ログイン“อื้อ…” เธอร้องครางอื้ออึง เมื่อรู้สึกเสียวจี๊ดไปถึงก้านสมอง อยากจะปฏิเสธเขาแต่หว่างขาถูกกดทับด้วยความเป็นชายที่สอดเสียบเข้ามาในกายจนแน่นถนัด
เขาเริ่มขยับขับเคลื่อน ทำให้เธอทั้งเจ็บทั้งเสียวในเวลาเดียวกัน ความเจ็บคือความทรมาน จากท่อนกายที่เสียดสีเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นคือความน่าอายที่เธอรู้สึกไปกับเขา ไม่อยากรู้สึก ไม่อยากมีอารมณ์ร่วม แต่น่าอายนักที่เมื่อเขาฝากฝังแก่นกายลงมาหา
เธอก็รู้สึกเสียวซ่านทุกครั้ง ความอ่อนนุ่มที่บีบรัดแก่นกายชาย ทำให้คเชนทร์เสียวซ่านไม่ต่างกัน
เธอทำให้เขาร้องครางออกมาอย่างสุดกลั้น ใบหน้าของคเชนทร์เหยเกทุกครั้งยามฝังกายเข้าหาร่องชุ่มฉ่ำ
เธอบีบรัดเขาทุกทิศทางจนเขาทนไม่ไหวต้องโหมกายเข้าใส่เป็นจังหวะเร็วรี่ขึ้น
ก่อนที่จะกระชากเธอไปถึงจุดหมายปลายทางพร้อมกันอย่างรุนแรง
เขาซวนซบกับซอกคอชื้นเหงื่อ กอดรัดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ด้วยอาการสั่นสะท้านจากความเสียวสุขอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างแข็งแรงจะพลิกกายลงไปนอนเคียงข้าง
เธอพลิกกายหนี กอดตัวเองด้วยความรู้สึกอ้างว้างในหัวใจ
“พี่ขอโทษ ทำไมถึงไม่บอกความจริงกับพี่” เขาง้องอนวางมือที่ไหล่เปลือยบอบบาง
เธอพาไหล่หนีเขาก็ไม่ได้เคืองโกรธเพราะเข้าใจอารมณ์เธอดี
“ความจริงอะไรคะ ในเมื่อพี่ตัดสินไปแล้ว ว่าแก้วเป็นผู้หญิงสำส่อน”
“พี่ขอโทษ พี่ผิดไปแล้ว ยกโทษให้พี่เถอะนะ” เขากดจูบไหล่เปลือยของเธอ
“ถ้าอยากให้ยกโทษให้ พี่ก็อย่ามายุ่งกับแก้วอีก”
“แก้วเป็นเมียพี่แล้ว พี่จะยุ่ง” เขากอดรัดเธอแนบแน่นทำให้เธอถึงกับตกใจ เมื่อแก่นกายของเขากำลังเสียดสีอยู่ตรงแก้มก้นของเธอ
“ไม่นะคะ อ๊า…” เธอครางเสียงหลงด้วยความเจ็บเสียว เพราะเขาจับขาเธอแยกออกจากกันโดยยกขึ้นชี้ฟ้า
ก่อนที่จะสอดแทรกแก่นกายเข้ามาหา อ้อมแขนของเขากอดรัดเธอเอาไว้แนบแน่นรัดรึง ล็อกร่างของเธอเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ทรวงอกอวบอิ่ม ถูกกอดรัดแน่นถนัด ขยำเคล้าคลึงไม่ยอมละห่าง
ก่อนที่จะสะกิดยอดถันจนแข็งเป็นไต เสียงครวญครางของทั้งสองดังขึ้นระลอกใหญ่ก่อนที่ร่างเปลือยเปล่าของหนุ่มสาวจะกระตุกและแตกพร่าเสร็จสมอย่างรุนแรง
เขากอดรัดเธอเอาไว้แนบอก คิดว่าตื่นขึ้นมาอีกรอบ จะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง แต่พอคเชนทร์ตื่นขึ้นมาจริง ๆ เขาก็พบเพียงความว่างเปล่า คนข้างกายที่เขานอนกอดตลอดค่ำคืนได้หนีหายไปแล้ว
