LOGINหลังจากวันนั้น... ที่เหนือฟ้ายอมรับคำสารภาพออกไปว่า "คุณ... ตามจีบผมสำเร็จแล้วล่ะครับ"อะไรหลาย ๆ อย่างรอบตัวก็ดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนไป ทว่าในขณะเดียวกัน มันก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ยังคงดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ ราวกับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปร
คลื่นสมุทรยังคงสวมบทบาทผู้ชายกวนประสาทคนเดิม ไม่มีเปลี่ยน ชายหนุ่มยังคงจัดแจงส่งแก้วกาแฟอุ่น ๆ มาให้เขาในทุกเช้า ยังคงแอบเอาขนมหวานรสโปรด มาวางแหมะไว้หน้าห้องทำงานและยังคงเดินตามหลังเขาต้อย ๆ ไปทั่วทั้งรีสอร์ต... เหมือนเดิมทุกประการ
ยกเว้นเพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยน... คือหัวใจของเหนือฟ้า
"เหนือฟ้าครับ... คุณกำลังแอบนั่งยิ้มหวานอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ"
คลื่นสมุทรเอ่ยทักขึ้นมากลางปล้องในระหว่างที่การประชุม บริหารระดับสูงกำลังดำเนินอยู่ เหนือฟ้าสะดุ้งตัวโยนหันขวับไปถลึงตาใส่ทันควัน
"อะหึ่ม!" เหนือฟ้ากดเสียงต่ำทำหน้านิ่ง "คุณคลื่นสมุทรครับ... ตอนนี้คุณกำลังอยู่ในหน้าที่นำเสนอแผนงานพัฒนาต่อ หน้าบอร์ดบริหารอยู่นะครับ"
"ก็จริงครับ..." คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำหน้าตาเฉย ก่อนจะหมุนตัวหันไปเอ่ยประโยคถัดมาต่อหน้าคณะ ผู้บริหารทั้งห้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"สำหรับผมแล้ว... เรื่องของคุณเหนือฟ้า มันมีความสำคัญมากกว่าแผนงานพวกนี้ตั้งเยอะนะครับ"สิ้นกระแสคำพูดอันแสนอุกอาจ ห้องประชุมทั้งห้องพลันเงียบกริบดิ่งลงสู่ความสงัดทันที คณะกรรมการและหัวหน้าแผนกทุกท่านพร้อมใจกันก้มหน้า มองต่ำ จ้องแผ่นกระดาษบนโต๊ะกันพัลวัน ทำเป็นหูทวนลมราวกับไม่ได้ยินประโยคบอกรักชวนขนลุกเมื่อครู่เลยสักคนเดียว
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้นลง เหนือฟ้าจัดแจงลากแขนเสื้อเชิ้ตของคลื่นสมุทรออกมาบริเวณพื้นที่โล่งด้านนอกทันทีด้วยความฉุนเฉียว
"คุณคลื่นสมุทร! คุณพูดจาพึ่งพำแบบนั้นกลางห้องประชุมได้ยังไงกัน!" "แบบไหนงั้นเหรอครับ"
"ก็ไอ้ประโยคชวนสยองเมื่อกี้ไงล่ะ!" คลื่นสมุทรขยับคลี่ยิ้มละมุน "อ๋อ... ก็ผมพูดตามความจริงนี่ครับ" "คุณคลื่น! คนอื่นเขาอยู่กันเต็มห้องประชุมขนาดนั้น คุณไม่คิดจะอายบ้างหรือไงครับ" "แล้วยังไงล่ะครับ คนอื่นจะอยู่ช่างปะไร"เหนือฟ้าถึงกับอ้าปากค้าง พูดสิ่งใดไม่ออกไปชั่วขณะ เพราะไอ้ผู้ชายหน้าทนตรงหน้าไม่ได้มีท่าทีเดือดร้อนหรือสะทกสะท้านกับสายตาชาวโลกเลยแม้แต่นิดเดียว
"งั้น... ในเมื่อคุณเปิดประเด็นขึ้นมาแล้ว ผมขอเป็นฝ่ายเอ่ยถามคำถามคุณกลับบ้างนะครับ" คลื่นสมุทรหยุดก้าวเท้า ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แววตาคู่คมฉายประกายความจริงจังและหนักแน่นขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"สรุปแล้วในเวลานี้... พวกเราสองคนเป็นอะไรกัน... "
เหนือฟ้าชะงักกึกไปในทันที
"ผม... ผมไม่รู้ครับ" เหนือฟ้าเอ่ยตอบตามความสัตย์จริง "ไม่รู้งั้นเหรอครับ?"
