LOGIN“ฉันไปส่ง”
ลลินไม่กล้าขัด เสื้อสูทของเธอมีกระดุมขาดไปสองเม็ด กระโปรงยับย่น นั่งรถแท็กซี่กลับในสภาพนี้คงโดนทำมิดีมิร้ายเป็นแน่
เธอเดินโซเซตามเขาไปที่ลิฟต์ส่วนตัวด้วยใบหน้าแดงก่ำและขาที่ยังอ่อนแรง
รถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นออกจากอาคารตอนตีสอง ถนนในเมืองใหญ่เงียบสงัด มีแต่แสงไฟถนนและเสียงเครื่องยนต์คลอเบา ๆ
ลลินนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือกุมกระเป๋าแน่น มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา
“จอดตรงทางแยกซอยข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา
“บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้เองค่ะ เดินเข้าไปเองได้”
“แทนตัวเองว่าลิน”
“คะ”
“ห้ามแทนตัวเองว่าฉันอีก ฉันไม่ชอบ”
“ค่ะ” เธอรับคำ เพราะเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขาก็ไม่อยากโดนเล่นงานอีก
“ขอตัวก่อนนะคะ”
อธิปหันมามองเธอชั่วครู่ สายตาคมกริบมองเธอเล็กน้อย แต่เขาก็จอดรถตามที่เธอขอโดยไม่พูดอะไร
“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” ลลินรีบเปิดประตูรถ ก่อนที่เธอจากรถ มือใหญ่ของเขาก็จับข้อมือเธอเอาไว้แน่น
“พรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงครึ่ง” เสียงเขาต่ำและเรียบ
“อย่ามาสายล่ะ”
ลลินรีบพยักหน้า ไม่กล้ามองหน้าเขา แล้วรีบลงจากรถในทันที ร่างบางเดินหายเข้าไปในซอยมืด ๆ
อธิปนั่งมองแผ่นหลังบางของเธอจนลับสายตา มุมปากยกยิ้มอย่างเย็นชา
“ยังจะหลอกฉันอีกเหรอลลิน” เขาพึมพำกับตัวเอง
“ฉันรู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน รู้มานานสามปีแล้ว”
เขาจำได้ทุกอย่าง หลังจากถูกปฏิเสธ ก็ยังตัดใจไม่ได้ แม้ไม่โผล่หน้าไปให้เห็น แต่เขาก็ยังติดตามเรื่องราวของเธอ เขาเคยขับรถมาที่ซอยนี้หลายครั้งในยามค่ำคืน เพียงเพื่อแอบมองแสงไฟในห้องเล็ก ๆ ของเธอจากระยะไกล
อธิปยอมรับว่าไม่เคยลืมเธอได้เลยสักวันเดียว
ลลินเดินฝ่าความมืดเข้าบ้านไม้เก่า ๆ ที่ทรุดโทรมแต่สะอาดเรียบร้อย พ่อนั่งอยู่บนรถเข็นอยู่หน้าทีวีหันมามองด้วยรอยยิ้มอ่อนแรง
“กลับดึกจังลูก”
“งานเยอะค่ะพ่อ ลินขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ พ่อก็อย่านอนดึกนักนะคะ”
“พ่อรอลูกอยู่น่ะ กลับมาก็ดีแล้ว” ท่าทีของท่านดูโล่งใจ ลลินชะงัก รู้สึกผิดที่ทำให้บุพการีเป็นห่วงเช่นนี้
“ถ้ากลับดึกก็โทร. มาบอกพ่อกับแม่ด้วยนะลูก อย่าให้ต้องเป็นห่วง” คนเป็นแม่เอ่ยขึ้น ทำให้ลลินรีบเอ่ยขอโทษ
“ขอโทษค่ะ ถ้ามีงานดึกหรือทำโอทีจะรีบโทร.มาแจ้งนะคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะแม่” เธอฝืนยิ้ม แล้วรีบเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด
