LOGINเหนือฟ้าพบว่าหลังจากค่ำคืนค้างแรมท่ามกลางมรสุม และคำสารภาพริมหาดผ่านพ้นไป ว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับอาการประหลาด... อาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตลอดชั่วชีวิต...
ใบหน้าคมคายของคลื่นสมุทรก็ลอยเข้ามาเป็นสิ่งแรกยาม นั่งฟังการประชุมบริหารอันเคร่งเครียด... สมองก็เผลอนึกถึงคำพูดกวนประสาทของคลื่นสมุทรยาม ตักอาหารเข้าปากทานมื้อเที่ยง... แววตาอบอุ่นของคนคนนั้นก็ยังคงตามมาหลอกหลอน จนบางครั้งเหนือฟ้าเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองลึก ๆ ว่า ผู้ชายคนนั้นแอบย้ายสำมะโนครัวเข้ามานั่งจับจองพื้นที่ ในหัวสมองของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่
"คุณเหนือฟ้าคะ... คุณเหนือฟ้า!"
"คะ... ครับ!"
เหนือฟ้าสะดุ้งหลุดจากภวังค์ขยับตัวเลิกลัก "ดิฉันเอ่ยเรียกชื่อคุณมารอบติดต่อกันแล้วนะคะ" เลขานุการสาวมองมาด้วยสายตาจับผิด
"ช่วงนี้ดูคุณเหนือฟ้ามีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ"
"ไม่มีอะไรครับ..." เหนือฟ้าแสร้งกระแอมไอแก้เขิน ก่อนจะก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มเอกสารตรงหน้าต่อ ทั้งที่ในความเป็นจริง... ตัวอักษรเหล่านั้นไม่ได้แล่นเข้าหัวเลยแม้แต่คำเดียว
ช่วงบ่ายแก่ ๆ ทางรีสอร์ตมีกิจกรรมพิเศษร่วมกับกลุ่มแขก นั่นคือการปลูกปะการังเทียมเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง เหนือฟ้ามาดูความเรียบร้อยตามหน้าที่ปกติ ทว่าวันนี้ทุกอย่างกลับผิดปกติไปอย่างสิ้นเชิงตรงที่... คลื่นสมุทรดูเงียบขรึมลงไปมาก
อีกฝ่ายไม่เดินเข้ามาแกล้ง ไม่เอ่ยปากแซว ไม่ยอมเดินตามตื๊อ ไม่ส่งข้อความไลน์มาป่วน และไม่แม้แต่จะขยับกายเข้ามาทักทายเขาเลยด้วยซ้ำ
ในชั่วโมงแรก... เหนือฟ้านึกดีใจในใจ
‘ในที่สุด ชีวิตอันแสนสงบสุขของเขาก็กดปุ่มรีเทิร์นกลับมาเสียที’ ทว่าพอเวลาหมุนผ่านไปสองชั่วโมง... ความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านกลับเริ่มมาเกาะกุม เข้าสู่ชั่วโมงที่สาม... ตาเริ่มสอดส่องมองหาเงาร่างสูงใหญ่นั้นโดยอัตโนมัติ และเมื่อย่างเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่... เขายอมรับอย่างจำนนเลยว่า เขากำลัง ‘คิดถึง’ ผู้ชายคนนั้นใจจะขาด"คุณเหนือฟ้าครับ" พนักงานแผนกกิจกรรมเดินเข้า
"ครับ... มีอะไรหรือเปล่า"
"อ๋อ พอดีคุณคลื่นสมุทรเดินทางไปส่งแขกผู้ใหญ่ที่ท่าเรือใหญ่ ฟากโน้นน่ะครับ"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเผลอหลุดปากถามคำถามในใจออกไปทันควัน
"แล้ว... เขาจะเดินทางกลับมาตอนไหนงั้นเหรอครับ"
สิ้นกระแสคำถาม บรรยากาศรอบข้างพลันเงียบกริบลงไปในทันที พนักงานทั้งแผนกพากันจ้องมองท่านประธานหนุ่มตาปริบ ๆ ด้วยความทึ่ง เหนือฟ้านึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายคาสนามทรายตรงนั้น เสียจริง ๆ ที่เผลอแสดงความกระวนกระวายใจออกไปจนหมดเปลือกก่อนจะรีบเดินจากไป ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เย็นวันเดียวกัน...
