Mag-log inร่างบางเดินตามหาพี่ชาย ทันทีที่เก็บกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง เดินไปหาทั่วแผนกก็ยังไม่เจอไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน
"ไปไหนของเขานะ" ฉันเดินออกมาจากแผนกฝากครรภ์แล้ว พอมองหาพี่ชายตัวเองก็ไม่พบโทรศัพท์ก็ทิ้งไว้มันหน้านัก พ่อคนรวยพ่อจอมงก 'สกาย ใบหม่อนขอโทษ ใบหม่อนอยากขอบคุณช่วงเวลาดี ๆ ที่เรามีด้วยกันแล้วก็ขอโทษที่เผลอพูดบอกเลิกไปวันนั้นใบหม่อนไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ' 'เราจบกันไปตั้งนานแล้วไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องมาขอโทษเราหรอก ใช้ชีวิตของตัวเอง ให้ดีนะ' ฉันที่เดินตามหาพี่ชายตัวเองก็เผอิญได้ยินเสียงคุยกันครั้งแรกก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคนชื่อเหมือนกันก็มีตั้งเยอะแยะ จนได้ยินเสียงพี่ชายของฉันพูดขึ้นมานั่นแหละ นี่พี่เราไปแอบมีแฟนตอนไหนเนี่ย อย่าให้รู้นะว่าแอบปิดบังแม่จะฟ้องคุณยายให้หมดเลย "พี่คะ หนูเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า" ฉันเดินเข้าไปหาพี่ชายตัวเองทันทีเมื่อเห็นร่างของสองคนคุยกันอยู่แล้วยังเข้าไปถามอย่างคนไม่รู้อีโนอีเน กลายเป็นคนอินโนเซ้นท์ไปชั่วขณะ ใครใช้ให้พี่หน้าแกล้งล่ะ "เปล่าไม่ได้มาขัดจังหวะอะไร แค่บังเอิญคุยกันถูกคอเฉย ๆ นะเสร็จแล้วหรอไปกันเถอะ" สกายหันไปบอกกับน้องสาวทันทีพร้อมกับมองปฏิกิริยาของคนที่เคยเป็นแฟนเก่า กัน "เสร็จแล้วค่ะรอรับยาก็กลับบ้านได้แล้ว" สกาวยินรับก่อนจะมองไปที่ผู้หญิงที่คุยกับพี่ชายตัวเองพร้อมกับสีหน้าค่าตาสงสัย "เอ่อคือ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ" ฉันที่มองพี่ชายสลับกับผู้หญิงคนนี้ก็ถามขึ้นมาทันที ความจริงก็อยากทำความรู้จักกับพี่สะใภ้ในอนาคต อยู่หรอกแต่ดูจากกิริยาท่าทางของพี่ชายตัวเองแล้วไม่น่าจะใช่แล้วล่ะ "เอ่อ..อะ..อ่อพี่ชื่อใบหม่อนค่ะ" คนที่กำลังได้สติกลับมาปลวกเอ่ยชื่อกับฉันมองดูก็รู้ว่า คงจะคิดหนักน่าดูเผลอๆอาจจะคิดว่าฉันกับพี่สกายเป็นคนรักกัน "ชื่อสกาวฟ้านะคะ เรียกกาว ก็ได้ค่ะ" เธอยิ้มรับบอกกับผู้หญิงคนนั้นทันทีก่อนจะหันไปส่งสายตาดุพี่ชายตัวเอง "พี่สกายเรามีเรื่องต้องคุยกันนะคะ" สกาวบอกกับพี่ชายเธอออกไปแบบนั้นยิ่งทำให้คนที่อยู่ด้วยและฟังบทสนทนายิ่งเข้าใจผิดไปกันใหญ่ "เรื่องอะไรพูดมาได้เลย" สกายไม่ได้สนใจหรือใส่ใจอะไรมากนัก ที่น้องสาวจะคุยด้วย "ไปคุยกันที่รถ รอหนูไปรับยาก่อนแล้วกัน