"ก็ผมไม่เคย..." ชายหนุ่มเว้นจังหวะคำพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะแผ่วเบาให้กับความขลาดเขินของตัวเอง "ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับใครมาก่อนเลยนี่ครับ"
คลื่นสมุทรจ้องมองใบหน้าหวานเงียบ ๆ ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากเร่งรัด หรือส่งกระแสความกดดันใด ๆ คอยยื่นเวลาให้อีกฝ่ายได้ระบายความในใจออกมาอย่างเต็มที่
"ตลอดชีวิตที่ผ่านมา... ผมไม่เคยมีใครที่ทำให้ผมต้องเผลอนั่งคิดถึงได้แทบ จะทั้งวันทั้งคืนขนาดนี้" เหนือฟ้ากระซิบพูด แผ่นอกบางกระเพื่อมไหว
"ไม่เคยมีใคร... ที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกอยากเจอหน้าในทุก ๆ วัน และที่สำคัญ... ไม่เคยมีใคร ที่สามารถทำให้ผมยิ้มออกมา ได้บ่อยครั้งมากมายขนาดนี้... นอกจากคุณ"คลื่นสมุทรขยับคลี่ยิ้มละมุนลึกซึ้ง แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอมอย่างที่สุด
"งั้น... ในเมื่อคุณประธานหาคำนิยามไม่ได้ พี่จะช่วยเป็นคนตอบคำถามนี้ให้เองดีไหมครับ" "ตอบว่าอะไรล่ะครับ..."
"พวกเราสองคน... เป็นคนที่กำลังตกหลุมรักและชอบพอกันอยู่ยังไงล่ะครับ"
เหนือฟ้าหลุดเสียงหัวเราะใสออกมาทันควัน ก่อนจะส่ายหัวไปมาด้วยความระอา
"คุณนี่มันจริง ๆ เลยนะ..."
"อ้าว... หรือว่าพี่พูดสิ่งใดผิดไปงั้นเหรอครับ" คลื่นสมุทรแกล้งเลิกคิ้ว
"หรือว่า... เหนือฟ้าอยากให้พี่แปรเปลี่ยนไปใช้คำสรรพนามคำว่า ‘แฟน’ แทนดีล่ะครับ"
"คลื่น..." เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ หน้าร้อนผ่าวราวกระดาษติดไฟ "ครับผม?"
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยครับ"
"รับทราบครับคุณแฟน" ตอบรับคำสั่งคำดุดันแล้วทว่าเรียวปากหยักหนาก็ยังคงขยับจุดยิ้มกว้างขวางล้อเลียนอยู่เหมือนเดิม ช่างน่าตีที่สุดในสามโลก
ในเวลาเดียวกัน... ณ ห้องพักสวีทวิลล่าระดับ VIP
น่านน้ำ หัวหน้าแผนก Guest Experience กำลังยืนปักหลักอยู่บริเวณหน้าบานประตูห้องพัก พร้อมกับสวมสีหน้าท่าทางระอาใจเต็มทน เหตุผลก็เพราะว่าไอ้แขก VIP ตัวแสบภายในห้องพักห้องนี้ จัดแจงส่งสายเรียกตัวเขาให้เดินขึ้นมาพบปะอีกแล้ว... และนี่ก็นับเป็นรอบที่หกของวันเข้าไปแล้วด้วยมั้ง!
ก๊อก... ก๊อก...
"บานประตูไม่ได้ล็อกครับ เข้ามาได้เลย"
น่านน้ำผลักบานประตูเปิดก้าวเท้าเข้าไปด้านใน ก่อนจะพบว่าร่างสูงใหญ่ของสิงหากำลังนั่งเอนหลังพิงโซฟาหรูอย่างสบายอารมณ์ ในอุ้งมือหนามีแก้วไวน์แดงทรงสูงถูกแกว่งไปมาเป็นจังหวะ เคียงคู่กับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับใบหน้าเหมือนเดิมก่อนหน้านี้ ก็แอ๊คท่าแบบนี้
"วันนี้... คุณสิงหามีปัญหาเดือดร้อนอะไรชวนปวดหัวอีกครับ" น่านน้ำเอ่ยถามเสียงเรียบ
"คิดถึงครับ"
"..." น่านน้ำลอบถอนหายใจยาวเหยียด "คุณใช้มุกคำว่าคิดถึงนี้พร่ำเพรื่อไปแล้วครับ" "ถึงมันจะเป็นมุกเก่า... แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังคงได้ผลดีกับคุณเสมอนะ"
น่านน้ำกลอกตากลมโตเป็นรูปตัวคิว ก่อนจะหมุนตัวตั้งท่าจะสาวเท้าเดินกลับออกไปจากห้องพักทันควัน ทว่ากระแสเสียงทุ้มต่ำของสิงหาที่ดังไล่หลังตามมา... กลับดูแผ่วเบาและแหบพร่ากว่าปกติธรรมดา
"คุณ... ยังคงนึกโกรธเคืองเรื่องราวในอดีตของผมอยู่ฝ่ายเดียว งั้นเหรอครับ..."
