ำตา แค่นี้มันก็เพียงพอสำหรับความหวังที่จะให้นาราได้มีชีวิตอยู่รอดต่อไป ไม่ว่าเธอจะรอดมาด้วยสภาพไหน การันต์ไม่มีวันทิ้งเธอไปอย่างแน่นอน เพราะเขาได้สัญญากับคนรักของเขาเอาไว้แล้วว่า จะคอยอยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางไปด้วยกัน จนกว่ามัจจุราชจะมาคร่าเอาชีวิตใครคนใดคนหนึ่งไป
.....
ไม่กี่วันหลังจากนั้น การันต์พร้อมด้วยพ่อแม่ของเขา และพนักงานอีกหลายคน ต่างก็เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงเหตุการณ์ที่เบนจามินก่อเหตุอุกอาจในวันนั้น จนในที่สุดตำรวจก็ส่งเรื่องถึงศาลเพื่อทำเรื่องขอฝากขังผู้ต้องหาด้วยข้อหาและความผิดหลายกระทง ทั้งพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ ข่มขู่ และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จึงทำให้เบนจามินได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิต
สมควรแล้วกับสิ่งที่เขาทำไว้ จนเกือบจะทำให้ผู้บริสุทธิ์ทั้งสองคนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ส่วนแม่บ้านจอย ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องนี้ เธออาการดีขึ้นหลังจากหมอทำการผ่าตัดช่วยชีวิตนำกระสุนออก รายนั้นกระสุนเข้าช่องท้อง เฉียดโดนม้าม โชคดีที่หมอช่วยชีวิตไว้ได้ทัน และเมื่ออาการเธอดีขึ้นแล้ว สุนทรีจึงพาตัวเธอกลับบ้านในอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เพื่อให้เธอกลับไปพักฟื้น และให้คนในบ้านช่วยกันดูแลจนกว่าเธอจะหายดีและกลับมาทำงานได้
เวลาผ่านไปเกือบสัปดาห์ กว่าที่นาราจะได้ย้ายออกจากห้องไอซียู อาการตกเลือดของเธอดีขึ้นกว่าเดิมมาก จนแทบจะเป็นปกติ รวมถึงแผลผ่าตัดที่เริ่มจะสมานเข้ากันดี และตอนนี้เธอเองก็เริ่มหายใจเองได้แล้วโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จะเหลือก็แต่เจ้าตัวที่ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาเสียที จนเวลาล่วงเลยมาเกือบเดือน
หมอเองก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเกิดจากภาวะอะไร เพราะพาเจ้าตัวไปตรวจคลื่นสมองและเข้าเครื่องอุโมงค์เอ็มอาร์ไอเพื่อสแกนร่างกายทุกส่วน ก็พบว่าทุกส่วนทำงานได้อย่างปกติ ทุกคนจึงได้แต่ผลัดเปลี่ยนกันมาดูแล ภาวนาให้นาราฟื้นขึ้นมาเป็นปกติในเร็ววัน
ช่วงนี้การันต์จึงต้องรับบทหนักในการทำงานช่วงเช้า และมาดูแลนาราในช่วงกลางคืน เริ่มตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงเก้าโมงเช้า สลับกะกันกับนารินที่จะมาดูแลลูกสาวในช่วงกลางวันระหว่างที่การันต์ไปทำงาน
วันนี้ก็เช่นกัน การันต์เลิกงานเสร็จก็หอบงานกลับมาทำต่อที่โรงพยาบาล เขานั่งทำงานไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
หืม...นิ้วมือของนาราเริ่มกระดิก!! นี่เขาไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม!?
