LOGINทางด้านประชาสัมพันธ์
"แกโอเคป่ะยันวัชพืชมงคล" เพื่อนสาวที่สังเกตการณ์และรู้ดี ยิ่งกว่าตัวเธอทักถามขึ้นมาทันทีเมื่อ คนไข้สองชายหญิงเดินจากไป "ชื่อใบหม่อน เรียกดี ๆ ดิ ยัยโคลน ทำไม่จะไม่โอเคละ คนอย่างใบหม่อนเลิกคือเลิกไง" หญิงสาวพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจว่าจะไม่มีทางกลับไปคืนดีกับอดีตแฟนหนุ่มอย่างสกาย "ชื่อชาโคลเหอะ แล้วทำไมถึงเลิกกันได้วะเห็นแกสองคนรักกันออก ขนาดนั้นไม่คิดว่าจะมีวันที่ต้องเลิกลากัน คนเชียร์อย่างฉันยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะ" ชาโคลยักคิ้วกวน ๆ ส่งไปให้เพื่อนสาว "อืม ก็ไม่คิดเหมือนกัน เขาไม่ง้อจะหน้าด้านกลับไปขอคืนดีก็ไม่ได้แล้วป่ะเป็นคนบอกเลิกเองก็ต้องทำใจอยู่ดีว่ะ" ใบหม่อน พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าใจ เพราะความที่เธอปากไว(พล่อย)ไปหน่อย เลยขอเลิกไปอย่างนั้นและไม่คิดว่าจะต้องเลิกกันจริง ๆ "ถามจริง! แกได้พกสมองมาด้วยป่ะเนี่ย~" ชาโคลมองเพื่อนสาวตัวเองอย่างอึ้ง ๆ รักกันปานจะกลืนกินจะเลิกก็เลิกกันง่าย ๆ ขนาดนี้เลยหรอวะ คนสวยไม่เข้าใจ! "ถ้าไม่พกมาจะเรียนจนจะจบแล้วต้องมาฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ไหมล่ะ ถามอะไรโง่ ๆ ไม่สมกับชาโคลเลยนะ" ก็ไม่ต้องแปลกใจหรอก ที่คบกันอยู่แค่สองคนก็เพราะปากหมาด้วยกันทั้งคู่นี่แหละ "โอ๊ยย ยัยซื่อบื้อเอ๊ย ช่างมันเถอะ สมองมันคนละส่วนกัน แกเข้าใจไหมว่าสมองความรู้สึกกับสมองการเรียนมันคนละส่วนกัน ฉันอยากจะกรี๊ด ถามจริงเหอะใบหม่อนแกยังรักเขาอยู่หรือเปล่า" ชาโคลมองเพื่อนตัวเองพร้อมกับระบายอารมณ์ออกมาทันทีด้วยความที่เธอเป็นคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่อยู่แล้วยิ่งมาเจอเพื่อนที่ไม่รู้ว่าฉลาดเฉพาะแค่การเรียนหรือเปล่าเพราะเรื่องอื่นก็คือดูมันโง่ไปหมดเลย ช่างหัวมันเถอะ "รักสิ รักมากด้วย" ใบหม่อนหันไปยิ้มบอกกับเพื่อนสาวแม้ใจข้างในจะรู้สึกปวดร้าวมากก็ตามไม่เป็นไรเธอทนได้เจ็บแค่นิดเดียว ทนไหวอยู่แล้ว . . ห้องตรวจ "คุณสกาวฟ้า เชิญค่ะ ห้องตรวจสองนะคะนายแพทย์รออยู่" ผู้ช่วยพยาบาลเดินออกมาเรียกคนไข้ที่มีคิวรอ ตรวจและฝากครรภ์ ทันทีหลังจากที่คนไข้รายก่อนหน้านี้ได้ตรวจและทำการฝากครรภ์กับคุณหมอจนมาถึงคิวของสกาว "สกาวเขาเรียกแล้ว ให้พี่เข้าไปด้วยไหม" สกายถามน้องสาวทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของผู้ช่วยพยาบาล "ไม่เป็นไรพี่รออยู่ข้างนอกนี่แหละหนูเข้าไปเองไม่ต้องห่วงหรอกน่าแค่นี้สบาย ๆ เดี๋ยวเอารูปอุลตร้าซาวด์ยายจิ๋วมาฝาก" สกาวส่งยิ้มให้พี่ชายก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องตรวจสอง . . "สวัสดีค่ะคุณหมอมาฝากครรภ์ค่ะ" สกาวเข้าไปถึงในห้องก็กล่าวสวัสดีทักทายคุณหมอเจ้าของไข้ทันที เธอไม่รู้ว่าคุณหมอเป็นใครเนื่องจากเขาหันหลังให้เธอและเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้างก็ไม่รู้ข้างๆเตียงนอน คนไข้ "เชิญครับ" หลังจากเตรียมอุปกรณ์เสร็จทักษ์ก็หันกลับมามองคนไข้ของตัวเองก็แอบตกใจนิดหน่อยแต่ก็ยังคงนิ่งเฉย เพราะเขาเจอผู้หญิงคนนี้เมื่อวาน! เธอท้อง!! "คะ..