งั้นพี่สองคนคุยกันไปก่อนเลยนะคะหนูขอตัวก่อนค่ะ" ฉันยิ้มให้ทั้งสองคนก่อนจะหันหลังเดินจากมา . "แฟนให้สกายเหรอ" ใบหม่อน ทักถามเพื่อนด้วยความสงสัยและค้างคาวในใจ ตั้งแต่ช่วงที่คบกันมาเธอไม่เคยรู้เรื่องของครอบครัวของสกายเลยสักครั้งรวมทั้งญาติพี่น้องด้วย "เลิกกันไปแล้วไม่จำเป็นต้องรู้หรอก" สกายเองก็ไม่ยอมบอกอะไรได้แต่มองวิวทิวทัศน์ของโรงพยาบาลแห่งนี้ "อืม จริงสินะเราเลิกกันไปแล้วนี่ ความจริงถึงไม่เลิกไปหม่อนก็ไม่มีสิทธิ์รับรู้เรื่องของสกายอยู่ดี" หญิงสาวตัดพ้อออกมาด้วยความน้อยใจ "เห้อ~ ช่างเถอะมีเรื่องจะคุยแค่นี้ใช่ไหมงั้นเราขอตัวก่อนละกัน" สกายมองอดีตแฟนสาวแต่เขากลับเก็บซ่อนดวงตาที่สื่อถึงความเจ็บปวดและทรมานเอาไว้ในใจไม่ต่างจากเธอ "โชคดีนะสกาย ขอให้ความรักครั้งใหม่ของนายราบรื่น ขอให้นายเจอผู้หญิงที่ดีและไม่งี่เง่าแบบเรา ขอบคุณและขอโทษด้วยที่เข้าไปเป็นความไม่สบายใจในชีวิตนายตั้งหลายปี" ใบหม่อนเองก็ยอมรับความจริงทั้งเจ็บและทรมาน แต่เธอทนได้ทนได้แน่นอนรับไหวอยู่แล้ว . หน้าห้องยา "เอ้ามีอะไรหรือเปล่าคะคุณหมอ" ฉันมองคุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้ตัวเองเดินมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน "มีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อยคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม" ทักษ์เดินเข้ามาหาเธอทันที หลังจากที่ตรวจคนไข้เสร็จแล้วแล้วก็ถึงเวลาพักของเขา โชคดีมากที่ออกมาก็เห็นเธอนั่งรอรับยาอยู่หน้าห้องยาของโรงพยาบาล และยังไม่ได้ไปไหนไกล "มีอะไรจะคุยก็พูดมาได้เลยนะคะคุณหมอ ตอนนี้ยังไม่ถึงคิวที่จะรับยาดูจากสภาพแล้วคงจะอีกหลายคิวเลยค่ะ" ฉันบอกคุณหมอแล้วมองห้องยาที่มีผู้คนรอคิวมากมายซึ่งคิสฉันอยู่คิวที่ร้อยกว่า แล้วตอนนี้ก็อยู่แค่คิวที่ หกสิบ กว่า ๆ เอง นั่นแสดงว่าก็คงอีกนานกว่าจะถึงคิวตัวเอง "รอรับยาเสร็จก่อนแล้วค่อยคุยก็ได้หรือเอาไลน์มาละกัน" หมอทักษ์ พูดจบก็ยื่นโทรศัพท์ให้เธอพิมพ์ ID ไลน์ ของตัวเธอเอง "เอ๊~ ทำไมต้องแอดไลน์คะคุณหมอ" ฉันถามออกไปด้วยความสงสัย "ก็ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณก็ต้องแอดไลน์สิ กว่าคุณจะรับยาก็รอไปอีกตั้งนาน" ทักษ์รีบอธิบายทันทีที่เห็นเธอมีข้อสงสัยในตัวเขา "อ่อ~ โอเคค่ะ โอเคค่ะ เข้าใจแล้ว" สกาวพยักหน้าตอบรับแล้วหยิบโทรศัพท์ในเมืองของคุณหมอขึ้นมาพิมพ์ ID ไลน์ ของตัวเองเข้าไปในเครื่องของคุณหมอ "เสร็จแล้วค่ะ ไลน์นี้นะคะ" สกาวยื่นโทรศัพท์ส่งคืนคุณหมอทันทีหลังจากที่เพิ่ม ID และ add ไลน์ของตัวเองเสร็จ "OK