เขารีบตามเธอไปที่บ้านก็พบว่าเธอล้มป่วย ซึ่งเมื่อวานเธอโดนฝน และผ่านศึกรักกับเขามาสองรอบใหญ่ จึงทำให้ล้มป่วย
“แกมาทำไม” กระทิงเอ่ยถามเสียงดุ เมื่อเห็นว่าจู่ ๆ
คเชนทร์ก็พรวดพราดเข้ามาในบ้านของพิมพ์แก้ว คเชนทร์ไม่อยากมีเรื่องกับกระทิง เพราะเขามีเรื่องสำคัญกว่านั้นต้องทำ ทำให้เขาหันไปคุยกับกุหลาบน้องสาวของกระทิงแทน
“พี่ฝากพิมพ์แก้วด้วยนะ” คเชนทร์เอ่ยกับกุหลาบก่อนจะเดินผลุนผลันออกไป
“อะไรของมันนี่” กระทิงบ่นตามหลังของคเชนทร์ไป
คเชนทร์เข้าไปหาพันกับพิง ทั้งสองตกใจที่เห็นคเชนทร์
คเชนทร์ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของทั้งสองอย่างเอาเรื่อง สีหน้าดุดันของคเชนทร์ทำให้พันกับพิงไม่กล้า
“ตอบมาว่าแกสองคนใส่ร้ายพิมพ์แก้วทำไม”
“ใส่ร้ายอะไร พวกเราไม่รู้” สองพี่น้องยังปากแข็ง
“ถ้าไม่พูดความจริงว่าใครใช้ให้แกสองคนโกหก เรื่องพิมพ์แก้วขายตัวมั่วผู้ชายฉันฆ่าแกแน่”
“บอกแล้ว ๆ อย่าทำอะไรเราสองคนเลยนะ”
“ก็บอกมาสิ”
“คุณชบาเป็นคนสั่ง”
“คุณแม่อย่างนั้นเหรอ” คเชนทร์ถึงกับปล่อยคอเสื้อของพันและพิงในทันที
“แม่ของคุณนั่นแหละ ฉันจะเชื่อนายสองคนได้ยังไงกัน” เขายังไม่อยากจะเชื่อว่ามารดาจะทำอะไรแบบนี้ได้
“ก็แม่ของคุณไม่ชอบลูกสะใภ้จนไง นี่พวกเราอัดคลิปเสียงเอาไว้ คิดว่าในอนาคตอาจจะต้องใช้ แล้วก็จริง ๆ ด้วย” คเชนทร์ถึงกับแขนตกลงข้างตัวในทันที
เมื่อได้ยินแบบนั้น เขารีบกลับบ้านเพื่อไปถามมารดาให้รู้เรื่อง
“พี่ช้างหายไปไหนมาคะ” เรไรเอ่ยถามพี่ชาย
“คุณแม่อยู่ไหน” เขาเอ่ยถามถึงมารดา
“คุณป้าอยู่ในบ้านค่ะ พี่ช้างเป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้น”
คเชนทร์ไม่ตอบน้องสาว แต่เดินเข้าไปหามารดาในทันที
“คุณแม่ครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย มีอะไรจ๊ะ แล้วนี่เราหายไปไหนมาทั้งคืน” ชบาเอ่ยถามลูกชาย
“พี่ช้าง เรไรมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ขอตัวพี่ช้างสักครู่นะคะ” เรไรรีบจิกแขนพี่ชายดึงออกมานอกบ้าน ทำเอาชบาทำหน้างง
“ดึงพี่ออกมาทำไม”
“คุยกันก่อนค่ะ”
“คุยเรื่องอะไร” คเชนทร์ทำสีหน้ารำคาญ
“เรื่องที่พี่จะคุยกับคุณป้าค่ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเราด้วย”
“เกี่ยวสิ เพราะวันก่อนเรไรได้ยินคุณป้าคุยโทรศัพท์”
“แล้วไง”
“เกี่ยวกับเรื่องพี่ช้าง” แล้วเรไรก็เล่าทุกอย่างให้พี่ชายฟัง
“นี่คือเรื่องจริงเหรอ” เขาครางออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ถ้าพี่รู้ความจริง แล้วไปถามคุณป้า จะยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่”