ค่ะคุณหมอ" สกาวเองก็แอบตกใจไม่ต่างกันเพราะเธอไม่คิดว่าจะเจอเขาอีกในวันนี้ ตอนที่เธอเข้ามาในโรงพยาบาลแห่งนี้ก็ไม่ได้สังเกตเพราะโรงพยาบาลที่ไหนมันก็คล้าย ๆ กัน สรุปก็คือไม่ใช่คล้ายกันแต่มันคือโรงพยาบาลที่เธอมาเมื่อวาน เพื่อมาตามคุณยายกลับบ้าน! "ประจำเดือนไม่มากี่เดือนแล้วครับ" ทักษ์ ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีแม้จะยังสงสัยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานแต่เขาเองก็ทำตัวปกติไม่ได้มีพิรุธอะไร "เอ่อ สะ..สองเดือนค่ะ" สกาวตอบเสียงดวงตาแอบเลิ่กลักไม่น้อย เธอเองก็พยายามปรับลมหายใจของตัวเองให้มันอยู่ในอาการปกติไม่ตื่นเต้นจนเกินไปกว่านี้ "แล้วประจำเดือนมาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ครับ พอจะจำได้ไหม" ผมมองคนไข้ที่เข้ามาฝากครรภ์ไม่คิดว่าจะเป็นเธอเจอกันอีกแล้วสินะเธอคือความวุ่นวายของผม ความจริงแล้วมันอาจจะไม่เกี่ยวกับเธอก็ได้แต่ว่า ตั้งแต่เมื่อวานที่ผมเจอเธอก็มีแต่เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นไม่หยุด "จำวันที่ ที่แน่นอนไม่ได้ค่ะคุณหมอแต่มันมาช่วงประมาณต้นเดือนเมื่อ สองเดือนที่แล้วแล้วก็ขาดหายไปเลย พอตรวจครรภ์ดูก็ขึ้น สองขีด" สกาวเริ่มปรับจูนอารมณ์ของตัวเองให้มาเป็นปกติได้แล้วก็อธิบายไปตามความจริง "ครับ งั้นเดี๋ยวผมจะโทรวันกำหนดคลอดคร่าวให้ก่อนแล้วกันคุณพอจะจำวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายได้หรือเปล่า" หมอทักษ์ถามอีกครั้ง เพื่อความชัวร์ในการคาดคะเนวันกำหนดคลอดก่อนที่จะไปอุลตร้าซาวด์ ดูเด็กในท้องของเธอ "จำวันที่ที่แน่นอนไม่ได้ค่ะคุณหมอแต่ว่ามัน คงช่วงประมาณวันที่ 7-12 กุมภา ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะเพราะมันหลายเดือนแล้ว" สกาวตอบหมอออกไปพร้อมกับเห็นคุณหมอกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าเธอซึ่งเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่เขาเลื่อนกระดาษกลมๆนั้นมันคืออะไร "ถ้าประจำเดือนคุณหมดประมาณช่วงนั้นกำหนดคลอดก็จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนน่าจะเป็นช่วงปลายๆเดือนเพราะตอนนี้ มันก็ใกล้ช่วงซัมเมอร์แล้วเดี๋ยวลองไปอุลตร้าซาวด์ดูอีกทึแล้วกัน" ทักษ์บอกกับหญิงสาวก่อนจะเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้อย่างเป็นที่เป็นทาง "เดี๋ยวคนไข้ขึ้นไปนอนบนเตียงเลยนะครับ" หมอทักษ์ บอกเธออีกครั้งก่อนที่เขาจะหยิบเจลแล้วก็มองอุปกรณ์ทั้งสองอย่างตรงหน้า