คลื่นสมุทรเดินทางกลับมาถึงรีสอร์ตพร้อมรอยยิ้มตามปกติ ทว่าแววตาคู่คมกลับดูเหนื่อยล้ากว่าทุกวัน เหนือฟ้าที่แอบยืนสังเกตการณ์อยู่เห็นอีกฝ่ายเดินผ่านโถงล็อบบี้มุ่งหน้าไปยังชายหาดด้านหลัง จึงตัดสินใจเดินตามไปห่าง ๆ โดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลการกระทำของตัวเองเหมือนกัน
คลื่นสมุทรหยุดฝีเท้าลงตรงโขดหินริมชายหาดด้านหลังรีสอร์ต ซึ่งเป็นบริเวณที่ปลอดผู้คน เงียบสงบ และมีเพียงเสียงเกลียวคลื่นคลอเคลีย
"เดินตามผมมาตั้งไกลขนาดนี้ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ"
กระแสเสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักขึ้นแผ่วเบาโดยที่เจ้าตัวไม่ได้หมุนใบ หน้ากลับมามอง เหนือฟ้าชะงักฝีเท้ากึกด้วยความตกใจ
"นี่คุณ... รู้ตัวด้วยงั้นเหรอครับ"
"รู้สิครับ" คลื่นสมุทรค่อย ๆ หันกลับมา คลี่ยิ้มละมุนทว่าแฝงความอ่อนล้า "คุณเดินตามหลังผมมาตั้งแต่ก้าวขาออกจากโถงล็อบบี้แล้วนะครับเหนือฟ้า... ผมไม่ใช่คนซื่อบื้อขนาดนั้นนะ"
เหนือฟ้าหลุดเสียงหัวเราะใสออกมาแผ่วเบา รอยร้าวในใจคล้ายจะเลือนหาย ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคนตัวสูง ทอดสายตามองดูดวงพระอาทิตย์ที่กำลังค่อย ๆ ลับขอบฟ้า สาดแสงสีส้มทองประกายสะท้อนน้ำทะเลงดงามราว กับภาพวาด
"วันนี้... คุณดูเงียบขรึมจังเลยนะ"
เหนือฟ้าเอ่ยเปิดประเด็น คลื่นสมุทรขยับยิ้มบางเบา ทอดสายตามองออกไปไกล "ก็... ผมกลัวว่าคุณจะรำคาญผมน่ะสิครับ" "ผมเคยเอ่ยปากพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ" "คุณไม่ได้เอ่ยปากพูดหรอกครับ..." คลื่นสมุทรหันกลับมาสบตา ตรง ๆ แววตาไหวระริก "แต่ลึก ๆ แล้ว... ผมกลัว"เหนือฟ้าหันขวับมามองทันที หัวใจวูบไหวอย่างรุนแรง เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้มีโอกาสได้ยินผู้ชาย ทะเล้น และมั่นหน้าในทุก ๆ ด้านอย่างคลื่นสมุทร... เอ่ยปากพูดคำว่า ‘กลัว’ ออกมา
คลื่นสมุทรแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอด้วยความสมเพชตัวเองเล็กน้อย
"ผมเดินหน้าตามจีบคุณมาตั้งนานนม... แต่บางที ผมแอบไม่มั่นใจ... ไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าลึก ๆ แล้ว คุณรู้สึกพิเศษอะไรกับผมบ้างหรือเปล่า"ใจของเหนือฟ้ากระตุกวูบสั่นระรัวอย่างรุนแรง เพราะความจริงแล้ว... คนที่สับสนและไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ครั้งนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่คลื่นสมุทรคนเดียวเสียหน่อย ลมทะเลพัดโชยมาอีกระลอก นำพาความเงียบงันเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อยู่พักใหญ่ ก่อนที่เหนือฟ้าจะสูดลมหายใจเข้าลึก และตัดสินใจเอ่ยประโยคคำพูดด้วยกระแสเสียงที่แผ่วเบาที่สุดทว่าหนักแน่นที่สุดในชีวิต
"ถ้าหากว่า... ผมไม่ได้เกิดความรู้สึกพิเศษอะไรกับคุณเลยจริง ๆ ล่ะก็..."