ครับ งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกัน" ทักษ์รับโทรศัพท์กลับคืนก่อนจะขอปลีกตัวไปพักผ่อนตามอัธยาศัยของเขา เพราะเขาได้ ไลน์เธอมาแล้ว และคนที่ให้ ID ไลน์ไปก็ได้แต่นั่งพยักหน้า แล้วมองตามหลังของคุณหมอออกไปด้วยความมึนงงและสงสัย "คุณหมอนี่ก็อีกคนอะไรของเขา" พึมพำกับตัวเองทันทีหลังจากนั้นก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ตัวเองเพื่อรอรับยาต่อโดยไม่ได้สนใจรอบข้าง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง เวลาผ่านไปเพียงไม่นานเสียงไลน์เธอก็เด้งขึ้นพร้อมกับข้อความแสดงบนหน้าจอมือถือ คุณเป็นเพื่อนทักษ์ ทักษ์ครับ: สวัสดีครับ ทักษ์ครับ: ความจริงผมอยากคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว ทักษ์ครับ: เอาไว้วันหยุดผมค่อยนัดคุยเรื่องสำคัญแล้วกันนะครับ เพียงได้เห็นข้อความที่เขาทักมาก็ทำให้สกาวรู้สึกใจเต้นแรงและสับสนอยู่ไม่น้อย ไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือเพราะกลัวอะไรกันแน่ ความจริงเธอก็ไม่อยากจะรู้สึกแบบนี้เลยสักนิด แต่คนใจดีสู้เสืออย่างเธอมีหรือจะกลัวความรู้สึกวุ่นวายสับสนเหล่านี้เช้าวันทำงานที่ดูเหมือนว่าจะสดใสของหมอสูติได้เริ่มต้นอีกครั้งหลังจากงานรับรางวัลของเด็ก ๆ "คุณหมอสกาวคะ วันนี้มีคนไข้นัดตรวจสุขภาพและเก็บไข่ค่ะ" ผู้ช่วยพยาบาลสาวของเธอรีบรายงานตารางการทำงานของวันนี้ทันทีเมื่อเธอเดินเข้ามา "กี่เคสคะวันนี้" สกาวนั่งมองตารางงานตั้งแต่เช้า แล้วรู้สึกว่าวันนี้อาการของเธอจะไม่ค่อยสดใสเท่าที่ควร "หกเคสค่ะคุณหมอ วันนี้มีผ่านคลอดสองคิวนะคะ" ผู้ช่วยพยายาลสาวเมื่อแจ้งคิวตารางงานเสร็จก็มองหน้าหมอสกาวที่กำลังเมอลอยพอดี "หมอคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลยนะคะวันนี้" ผู้ช่วยพยาบาลสาวถามอแกมาด้วยควาทเป็นห่วง "กาวนอนน้อยนะคะ ช่วงนี้รับเคสเยอะขึ้น" สกาวตอบผู้ช่วยสาวออกมาเบา ๆ จะให้เธอพูดความจริงได้ยังไงว่า เพราะ 'หมอทักษ์เล่นเช้าถึงเย็นถึง จนเธอเพลียกายไปหมด' "ออ ที่แท้ก็คนมีความรักมักจะมีหน้าตา เหนื่อยล้านี้เอง" ผู้ช่วยพยายบาลสาวยิ้มอย่างรู้ทัน เพราะตารางงานของหมอสกาวอยู่กับเธอทุกสัปดาห์ทำไมจะไม่รู้ว่าเคสไม่ได้เยอะขึ้น แค่หมอสาวคนสวยนอนน้อยเพราะมีแฟน "พอเลยไปทำงานได้แล้วค่ะ" สกาวรีบกล่าวไล่คนรู้ทัน ออกจากห้องพักของเธอทันที่ "ไปแล้วค่