“ทำไม”
“ก็คุณป้าเป็นคนยังไงพี่ไม่รู้เหรอคะ นิสัยของท่านคือยอมหักไม่ยอมงอ ถ้าพี่จะรักผู้หญิงสักคน และทำให้ผู้หญิงคนนั้นเป็นที่ยอมรับของคุณป้าด้วย พี่จะต้องคิดดี ๆ ค่ะ ว่าพี่จะทำยังไง ไม่ใช่เดินไปพูดโต้ง ๆ แล้วทะเลาะกันจะยิ่งไม่พอใจกันมากขึ้นไปอีก” พอได้ยินน้องสาวพูดแบบนั้นก็ทำให้คเชนทร์ถึงกับชะงักไป คิดได้ว่าควรทำแบบน้องสาวว่า
“แล้วพี่ควรทำยังไง” คเชนทร์เอ่ยถามน้องสาว
“อันดับแรกไม่ใช่เคลียร์กับคุณป้า แต่พี่เคลียร์กับคนของพี่หรือยัง” ประโยคของน้องสาวทำให้เขาอึ้งอีกรอบ
“แล้วที่พี่หายไปทั้งคืนไปไหนมา”
“คือพี่”
“ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอกหรอกค่ะ แต่ถ้าพี่ช้างมีอะไรให้น้องสาวคนนี้ช่วย บอกมาได้เลยนะคะ” เขามองหน้าน้องสาวก่อนที่จะครุ่นคิด
อีกครึ่งชั่วโมงต่อมา…
สองพี่น้องก็มายืนอยู่ตรงหน้าบ้านของพิมพ์แก้ว พร้อมของเยี่ยม การให้น้องสาวออกหน้า จะทำให้เขาไม่โดนตะเพิดออกจากบ้านก่อนได้เห็นหน้าเจ้าของบ้าน
โชคดีหน่อยว่ากระทิงไม่อยู่ มีแต่กุหลาบที่ดูแลคนป่วยอยู่ ทำให้คเชนทร์ไม่ต้องปะทะกับกระทิง
“อ้าวพี่ช้าง เรไร มาหาแก้วเหรอ” กุหลาบเอ่ยทักทาย
“จ้ะ ได้ข่าวว่าแก้วไม่สบายเลยมาเยี่ยมจ้ะ” เรไรเอ่ยตอบกลับไปอย่างไร้พิรุธ
“แก้วหลับอยู่น่ะ หมอที่อนามัยแวะมาฉีดยาให้แล้วจ้ะ เผอิญหมอผ่านมาทางนี้พอดี” กุหลาบรีบบอก ซึ่งไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เพราะคเชนทร์ให้คนไปตามหมอที่อนามัยให้ไปดูอาการของพิมพ์แก้วเอง แต่เขากำชับว่าไม่ให้หมอพูดอะไรมาก แค่บอกว่าเผอิญผ่านไปทางนั้นพอดี
“เราเอาของเยี่ยมมาเยอะแยะเลยไปช่วยจัดหน่อยสิ มีรังนกกับของกินมาเยี่ยมเยอะแยะเลย ไม่รู้ว่าจานชามอยู่ไหน คนป่วยตื่นขึ้นมาจะได้กินข้าวกินยา” เรไรไม่พูดเปล่า รีบดึงแขนกุหลาบออกไปจากห้องคนป่วยในทันที
กุหลาบหันไปมองคนป่วย แต่ก็ขัดคนที่รั้งแขน ออกมาเสียไม่ได้
สุดท้ายคเชนทร์ก็ได้อยู่กับพิมพ์แก้วสองต่อสอง คนที่รักเธอตั้งแต่แรกเห็นมองคนป่วยไม่วางตา
เขาเดาได้ไม่ยากว่ามารดาจะต้องพูดอะไรกับพิมพ์แก้วไม่มากก็น้อย ทำให้พิมพ์แก้วรู้สึกไม่ดี จนมีปฏิกิริยากับเขาแบบนั้น เขาไม่โกรธเธออีกแล้ว มีแต่จะพยายามเอาชนะใจเธอให้จงได้
