LOGINภาพค่ำคืนสามปีก่อนผุดขึ้นในหัว ช่อกุหลาบแดง คำสารภาพ และการหันหลังเดินจากไปของเขา แต่เธอไม่กล้าพูดถึงมันอีก เป็นเธอเองที่ปฏิเสธเขา
“เข้าใจค่ะ” เสียงเธอแผ่วเบาและสั่นไหวเล็กน้อย
อธิปมองเธออีกสองวินาที ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานอย่างสง่างาม
“พรุ่งนี้เจอกันเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เลขาของผม” ลลินลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามาทำงานเช้ามาก แต่เธอได้ตำแหน่งเลขาก็คงต้องมาทำงานเช้าเหมือนเขากระมัง เธอคิดแค่ในใจไม่กล้าถามอะไรมาก
“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยขาที่แทบทรุด ใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
พอปิดประตูได้ เธอก็เอนตัวพิงผนัง หอบหายใจถี่กระชั้น
เธอได้งานแล้ว แต่ราคาที่ต้องจ่าย อาจจะแพงกว่าที่เธอคิดไว้มาก
ส่วนอธิปที่นั่งอยู่ในห้อง มองประตูที่ปิดสนิทด้วยสายตาที่วาวขึ้นเล็กน้อย
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มือกำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้นมา
สามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน และเธอกลับมาแล้ว
เช้าวันแรก ลลินมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เธอแต่งตัวเรียบร้อยสุด ๆ สูทสีครีม ผมมัดเรียบกริบ ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในห้อง CEO อธิปก็โยนงานใส่เธอไม่ยั้ง
“รายงานการประชุมย้อนหลังสามปี สรุปมาให้เสร็จเรียบร้อยก่อนบ่ายสองโมง”
“สัญญากับพันธมิตรสิบสองฉบับ ตรวจทุกบรรทัด แจ้งจุดผิดให้ผมภายในสี่โมงเย็น”
“กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่ครีม”
“ทำงานอะไรของคุณ นี่มันใช้ได้เหรอ พิมพ์ผิดเกือบทุกบรรทัด” เขาโยนแฟ้มลงบนโต๊ะ จนเธอสะดุ้งสุดตัว ยอมรับว่าทำงานผิดพลาดเพราะระหว่างทำงานก็โดนเขาเรียกตลอดเวลา เธอไม่มีสมาธิทำงาน แต่ไม่กล้าบ่น
“ไปทำมาใหม่ นี่คือคนเรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรอ” น้ำเสียงเขาเย็นชา ไม่มีรอยยิ้ม
ลลินทำงานไม่หยุดมือ ตั้งแต่เช้าจนบ่าย เย็นจนค่ำ เธอไม่กล้าขอพัก ไม่กล้าบ่น ภาระบ้านที่หนักอึ้งทำให้เธอทนได้ทุกอย่าง จนกระทั่งหลังเลิกงานหกโมงเย็น เพื่อนร่วมงานทยอยกลับหมดแล้ว ลลินนั่งก้มหน้ากับโต๊ะทำงานเล็ก ๆ หน้าห้อง CEO เอกสารกองสูง ตาเธอเริ่มพร่ามัว มือสั่นเล็กน้อย ยอมรับว่าความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายวันทำให้เธอเริ่มท้อกับชีวิตการทำงานอยู่บ้าง
“ขอพักสายตาแป๊บนึงคงไม่เป็นไรกระมัง”
เธอแค่จะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้นิดเดียวเพื่อพักสายตาสักห้านาที แต่กลับหลับไปโดยไม่รู้ตัว เมื่อลลินตื่นขึ้นมา ห้องทั้งชั้นมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสลัว ๆ เท่านั้น