ในใจของการันต์ตอนนี้ลิงโลดไปด้วยความดีใจ หัวใจที่แสนจะเหี่ยวเฉาเริ่มพองโตขึ้นมา เมื่อเห็นคนบนเตียงค่อยๆ ยกเปลือกตาขึ้น ปรับโฟกัสสายตาสักครู่ใหญ่ ก่อนจะกลอกตาไปมา รวมทั้งจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ละสายตา
“นารา...นาราครับ” การันต์ยิ้มกว้าง เรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างตื่นเต้น
“ที่นี่ที่ไหน” นาราให้ความสนใจกับสภาวะรอบข้าง และดูเหมือนจะยังงงๆ ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน และมาทำอะไรที่นี่ เธอพยายามเปล่งเสียงออกมา แต่เหมือนตอนนี้เสียงของเธอจะหายไป การันต์จึงหยิบแก้วน้ำพร้อมหลอดค่อยๆ ยื่นเข้าปากให้อีกคนได้ดูดดื่มแก้กระหาย
“นารา ตอนนี้เราอยู่ที่โรงพยาบาลนะ”
“ฉันเป็นอะไรไป”
“คุณไม่เป็นอะไรแล้ว ปลอดภัยดีทุกอย่าง”
“…”
คนตรงหน้าการันต์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ โดยที่สายตาก็ยังจ้องมองที่ใบหน้าเขา แต่แปลกที่หัวคิ้วเริ่มขมวดเป็นปมด้วยความสงสัย การันต์จึงใช้สองมือจับเข้าที่กรอบหน้าของเธอ...
“คะ...คุณเป็นใครคะ ละ…แล้วแม่ฉันอยู่ไหน”
กึก…!! ประโยคนี้ของนาราเหมือนมีดคมที่เชือดเฉือนหัวใจของการันต์แทบจะทันที หัวใจที่กำลังพองโตและลิงโลดดีใจเมื่อครู่ของเขา เหมือนถูกทิ่มด้วยเข็มแหลมๆ หลายร้อยเล่ม จนเจ็บจี๊ดไปทั้งใจ
สิ่งที่เขาไม่เคยจะคาดคิดและเตรียมการไว้ก็เกิดขึ้น การันต์ผละสองมือออกจากหน้าแฟนสาว แล้วรีบกดปุ่มเรียกพยาบาล พร้อมแจ้งไปว่าคนไข้ฟื้นแล้ว และแจ้งไปว่ามีบางอย่างผิดปกติ ให้เรียกหมอประจำเคสเข้ามาด้วย
ระหว่างที่รอหมอและพยาบาลเข้ามาตรวจเช็กร่างกายเพิ่มเติม การันต์และนารายังคงมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะจำอะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่สมองก็ไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร เอ๊ะ...หรือว่าหัวเธอจะฟาดกับพื้นหินอ่อนตอนถูกยิงแล้วล้มลงไป
ข้อสันนิษฐานของการันต์ผุดขึ้นมาเต็มหัวไปหมด พร้อมกับคำถามว่า ทำไม ทำไม และทำไม...
หลังจากหมอประจำเคสเข้ามาตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้นเสร็จ เขาจึงเชิญการันต์ออกมาคุยด้านนอกห้อง
“ตอนนี้ที่เจ้าตัวจำอะไรไม่ได้เลย อาจจะเป็นเพราะเหตุการณ์ที่โดนยิงกระทบกระเทือนจิตใจ เลยทำให้จิตใต้สำนึกพยายามที่จะไม่จดจำอะไรที่เกี่ยวข้องกับมันทั้งหมด หมออยากให้คุณอย่าเพิ่งไปกดดันคนไข้ หรือไปเล่าเหตุการณ์ตอนนั้นให้เธอฟังนะครับ รอให้สมองและจิตใจคนไข้ได้ปรับสภาพสักพัก”