“พี่กระทิงนั่งรถเข็นดีไหมจ๊ะ” พิมพ์แก้วเห็นสภาพของกระทิงแล้วนึกเวทนาไม่น้อย ในขณะที่คนเป็นสามียิ้มในหน้า“พี่จะไปหาเรไร”“รู้แล้วว่าจะไปหา ก็จะพาไปนี่ไง พี่ช้างเข็นพี่กระทิงไปสิ ให้เดินไปน่าจะไม่ถึงกระมัง” พิมพ์แก้วประชดสามี คเชนทร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร รีบเข็นร่างของกระทิงไปที่ห้องน้องสาว“เรไร เรไร ฮือ ๆ ทำไมถึงมาด่วนจากพี่ไปแบบนี้” กระทิงโผเข้าไปกอดร่างของคนที่นอนอยู่บนเตียง มีผ้าคลุมหน้าอยู่ แล้วร้องห่มร้องไห้ออกมา“พี่รักเรไร เพิ่งจะขอโทษ ยังไม่ทันได้ทำอะไรไถ่โทษ ทำไมเรไรถึงอายุสั้น ทิ้งพี่ไปแบบนี้ ลูกจ๋าพ่อมันเลว พ่อมันปากหมา พ่อผิดเอง พี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ในเมื่อเรไรไม่อยู่แล้ว พี่ก็ขอตาย” ไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัวกระทิงก็พุ่งตัวไปที่ระเบียงห้องเพื่อจะกระโดดลงไป เพื่อปลิดชีวิตตัวเองเสีย เขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว หากเรไรไม่อยู่กับเขา“เฮ้ย! เวรแล้วไง” คเชนทร์รีบกระโจนไปคว้าแขนของกระทิงเอาไว้“อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้สิวะ”“พี่กระทิง พี่อย่าตายนะ” เรไรที่รีบลุกจากเตียงมาตะโกนให้กระทิงที่ห้อยโตงเตงอยู่ตรงระเบียงรีบขึ้นมา ซึ่งตอนนี้มีแค่มือของคเชนทร์ดึงอยู่ และหมิ่นเหม่ว่าจะ
“มันต้องมีบ้างสิพี่ ที่ไม่มีใครอยู่กับเรไร พี่อย่าเพิ่งท้อนะ”“ปากหมาแค่ครั้งเดียวชีวิตเปลี่ยน นี่ใช่ไหมเขาว่าคำพูดเป็นนาย พูดไปแล้วกลับคำไม่ได้ คืนคำไม่ได้ แก้ไขอะไรก็ไม่ได้” กระทิงตบตีตัวเองด้วยความเจ็บใจ“พี่กระทิงอย่าทำร้ายตัวเองค่ะ พี่เชื่อไหมว่าหากพี่กับเรไรเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ ยังไงพี่กับเขาก็ต้องได้อยู่ด้วยกัน แต่ถ้าไม่ใช่ พี่ก็อาจจะต้องทำใจ”“ก็สมควรแล้วที่เขาจะเกลียด เขารักพี่มานาน นานหลายปีแล้ว ในขณะที่พี่ไม่เคยเห็นค่าเขาเลย แต่พี่ไม่ยอมแพ้หรอก พี่รู้ใจตัวเองแล้วว่ารักเขามาก รักมากที่สุด พี่จะพยายามง้อเขาให้กลับมารักพี่ให้ได้อีกครั้ง”“กุหลาบมีวิธีนึงที่จะทำให้พี่ตามง้อเรไรได้โดยที่ไม่มีใครขัดขวาง”“วิธีอะไร”“พี่จะต้องทำให้พี่ช้างรู้ว่าพี่จริงใจกับเรไรจริงๆ”“ทำยังไง”“มันอาจจะดูเสียศักดิ์ศรีสักหน่อย ที่พี่ต้องทำแบบนี้ ถ้าพี่รักเรไรจริงๆ พี่ก็ต้องทำ และต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพี่ไม่ได้รักพิมพ์แก้วแล้ว”“มีวิธีไหนพี่ทำหมด แค่บอกมาก็พอ”“พี่จะทำแน่ใช่ไหม” กุหลาบเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ“ทำ พี่ยอมทำทุกอย่าง”“งั้นเอาไงเอากันค่ะ” กุหลาบบอกทุกอย่างให้พี่ชายฟัง กระทิงถึงกับอึ้งไป