ว่าเขาจะเลือกใช้ตัวอุลตร้าซาวด์แบบสอดหรือแบบซาวหน้าท้องดีนะ ซึ่งแน่นอนว่าคุณหมอดี ๆ แบบเขาก็ต้องใช้อุลตร้าซาวด์ ตรงหน้าท้องอยู่แล้วสิ! "เดี๋ยวคนไข้ดึงเสื้อขึ้นไปถึงใต้หน้าอกเลยนะครับ หมอจะอุลตร้าซาวด์ให้เห็นภาพและให้ฟังเสียงหัวใจเด็กแล้วกันนะครับ" เขาบอกเธอเพียงให้คนไข้ได้ทำตามจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ "ค่ะคุณหมอ" สกาวพยักหน้าตอบรับก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย จนถึงตอนที่เจลเย็น ๆ ถูกทาทาบลงบนหน้าท้องที่ยังไม่นู้นออกมาแทบดูไม่ออกเล่นด้วยซ้ำว่าเธอกำลังจะเป็นคุณแม่มือใหม่ป้ายแดง "เฮือก!" เสียงตกใจทำเอามือหมอที่กำลังถึงเจลบีบลงหน้าท้องถึงกระชะงักและมองคนที่สะดุ้งตกใจอยู่ "___" "เฮ้อ~ มันเย็นนิดหนึ่งนะครับโทษทีทีหมอไม่ได้บอกไม่คิดว่าคนไข้จะเป็นขี้ตกใจขนาดนี้" หมอทักษ์ก็อดใจได้ได้ที่จะต้องอธิบายให้เธอฟัง ทั้งชีวิตแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเลยส่วนใหญ่นางพยาบาลจะคอยอธิบายให้ แต่ไม่รู้ตอนนี้ไปติดธุระที่ไหน ออกไปเรียกคนไข้แล้วก็หายจ๋อมไปเลยไม่บอกกล่าวสักคำ กลับมาละน่าดู "ค่ะ" สกาวพยักหน้ารับทำความเข้าใน "ดูที่จอนะครับ อาจจะเจ็บท้องนิดหน่อยหมอต้องกดหาตัวอ่อนน้องนะครับ" เป็นอีกครั้งที่เขาต้องมาอธิบายอะไรแบบนี้ให้คนไข้ แต่เรื่องนี้ช่างมันเถอะถือว่าเพิ่มงานให้ตัวเองแล้วกัน เพียงไม่นานจอมองมิเตอร์ ก็มีรูปเมล็ดถั่วอันเล็ก ๆ จะว่าเป็นเพียงเมล็ดถั่วก็ไม่ได้เพราะเหมือนเริ่มมีแขนขางอกออกมานิด ๆหน่อย ๆ มอง ๆ ไป ๆ ก็เหมือนปลาดาวที่ยังไม่สมบูรณ์ "เอ๊ะ โห่อเมชิ่งมากครับคุณแม่" หมอทักษ์ตาโตมองจอมอนิเตอร์คอมค้างด้วยความตกใจ ซึ่งคนที่ฟังเสียงของคุณหมอก็ไม่รู้เรื่องได้แต่ขมวดคิ้วมองหน้าคุณหมอสลับกับมองจอมอนิเตอร์คอม "อะไรคะคุณหมอ" ฉันมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้านบนปลายเตียงนอน กลับมองหน้าหมอสลับกันเหมือนว่าหมอจะดูอึ้งและสติสตางค์หลุดออกจากพะวงไปแล้วหรือเปล่านะ "มันอเมชิ่งมาก! คุณแม่รู้หรือเปล่าครับว่าคุณแม่ได้ลูกแฝด!" หมอทักษ์กล่าวออกมาอย่างดีใจเพราะนานทีจะมีเคสเด็กแฝดเข้ามาเพราะเคสแบบนี้จะหายากมาก ๆ ส่วนใหญ่เขาจะเจอเฉพาะบุคคลที่อยากได้ลูกแฝดจริงๆมาทำกิ๊ฟ ฝากรังไข่ฝังตัวอ่อนไม่เคยเจอเคสแฝดธรรมชาติแบบนี้มาก่อน "อะไรนะคะ!" อึ้ง สมอง อึ้ง ร่างกายแข็งค้างคนนอนดูผลอุลตร้าซาวด์ไม่คิดว่าตัวเธอเองจะได้ลูกแฝดเหมือนกัน "คุณแม่ได้ลูกแฝดนะครับ" หมอทักษ์บอกกับเธอแล้วยิ้มออกมา ตอนนี้ตัวเขาเองก็รู้สึกมีความดีใจอย่างน่าประหลาดทั้ง ๆ ที่เมื่อวาน มันก็คนละฟิวกันเลยหรือตัวเขาเองจะทำงานหนักเกินไปจนเป็นไบโพล่าอารมณ์ขึ้น ๆลง ๆ สงสัยออกเวรวันนี้คงต้องไปตรวจแล้วล่ะ "ลูกแฝด แฝดเลยเหรอคะหมอ ละ..