LOGINคลั่งรักสาวน้อยสิบแปด โปรย เขารักเธอตั้งแต่แรกเห็น แต่เพราะความเข้าใจผิดทำให้เขาร้ายกาจกับเธอ ฤทธิ์รักคนลวง โปรย
View Moreพิมพ์แก้วเดินไปมาอยู่หน้าเตาไฟเพื่อปรุงอาหาร
เธอได้รับการถ่ายทอดวิชาทำอาหารมาจากคุณยาย พอคุณยายเสียชีวิตเธอจึงกลายเป็นแม่ครัวใหญ่ รับปรุงอาหารในงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะงานบวช งานศพ งานแต่ง หรือแม้กระทั้งงานขึ้นบ้านใหม่
ในขณะที่เธอปรุงอาหารอยู่นั้นเสียงเอ่ยแซวและเสียงโห่ก็ดังขึ้น
พิมพ์แก้วหันไปมองทางด้านหลังก่อนจะอุทานออกมา
“อุ๊ย” เพราะคเชนทร์หรือช้าง ลูกชายกำนันประจำตำบลนั้นกำลังยืนยิ้มอยู่ทางานหลังเธอ
คเชนทร์ตามจีบเธออยู่นานหลายเดือน ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากกรุงเทพฯ แต่เธอไม่เล่นด้วย เพราะฐานะที่แตกต่างกัน และมารดาของเขาไม่ชอบเธอ
แม้ลึกๆ แล้วเธอจะเคยมีความประทับใจให้แก่เขาตั้งแต่เยาว์วัย ก่อนที่เขาจะเดินทางไปเรียนต่อในเมืองใหญ่
และอาจเพราะว่าเขาร่ำรวย ฐานะดี บิดามารดามีหน้ามีตาในสังคม อีกทั้งคเชนทร์เองก็ยังหน้าตาดีมาก สาว ๆ ในหมู่บ้านต่างชอบเขามากมาย
เธอจึงไม่อยากแก่งแย่งชิงดีกับใคร เพราะเธอมีฐานะปานกลาง อายุเพียงแค่สิบแปด แถมยังกำพร้า คเชนทร์มีลูกล้อลูกชนมาก เธอกลัวจะตามเขาไม่ทัน จึงไม่อยากเผลอตัวเผลอใจให้เขา กลัวเขาจะแค่หลอก
วันก่อนเธอยังเห็นสาว ๆ หน้าตาดี จากในเมืองมาหาเขาอยู่เลย
“ให้พี่ช้างช่วยไหมจ๊ะแก้ว” เขาเอ่ยถามเสียงหวาน มองเธอด้วยสายตาเหมือนจะกลืนกิน ทำเอาพิมพ์แก้วใจสั่น ยอมรับว่าเขาทำให้เธอหวั่นไหวอยู่มากเหมือนกัน แต่เธอพยายามหักห้ามใจ
“ไม่ต้องจ้ะ” พิมพ์แก้วเอ่ยตอบ ยื่นมือไปคนแกงเนื้อในหม้อที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่ว
คเชนทร์ก็เดินมาเบียดทางด้านหลัง จับมือเธอช่วยคนแกงด้วย
“อุ๊ย! ปล่อยนะคะพี่ช้าง” เธอดึงมือหนีหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ที่นี่เป็นบ้านของเขา อะไร ๆ ก็ดูเข้าทางเขาไปเสียหมด ทุกคนก็ดูรู้เห็นเป็นใจกับเขาด้วย ไม่มีใครห้ามปรามหรือสนใจเมื่อคเชนทร์เข้าหาเธอ
“พี่อยากช่วยนี่จ้ะ” เขายิ้มหน้าเป็น
“ไม่เป็นไรจ้ะ หน้าที่ของฉัน” เธอรีบเอ่ยบอก