พอเสร็จพิธีรับรางวัลของเด็ก ๆ ทุกคนก็พากันมาเดินชอปปิ้งในห้างต่อโดยไม่มีคำว่าเหนื่อยหรือเพลียบนใบหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะต้องการให้เด็ก ๆ มีแอนเนอร์จีในการอยากทำงานที่รักและมีความสุขไปพร้อมกับมัน "พี่ว่าเราเข้าร้านนี้ดีไหมครับ" หมอทักษ์ถามความเห็นของว่าที่ภรรยาในอนาคตอันใกล้นี้ "จำเป็นหรือเปล่าคะพี่หมอ" สกาวมองเข้าไปในร้านที่คุณหมอบอก ก็เห็นมีแต่ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ของเล่นซึ่งลูกเธอน่าจะมีเยอะเพราะลุงและป้าค่อนข้างสปอยล์หลานรัก "ครับหนูว่าไงพี่ก็ว่างั้นแหละ" หมอที่ดูเหมือนจะผิดหวังเล็กน้อยเพราะเขาอยากจะซื้อของขวัญเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ "ไม่ต้องเสียใจไปหรอกค่ะ เพราะของพวกนั้นเด็ก ๆ มีกันเยอะ" สกาวมองหน้ามองทักษ์พูดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะเธอเองก็ไม่อาจจะทนมองสายตาผิดหวังของคุณหมอได้นาน "พี่ไม่ได้เสียใจพี่แค่เสียดาย เสียดายช่วงเวลาที่ขาดหายไปตั้งแปดปี" หมอทักษ์พูดขึ้นมาพร้อมตีหน้าเศร้า ส่วนสกาวนั้นมึนงง เสียบพลันเหมือนว่าเราจะคุยกันคนละเรื่องแต่ก็เหมือนจะเป็นเรื่องเดียวกัน"ค่ะ พี่หมอกำลังจะพูดให้กาวรู้สึกผิดเหรอคะ" สกาวรีบตั้งสติแหละถามกลับทันที "เปล่าครับพี่
"คุณลุงครับพวกเรา ต้องตัดชุดกันใหม่กันทุกคนเลยเหรอครับ" เฟียสถามขึ้นมาด้วยความสงสัยในเมื่อชุดตั้งโชว์อยู่ในร้านก็มีมากมายทำไมถึงยังต้องตัดชุดอีก "ใช่ครับ งานรับรางวัลของหลาน ๆ ทั้งทีจะน้อยหน้าไม่ได้หรอกนะ ต้องสวยต้องหล่อต้องเท่ห์และต้องดูดีด้วยครับ" สกายอธิบายเหมือนวิญญาณนักดีไซน์เนอร์เข้าสิง ทุกอย่างต้องเพอร์เฟคเท่านั่น"ทุกคนรอสักครู่นะ เดี๋ยวดีไซน์เนอร์ประจำตัวของลุงจะมาดูแลทุกคนเอง" สกายมอง หลาน ๆ ที่มีแววตาตื่นเต้นสุด ๆ ในตอนนี้ก็เผลอยิ้มออกมา "ผมนั่งรอตรงนี้แล้วกันนะครับ สกาวมานั่งข้าง ๆ พี่สิ" หมอทักษ์พูดพร้อมทั้งยังคว้ามือเธอดึงเบา ๆ มานั่งลงข้างตัวเขาเอง "อ่ะ พี่หมอ" สกาวไม่ทันตั้งตัวพยายามพูดด้วยน้ำเสียงเบาที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนลูกค้าท่านอื่นทั้งห้าคนใช้เวลาในการตัดชุดออกงานเกือบสี่ชั่วโมง "หิวกันหรือยังเด็ก ๆ ไปทานชาบูกันไหม" สกายถามหลานทั้งสองด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เฟียสหิวแล้วครับ" "ซีเฟียก็อยากกินชาบู ชาบูสะดวกที่สุด" "งั้นเราไปร้านชาบูที่ชั้นสี่กัน ร้านนี้ของสดใหม่ทุกวัน" หมอทักษ์มองทุกคนที่ดูเหนื่อยล้าและหิวมาก "ไปก