“เที่ยงคืนแล้ว” เธอสะดุ้งสุดตัว มองนาฬิกาอย่างตกใจ ก่อนจะมือขึ้นลูบใบหน้าอย่างเหนื่อยล้า
“หลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ” เธอลุกขึ้นช้า ๆ ขาแข็งปวดเมื่อยไปหมด ก่อนเดินโซเซไปยังห้องน้ำส่วนตัวที่อยู่โซนผู้บริหาร เพื่อล้างหน้าให้ตื่นเต็มตา ก่อนเรียกแท็กซี่กลับบ้าน แต่พอเดินผ่านห้องทำงาน CEO ประตูไม่ได้ปิดสนิท แสงไฟสีเหลืองอบอุ่นลอดออกมาทำให้ลลินชะงัก
เธอแอบแง้มประตูเข้าไปดูเพียงเล็กน้อย ภาพที่เห็นทำให้นางตาโตอ้าปากค้าง หายใจติดขัด
อธิปนั่งเอนหลังบนเก้าอี้ CEO ตัวใหญ่ สูทแจ็คเก็ตโยนพาดโต๊ะ กระดุมเชิ้ตเปิดออกสามเม็ด โชว์แผงอกแน่นและซิกซ์แพ็กที่ชัดเจน กางเกงถูกปลดลงต่ำ มือใหญ่ของเขากำกระชับความแข็งแกร่งของตัวเองขึ้นลงช้า ๆ อย่างเร่าร้อน ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มเงยขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากเผยอครวญคราง หนังตาปรือด้วยความเสียวซ่าน
“อ๊ะ!” เสียงเล็ก ๆ หลุดจากปากของลลินโดยไม่ตั้งใจ
อธิปสะดุ้ง หันขวับไปมองในทันที สายตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาตกใจของเธอพอดี
เพียงเสี้ยววินาที เขาลุกพรวด ก้าวขายาว ๆ เพียงสามก้าวก็ถึงตัวเธอ มือใหญ่คว้าข้อมือบางดึงรั้งเข้าไปในห้องอย่างแรง แล้วปิดประตูดังปัง!
“คุณ! คุณอธิป ปล่อยฉันนะคะ” ลลินตื่นตระหนก พยายามดิ้นรนสุดแรง แต่ร่างสูงใหญ่ของเขากดเธอลงกับโซฟาหนังสีดำตัวใหญ่ทันที มือข้างหนึ่งกดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ อีกข้างจับปลายคางกระชับแน่น
“เห็นหมดแล้วใช่ไหม” เสียงเขาทุ้มต่ำ เย็นเยียบ แต่แฝงไฟลุกโชน
“ในเมื่อเห็นทุกอย่าง ก็ต้องปิดปากให้ดี”
ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับลงมาอย่างดุเดือด จูบเธอแบบไม่ให้โอกาสปฏิเสธ ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน ดูดกลืนเสียงตกใจของเธออย่างหิวกระหาย
“อ๊ะ! ไม่ อย่า” ลลินดิ้นรน เสื้อสูทถูกดึงจนกระดุมหลุดกระเด็น กระโปรงถูกรูดขึ้นสูง เผยให้เห็นกางเกงในผ้าลูกไม้สีขาวเรียบง่าย
อธิปไม่ฟัง เขาถลกเสื้อตัวเองออกก่อนจะทิ้งลงพื้น ร่างกายกำยำแน่นไปด้วยมัดกล้ามที่เธอเคยเห็นในวัยเรียน แต่ตอนนี้ดูแข็งแกร่งกว่าเดิมเสียอีก
เขาพาเธอถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนหลังเธอชนเตียงนอนขนาดคิงไซส์ในห้องพักส่วนตัวด้านในของห้องทำงาน
“จะหนีไปไหนลลิน” เขากัดฟันกรอด ดึงกางเกงในเธอลงในครั้งเดียว
“สามปี ฉันรอเธอมาสามปีแล้ว”
ลลินร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งร้อนผ่าวทะลวงเข้าไปในตัวเธอช้า ๆ แต่หนักแน่น
“เจ็บ อ๊า... พี่อธิป ลินเจ็บค่ะ ลินยังไม่เคย”
“รู้” เขาพูดเสียงแหบพร่า กดเอวบางของเธอลงกับที่นอน แล้วดันเข้าหาจนลึกสุดในครั้งเดียว
“อื้อ... คนใจร้าย ลินเจ็บ” เธอร้องไห้ออกมาไม่คิดว่าเขาจะทำอะไรแบบไม่ปรานีถึงเพียงนี้
“ฉันรู้ดีว่าฉันเป็นคนแรกของเธอ”