แล้ว แล้วเรารู้เพศลูกได้เลยไหมคะ" สกาวถามออกมาเสียงลน ๆ เพราะเธอทำตัวไม่ถูกเก็บอาการที่ดีใจเอาไว้ไม่อยู่ ทำทีเดียวมาถึงสองคน มันช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์ของชีวิตเธอ จริง ๆ "ตอนนี้ยังไม่ทราบเพศครับแต่ถ้าอยากทราบจริง ๆ ก็ต้องเจาะน้ำคร่ำเจาะเลือดตรวจ และรอผลประมาณประมาณสองสัปดาห์ แต่ถ้าคุณแม่จะรอดูตอนอายุครรภ์ 16-18สัปดาห์ ก็รู้เพศแล้วครับ" หมอทักษ์ก็ค่อย ๆอธิบายให้คนไข้ของตนเองฟังเพื่อทำความเข้าใจ "เข้าใจแล้วค่ะคุณหมอยังไงก็รออุลตร้าซาวด์อีกทีตอนอายุครรภ์ 16สัปดาร์ก็ได้ค่ะ" สกาวหันไปยิ้มพยักหน้าตอบรับคำแนะนำคุณหมอ "แต่วันนี้คุณแม่ต้องเจาะเลือดเอาไปตรวจนะครับเพื่อป้องกันพาหะนำโรคหรือธาลัสซีเมียในเด็ก" และหลังจากนั้นหมอก็ยังคงอธิบายต่อถึงรายละเอียดที่ต้องดูแลสำหรับคุณแม่พร้อมกับเอาสมุดฝากครรภ์ยื่นให้ และเขียนใบสั่งยาทันที . ร่างอรชรเดินออกจากห้องตรวจมองหาพี่ชายตัวเองแต่กลับไม่พบคนที่ควรนั่งรอเธออยู่ "ไปไหนของเขา" สกาวกวาดสายตามองหาพี่ชายทั่วบริเวณนั้นแต่กลับไม่เจอ เธอจึงตัดสินใจที่จะต่อสายหาพี่ชายตัวเองแต่แล้วก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อมองไปยังจุดที่ตัวเองนั่งก่อนจะเข้าตรวจกับพบกระเป๋าของเธอวางอยู่ตรงนั้นพร้อมกับโทรศัพท์มือถือของพี่ชายเธอที่วางอยู่บนกระเป๋า "โอ้โหพ่อนักธุรกิจ คิดจะทิ้งของก็ทิ้งไปเฉย ๆ อย่างนี้เลยหรือไงรวยมากจริง ๆ เลยนะ" จากที่เธอกำลังอารมณ์ดีเริ่มมีอาการโมโหขึ้นมานิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าพี่ชายของเธอจะทิ้งโทรศัพท์ของตัวเองไว้หน้าตาเฉยได้ขนาดนี้ คงกลัวเธอโทรตามมากมั้ง! ชิน่าเบื่อชะมัดเช้าวันทำงานที่ดูเหมือนว่าจะสดใสของหมอสูติได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังจากงานรับรางวัลของเด็ก ๆ "คุณหมอสกาวคะ วันนี้มีคนไข้นัดตรวจสุขภาพและเก็บไข่ค่ะ" ผู้ช่วยพยาบาลสาวของเธอรีบรายงานตารางการทำงานของวันนี้ทันทีเมื่อเธอเดินเข้ามา "กี่เคสคะวันนี้" สกาวนั่งมองตารางงานตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกว่าวันนี้อาการของเธอจะไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร "หกเคสค่ะคุณหมอ วันนี้มีผ่านคลอดสองคิวนะคะ" ผู้ช่วยพยายาลสาวเมื่อแจ้งคิวตารางงานเสร็จก็มองหน้าหมอสกาวที่กำลังเมอลอยพอดี "หมอคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะวันนี้" ผู้ช่วยพยาบาลสาวถามอแกมาด้วยควาทเป็นห่วง "กาวนอนน้อยนะคะ ช่วงนี้รับเคสเยอะขึ้น" สกาวตอบผู้ช่วยสาวออกมาเบา ๆ จะให้เธอพูดความจริงได้ยังไงว่า เพราะ 'หมอทักษ์เล่นเช้าถึงเย็นถึง จนเธอเพลียกายไปหมด' "ออ ที่แท้ก็คนมีความรักมักจะมีหน้าตา เหนื่อยล้านี้เอง" ผู้ช่วยพยายบาลสาวยิ้มอย่างรู้ทัน เพราะตารางงานของหมอสกาวอยู่กับเธอทุกสัปดาห์ทำไมจะไม่รู้ว่าเคสไม่ได้เยอะขึ้น แค่หมอสาวคนสวยนอนน้อยเพราะมีแฟน "พอเลยไปทำงานได้แล้วค่ะ" สกาวรีบกล่าวไล่คนรู้ทัน ออกจากห้องพักของเธอทันที่ "ไปแล้วค่