คลื่นสมุทรหันขวับมามองตาค้าง "ผมก็คง... ไม่เดินตามหลังคุณมาจนถึงที่นี่ แบบนี้หรอกครับ..."ดวงตาคู่คมของคลื่นสมุทรเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความ คาดไม่ถึง หัวใจพองโตขยายคับอก ชายหนุ่มแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยว่า จะได้ฟังความในใจแสนน่ารักแบบนี้จากปากคนฟอร์มจัด และปากแข็งอย่างเหนือฟ้า
คนทั้งคู่ประสานสายตาสบมองกันนิ่งนาน ไม่มีคำพูดจาใด ๆ ออกมาอีก แววตาระยับคู่กลับส่งผ่านความนัยสื่อสารลึกซึ้งยิ่งกว่าคำพูด หวานๆ ทั้งหมดบนโลกนี้ คลื่นสมุทรขยับเคลื่อนกายร่างสูงใหญ่เข้ามาชิดใกล้ช้า ๆ อย่างนุ่มนวล ทอดระยะเวลาเพื่อให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตัดสินใจ หากเหนือฟ้านึกรังเกียจหรืออยากปฏิเสธ... ก็สามารถขยับก้าวถอยหลังหนีไปได้ทันท่วงที
ทว่าเหนือฟ้า... กลับยืนนิ่งสนิทและไม่ได้ขยับร่างกายถอยหนีเลย แม้แต่มิลเดียว
เสียงคลื่นทะเลซัดสาด คลอเคลียอยู่เบื้องหลัง พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไปจนหมด หลงเหลือเพียงแสงทไวไลท์สีทองละมุนตา และห้วงเวลารอบตัวที่คล้ายกับจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ เหนือฟ้าช้อนดวงตากลมโตสบมองผู้ชายตรงหน้า... ผู้ชายที่ก้าวเข้ามาปั่นป่วนวิถีชีวิตอันจืดชืด คนที่คอยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ คนที่คอยหยิบยื่น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ให้พึ่งพิง และคน... ที่ค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามานั่งจับจองพื้นที่หัวใจของเขาไปจนหมดสิ้นโดย ไม่คิดขออนุญาต
"คลื่นสมุทร..." เหนือฟ้าเอ่ยเรียกเสียงแผ่วหวาน
"ครับ... " "ผมคิดว่า..." เหนือฟ้ายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่งดงาม ตราตรึงใจ และจริงใจที่สุดเท่าที่คลื่นสมุทรเคยมีโอกาสได้พบเห็นมา "คุณ... เดินหน้าตามจีบผม…สำเร็จแล้วล่ะครับ"คลื่นสมุทรระเบิดเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเปี่ยมสุขล้นพ้น ชายหนุ่มส่ายหัวไปมาเบา ๆ ด้วยความตื้นตันใจ ราวกับไม่อยากจะเชื่อเลยว่า วันเวลาที่เขาเฝ้ารอคอยสดับรับฟังประโยคสัญญานี้จะเดินทางมาถึงรวดเร็วขนาดนี้
และในวินาทีนั้นเอง... ระยะห่างอันน้อยนิดระหว่างคนทั้งคู่ก็พลันมลายหายไปจนสิ้น เชิง หลงเหลือเพียงไออุ่นจากเนื้อหนัง กระแสความรู้สึกรักที่ตรงกันถักทอ และคำตอบรับในหัวใจที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาถ้อยคำอธิบายใด ๆ มารองรับอีกต่อไป... คลื่นสมุทรประคองกรอบหน้าหวานช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าคมลงไปมอบสัมผัสอุ่นละมุน เรียวปากหยักทาบทับลงบนกลีบปากอิ่มนุ่มนวล อ่อนโยน ทว่าหนักแน่นลึกซึ้ง เป็น ‘จูบแรก’ ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ และคำมั่นสัญญาจากหัวใจของคนทั้งสองคน
ในค่ำคืนราตรีประดับดาวครานี้... ไม่มีพยานรับรู้ สถานะความสัมพันธ์ และไม่มีคำสัญญาใด ๆ ทว่าทั้งเหนือฟ้าและคลื่นสมุทรต่างตระหนักรู้แก่ใจดีว่า... ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้ก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นบาง ๆ ไปสู่สถานะใหม่เรียบร้อยแล้ว
จากคนแปลกหน้าสองคนที่บังเอิญมาพบเจอกัน... ได้แปรเปลี่ยนกลายมาเป็น ‘คนสำคัญในชีวิต’ ของกันและกัน อย่างช้าๆตัดภาพกลับมายังอีกมุมหนึ่งอันแสนหรูหรารีสอร์ต...