ความเจ็บปวดแสนสาหัสผสมกับความเสียวซ่านที่ลลินไม่เคยรับรู้มาก่อน ทำให้เธอครางออกมาเสียงหลง
อธิปครอบครองเธออย่างดุเดือด รุนแรง และคลั่งไคล้ เขาจูบเธอทุกสัดส่วน ดูดยอดอกสีชมพูหวานที่กำลังแข็งชูชัน มือใหญ่บีบสะโพกกลมกลึงไว้แน่น ในขณะที่สะโพกกำยำกระแทกเข้าออกไม่ยั้ง ราวกับระบายความโกรธ ความรักฝังใจ และชัยชนะที่รอคอยมานาน
“ลลินเธอเป็นของฉัน” เขาครางต่ำในลำคอ เสียงแหบพร่าด้วยความเสียวซ่าน
“ไม่มีใครจะแย่งเธอจากฉันได้อีก”
ลลินเสร็จสมอารมณ์ครั้งแรกในชีวิตด้วยเสียงร้องไห้ปนคราง อธิปตามติดมาอย่างรุนแรง ปล่อยน้ำรักร้อนผ่าวพุ่งทะลักเข้าไปในส่วนลึกของเธอ
หลังจากนั้น อธิปนอนกอดเธอไว้แน่นจากด้านหลัง แขนแข็งแรงพาดรอบเอวบาง อกแน่นแนบชิดแผ่นหลังเนียนของเธอ ลลินพยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนแกร่งแต่ไม่สำเร็จ
“ปล่อยลิน ลินต้องกลับบ้าน”
เขากอดแน่นขึ้น จมูกซุกซบต้นคอขาวผ่อง หายใจร้อนเป่ารดจนเธอขนลุก
“มีแฟนแล้ว ทำไมยังซิงอยู่ล่ะ” เสียงเอ่ยถามเย็นชาดุจเดิม แต่แฝงความพึงพอใจและการได้ครอบครองอย่างชัดเจน
ลลินหน้าแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก
“ปล่อยลินเถอะค่ะ”
อธิปหัวเราะในลำคอเบา ๆ มือลูบไล้ลงไปที่เนินอกอวบอิ่มของเธออีกครั้ง
“เดี๋ยวฉันไปส่ง แต่คืนนี้ เธอต้องเป็นของฉันอีกครั้ง”
เขาก้มลงจูบต้นคอเธออีกครั้ง ขบเบา ๆ ราวกับประทับตรา
“และหลังจากนี้ ฉันจะไม่ปล่อยเธอไปไหนอีก”
หลังจากอธิปปล่อยลลินออกจากอ้อมแขนในห้องส่วนตัว เขาจัดเสื้อผ้าให้เธออย่างเรียบร้อยด้วยอุ้งมือใหญ่แสนอบอุ่นที่มักลูบไล้อย่างถือสิทธิ์
“ฉันไปส่ง” ลลินไม่กล้าขัด เสื้อสูทของเธอมีกระดุมขาดไปสองเม็ด กระโปรงยับย่น นั่งรถแท็กซี่กลับในสภาพนี้คงโดนทำมิดีมิร้ายเป็นแน่เธอเดินโซเซตามเขาไปที่ลิฟต์ส่วนตัวด้วยใบหน้าแดงก่ำและขาที่ยังอ่อนแรงรถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นออกจากอาคารตอนตีสอง ถนนในเมืองใหญ่เงียบสงัด มีแต่แสงไฟถนนและเสียงเครื่องยนต์คลอเบา ๆลลินนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือกุมกระเป๋าแน่น มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา“จอดตรงทางแยกซอยข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา“บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้เองค่ะ เดินเข้าไปเองได้”“แทนตัวเองว่าลิน”“คะ”“ห้ามแทนตัวเองว่าฉันอีก ฉันไม่ชอบ”“ค่ะ” เธอรับคำ เพราะเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขาก็ไม่อยากโดนเล่นงานอีก“ขอตัวก่อนนะคะ”อธิปหันมามองเธอชั่วครู่ สายตาคมกริบมองเธอเล็กน้อย แต่เขาก็จอดรถตามที่เธอขอโดยไม่พูดอะไร“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” ลลินรีบเปิดประตูรถ ก่อนที่เธอจากรถ มือใหญ่ของเขาก็จับข้อมือเธอเอาไว้แน่น“พรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงครึ่ง” เสียงเขาต่ำและเรียบ“อย่ามาสายล่ะ”ลลินรีบพยักหน้า ไม่กล้ามองหน้าเขา แล้วรีบลงจากรถในทันที ร่างบางเดินหายเข้าไปในซอยมืด ๆอธิปนั่งมองแผ่นหลังบางของเธอจ