น้ำตาแตกไหมให้ทาย…!? ไม่เหลือรอดหรอก คุณการันต์เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้ซึ้งขนาดนั้น มีหรือที่หญิงสาวผู้อ่อนไหวอย่างนาราจะไม่รู้สึกอะไร ขอถอนคำพูดเรื่องการขอแต่งงานที่ไม่โรแมนติก บ้าจริง...จดหมายฉบับนี้ทำให้เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้ในคราเดียวกัน แขนเสื้อด้านซ้ายปาดซับน้ำตา ในขณะที่ในคอยังหัวเราะขำกับอารมณ์ขันเล็กๆ ในจดหมายนั่นนาราพับจดหมายจะเก็บเข้าซอง แต่พลันเห็นกระดาษอีกแผ่นในซอง เมื่อดึงออกมา ก็พบว่ามีข้อความเขียนเอาไว้‘ถ้าคุณตอบตกลง…เปิดลิ้นชักชั้นบนสุดนะครับ’จริงๆ เรื่องตอบตกลงเกี่ยวกับที่อีกคนขอเธอแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย เธอเซย์เยสในใจไปตั้งแต่บนเตียงคืนที่ภูเก็ตนั้นแล้วเมื่อลิ้นชักชั้นบนสุดตามที่เขียนในกระดาษใบเล็กนั้นถูกเปิดออก เธอเห็นกล่องเครื่องประดับบุหนังสีแดงกล่องเล็กๆ ด้านบนประทับชื่อแบรนด์สีทองสวยงาม มันทาบทับอยู่บนกระดาษขนาดและสีเหมือนกันกับแผ่นก่อนหน้า นาราเลือกที่จะอ่านข้อความที่กระดาษ ก่อนที่จะเปิดกล่องสีแดงกล่องนั้น‘แหวนวงนี้มันอยู่ตรงนี้มาตลอด มันอยู่รอเจ้าของของมันมานานแล้ว ถ้าคุณมั่นใจ...และตัดสินใจที่จะอยู่ใช้ชีวิตร่วมกันไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต โปรดสวมมันไว
หมดจากการพักผ่อนยาวๆ ที่ภูเก็ต วันจันทร์...วันเริ่มต้นสัปดาห์ การันต์กับนารามาทำงานพร้อมกัน โดยมีพี่สุเมธขับรถตู้คันหรูมาส่ง แต่พอรถจอดตรงหน้าบริษัทปุ๊บ ท่านประธานของบริษัทก็หันไปบอกกับเลขาของเขาทันทีเหตุการณ์มันเหมือนวันนั้นเป๊ะๆ เช้าหลังจากคืนนั้นที่เจ้านายหอบหิ้วเลขาตัวเองกลับบ้านแบบงงๆ“คุณเลขาครับ สงสัยคุณต้องกลับไปเอาของที่บ้านให้ผมแล้วแหละ ผมนี่ขี้ลืมจริงๆ ดันลืมเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักห้องทำงาน เดี๋ยวให้พี่สุเมธไปส่ง รหัสเดิมนะ”“เดี๋ยวค่ะท่านประธาน...เอกสารอะไร วันนี้ไม่เห็นมีประชุม หรือนัดเซ็นงานสำคัญอะไรเลยนี่นา ไว้ไปเอาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ”นาราเริ่มอิดออด เพิ่งมาถึงบริษัท ยังไม่ทันได้ก้าวขาลงจากรถ ก็มีอันต้องกลับไปเอาของที่บ้านอีกแล้ว แต่ด้วยวันนี้อารมณ์ดี จิ๊ปากทำหน้ามู่จู้ใส่ผู้เป็นเจ้านายควบตำแหน่งคนรักเสร็จ ก็ไล่เขาลงรถไป และให้พี่สุเมธออกรถกลับบ้านทันทีด้วยความที่เป็นขาออกเมือง ถนนค่อนข้างโล่ง ไม่นานนักก็ถึงบ้านหรูย่านรามอินทรา ก่อนที่คุณเลขาจะเดินเข้าไปยังห้องทำงาน ใส่รหัสปลดล็อกลิ้นชัก ก่อนเปิดออกมาเห็นของอะไรบางอย่าง ในลิ้นชักไม่มีอะไรเลยนอกจากจดหมายหนึ่งฉบับไม่ได