เธอเป็นแม่ครัวรับจ้างตามงาน หรือบางงานก็ช่วยไม่ได้คิดเงินมากมาย แล้วแต่เจ้าของงานให้ นอกจากเงิน เขาก็ให้เป็นข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุงรสและเครื่องครัว ทำให้เธอไม่ต้องซื้อหาของพวกนี้ในการดำรงชีวิตเลยประหยัดไปได้มาก
แถมที่บ้านเธอยังปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้อีก ดังนั้นเงินจากการรับจ้างเป็นแม่ครัวเลยมีเหลือเก็บ
บ้านช่องคุณยายก็ปลูกเอาไว้ให้แล้ว แม้จะไม่ใช่บ้านหลังใหญ่มากนัก แต่ก็ทำให้เธออาศัยอยู่ได้อย่างสบาย กันแดดกันฝน ไม่ต้องไปนอนหนาวอยู่ใต้โคนกล้วย
“ตาช้างมาอยู่นี่เองแม่ตามหาเสียทั่ว” เสียงของชบาผู้ซึ่งมารดาของคเชนทร์เอ่ยขึ้น วันนี้เป็นงานเลี้ยงวันเกิดของสามี นั่นก็คือกำนันครามนั่นเอง นางและสามีเชิญแขกเหรื่อมาเยอะ เพราะอยากให้ลูกชาย ได้รู้จักกับผู้หลักผู้ใหญ่ และลูกสาวคนรวยๆ เผื่อจะถูกใจลูกผู้ดีมีเงินคนไหน จะได้ทาบทามสู่ขอให้ลูกชายเสียเลย
“ครับแม่”
“มาขลุกตัวอยู่ในครัวทำไม ที่นี่มีแม่ครัวอยู่แล้ว เราน่ะไปรับแขกกับแม่ดีกว่า” ชบาพูดเสียงเฉียบ ก่อนจะมาดึงลูกชายออกไปจากครัว ที่ทำเป็นเพิงชั่วคราว ทางด้านหลังบ้าน นี่ก็อีกเหตุผลหนึ่ง ที่เธอไม่อยากยุ่งกับคเชนทร์ เพราะมารดาของเขาค่อนข้างหวงมาก และท่านเอง ก็คงมองว่าเธอไม่เหมาะสมกับลูกชายของท่านด้วยประกันทั้งปวง
เป็นจริงดังคาด หลังจากเสร็จงาน ชบาเรียกไปพบ เพื่อจ่ายค่าตอบแทน
“ฉันขอพูดตรง ๆ นะพิมพ์แก้ว” ชบาเอ่ยเสียงเฉียบ
“ฉันไม่อยากให้ลูกชายของฉันไปยุ่งกับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ ฉันพูดแบบนี้เธอคงเข้าใจนะ”
“เข้าใจค่ะ”
“หลบหลีกได้ก็ควรหลบหลีก ตาช้างน่ะ ก็เหมือนผู้ชายทั่วไป เห็นผู้หญิงหน้าตาพอใช้ได้ ก็หยอกเล่นไปแบบนั้นเอง แต่เขาไม่ได้คิดจริงจังหรอก ฉันพูดแบบนี้ เธอก็คงเข้าใจนะ”
“เข้าใจค่ะ” พิมพ์แก้วรับคำ เธอไม่ชอบมีปัญหากับใครอยู่แล้ว เมื่อเสร็จงานเลี้ยงที่บ้านกำนันคราม พิมพ์แก้วเคลียร์ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เธอก็ปั่นจักรยาน เดินทางกลับบ้าน
“อุ๊ย” พิมพ์แก้วอุทาน เมื่อจู่ ๆ คเชนทร์ก็โผล่ออกมาจากข้างทาง มาดักหน้าของเธอเอาไว้
“ว้าย!” จักรยานเธอล้มลงไม่เป็นท่า
“โอ๊ย!” เธอร้องเสียงหลง
“เฮ้ย!” เขาร้องอย่างตกใจ รีบเข้าไปประคองร่างน้อยเอาไว้
“เป็นไงบ้าง”
“ไม่เป็นไรค่ะ” เธอพยายามลุกแต่ไม่ไหว ต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ
“โอ๊ย!”