ภาพค่ำคืนสามปีก่อนผุดขึ้นในหัว ช่อกุหลาบแดง คำสารภาพ และการหันหลังเดินจากไปของเขา แต่เธอไม่กล้าพูดถึงมันอีก เป็นเธอเองที่ปฏิเสธเขา “เข้าใจค่ะ” เสียงเธอแผ่วเบาและสั่นไหวเล็กน้อยอธิปมองเธออีกสองวินาที ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานอย่างสง่างาม“พรุ่งนี้เจอกันเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เลขาของผม” ลลินลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามาทำงานเช้ามาก แต่เธอได้ตำแหน่งเลขาก็คงต้องมาทำงานเช้าเหมือนเขากระมัง เธอคิดแค่ในใจไม่กล้าถามอะไรมาก“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยขาที่แทบทรุด ใจเต้นแรงจนแทบระเบิดพอปิดประตูได้ เธอก็เอนตัวพิงผนัง หอบหายใจถี่กระชั้นเธอได้งานแล้ว แต่ราคาที่ต้องจ่าย อาจจะแพงกว่าที่เธอคิดไว้มากส่วนอธิปที่นั่งอยู่ในห้อง มองประตูที่ปิดสนิทด้วยสายตาที่วาวขึ้นเล็กน้อยเขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มือกำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้นมาสามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน และเธอกลับมาแล้วเช้าวันแรก ลลินมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เธอแต่งตัวเรียบร้อยสุด ๆ สูทสีครีม ผมมัดเรียบกริบ ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในห้อง CEO อธิปก็โยนงานใส่เธอไม่ยั้ง“รายงานการประชุมย้อนหลังสามปี สรุปมา
เธอฝังตัวเองอยู่กับหนังสือและการเรียนจนแทบไม่มีเวลาว่าง ใบหน้าหวานยังคงสวยงามเช่นเคย แต่ดวงตาคู่โตนั้นกลับหมองลงทุกวัน เธอไม่เคยเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้ใครฟัง แต่ใคร ๆ ก็รู้ โดยเฉพาะพิมพ์ชนกที่คอยปลอบโยนมาตลอด และชื่นชมที่เธอทำถูกแล้ว ขืนไม่ปฏิเสธไปก็จะกลายเป็นตัวตลก และของเล่นของลูกคนรวยที่ไม่นานก็เบื่อหน่ายเธอเพียงรับรู้ และเก็บบาดแผลไว้ในใจคนเดียว ไม่ปริปากเรื่องนี้อีก“เราทำถูกแล้ว เขาเป็นแค่เสือผู้หญิง” เธอพึมพำกับตัวเองทุกคืนก่อนนอน เพราะยังลืมพี่รหัสคนนั้นไม่ได้แม้จะเตือนตัวเองทุกครั้ง แต่น้ำตากลับไหลเงียบ ๆ อยู่คนเดียว เธอมักนอนฝันและนึกถึงรอยยิ้มมุมปากและกลิ่นน้ำหอมอบอุ่นของเขาเสมอค่ำคืนหนึ่ง ลลินกำลังจะจบการศึกษา เธอเดินกลับหอพักตามถนนข้างมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไฟถนนสลัว ๆ เธอเดินก้มหน้ากอดหนังสือแน่น ผมยาวสยายไหล ยังไม่ทันรู้ตัว กลุ่มอันธพาลสามคนก็โผล่ออกมาล้อมเธอเอาไว้“สาวน้อย มาคนเดียวเหรอ มาเล่นด้วยกันหน่อยสิ” ชายคนหนึ่งยิ้มเจื่อน มือยื่นมาจะจับแขนของเธอลลินหน้าซีด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงเธอสั่นจนแทบไม่มีเสียง เธอถอยหลังจนหลังชนกำแพง หนังสือหล่นกระจาย