น่านน้ำ หัวหน้าแผนก Guest Experience กำลังยกมือขึ้นบีบนวดขมับพรางเปิดประตูบานใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องพักสุดหรูระดับ VIP ด้วยสภาพสีหน้าท่าทางและแววตาที่เต็มไปด้วยความ เหนื่อยหน่ายระอาใจขั้นสูงสุด
"คุณสิงหาครับ..."
"ครับผม? ว่ายังไงครับคุณน่านน้ำ"
ชายหนุ่มมาดกวน เจ้าของนัยน์ตาทรงเสน่ห์อย่าง ‘สิงหา’ ขยับคลี่ยิ้มกว้างขวางต้อนรับ พลางหย่อนตัวนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงท่าทาง สบายอารมณ์สุด ๆ
"คือผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ..." น่านน้ำจัดแจงวางแฟ้มเอกสารรายงานลงบนโต๊ะกระจก เสียงดังปัง ก่อนจะตวัดสายตากลมโตจ้องมองแขก VIP ตัวแสบตรง ๆ
"ผมไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมคุณถึงต้องใช้สิทธิ์แขก VIP โทรศัพท์สั่งการเรียกตัวผมให้เดินขึ้นมาพบคุณบนห้องพักส่วนตัวในเวลาดึกดื่นค่ำมืดตอนสี่ทุ่มแบบนี้ด้วยครับ"
"อ๋อ... เรื่องนั้นเองเหรอครับ" สิงหาพยักหน้ารับคำยิ้ม ๆ แววตาพราวระยับ
"เหตุผลก็ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอกครับ... พอดีผมนอนไม่หลับน่ะ"
"..." น่านน้ำสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามท่องยุบหนอพองหนอในใจ "แล้วการที่คุณนอนไม่หลับ มันเกียวข้องอะไรกับหน้าที่การทำงานของผมไม่ทราบครับ" "ก็พอนอนไม่หลับ... ผมก็เลยเกิดอาการอยากดื่มชาร้อน ๆ ขึ้นมาน่ะสิครับ"
น่านน้ำหลับตาลงนิ่งสนิท แอบนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อระงับอารมณ์ไม่ให้เผลอหยิบแฟ้ม เอกสารทุบหัวแขก
"ภายในห้องพักระดับ VIP ทางรีสอร์ตของเราจัดแจงเซ็ต ชุดใบชานำเข้าเกรดพรีเมียมพร้อมกาต้มน้ำร้อนอัตโนมัติ เอาไว้ให้คุณเรียบร้อยหมดแล้วครับคุณสิงหา" "ข้อนั้นผมทราบดีครับ" "งั้นคุณจะเรียกผมขึ้นมาทำไมอีกครับ!" "ก็เพราะว่า... ชาร้อนที่คุณเป็นคนชงน่ะ มันต้องอร่อยกว่าที่ผมชงดื่มเองแน่นอนอยู่แล้วครับ" "..." น่านน้ำอ้าปากค้าง "ผมขอยืนยันตรงนี้เลยนะครับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยลงมือชงชาให้คุณดื่มเลยแม้แต่ถ้วยเดียวครับคุณสิงหา" "ก็จริงครับ..." สิงหาฉีกยิ้มกว้างขวาง ทอสายตาเชื่อมหวานมองใบหน้าเนียน "แต่นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... ผมอยากให้คุณน่านน้ำเป็นคนคอยชงชาให้ผมดื่มในทุก ๆ วันยังไงล่ะครับ"วินาทีนี้ น่านน้ำค้นพบสัจธรรมและเชื่อมั่นอย่างสนิทใจแล้วว่า... ผู้ชายที่ชื่อสิงหาคนนี้ นอกจากจะร่ำรวยล้นฟ้ามหาศาลแล้ว... ยังเป็นมนุษย์ที่กวนประสาทและตื๊อเก่งที่สุดในสามโลกอีกด้วย!