ฝีเท้าของน่านน้ำพลันชะงักกึกไปในทันตา... และนี่ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้เดินทางมาพบเจอกัน ที่รีสอร์ตแห่งนี้... ที่สิงหาไม่ได้เอ่ยประโยคคำพูดล้อเล่น ขบขันเลย
"ผม... ผมไม่ได้โกรธคุณเลยสักหน่อยครับ" น่านน้ำตอบโดยไม่หันกลับไปมอง
"งั้น... แล้วทำไมหลังจากค่ำคืนนั้น คุณถึงต้องเลือกที่จะวิ่งหนีและหายตัวไปจากชีวิตของผมล่ะ"
ประโยคคำถามขยี้ปมบาดแผลเก่า ส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องพักตกอยู่ในความเงียบงัน อึมครึม น่านน้ำเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากันพรูลมหายใจยาว
"คุณ... ยังจำคืนแรกที่เราได้เจอกันได้จริง ๆ งั้นเหรอครับ" น่านน้ำเอ่ยถามเสียงแผ่ว สิงหาแค่นหัวเราะแผ่วเบา "จำได้สิครับ... อย่าว่าแต่คืนแรกเลย ต่อให้เป็นรายละเอียดของวันที่สอง วันที่สาม หรือทุก ๆ วินาทีที่มีคุณเข้ามาพัวพัน... ผมก็จดจำมันได้ขึ้นใจทั้งหมดนั่นแหละ"
พลัน... ภาพเหตุการณ์ความทรงจำในค่ำคืนนั้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ณ กรุงเทพมหานคร ก็ผุดย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดของคนทั้งคู่ชัดเจนอีกครั้งภายในงานอีเวนต์เปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มระดับพรีเมียมสุดหรูหราริมแม่น้ำเจ้าพระยา น่านน้ำไม่ได้มีความตั้งใจอยากจะเดินทางมาร่วมงานสังคม แบบนี้เลยสักนิด ทว่าเขาโดนกลุ่มเพื่อนสนิทลากตัวกึ่งบังคับให้มาเป็นเพื่อน เหตุผลเพียงเพราะว่าน่านน้ำเพิ่งจะผ่านพ้นการเลิกรากับแฟน เก่ามาหมาด ๆ เพื่อน ๆ จึงอยากให้เขาพาตัวออกมาเปิดหูเปิดตาใช้ชีวิตเสียบ้าง
ขณะที่สิงหา... ชายหนุ่มผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดในฐานะเจ้าภาพผู้จัดงานใหญ่ และกำลังเกิดอาการเบื่อหน่ายเหล่านักธุรกิจและแขกเหรื่อ ที่สววมหน้ากากทางสังคมในงานเลี้ยงเต็มทน
จนกระทั่ง... สายตาคู่คมกริบเหลือบไปสะดุดเข้ากับร่างโปร่งบาง ของผู้ชายคนหนึ่ง ที่กำลังยืนประคองแก้วค็อกเทลทอดสายตามองเหม่อ ออกไปนอกหน้าต่างเพียงลำพัง...