“ไม่เป็นอะไรได้ไง ร้องซะขนาดนี้”
“พี่ช้างจะทำอะไรคะ” เธอร้องอย่างตกใจ รีบกอดคอหนาเอาไว้ เมื่อเขาอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน
“อุ้มไปส่งบ้านไง ปวดขาซะขนาดนี้ จะกลับยังไงล่ะ”
“แล้วใครเป็นคนทำล่ะคะ” เธอต่อว่าเขา เขาก็ยิ้มใส่ตาเธอ
“พี่เป็นคนทำ พี่ยอมรับ พี่จะไถ่โทษด้วยการไปส่งแก้วที่บ้านไง”
“ไม่ต้องค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
“แก้วตัวหนัก”
“แต่พี่อุ้มไหว”
“จักรยานแก้วล่ะคะ”
“เดี๋ยวให้คนเอาไปส่งให้” เขาอุ้มเธอเดินจ้ำอ้าวกลับบ้านสวนของเธอเอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“บ้านร่มรื่นน่าอยู่จัง” เขาวางเธอที่แคร่ตรงใต้ถุนบ้าน ก่อนจะกวาดสายตา มองไปรอบกาย ก็เห็นแต่สวนผัก ต้นไม้ ดอกไม้ แลดูสดชื่นร่มรื่น
“พี่ช้างกลับไปได้แล้วค่ะ”
“พี่กระทิงนั่งรถเข็นดีไหมจ๊ะ” พิมพ์แก้วเห็นสภาพของกระทิงแล้วนึกเวทนาไม่น้อย ในขณะที่คนเป็นสามียิ้มในหน้า“พี่จะไปหาเรไร”“รู้แล้วว่าจะไปหา ก็จะพาไปนี่ไง พี่ช้างเข็นพี่กระทิงไปสิ ให้เดินไปน่าจะไม่ถึงกระมัง” พิมพ์แก้วประชดสามี คเชนทร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร รีบเข็นร่างของกระทิงไปที่ห้องน้องสาว“เรไร เรไร ฮือ ๆ ทำไมถึงมาด่วนจากพี่ไปแบบนี้” กระทิงโผเข้าไปกอดร่างของคนที่นอนอยู่บนเตียง มีผ้าคลุมหน้าอยู่ แล้วร้องห่มร้องไห้ออกมา“พี่รักเรไร เพิ่งจะขอโทษ ยังไม่ทันได้ทำอะไรไถ่โทษ ทำไมเรไรถึงอายุสั้น ทิ้งพี่ไปแบบนี้ ลูกจ๋าพ่อมันเลว พ่อมันปากหมา พ่อผิดเอง พี่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว ในเมื่อเรไรไม่อยู่แล้ว พี่ก็ขอตาย” ไม่ทันให้ใครได้ตั้งตัวกระทิงก็พุ่งตัวไปที่ระเบียงห้องเพื่อจะกระโดดลงไป เพื่อปลิดชีวิตตัวเองเสีย เขาไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว หากเรไรไม่อยู่กับเขา“เฮ้ย! เวรแล้วไง” คเชนทร์รีบกระโจนไปคว้าแขนของกระทิงเอาไว้“อย่าทำอะไรบ้าๆ แบบนี้สิวะ”“พี่กระทิง พี่อย่าตายนะ” เรไรที่รีบลุกจากเตียงมาตะโกนให้กระทิงที่ห้อยโตงเตงอยู่ตรงระเบียงรีบขึ้นมา ซึ่งตอนนี้มีแค่มือของคเชนทร์ดึงอยู่ และหมิ่นเหม่ว่าจะ
“มันต้องมีบ้างสิพี่ ที่ไม่มีใครอยู่กับเรไร พี่อย่าเพิ่งท้อนะ”“ปากหมาแค่ครั้งเดียวชีวิตเปลี่ยน นี่ใช่ไหมเขาว่าคำพูดเป็นนาย พูดไปแล้วกลับคำไม่ได้ คืนคำไม่ได้ แก้ไขอะไรก็ไม่ได้” กระทิงตบตีตัวเองด้วยความเจ็บใจ“พี่กระทิงอย่าทำร้ายตัวเองค่ะ พี่เชื่อไหมว่าหากพี่กับเรไรเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ ยังไงพี่กับเขาก็ต้องได้อยู่ด้วยกัน แต่ถ้าไม่ใช่ พี่ก็อาจจะต้องทำใจ”“ก็สมควรแล้วที่เขาจะเกลียด เขารักพี่มานาน นานหลายปีแล้ว ในขณะที่พี่ไม่เคยเห็นค่าเขาเลย แต่พี่ไม่ยอมแพ้หรอก พี่รู้ใจตัวเองแล้วว่ารักเขามาก รักมากที่สุด พี่จะพยายามง้อเขาให้กลับมารักพี่ให้ได้อีกครั้ง”“กุหลาบมีวิธีนึงที่จะทำให้พี่ตามง้อเรไรได้โดยที่ไม่มีใครขัดขวาง”“วิธีอะไร”“พี่จะต้องทำให้พี่ช้างรู้ว่าพี่จริงใจกับเรไรจริงๆ”“ทำยังไง”“มันอาจจะดูเสียศักดิ์ศรีสักหน่อย