"มาสิครับ" หมอทักษ์ยังคงรบเร้าคนที่เขิลจนหน้าแดงกล่ำ "คือว่ากาว กาวขอตัวออกไปตรวจคนไข้ก่อนนะคะ" หญิงสาวเองรีบรนรานจะสะดุดขาตัวเองเกือบหน้าคะมำล้มลงไปกะบพื้น โชคดีที่หมอทักษ์คว้าตัวเธอเอาไว้ทัน "ระวังหน่อยสิครับ" ทั้งสองสบตากันคำพูดมากมายที่อยากพูดกลับกลายเป็นอยากจะเอ่ยปากขึ้นมาดื้อ ๆ "คะ..ค่ะ" สกาวรีบตั้งสติตัวเองให้กลับมายืนปกติเพราะตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของหมอทักษ์ "ครับเดินระวังนะ ระวังตกหลุมรักพี่" หมอทักษ์มองหญิงสาวด้วยแววตาหลงไหลและชื่นชมอยู่ในใจ ว่าที่ภรรยาของเขาน่ารักมากจริง ๆ . "หมอสกาวคะวันนี้มีเคสตรวจภายในสองคิวค่ะ" พยาบาลสาวผู้ช่วยแจ้งทางหมอสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานบวก "ได้ค่ะประมาณกี่โมงค่ะ ตอนบ่ายสกาวมีธุระต้องรีบหน่อยนะคะ" สกาวบอกพยาบาลสาวผู้ช่วย ก็เดินออกจากห้องพักพร้อมไปรับเคสของวันนี้ทันที ช่วงเช้าที่หมอแต่ละวอร์ดต่างก็ยุ่งมาเกือบครึ่งวันในที่สุดสกาวก็เตรียมจะออกเวรไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านตัดสูทและชุดราตรีประจำของเธอ "ไปไหนครับคนสวยของผม" หมอทักษ์เดินเข้ามาทักหลังจากสวนทางกันบนทางเดินของโรงพยาบาล "ไปรับลูก ๆ ไปลองชุดที่ร้านค่ะกาวออ
เช้าวันทำงานที่สดใส หมอทักษ์และหมอสกาวเดินเข้ามาในห้องพักประจำวอร์ดพร้อมกันจนเป็นที่จับสายตามองของเหล่าพยาบาลและหน่วยแพทย์สำรองของทั้งตึก "ยิ้มหวานกันมาเชียวนะคะ มีข่าวดีหรือเปล่าคะ" พยาบาลผู้ช่วยของสกาวพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหน้าของแพทย์สาวมีแต่รอยยิ้มประดับประดาอยู่บนหน้าตั้งแต่เดินเข้ามาในวอร์ด"แน่นอนค่ะ แต่ขอเก็บไว้เป็นความลับก่อนนะคะ" สกาวยิ้มรับบอกผู้ช่วยพยาบาลคนสวยของเธอ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องทำงานของตัวเอง และมองดูรายชื่อของคนไข้ที่เธอนัดเอาไว้ "โอเคค่ะคุณหมอคนสวย พี่แพรขอไปทำงานก่อนนะคะ" พยาบาลผู้ช่วยสาวเดินออกไป ทำหน้าที่ของตัวเองเนื่องจากหมอท่านอื่นขอดึงตัวเธอไปทำงานชั่วคราวเนื่องจากบุคลากรไม่เพียงพอ "ตามพี่เข้าไปในห้อง" หมอทักษ์ มองหญิงสาวก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาแล้วเดินเข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว "อะไรอีกล่ะเนี่ย เฮ้ย" สกาวพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเดินตามหมอทักษ์เข้าไปในห้อง"มานั่งใกล้ ๆ เฮียสิ แบบนี้จะห่างเหินกันเกินไปหรือเปล่าครับ เมื่อคืนเราพึ่งร่วมรักกันไปเองนะ ทำไหมหนูลืมง่ายจัง" หมอทักษ์ เริ่มออกอาการงอแงทันทีที่ไม่ได้ดังใจเข้าอยากได้กำลัง