กันทุกคน ร้านจึงจะเปิดต่อไป จนกว่าเรไรจะคลอดและคงกลับไปดูแลด้วยตัวเองปกติบ้านของกำนันครามมีลูกน้องมาก แต่ก็ไม่ได้มีใครมายืนเฝ้า นั่งเฝ้า นอนเฝ้าเหมือนตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเมื่อก่อนเขาคงไม่ปีนขึ้นไปยังห้องนอนของชบาได้ ด้วยว่าห้องนอนของชบาติดแนวป่า เขาจึงมาทางนั้นได้แต่ตอนนี้กำนันครามมีลูกน้องเป็นกระพรวน ทำให้เขาเข้าถึงตัวของเรไรยากกระทิงไม่ยอมแพ้เขาเดินอาดๆ เข้าไปในบ้านกำนันคราม แล้วก็ขอเจอกับหลานสาวกำนัน“แล้วเขาให้เจอไหมล่ะพี่” กุหลาบเอ่ยถาม พลางเท้าสะเอวมองพี่ชายไม่วางตา“ก็อย่างที่เห็น” กระทิงเอ่ยกับน้องสาว ให้มองสภาพของเขาที่กินยำตีนมาหมาดๆ“ดีนะพี่ไม่เจอพี่ช้าง ถ้าเจอพี่ช้างพี่เละกว่านี้แน่”“ทำยังไงพี่ถึงจะได้คุยกับเรไร”“คงไม่ได้คุยแล้วแหละพี่”“ทำไมเอ็งถึงพูดจาไม่ให้กำลังใจพี่แบบนี้”“ก็มันเรื่องจริง ถ้าพี่ไปอีกก็จะได้กินยำตีนอีก เก็บชีวิตเอาไว้เจอหน้าลูกดีกว่า ตอนนี้เรไรกำลังท้อง ทุกคนก็รุมกันดูแล พี่จะเข้าไปหาเรไรยังไง”“พี่” กระทิงพูดไม่ออก เขาซึมไปเลยเหล้าย้อมใจคือสิ่งที่ทำให้ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ กระทิงทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็น กินเวลาไปจนถึงมืดค่ำหรือบางวันก็
“ป้าจะส่งรินใจมาช่วยดูแลเราด้วย จะไปไหนมาไหน จะกินอะไร ท้องไส้อยู่มิลำบากแย่เหรอ”“หนูซื้ออาหารตามสั่งร้านตรงข้ามค่ะ”“มันจะไปได้สารอาหารอะไรกัน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงซีดขนาดนี้ ให้รินใจมาทำอาหาร ซักผ้า รีดผ้ากวาดบ้านถูบ้านให้ นังรินน่ะมันคล่องกว่าคนอื่น” ชบาหมายถึงสาวใช้ที่บ้านคราวนี้เรไรยอมเพราะเห็นว่าดีกับตน ทุกวันนี้เธอค่อนข้างลำบากมากเพราะอยู่คนเดียว“แพ้ท้องหรือเปล่าล่ะ”“ไม่แพ้ค่ะ”“แปลก” ชบาเอ่ยขึ้น แต่ก็คิดว่าดี“แต่ไม่แพ้ก็ดีแล้ว” ชบามองหลานสาวแล้วถอนใจในขณะที่คนหนึ่งไม่แพ้ท้อง แต่อีกคนคลื่นไส้อาเจียนมาพักใหญ่แล้ว เห็นอาหารอะไรก็แพ้ไปเสียหมด“พี่กระทิงเป็นอะไร พักหลังมานี้พะอืดพะอมเอาแต่อาเจียน นี่ถ้าพี่เป็นผู้หญิงฉันจะคิดว่าพี่แพ้ท้อง”“ไม่รู้เหมือนกันพักนี้เห็นอะไรก็คลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหารไปหมด”“ก็พี่เอาแต่โหมทำงานหนักซะขนาดนี้ พักผ่อนบ้างนะพี่ แล้วเรื่องเรไรตามหาไปถึงไหนแล้ว” กุหลาบเอ่ยถาม ตอนนี้พี่ชายของตนไปเซ้งร้านขายต้นไม้ที่เคยไปช่วยงานเขา ซึ่งอีกฝ่ายเหมือนให้ฟรีเพราะเซ้งมาราคาถูกมาก เนื่องจากเถ้าแก่ล้มป่วยเลยต้องย้ายไปอยู่กับลูก ร้านต้นไม้ก็ไม่มีคนดูแล ลูกๆ ก็ไม่