ที่พี่ต้องทำแบบนี้ ถ้าพี่รักเรไรจริงๆ พี่ก็ต้องทำ และต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าพี่ไม่ได้รักพิมพ์แก้วแล้ว”“มีวิธีไหนพี่ทำหมด แค่บอกมาก็พอ”“พี่จะทำแน่ใช่ไหม” กุหลาบเอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจ“ทำ พี่ยอมทำทุกอย่าง”“งั้นเอาไงเอากันค่ะ” กุหลาบบอกทุกอย่างให้พี่ชายฟัง กระทิงถึงกับอึ้งไป
กันทุกคน ร้านจึงจะเปิดต่อไป จนกว่าเรไรจะคลอดและคงกลับไปดูแลด้วยตัวเองปกติบ้านของกำนันครามมีลูกน้องมาก แต่ก็ไม่ได้มีใครมายืนเฝ้า นั่งเฝ้า นอนเฝ้าเหมือนตอนนี้ ไม่อย่างนั้นเมื่อก่อนเขาคงไม่ปีนขึ้นไปยังห้องนอนของชบาได้ ด้วยว่าห้องนอนของชบาติดแนวป่า เขาจึงมาทางนั้นได้แต่ตอนนี้กำนันครามมีลูกน้องเป็นกระพรวน ทำให้เขาเข้าถึงตัวของเรไรยากกระทิงไม่ยอมแพ้เขาเดินอาดๆ เข้าไปในบ้านกำนันคราม แล้วก็ขอเจอกับหลานสาวกำนัน“แล้วเขาให้เจอไหมล่ะพี่” กุหลาบเอ่ยถาม พลางเท้าสะเอวมองพี่ชายไม่วางตา“ก็อย่างที่เห็น” กระทิงเอ่ยกับน้องสาว ให้มองสภาพของเขาที่กินยำตีนมาหมาดๆ“ดีนะพี่ไม่เจอพี่ช้าง ถ้าเจอพี่ช้างพี่เละกว่านี้แน่”“ทำยังไงพี่ถึงจะได้คุยกับเรไร”“คงไม่ได้คุยแล้วแหละพี่”“ทำไมเอ็งถึงพูดจาไม่ให้กำลังใจพี่แบบนี้”“ก็มันเรื่องจริง ถ้าพี่ไปอีกก็จะได้กินยำตีนอีก เก็บชีวิตเอาไว้เจอหน้าลูกดีกว่า ตอนนี้เรไรกำลังท้อง ทุกคนก็รุมกันดูแล พี่จะเข้าไปหาเรไรยังไง”“พี่” กระทิงพูดไม่ออก เขาซึมไปเลยเหล้าย้อมใจคือสิ่งที่ทำให้ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ กระทิงทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืดจรดเย็น กินเวลาไปจนถึงมืดค่ำหรือบางวันก็
“ป้าจะส่งรินใจมาช่วยดูแลเราด้วย จะไปไหนมาไหน จะกินอะไร ท้องไส้อยู่มิลำบากแย่เหรอ”“หนูซื้ออาหารตามสั่งร้านตรงข้ามค่ะ”“มันจะไปได้สารอาหารอะไรกัน ไม่สงสัยเลยว่าทำไมถึงซีดขนาดนี้ ให้รินใจมาทำอาหาร ซักผ้า รีดผ้ากวาดบ้านถูบ้านให้ นังรินน่ะมันคล่องกว่าคนอื่น” ชบาหมายถึงสาวใช้ที่บ้านคราวนี้เรไรยอมเพราะเห็นว่าดีกับตน ทุกวันนี้เธอค่อนข้างลำบากมากเพราะอยู่คนเดียว“แพ้ท้องหรือเปล่าล่ะ”“ไม่แพ้ค่ะ”“แปลก” ชบาเอ่ยขึ้น แต่ก็คิดว่าดี“แต่ไม่แพ้ก็ดีแล้ว” ชบามองหลานสาวแล้วถอนใจในขณะที่คนหนึ่งไม่แพ้ท้อง แต่อีกคนคลื่นไส้อาเจียนมาพักใหญ่แล้ว เห็นอาหารอะไรก็แพ้ไปเสียหมด“พี่กระทิงเป็นอะไร พักหลังมานี้พะอืดพะอมเอาแต่อาเจียน นี่ถ้าพี่เป็นผู้หญิงฉันจะคิดว่าพี่แพ้ท้อง”“ไม่รู้เหมือนกันพักนี้เห็นอะไรก็คลื่นไส้อาเจียนเบื่ออาหารไปหมด”“ก็พี่เอาแต่โหมทำงานหนักซะขนาดนี้ พักผ่อนบ้างนะพี่ แล้วเรื่องเรไรตามหาไปถึงไหนแล้ว” กุหลาบเอ่ยถาม ตอนนี้พี่ชายของตนไปเซ้งร้านขายต้นไม้ที่เคยไปช่วยงานเขา ซึ่งอีกฝ่ายเหมือนให้ฟรีเพราะเซ้งมาราคาถูกมาก เนื่องจากเถ้าแก่ล้มป่วยเลยต้องย้ายไปอยู่กับลูก ร้านต้นไม้ก็ไม่มีคนดูแล ลูกๆ ก็ไม่