พอเสร็จพิธีรับรางวัลของเด็ก ๆ ทุกคนก็พากันมาเดินชอปปิ้งในห้างต่อโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือเพลียบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีแอนเนอร์จีในการอยากทำงานที่รักและมีความสุขไปพร้อมกับมัน "พี่ว่าเราเข้าร้านนี้ดีไหมครับ" หมอทักษ์ถามความเห็นของว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ "จำเป็นหรือเปล่าคะพี่หมอ" สกาวมองเข้าไปในร้านที่คุณหมอบอก ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ของเล่นซึ่งลูกเธอน่าจะมีเยอะเพราะลุงและป้าค่อนข้างสปอยล์หลานรัก "ครับหนูว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ" หมอที่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาอยากจะซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ "ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ เพราะของพวกนั้นเด็ก ๆ มีกันเยอะ" สกาวมองหน้ามองทักษ์พูดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่อาจจะทนมองสายตาผิดหวังของคุณหมอได้นาน "พี่ไม่ได้เสียใจพี่แค่เสียดาย เสียดายช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแปดปี" หมอทักษ์พูดขึ้นมาพร้อมตีหน้าเศร้า ส่วนสกาวนั้นมึนงง เสียบพลันเหมือนว่าเราจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน"ค่ะ พี่หมอกำลังจะพูดให้กาวรู้สึกผิดเหรอคะ" สกาวรีบตั้งสติแหละถามกลับทันที "เปล่าครับพี่
"คุณลุงครับพวกเรา ต้องตัดชุดกันใหม่กันทุกคนเลยเหรอครับ" เฟียสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในเมื่อชุดตั้งโชว์อยู่ในร้านก็มีมากมายทำไมถึงยังต้องตัดชุดอีก "ใช่ครับ งานรับรางวัลของหลาน ๆ ทั้งทีจะน้อยหน้าไม่ได้หรอกนะ ต้องสวยต้องหล่อต้องเท่ห์และต้องดูดีด้วยครับ" สกายอธิบายเหมือนวิญญาณนักดีไซน์เนอร์เข้าสิง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคเท่านั่น"ทุกคนรอสักครู่นะ เดี๋ยวดีไซน์เนอร์ประจำตัวของลุงจะมาดูแลทุกคนเอง" สกายมอง หลาน ๆ ที่มีแววตาตื่นเต้นสุด ๆ ในตอนนี้ก็เผลอยิ้มออกมา "ผมนั่งรอตรงนี้แล้วกันนะครับ สกาวมานั่งข้าง ๆ พี่สิ" หมอทักษ์พูดพร้อมทั้งยังคว้ามือเธอดึงเบา ๆ มานั่งลงข้างตัวเขาเอง "อ่ะ พี่หมอ" สกาวไม่ทันตั้งตัวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่นทั้งห้าคนใช้เวลาในการตัดชุดออกงานเกือบสี่ชั่วโมง "หิวกันหรือยังเด็ก ๆ ไปทานชาบูกันไหม" สกายถามหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เฟียสหิวแล้วครับ" "ซีเฟียก็อยากกินชาบู ชาบูสะดวกที่สุด" "งั้นเราไปร้านชาบูที่ชั้นสี่กัน ร้านนี้ของสดใหม่ทุกวัน" หมอทักษ์มองทุกคนที่ดูเหนื่อยล้าและหิวมาก "ไปก