เรไร พี่ก็ต้องทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่พี่จะเสียเธอไปตลอดชีวิต”กุหลาบไปแล้ว กระทิงก็ได้แต่ครุ่นคิด เขาชั่งน้ำหนักหัวใจของตนเอง ตอนมีเธอกับไม่มีเธออะไรทำให้ทุกข์ทรมานใจมากกว่ากันการไม่มีเธอมันทุกข์ทรมานใจมากกว่า ตอนที่เขามีเธอ ชีวิตของเขามันตื่นเต้นเร้าใจ มีความสุข อบอุ่นและมีสีสัน แต่พอเธอจากไป ชีวิตของเขาหมองหม่น แม้แต่งานที่ชอบทำ เขายังไม่อยากแตะมันเลยกระทิงผลุนผลันออกไป เขาไปถามหาเรไร ซึ่งคเชนทร์ประกาศกร้าวไว้แล้ว ว่าเจอกระทิงที่ไหนยำเละ เพราะคเชนทร์มีลูกน้องเยอะกุหลาบและพ่อแม่ต้องรีบไปขอร้องคเชนทร์ ไม่อย่างนั้นกระทิงคงรักษาชีวิตเอาไว้ไม่ได้“กำนันกับคุณช้างอย่าทำอะไรกระทิงเลยนะคะ ถือว่าพวกเราขอ จะให้กราบก็ได้” กุหลาบเข้าไปประคองพี่ชายที่นอนเลือดกบปากอย่างทะลักทุเล กล้าสามีของกุหลาบก็เข้าไปช่วยประคองด้วย“ลุงกับป้าขอเอาไว้หรอกนะครับ ไม่อย่างนั้นไอ้กระทิงได้กินยำตีนจนกระอักแน่” คเชนทร์พูดเสียงกร้าว มองกระทิงด้วยสายตาดุดัน“ยังไงฉันก็จะตามหาเรไรให้เจอ” กระทิงพูดแล้วกระอักเลือดออกมา“แกจะตามหาน้องสาวของฉันทำไมอีกวะ แค่นี้ยังไม่สะใจใช่ไหมวะที่แกทำให้น้องสาวของฉันต้องเสียใจ”“ฉันรักเรไ
“ไอ้สารเลวเอ๊ย!” เคชนทร์ผลักกุหลาบจนกระเด็น ก่อนจะเตะต่อยกับกระทิงจนเลือดกบปาก ต่างคนต่างสะบักสะบอมไปตามๆ กัน กุหลาบเลยรีบไปตามพิมพ์แก้วมาห้ามทัพพิมพ์แก้วมาถึงก็รีบดึงสามีกลับบ้าน คเชนทร์หมายหัวเอาไว้เลยว่าถ้าเห็นกระทิงเมื่อไหร่ ได้ตายคาตีนแน่ ๆเรไรรู้ข่าวว่าพี่ชายไปมีเรื่องชกต่อยกับกระทิงก็รู้สึกผิด รุ่งเช้าของวันใหม่ ก็ไม่มีใครเห็นเรไรอีก ไม่ว่าจะออกตามหายังไงก็ไม่เจอ“พ่อกับแม่เพิ่งรู้ข่าวเรื่องแกกับหนูเรไร ดีนะพ่อกับแม่ยังไม่ไปขอเมียให้แก ไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตแน่ ๆ แกไปหลอกหนูเรไรแบบนั้นได้ยังไง ชาตินี้เรากับบ้านกำนันคราม คงเป็นศัตรูกันไปจนวันตาย”“เป็นศัตรูก็ช่างสิครับ เราไม่ได้ขอมันกินสักหน่อย เรื่องขอเมีย ยังไม่ขอก็ดีแล้วครับ” เขาเองก็ไม่ได้อยากได้เมียจริงๆ ถือว่าบิดามารดายังไม่ได้ไปพูดจาสู่ขอ ก็ถือว่าไม่มีวาสนาต่อกัน“ดีนะพ่อกับแม่มีธุระไปงานศพเสียก่อน เลยไม่ได้ไปพูดคุยเจรจาสู่ขอ สังหรณ์ใจแล้วเชียวว่าอย่าเพิ่งไป แล้วเป็นจริงตามที่คิด” นางเจียรบ่นไม่ขาดปาก“ผมขอตัวก่อนนะครับ” กระทิงเดินหนีกลับบ้าน โดยมีกุหลาบเดินตามไปติดๆ“พี่กระทิงจะไม่ไปง้อเรไรจริงๆ เหรอ ฉันรู้
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