"คุณสิงหาครับ..." น่านน้ำปรับน้ำเสียงให้จริงจัง "ผมขอร้องเถอะครับ... คุณเลิกตามตื๊อ เลิกตามพัวพันในชีวิตของผมแบบนี้สักทีเถอะครับ"
สิ้นกระแสคำตัดพ้อ รอยยิ้มทะเล้นแสนกลบนใบหน้าคมคายของสิงหาก็ค่อย ๆ จางหายลงไปในทันตา... แววตาคู่คมแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง หนักแน่น และไร้ซึ่งกระแสคำพูดล้อเล่นหรือความเจ้าชู้กรุ้มกริ่มเหมือนอย่างเช่นทุกวันที่ผ่านมา
"ข้อนี้... ผมคงทำตามคำขอร้องของคุณไม่ได้หรอกครับน่านน้ำ" "..." น่านน้ำชะงักไปเล็กน้อย
"ทำไมล่ะครับ" สิงหาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของคนตรงหน้า "ก็เพราะว่า... กว่าที่ผมจะออกเดินทางตามหาคุณจนเจอตัวน่ะ มันต้องใช้เวลานานแสนนานมากเลยรู้ไหมครับ"หัวใจของน่านน้ำพลันสะดุ้งกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะ อย่างควบคุมไม่อยู่
"หลังจากค่ำคืนวิเศษคืนนั้นผ่านพ้นไป..." สิงหาเอ่ยกระซิบพูดต่อ น้ำเสียงแฝงความตัดพ้อลึกซึ้ง "ผมรีบเดินทางกลับไปตามหาคุณที่เดิมทันที... ทว่าคุณกลับอันตรธานหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย"
"..." น่านน้ำเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่ามันคือความจริง... ตัวเขาเลือกที่จะวิ่งหนีและหันหลังให้ความสัมพันธ์ครั้งนั้นเอง "แถมคุณยังจัดแจงบล็อกช่องทางการติดต่อสื่อสาร เบอร์โทรศัพท์ และโซเชียลมีเดียของผมทุกช่องทางราวกับจงใจจะตัดขาดกัน ไปตลอดชีวิต" "ก็... ก็ตอนนั้นผม..." "รู้ไหมครับว่าผมต้องเพียรพยายามสืบเสาะตามหาตัวคุณ อยู่เกือบเดือนเต็ม ๆ" สิงหาหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ แววตาเปี่ยมล้นไปด้วยความเอ็นดู "จนลึก ๆ ผมแอบคิดไปเองแล้วนะเนี่ย... ว่าคุณน่านน้ำอาจจะเป็นสายลับระดับชาติปลอมตัวมา ขโมยหัวใจของผมแล้วชิงหนีไปหรือเปล่า"คำเปรียบเปรยทะลึงทะเล้นอันแสนน่ารักนั้น ส่งผลให้น่านน้ำหลุดรอยยิ้มขำขันแสนสดใสออกมาโดยไม่รู้ตัว
สิงหาจ้องมองภาพรอยยิ้มพิมพ์ใจตรงหน้าตาค้าง พลางขยับจุดยิ้มละมุนลึกซึ้ง "เห็นไหมล่ะครับ..." "เห็นอะไรของคุณอีกครับ..." น่านน้ำถามอุบอิบ แก้เขิน
"ในที่สุด... คุณน่านน้ำก็ยอมส่งยิ้มแสนงดงามออกมาให้ผมเห็นจนได้" สิงหาขยับกายเข้าไปใกล้ "รู้ตัวไหมครับ... เวลาที่คุณยิ้มออกมาน่ะ คุณเป็นคนที่ยิ้มสวยและมีเสน่ห์ที่สุดในโลกเลยนะครับ"น่านน้ำหน้าร้อนผ่าว แดงซ่านรามลามไปจนถึงลำคอในพริบตา... เกิดความรู้สึกภายในใจขึ้นมาว่า... การมีผู้ชายจอมตื๊อ มาดกวน ทว่าอบอุ่นและมั่นคงอย่างสิงหา คอยมาวนเวียนและอยู่เคียงข้างกายในชีวิตแบบนี้... มันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องที่แย่หรือน่ารำคาญใจเลย สักนิดเดียว..
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