"มาสิครับ" หมอทักษ์ยังคงรบเร้าคนที่เขิลจนหน้าแดงกล่ำ "คือว่ากาว กาวขอตัวออกไปตรวจคนไข้ก่อนนะคะ" หญิงสาวเองรีบรนรานจะสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคะมำล้มลงไปกะบพื้น โชคดีที่หมอทักษ์คว้าตัวเธอเอาไว้ทัน "ระวังหน่อยสิครับ" ทั้งสองสบตากันคำพูดมากมายที่อยากพูดกลับกลายเป็นอยากจะเอ่ยปากขึ้นมาดื้อ ๆ "คะ..ค่ะ" สกาวรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมายืนปกติเพราะตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหมอทักษ์ "ครับเดินระวังนะ ระวังตกหลุมรักพี่" หมอทักษ์มองหญิงสาวด้วยแววตาหลงไหลและชื่นชมอยู่ในใจ ว่าที่ภรรยาของเขาน่ารักมากจริง ๆ . "หมอสกาวคะวันนี้มีเคสตรวจภายในสองคิวค่ะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยแจ้งทางหมอสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก "ได้ค่ะประมาณกี่โมงค่ะ ตอนบ่ายสกาวมีธุระต้องรีบหน่อยนะคะ" สกาวบอกพยาบาลสาวผู้ช่วย ก็เดินออกจากห้องพักพร้อมไปรับเคสของวันนี้ทันที ช่วงเช้าที่หมอแต่ละวอร์ดต่างก็ยุ่งมาเกือบครึ่งวันในที่สุดสกาวก็เตรียมจะออกเวรไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านตัดสูทและชุดราตรีประจำของเธอ "ไปไหนครับคนสวยของผม" หมอทักษ์เดินเข้ามาทักหลังจากสวนทางกันบนทางเดินของโรงพยาบาล "ไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านค่ะกาวออ
เช้าวันทำงานที่สดใส หมอทักษ์และหมอสกาวเดินเข้ามาในห้องพักประจำวอร์ดพร้อมกันจนเป็นที่จับสายตามองของเหล่าพยาบาลและหน่วยแพทย์สำรองของทั้งตึก "ยิ้มหวานกันมาเชียวนะคะ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ" พยาบาลผู้ช่วยของสกาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแพทย์สาวมีแต่รอยยิ้มประดับประดาอยู่บนหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาในวอร์ด"แน่นอนค่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะคะ" สกาวยิ้มรับบอกผู้ช่วยพยาบาลคนสวยของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง และมองดูรายชื่อของคนไข้ที่เธอนัดเอาไว้ "โอเคค่ะคุณหมอคนสวย พี่แพรขอไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลผู้ช่วยสาวเดินออกไป ทำหน้าที่ของตัวเองเนื่องจากหมอท่านอื่นขอดึงตัวเธอไปทำงานชั่วคราวเนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ "ตามพี่เข้าไปในห้อง" หมอทักษ์ มองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว "อะไรอีกล่ะเนี่ย เฮ้ย" สกาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินตามหมอทักษ์เข้าไปในห้อง"มานั่งใกล้ ๆ เฮียสิ แบบนี้จะห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่าครับ เมื่อคืนเราพึ่งร่วมรักกันไปเองนะ ทำไหมหนูลืมง่ายจัง" หมอทักษ์ เริ่มออกอาการงอแงทันทีที่ไม่ได้ดังใจเข้าอยากได้กำลัง