พอปิดประตูห้องนอนเล็ก ๆ ได้ ลลินก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหลังประตู ใบหน้าซ่อนไว้ในฝ่ามือ ก่อนจะร้องไห้เบา ๆ
ภาพก่อนหน้านี้พรั่งพรูเข้ามาในหัว ร่างกายกำยำของอธิปกดทับเธอ ความร้อนผ่าวที่ทะลวงเข้าไปในตัวเธอ ความเสียวซ่านที่ทำให้เธอร้องไห้ครางไม่หยุดหย่อน และน้ำรักที่ร้อนฉ่าไหลทะลักอยู่ภายใน
“ฉัน... ฉันทำบ้าอะไรลงไปนี่” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น กอดเข่าตัวเองแน่น
“ฉันมีแฟนแล้ว ทำไมถึงได้ใจง่ายแบบนี้นะ”
แต่ยิ่งคิด หัวใจเธอกลับเต้นแรงขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงริมฝีปากร้อนของเขา ลมหายใจที่พ่นอยู่ตรงต้นคอ และเสียงแหบพร่าที่กระซิบว่า
“เธอเป็นของฉัน”
ลลินกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ พรุ่งนี้เธอต้องเจอหน้าเขาอีก เธอจะทำหน้ายังไงนะ
เธอจะต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอบอกกับตัวเอง
“ฉันต้องรักษางานนี้เอาไว้ให้ดี น้องชายกำลังจะสอบเข้ามหา’ลัย น้องสาวยังเรียนมัธยม พ่อต้องรักษาตัว ดวงตาแม่ก็ไม่ดี ต้องรีบรักษาไม่งั้นจะตาบอด ฉันเป็นลูกสาวคนโต ฉันต้องดูแลทุกคน”
เธอลุกขึ้นเช็ดน้ำตา แล้วเดินไปอาบน้ำเย็นเพื่อกลบความร้อนรุ่มในจิตใจที่ยังค้างคาไม่ยอมจางหาย
คืนนั้น ลลินนอนไม่หลับ ตัวร้อนผ่าวทุกครั้งที่นึกถึงมือใหญ่ของอธิปที่เคยบีบเนื้อตัวเธอแน่น ริมฝีปากร้อนที่บดจูบเธออย่างดูดดื่มเหมือนคนหิวโหย
เช้าวันรุ่งขึ้น ลลินแต่งตัวเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สูทสีครีมตัวใหม่ ผมมัดเรียบกริบ ใบหน้าแต่งอ่อน ๆ เพื่อปกปิดร่องรอยความเหนื่อยล้า
“ลินพี่ไปส่งนะ”
“อุ๊ย!” ลลินอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ ๆ ภาณุก็โผล่มาตรงหน้า
“เป็นอะไรครับ ตกใจอะไร”
“ไม่มีอะไรค่ะ ลินแค่กำลังคิดเรื่องงานอยู่น่ะค่ะ จู่ ๆ พี่ก็โผล่มา ลินก็เลยตกใจน่ะค่ะ”
“แล้วนั่นคอไปโดนอะไรมา ทำไมแดงๆ” เขาเอื้อมมือไปทำท่าจะสัมผัสดู แต่เธอรีบยกคอเสื้อปกปิดเอาไว้ ก่อนจะถอยหนี
“มดกัดน่ะค่ะ” เธอรีบโกหกคำโต นึกถึงค่ำคืนที่ผ่านมา ไม่คิดว่าอธิปจะทิ้งรอยเอาไว้แบบนี้
“งั้นไปกันเถอะครับ” ภาณุพาเธอเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่ ก่อนที่จะสวมหมวกกันน็อกให้เธอ และขับรถพาเธอไปส่งหน้าบริษัท
“ขอบคุณพี่ณุมากๆ นะคะที่อุตส่าห์มาส่ง”
“พี่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ไม่ลำบากเลยครับ ลินโชคดีจังได้ทำงานที่นี่ บริษัทนี่เข้าทำงานยากมากนะ ไม่เก่งจริงไม่ได้ทำงานทีนี่หรอก”