"โซนนี้รถไม่ค่อยเยอะเลยนะครับ" หมอทักษ์จ้องมองท้องถนนแกนกายยังสวนกระแทกไม่พัก ทำให้ร่องสาวรัดแน่นขึ้น "อยู่คฤหาสน์หลัง ยะ..ใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครการขับผ่านหรอกคะ" สกาวจ้องมองไปทางตันที่เป็นถนนหลังคฤหาสน์ซึ่งมันตรงกับหน้าต่างห้องของเธอ "เสียวไหม น้ำใกล้หมดตัวหนูหรือยัง" หมอทักษ์ด้มลงมองน้ำลักของหญิงสาวที่ไหลออกมาจะร่องสวาทไม่ได้พัก "อ่ะ สะ..เสียวค่ะกาวไม่ไหวแล้ว ฮะ..เฮียพอเถอะนะคะ" น้ำเสียงหวานร้องขอเหมือนเช่นอดีตที่เรียก หมอทักษ์ว่า 'เฮีย' ทำให้คนที่ใกล้จะปลดปล่อยหยุดกระแทก แล้วจับใบหน้าเธอเข้ามาจูบอย่างดูดดื่ม เพื่อเป็นการให้รางวัลเธอ "ไปนอนโก่งสะโพกให้เฮียบนเตียงดีกว่านะครับ" หมอทักษ์รีบพาหญิงสาวมานอนลงบนเตียงยกสะโพกเธอขึ้นมา เสียบท่อนรักลงในร่องสาวจนมิด ปึก ๆ ปึก ๆ ตับ ๆ ตับ ๆ "อ๊า จุกค่ะ หนูจุกอ่าส~" เสียงหวานร้องครางออกมาตามจังหวะการกดกระแทกเข้าออกจะสุดทาง "เฮียชอบให้หนูเรียกว่า เฮียนะครับ ถ้าหนูฟังเฮียเคลียร์กับเฮียตั้งแต่แรกคงไม่ต้องมาโกงสะโพกครางจนเสียงแหบแบบมีตั้งแต่แรกแล้วครับ" หมอทักษ์ สวนแดนกายใส่ร่องสาวจนสุดลำรัก "อ๊าเสียว สะ..เสีย
ทั้งสองคนอาศัยอยู่บนเรือสำราญนานนับสัปดาห์เพราะเรือสำราญเข้าเทียบท่าหลายประเทศเพื่อเอาใจนักท่องเที่ยวที่เสียเงินเป็นจำนวนมากได้เปิดหูเปิดตาในสิ่งใหม่ ๆ และภูมิอากาศของแต่ละประเทศด้วยตัวเอง "อีกสามวันเรือก็เข้าเทียบท่าประเทศไทยแล้ว" หมอทักษ์ยืนกอดอกมองชมวิวอยู่บนดาดฟ้าของเรือพร้อมกับหญิงสาวที
ผมมองคนที่กำลังจ้องมองถาดอาหารของผมทั้งสีหน้าและท่าทางเหมือนคนที่กำลังร้องของในสิ่งที่ต้องการแต่เธอคงจะมีความเกรงใจอยู่ไม่น้อยเลยไม่กล้าขออีก"แลกกันไหมครับ" ผมถามเธอทันทีที่เห็นสายตาแบบนั้นรู้สึกเอ็นดูอาการที่แสดงออกมาของเธอ มันก็น่ารักดีนะครับ สกาวรีบพยักหน้าตอบรับทันทีอย่างไม่ต้องคิด
"หืมคนเยอะมากเลยค่ะ มอง ๆ เข้าไปในร้านแล้วดูอึดอัดอยู่นะ" สกาวที่ถูกหมอหนุ่มขอร้องให้นั่งรถเข็นวีแชร์ บ่นทั้งเงยหน้ามองคนที่คนซัพพอร์ตด้วยการเข็นรถให้เธอ "ครับ ปกติคนก็เยอะอยู่แล้วแบรนด์ใหม่พึ่งเข้าและกำลังดังมาก สินค้าตัวใหม่มักจะได้ขึ้นโชว์บนเรือสำราญก่อนจะถูกนำไปวางจำหน่ายในห้าง" หมอ
ปึก ๆ ตับ ๆ.ปึก ๆ เสียงสอดแทรกกระแทกเข้าออกของร่างชายหญิงทำให้น้ำในอ่างกระพือขึ้นมาเล็กน้อย "อ่ะ เบา ๆ เสียว อ่า~ หนูเสียว" สกาวหลับตาพริ้มรับแรงกระแทกด้วยความจำนนอย่างไม่ทันตั้งตัว "คิดว่าชอบนะ" หมอทักษ์กระซิบเบา ๆ ข้างหูเธอเพื่อปลุกปั้นอารมณ์ "ไม่" เสียงปฏิเสธเบา ๆ ของสกาวทำให้เข