“เรื่องแรก บ้านคุณมีสมบัติเยอะเกินไป นาราไม่สบายใจ ถ้าจดทะเบียนแล้วหมายถึงการที่นาราจะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองของครอบครัวเตชะกุลธร...นาราไม่อยากแต่ง แค่นี้นาราก็โดนเหน็บแนมจนหัวหมุนไปหมดแล้ว ส่วนข้อสองคือเรื่องแม่ ถ้าแต่งงานแล้ว เราก็ต้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่แม่อาจต้องอยู่คนเดียว นาราไม่ค่อยโอเค แม่แก่ตัวลงไปทุกวัน เดี๋ยวนี้แกเจ็บออดๆ แอดๆ บ่อยด้วย”“...”“ข้อสาม นาราไม่อยากจัดงานแต่งงาน อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปเรื่อยๆ นารารู้ว่าคุณการันต์ไม่ทิ้งนาราไปไหน และนาราเองก็ไม่ทิ้งคุณไปไหนเช่นกัน กลัวว่าถ้าแต่งงานแล้ว ชีวิตมันจะเปลี่ยนไปจากเดิม แบบนั้นนาราไม่อยากแต่งเลย ขออยู่แบบนี้ดีกว่า”“โอเค เข้าใจละ ไม่ต้องจัดงานแต่งงาน แต่พรุ่งนี้เราจะไปจดทะเบียนสมรสกันที่อำเภอเลยดีกว่า ผมตัดสินใจแล้ว”“โอ๊ย...คุณการันต์คะ ที่นาราบอกเมื่อกี้นี้ คุณไม่เข้าใจสักนิดเลยเหรอไง...ฮึ” นาราจิ๊ปากหนึ่งทีพร้อมถอนหายใจยาว ก่อนที่อีกคนจะจับประคองใบหน้าเธอให้หันมาและกอบกุมมือเล็กเรียวของเธอไว้“นาราครับ..คุณฟังผมนะ ผมจะตอบคำถามทุกข้อที่คุณยังติดใจสงสัย ข้อแรก ป๊าม้าผมดีใจมากนะ ที่นาราจะมาเป็นส
“แต่ตอนนี้เหมือนผมจะโดนนาราดุทุกวันเลยนะ คนอะไรดุชะมัด” การันต์หยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นหน้าที่อ่านค้างไว้ ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านอนเอนสบาย มาเป็นท่านั่ง แล้วหันหน้าหันตัวไปคุยกับคนข้างๆ ด้วยท่าทางที่จริงจัง“นาราครับ เรามาแต่งงานกันไหม”หืม...!! มาร์การิต้าที่กำลังจิบแทบพุ่ง นี่เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม คุณการันต์เขาเป็นอะไร อยู่ๆ ก็พูดเรื่องแต่งงานขึ้นมา“จัดงานแต่ง แล้วก็จดทะเบียนสมรสด้วยเลย”หืม!! จดทะเบียนสมรสด้วยงั้นเหรอ ตั้งแต่เป็นแฟนกันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมา เรื่องแต่งงานไม่เคยอยู่ในหัวนาราเลย เพราะเธอโอเคกับที่เป็นอยู่ ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรทั้งนั้น ขอแค่การันต์รักและซื่อสัตย์กับเธอ แค่นั้นก็เกินพอ“คุณการันต์คิดจะจริงจังกับนาราแล้วเหรอคะ”“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ ผมก็จริงจังมาตั้งแต่คืนนั้นแล้วนะ ใครก็ไม่รู้ หน้าไม่อาย อยู่ดีๆ ก็มานอนห้องคนอื่นเฉยเลย”“อย่าแซวสิ นาราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย ใครจะไปรู้ล่ะว่าเป็นห้องเจ้านายอะ”“นะๆๆ แต่งงานกันนะ อยากแต่ง อยากมีเมียจนตัวสั่นหมดแล้วเนี่ย”“ไหนอะแหวน”“เดี๋ยวซื้อให้”“ไม่เห็นโรแมนติกเหมือนตอนขอเป็นแฟนเลย”“ผมใจร้อน...จริงๆ อยากพาไปจดทะเบียนวันนี้เล