“พี่อธิปน่ะสิ เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวจริงเลย ฟันแล้วทิ้งมานักต่อนักแล้ว รุ่นพี่ทั้งมหาวิทยาลัยเขารู้กันทั้งนั้น พี่อธิปเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก บางคนถูกเขาทิ้งแล้วคิดสั้น น่าสงสารสุด ๆ อาศัยว่าบ้านรวยแล้วใช้เงินปิดปาก” ลลินตัวแข็งทื่อ มือที่ถือช้อนสั่นเล็กน้อย ภาพรอยยิ้มอบอุ่นและมือใหญ่ที่เคยจับไหล่เธอในวันแรกผุดขึ้นมาในหัว“และที่หนักกว่านั้น” พิมพ์ชนกลดเสียงลงอีก“ได้ยินข่าววงในมาว่า พี่อธิปพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบเด็กปีหนึ่งให้ติด ถ้าตกลงเป็นแฟนด้วย จะกลายเป็นตัวตลกของทั้งมหาวิทยาลัยเลยนะ เขาทำแบบนี้บ่อย”ลลินกลืนน้ำลายเสียงดัง หัวใจที่เคยสั่นไหวด้วยความดีใจในวันแรก ตอนนี้กลับหนักอึ้งด้วยความผิดหวัง เธอไม่เคยซอกแซกเรื่องใคร ไม่เล่นโซเชียล ไม่รู้ข่าวลือใด ๆ เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนที่หวังดีคนนี้อย่างสนิทใจ“ขอบคุณที่เตือนนะพิมพ์ ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น”ลลินยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงตัดขั้วหัวใจตั้งแต่วันนั้น ลลินเริ่มถอยห่างจากอธิปแต่อธิปยังคงดูแลเธออย่างไม่ลดละทุกเช้าเขาจะส่งสรุปวิชาที่เธออาจจะไม่ทันบันทึกให้ทางไลน์บ่าย ๆ เขาจะซื้อข้าวกล่องโปรด ไก่ทอดราดน้ำจิ้มแจ่วที่เธอเ
เช้าวันปฐมนิเทศ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหญ้าสดที่เพิ่งตัดใหม่ ลลิน ธนาวดีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินเข้มตามหลังผู้คนพลุกพล่านด้วยดวงตาสดใส มือเล็ก ๆ ของเธอชื้นไปด้วยความเหงื่อ ความตื่นเต้นและกังวลเกิดขึ้นในหัวใจเธอเป็นเด็กสาวบ้านจนได้ทุนการศึกษา หน้าตาหวานละมุน ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนนมสด ผมยาวดำสลวยมัดเป็นหางม้าไว้หลวม ๆ ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางยังคงเปล่งประกายความบริสุทธิ์สดใส ดวงตากลมโตสะท้อนแววใสซื่อของสาวน้อยเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบกับกระโปรงยาวสีดำเข้มที่เธอรีดจนเรียบสนิท เธอดูเรียบง่ายแต่สะดุดตาเป็นความงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง“หอพัก อยู่ตรงไหนนะ” ลลินพึมพำกับตัวเอง เธอเดินหลงทางไปเรื่อย ๆ จนไม่ทันระวังตัว ชนเข้ากับแผ่นอกแกร่งและอบอุ่นของใครบางคนเต็มแรง“โอ๊ย ขอโทษค่ะ”ลลินเซถอยหลัง มือเล็กยกขึ้นปิดปากอย่างตกใจ คนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเกือบ 185 เซนติเมตร ไหล่กว้าง อกแน่น กล้ามเนื้อแขนที่เห็นชัดเจนใต้แขนเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมดกดำ ใบหน้าคมเข้มแบบที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร กรามชัด คิ้วเข้ม ริมฝีปากหยักหนา เขายกยิ้มมุมปาก