“ลินสมัครที่นี่ที่แรก เขารับเข้าทำงานเลย ลินก็ได้มีโอกาสได้ทำงานบริษัทใหญ่ ๆ แบบนี้น่ะค่ะ”
“ลินเก่งด้วย เรียนจบได้เกียรตินิยม บริษัทไหน ๆ ก็อยากได้ลินทั้งนั้น”
“งั้นลินขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ แล้วเจอกันนะครับ ตอนเที่ยงพี่มารับไปกินข้าวนะ”
“แล้วแต่พี่ณุเลยค่ะ” เธอยื่นหมวกกันน็อกคืนให้เขา ภาณุยิ้มให้แฟนสาวก่อนจะขับรถออกไป
เธอเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าเฉยเมยที่สุดพอผลักประตูห้อง CEO เข้าไป อธิปที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสงบนิ่งเงยหน้าขึ้นมอง
“รายงานการประชุมเช้าวันนี้ เตรียมไว้ให้เสร็จภายในสิบโมงเช้า” เขาพูดเสียงเรียบเย็นชาดุจเดิม
“ค่ะ” ลลินตอบสั้น ๆ แล้วหันหลังเดินออกไปแต่ก่อนที่เธอจะปิดประตู อธิปก็พูดขึ้นเบา ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้น
“เมื่อคืนเจ็บไหม”
ลลินชะงัก มือที่จับลูกบิดสั่นเล็กน้อยเธอไม่ตอบ แต่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ แล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
อธิปมองตามแผ่นหลังของเธอไป มุมปากยกเล็กน้อย
“หนีไม่ได้หรอกลลิน เธอเป็นของฉันแล้ว”
เช้าวันนั้นเธอหัวหมุนจนเที่ยง ภาณุก็โทร. มาหาบอกว่าจะมารับเธอไปกินข้าว
“แฟนโทร. มาเหรอ” เขาเอ่ยถามอย่างเย็นชา
“เอ่อ...”
“บอกมันไปว่าเธอไม่ว่าง”
“แต่ลินนัดพี่ณุเอาไว้แล้ว”
“ฉันไปส่ง” ลลินไม่กล้าขัด เสื้อสูทของเธอมีกระดุมขาดไปสองเม็ด กระโปรงยับย่น นั่งรถแท็กซี่กลับในสภาพนี้คงโดนทำมิดีมิร้ายเป็นแน่เธอเดินโซเซตามเขาไปที่ลิฟต์ส่วนตัวด้วยใบหน้าแดงก่ำและขาที่ยังอ่อนแรงรถสปอร์ตสีดำคันหรูแล่นออกจากอาคารตอนตีสอง ถนนในเมืองใหญ่เงียบสงัด มีแต่แสงไฟถนนและเสียงเครื่องยนต์คลอเบา ๆลลินนั่งเก้ ๆ กัง ๆ มือกุมกระเป๋าแน่น มองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลา เพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขา“จอดตรงทางแยกซอยข้างหน้านี้ก็ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงเบา“บ้านฉันอยู่ใกล้ ๆ ตรงนี้เองค่ะ เดินเข้าไปเองได้”“แทนตัวเองว่าลิน”“คะ”“ห้ามแทนตัวเองว่าฉันอีก ฉันไม่ชอบ”“ค่ะ” เธอรับคำ เพราะเห็นสีหน้าไม่พอใจของเขาก็ไม่อยากโดนเล่นงานอีก“ขอตัวก่อนนะคะ”อธิปหันมามองเธอชั่วครู่ สายตาคมกริบมองเธอเล็กน้อย แต่เขาก็จอดรถตามที่เธอขอโดยไม่พูดอะไร“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” ลลินรีบเปิดประตูรถ ก่อนที่เธอจากรถ มือใหญ่ของเขาก็จับข้อมือเธอเอาไว้แน่น“พรุ่งนี้เจอกันเจ็ดโมงครึ่ง” เสียงเขาต่ำและเรียบ“อย่ามาสายล่ะ”ลลินรีบพยักหน้า ไม่กล้ามองหน้าเขา แล้วรีบลงจากรถในทันที ร่างบางเดินหายเข้าไปในซอยมืด ๆอธิปนั่งมองแผ่นหลังบางของเธอจ