"โซนนี้รถไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ" หมอทักษ์จ้องมองท้องถนนแกนกายยังสวนกระแทกไม่พัก ทำให้ร่องสาวรัดแน่นขึ้น "อยู่คฤหาสน์หลัง ยะ..ใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครการขับผ่านหรอกคะ" สกาวจ้องมองไปทางตันที่เป็นถนนหลังคฤหาสน์ซึ่งมันตรงกับหน้าต่างห้องของเธอ "เสียวไหม น้ำใกล้หมดตัวหนูหรือยัง" หมอทักษ์ด้มลงมองน้ำลักของหญิงสาวที่ไหลออกมาจะร่องสวาทไม่ได้พัก "อ่ะ สะ..เสียวค่ะกาวไม่ไหวแล้ว ฮะ..เฮียพอเถอะนะคะ" น้ำเสียงหวานร้องขอเหมือนเช่นอดีตที่เรียก หมอทักษ์ว่า 'เฮีย' ทำให้คนที่ใกล้จะปลดปล่อยหยุดกระแทก แล้วจับใบหน้าเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เพื่อเป็นการให้รางวัลเธอ "ไปนอนโก่งสะโพกให้เฮียบนเตียงดีกว่านะครับ" หมอทักษ์รีบพาหญิงสาวมานอนลงบนเตียงยกสะโพกเธอขึ้นมา เสียบท่อนรักลงในร่องสาวจนมิด ปึก ๆ ปึก ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ "อ๊า จุกค่ะ หนูจุกอ่าส~" เสียงหวานร้องครางออกมาตามจังหวะการกดกระแทกเข้าออกจะสุดทาง "เฮียชอบให้หนูเรียกว่า เฮียนะครับ ถ้าหนูฟังเฮียเคลียร์กับเฮียตั้งแต่แรกคงไม่ต้องมาโกงสะโพกครางจนเสียงแหบแบบมีตั้งแต่แรกแล้วครับ" หมอทักษ์ สวนแดนกายใส่ร่องสาวจนสุดลำรัก "อ๊าเสียว สะ..เสีย
ครืน~ ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบกลับคำถามของคุณหมอก็มีสายเรียกเข้าในโทรศัพท์ของเธอ Sky in Misscall เธอก็จำต้องรับสายพี่ชายทันทีเมื่อเห็นชื่อขึ้นแสดงอยู่บนหน้าจอ "สวัสดีค่ะพี่สกายมีอะไรหรือเปล่าคะ" สกาวเรียบรับสายแล้วเอ่ยปากถามทันที'อยู่กับคุณหมอใช่ไหม คุณหมอโทรมาบอกพี่แล้วล่ะ และเ
"สวยมากเลยค่ะคุณลุง" ซีเฟียมองดูชุดคอลเลชั่นใหม่อย่างตื่นเต้น "ไหนคุณลุงบอกว่าอีกสองสามวันถึงจะได้ทำงานไงครับ" เฟียสมองชุดตาเป็นประกายเพราะเขาเองก็อยากหาเงินช่วงวันหยุด "ลุงกะว่าจะเอามาเซอร์ไพรส์หลาน ๆ แต่ได้ยินตอนที่กำลังพูดคุยกันพอดีเลยบอกเลยดีกว่า" สกายยื่นชุดให้หลาน ๆ ไปล
ร้านอาหารทะเล ในช่วงเวลา 19:30 ทั้งสี่คนได้มานั่งสั่งอาหารและตอนนี้อาหารทะเลเติมโต๊ะ "ลุงแกะให้หนูรอกินอย่างเดียว" สกายอาสาแกะปูแกะกุ้งให้หลานชายหลานสาว และ ภรรยา เป็นภาพที่น่ารักมากหากมองจากบุคคลภายนอก "ขอบคุณค่ะคุณลุง" ซีเฟียตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย "อันนี้ของเฟียสครับ" สกา
เช้าวันต่อมา 08:30น. สกาวมองนาฬิกาข้อมือ ปากก็หาวออกมาเนื่องจากเมื่อคืนเธอรอดูละครที่ลูกสาวแสดง จนทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอ แม้ว่าปกติเธอก็นอนไม่เพียงพออยู่แล้ว "มารอเช้าจังนะเลยนะครับ" รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาประชิดริมฟุตบาท "ความจริงก็อยากจะมาสายกว่านี้เหมือนกันคะ