ตั้งแต่กลับจากยุโรป ท่านประธานใหญ่ของเดอะมาสเตอร์เอาแต่นั่งคิดนอนคิดทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้เขารู้สึกว่าตัวเองทำงานหนักเกินไป และมีเวลาส่วนตัวน้อยมาก จะทำอย่างไรให้หวานใจของเขาไม่ต้องรับศึกหนักจากงานที่ม้ากับป๊าขอให้นารารับผิดชอบ และทำยังไงให้ตัวเขาเองได้มีเวลาอยู่กับคุณเลขาของเขามากขึ้นหลังอาบน้ำเสร็จ รออีกคนเป่าผมให้เขาจนแห้ง การันต์จึงเอ่ยถามเรื่องซีเรียสที่เขาขบคิดมาหลายวันกับนาราทันที“นาราครับ ถามหน่อยสิ ตอนนี้คุณต้องรับผิดชอบงานอะไรตรงไหนบ้าง เล่าให้ผมฟังหน่อย”“อืม…นอกจากต้องดูแลตารางงานของคุณ ที่เพิ่มมาก็ดูแลเรื่องอนุมัติงบของฝ่ายจัดซื้อ ดูแลฝ่ายบุคคล ดูแลฝ่ายอาคาร ดูแลฝ่ายการเงิน ฝ่ายบัญชี อ้อ…ดูแลฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ด้วย ต้องเข้าไปตบๆ ให้มันเป็นระบบระเบียบมากขึ้นน่ะ แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงถามขึ้นมาล่ะคะ”“ก็เห็นนาราทำงานเยอะเกินไปไง อย่างวันนั้นก็ทำงานจนปวดหัวทั้งวัน เฮ้อ...ม้านะม้า!! ส่งงานมาให้แฟนลูกชายตัวเองเยอะแยะขนาดนี้ได้ไงกัน”“เอาหน่า ยังไงนาราก็เป็นเจ้าของบริษัทนี้เหมือนกัน นาราก็ต้องช่วยทำงานแบบนี้แหละ...ถูกแล้ว”“ไม่เอาอะ เราสองคนทำงานเยอะเกินไป แทบไม่มีเวลาสวีทกันเลย ผม
| การันต์ |ให้ตายเหอะ...ภาพที่ผมเห็นตรงหน้า มันทำให้ใจของผมสั่นจนแทบจะหัวใจวายตาย เมียผมกำลังเล่นกับของเล่นที่เพิ่งซื้อให้ไปเมื่อวันก่อน มือหนึ่งของเธอจับมือถือเอาไว้ เหมือนกำลังดูอะไรค้างไว้อยู่ อีกมือก็กำผ้าปูที่นอนไว้แน่นจบยับย่น หายใจหอบถี่ ตาหลับพริ้มล่องลอยไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวใดๆ พร้อมกับเนื้อตัวเธอที่บิดเร่าแอ่นไปมาจากความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นผมไปไม่เป็นเลยทีเดียว ภาพตรงหน้ามันทำให้เจ้าการันต์น้อยตื่นตัวแทบจะทันที ตอนนี้สองมือของผมค่อยๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออก ค่อยๆ ปิดประตูด้วยเสียงที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนเดินตรงไปยังเตียง นั่งคุกเข่าลงข้างๆ และสิ่งที่ผมเห็นในหน้าจอมือถือ ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เข้าไปอีก มันคือทุกอิริยาบถของผมเมื่อสองวันก่อน เธอแอบอัดมันเอาไว้ แสบจริงๆ!!“ทำแบบนี้แล้วหายปวดหัวเหรอครับ”“อื้อ~” เมื่อผมกระซิบเข้าที่ข้างหูเบาๆ จนเจ้าตัวครางอือตอบกลับมา คาดว่าความเสียวเข้าควบคุมร่างกายและจิตใจของเธอเรียบร้อยแล้ว เธอคงคิดว่าเสียงพูดที่ได้ยินเป็นเพียงเสียงแว่วจากจินตนาการที่สร้างขึ้นมาเองผมเห็นรีโมทของเล่นชิ้นนี้วางอยู่ข้างๆ ผมจึงหยิบมันขึ้นมาพลันกดปุ่ม