ภาพค่ำคืนสามปีก่อนผุดขึ้นในหัว ช่อกุหลาบแดง คำสารภาพ และการหันหลังเดินจากไปของเขา แต่เธอไม่กล้าพูดถึงมันอีก เป็นเธอเองที่ปฏิเสธเขา “เข้าใจค่ะ” เสียงเธอแผ่วเบาและสั่นไหวเล็กน้อยอธิปมองเธออีกสองวินาที ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ประธานอย่างสง่างาม“พรุ่งนี้เจอกันเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เลขาของผม” ลลินลุกขึ้นยืน ก้มศีรษะเล็กน้อย รู้สึกว่าเขามาทำงานเช้ามาก แต่เธอได้ตำแหน่งเลขาก็คงต้องมาทำงานเช้าเหมือนเขากระมัง เธอคิดแค่ในใจไม่กล้าถามอะไรมาก“ขอบคุณค่ะคุณอธิป” เธอหันหลังเดินออกจากห้องไปด้วยขาที่แทบทรุด ใจเต้นแรงจนแทบระเบิดพอปิดประตูได้ เธอก็เอนตัวพิงผนัง หอบหายใจถี่กระชั้นเธอได้งานแล้ว แต่ราคาที่ต้องจ่าย อาจจะแพงกว่าที่เธอคิดไว้มากส่วนอธิปที่นั่งอยู่ในห้อง มองประตูที่ปิดสนิทด้วยสายตาที่วาวขึ้นเล็กน้อยเขาเอนหลังพิงเก้าอี้ มือกำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้นมาสามปีแล้วที่ไม่ได้เจอกัน และเธอกลับมาแล้วเช้าวันแรก ลลินมาถึงออฟฟิศก่อนเวลาเจ็ดโมงครึ่ง เธอแต่งตัวเรียบร้อยสุด ๆ สูทสีครีม ผมมัดเรียบกริบ ตั้งแต่ก้าวเข้าไปในห้อง CEO อธิปก็โยนงานใส่เธอไม่ยั้ง“รายงานการประชุมย้อนหลังสามปี สรุปมา
เธอฝังตัวเองอยู่กับหนังสือและการเรียนจนแทบไม่มีเวลาว่าง ใบหน้าหวานยังคงสวยงามเช่นเคย แต่ดวงตาคู่โตนั้นกลับหมองลงทุกวัน เธอไม่เคยเล่าเรื่องราวในคืนนั้นให้ใครฟัง แต่ใคร ๆ ก็รู้ โดยเฉพาะพิมพ์ชนกที่คอยปลอบโยนมาตลอด และชื่นชมที่เธอทำถูกแล้ว ขืนไม่ปฏิเสธไปก็จะกลายเป็นตัวตลก และของเล่นของลูกคนรวยที่ไม่นานก็เบื่อหน่ายเธอเพียงรับรู้ และเก็บบาดแผลไว้ในใจคนเดียว ไม่ปริปากเรื่องนี้อีก“เราทำถูกแล้ว เขาเป็นแค่เสือผู้หญิง” เธอพึมพำกับตัวเองทุกคืนก่อนนอน เพราะยังลืมพี่รหัสคนนั้นไม่ได้แม้จะเตือนตัวเองทุกครั้ง แต่น้ำตากลับไหลเงียบ ๆ อยู่คนเดียว เธอมักนอนฝันและนึกถึงรอยยิ้มมุมปากและกลิ่นน้ำหอมอบอุ่นของเขาเสมอค่ำคืนหนึ่ง ลลินกำลังจะจบการศึกษา เธอเดินกลับหอพักตามถนนข้างมหาวิทยาลัยที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไฟถนนสลัว ๆ เธอเดินก้มหน้ากอดหนังสือแน่น ผมยาวสยายไหล ยังไม่ทันรู้ตัว กลุ่มอันธพาลสามคนก็โผล่ออกมาล้อมเธอเอาไว้“สาวน้อย มาคนเดียวเหรอ มาเล่นด้วยกันหน่อยสิ” ชายคนหนึ่งยิ้มเจื่อน มือยื่นมาจะจับแขนของเธอลลินหน้าซีด ตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงเธอสั่นจนแทบไม่มีเสียง เธอถอยหลังจนหลังชนกำแพง หนังสือหล่นกระจาย