ผู้ชายคนนั้นมีดวงตาที่งดงามละมุนตา ทว่าในแววตากลับแฝงกระแสความเศร้าสร้อยเอาไว้บางเบา และที่สำคัญคือ ดูเหมือนเจ้าตัวไม่ได้ให้ความสนใจ เลยสักนิดว่าคนรอบข้างจะเป็นใครมาจากไหน... และนั่นถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของไฮโซหนุ่มอย่างสิงหา ที่เป็นฝ่ายยอมลดทิฐิก้าวเท้าเดินเข้าไปเอ่ยปากทักทายก่อน
"ขอโทษนะครับ... ไม่ทราบว่าผมพอจะมีเกียรติขอนั่งดื่มเป็นเพื่อนคุณ ตรงนี้ได้ไหมครับ"
น่านน้ำยังคงจดจำหยดถ้อยคำสุภาพในค่ำคืนนั้นได้เป็นอย่างดี... และแน่นอนว่าสิงหาเองก็ไม่เคยลืมเลือนมันเลยแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
ในค่ำคืนนั้น... พวกเขาพูดคุยถูกคอแลกเปลี่ยนทัศนียภาพชีวิตกัน จนกระทั่งงานเลี้ยงเลิก พากันเดินทอดน่องรับลมเย็นริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแบ่งปันบาดแผลในชีวิตราวกับเป็นคนที่รู้จักมักคุ้น กันมาเนิ่นนานหลายปี จนความรู้สึกดีๆที่มีให้กันพากันไปถึงห้องนอนเลยทีเดียว ด้วยยิ่งการที่น่านน้ำได้เห็น รูปร่างสูงโปร่งของสิงหา ค่อยถอดเสื้อ ซิกแพคบางๆ เริ่มขยับเข้ามาใกล้ ยิ่งทำให้ใจน่านน้ำเตลิด และเลิกใช้สมองสั่งการ ใช้เพียงร่างกายในการสื่อสาร พูดคุยซึ่งกันและกัน
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่น่านน้ำเดินทางกลับถึงบ้านพักส่วนตัว ชายหนุ่มกลับตัดสินใจ กดปุ่มบล็อกช่องทางการติดต่อสื่อสาร และโซเชียลมีเดียของสิงหาทิ้งทุกช่องทางในทันที
เหตุผลก็เพราะว่า... ตัวเขากำลังนึกหวาดกลัว กลัวว่าคนร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีที่มีผู้คนรายล้อมอย่างสิงหา... จะมองเห็นว่าคืนนั้นเป็นเพียงแค่เรื่องราวความสนุกสนาน ข้ามคืนชั่วครั้งชั่วคราว กลัวว่าตัวเขาเอง... จะกลายมาเป็นคนบ้าที่เผลอคิดจริงจังอยู่เพียงฝ่ายเดียว และที่นึกหวาดกลัวยิ่งกว่าสิ่งใด... คือกลัวตัวเอง จะต้องกลับไปเสียใจซ้ำรอยเดิมอีกครั้ง
"ผม... ผมไม่ได้หนีหายไปเพราะนึกเกลียดชัง หรือ ไม่ชอบอะไรในตัวคุณเลยนะครับคุณสิงหา" น่านน้ำเอ่ยกระซิบกระซาบเสียงแผ่วเบา
"งั้น... แล้วเหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่ล่ะครับน่านน้ำ บอกให้ผมตาสว่างทีเถอะ"
น่านน้ำสูดลมหายใจเข้าลึก หมุนตัวกลับมาสบสายตาคู่คมกริบของคนตรงหน้าตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยปากระบายความสัตย์จริงในหัวใจออกมาเป็น ครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน
"ก็เพราะว่า... ตัวผมเผลอเกิดความรู้สึก ‘ชอบคุณ’ เข้าให้แล้วน่ะสิครับ!"
สิ้นคำพูดของน่านน้ำ ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบสงัดราวกับป่าช้าทันควัน
สิงหานิ่งอึ้งตาค้างไปในทันที ร่างกายหนาแข็งทื่อราวกับลืมวิธีการหายใจไปชั่วขณะ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างขวางออกมาช้า ๆ อย่างมีความสุขล้นพ้นหัวใจ
"น่านน้ำ... คุณรู้ตัวไหมครับ"
"รู้อะไรของคุณครับ..."
น่านน้ำก้มหน้าหลบสายตาอุบอิบ "ว่าคุณนะน่ารักมาก"
น่านน้ำหลุดเสียงหัวเราะใสออกมาแผ่วเบาทั้งที่ขอบดวงตากลมโตเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ ขณะที่สิงหาเองก็รับรู้แจ้งแก่ใจในวินาทีนี้แล้วว่า... คนที่เขาเพียรพยายามออกเดินทางตามหามาตลอด ครึ่งค่อนเดือน ในเวลานี้... ได้ยอมเปิดใจต้อนรับเขาให้เข้าไปดูแลทีละเล็กทีละน้อย
และดูเหมือนว่าในค่ำคืนนี้... จะไม่ได้มีเพียงแค่คู่ของท่านประธานเหนือฟ้ากับคลื่นสมุทรเท่านั้นหรอกนะ ที่กำลังดำเนินเรื่องราวตกหลุมรักซึ่งกันและกันน่ะ เพราะในอีกฟากฝั่งหนึ่งของรีสอร์ต หัวใจอีกสองดวง... ก็กำลังทำหน้าที่ส่งเสียงเต้นโครมครามรุนแรง ไม่แพ้กันเลยสักนิดเดียวหนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