“พี่อธิปน่ะสิ เขาเป็นเสือผู้หญิงตัวจริงเลย ฟันแล้วทิ้งมานักต่อนักแล้ว รุ่นพี่ทั้งมหาวิทยาลัยเขารู้กันทั้งนั้น พี่อธิปเปลี่ยนแฟนบ่อยมาก บางคนถูกเขาทิ้งแล้วคิดสั้น น่าสงสารสุด ๆ อาศัยว่าบ้านรวยแล้วใช้เงินปิดปาก” ลลินตัวแข็งทื่อ มือที่ถือช้อนสั่นเล็กน้อย ภาพรอยยิ้มอบอุ่นและมือใหญ่ที่เคยจับไหล่เธอในวันแรกผุดขึ้นมาในหัว“และที่หนักกว่านั้น” พิมพ์ชนกลดเสียงลงอีก“ได้ยินข่าววงในมาว่า พี่อธิปพนันกับเพื่อน ๆ ว่าจะจีบเด็กปีหนึ่งให้ติด ถ้าตกลงเป็นแฟนด้วย จะกลายเป็นตัวตลกของทั้งมหาวิทยาลัยเลยนะ เขาทำแบบนี้บ่อย”ลลินกลืนน้ำลายเสียงดัง หัวใจที่เคยสั่นไหวด้วยความดีใจในวันแรก ตอนนี้กลับหนักอึ้งด้วยความผิดหวัง เธอไม่เคยซอกแซกเรื่องใคร ไม่เล่นโซเชียล ไม่รู้ข่าวลือใด ๆ เธอเชื่อคำพูดของเพื่อนที่หวังดีคนนี้อย่างสนิทใจ“ขอบคุณที่เตือนนะพิมพ์ ฉันจะระวังตัวให้มากขึ้น”ลลินยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนถูกมีดแทงตัดขั้วหัวใจตั้งแต่วันนั้น ลลินเริ่มถอยห่างจากอธิปแต่อธิปยังคงดูแลเธออย่างไม่ลดละทุกเช้าเขาจะส่งสรุปวิชาที่เธออาจจะไม่ทันบันทึกให้ทางไลน์บ่าย ๆ เขาจะซื้อข้าวกล่องโปรด ไก่ทอดราดน้ำจิ้มแจ่วที่เธอเ
เช้าวันปฐมนิเทศ ของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ยังคงครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะและกลิ่นหญ้าสดที่เพิ่งตัดใหม่ ลลิน ธนาวดีลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินเข้มตามหลังผู้คนพลุกพล่านด้วยดวงตาสดใส มือเล็ก ๆ ของเธอชื้นไปด้วยความเหงื่อ ความตื่นเต้นและกังวลเกิดขึ้นในหัวใจเธอเป็นเด็กสาวบ้านจนได้ทุนการศึกษา หน้าตาหวานละมุน ผิวขาวเนียนละเอียดเหมือนนมสด ผมยาวดำสลวยมัดเป็นหางม้าไว้หลวม ๆ ใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอางยังคงเปล่งประกายความบริสุทธิ์สดใส ดวงตากลมโตสะท้อนแววใสซื่อของสาวน้อยเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบกริบกับกระโปรงยาวสีดำเข้มที่เธอรีดจนเรียบสนิท เธอดูเรียบง่ายแต่สะดุดตาเป็นความงามที่ไม่ต้องปรุงแต่ง“หอพัก อยู่ตรงไหนนะ” ลลินพึมพำกับตัวเอง เธอเดินหลงทางไปเรื่อย ๆ จนไม่ทันระวังตัว ชนเข้ากับแผ่นอกแกร่งและอบอุ่นของใครบางคนเต็มแรง“โอ๊ย ขอโทษค่ะ”ลลินเซถอยหลัง มือเล็กยกขึ้นปิดปากอย่างตกใจ คนตรงหน้าคือชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเกือบ 185 เซนติเมตร ไหล่กว้าง อกแน่น กล้ามเนื้อแขนที่เห็นชัดเจนใต้แขนเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมดกดำ ใบหน้าคมเข้มแบบที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสาร กรามชัด คิ้วเข้ม ริมฝีปากหยักหนา เขายกยิ้มมุมปาก







