เข้าสู่ระบบเหนือฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหากวนใจที่มีว่า 'คลื่นสมุทร'
หลังจากเดินทางกลับมาจากเกาะร้างส่วนตัวเมื่อสองวันก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างในรีสอร์ตก็ดำเนินไปตามปกติ ตัวเขายังคงสวมบทบาทท่านประธาน นั่งตรวจตราเอกสาร เข้าประชุมบริหาร และเป็นที่พิงของพนักงานทุกคนเช่นเดิม ทว่าลึก ๆ แล้วกลับมีบางสิ่งบางอย่างภายในใจ ที่เปลี่ยนไป
มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่แม้แต่ตัวเขาเองยังนึกกลัว... ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรส่งรอยยิ้มละมุนตาให้พนักงานคนอื่น.. สายตาของเขาจะคอยจับจ้องมองตาม ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรยืนพูดคุยอย่างสนิทสนมกับแขกสาว สวยๆ... เขาจะคอยสังเกตการณ์อย่างนึกจับผิด และทุกครั้งที่มีใครก็ตามเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้นเกิน กว่าระยะห่างที่ควรจะเป็น... ใจของเขาจะเกิดอาการ...
หงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
"คุณเหนือฟ้าคะ..." เสียงของเลขานุการสาวเอ่ยทักพลางเดินนอบน้อมเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารงบประมาณ
"คะ... ครับ?" เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบกระแอมไอปรับน้ำเสียงให้นิ่งเรียบ "มีรายงานอะไรด่วนหรือเปล่า"
"คือ... ตอนนี้คุณคลื่นสมุทรอยู่ที่บีชคลับค่ะคุณเหนือฟ้า" "แล้วยังไงครับ เขาจะอยู่ตรงไหนมันก็เรื่องของเขา" เหนือฟ้าทำเป็นพลิกหน้าเอกสารไปมา
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เพียงแต่... ตอนนี้มีกลุ่มแขกสาว ๆ ชาวต่างชาติรุมล้อมขอถ่ายรูปคู่กับคุณคลื่นเยอะมากเลยค่ะ ท่าทางคุณคลื่นจะฮอตน่าดูเลยนะคะ"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับคำนิ่ง ๆ พยายามฝืนตีสีหน้าเรียบเฉยไม่ใส่ใจ
"ก็ดีครับ... ถือเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับแขก"
"ค่ะ... งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ"
เลขานุการสาวยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้ท่านประธานหนุ่มนั่งจ้องมองแผ่นกระดาษเอกสารในมือนิ่งค้าง... โดยที่ไม่ได้ไล่อ่านตัวอักษรบนนั้นเลยแม้แต่บรรทัดเดียว เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเต็ม
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ร่างโปร่งบางในชุดสูทสากลพาสเทลกำลังก้าวเท้าเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่แถว ๆ บีชคลับริมชายหาด แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเดินตามหาใครบางคน ไม่ได้อยากรู้เลยสักนิดว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ และไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าคลื่นสมุทรจะอยู่ตรงพิกัดไหน ... จริง ๆ นะ
"เฮ้! คลื่น!"
เสียงหัวใจสำคัญอันแสนสดใสของหญิงสาวต่างชาติดังแว่วขึ้นมาตามลม เหนือฟ้าหมุนขวับหันมองตามสัญชาตญาณในทันที ก่อนจะได้พบเห็นภาพของหญิงสาวเรือนร่างเซ็กซี่คนหนึ่ง กำลังยืนพูดคุยกระหนุงกระหนิงอยู่กับคลื่นสมุทรอย่างใกล้ชิด คนทั้งคู่พากันหัวเราะร่า ดูสนุกสนาน ดูสนิทสนม และดู... เข้ากันได้ดีจนเกินความจำเป็น
เหนือฟ้ารู้สึกตึงแน่นและหน่วงปรวนแปรภายในอกขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
"คุณเหนือฟ้าครับ!" หัวหน้าแผนกอาหารและเครื่องดื่มเดินเข้ามาทัก "เมนูค็อกเทลตัวใหม่ที่ผมให้บาร์เทนเดอร์ทดลองขึ้นมา—" "ผ่านครับ" เหนือฟ้าตอบสวนคำนิ่ง ๆ
"เอ๊ะ? แต่คุณเหนือฟ้ายังไม่ได้ดูหน้าตาหรือชิมรสชาติเลยนะครับ" "ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อมั่นในฝีมือ"
"..."
หัวหน้าแผนกยืนทำหน้าเอ๋ออึกอักด้วยความงุนงง เพราะร้อยวันพันปีผู้บริหารคนนี้จะคอยเคี่ยวเข็ญและตรวจตราทุกรายละเอียดจนยิบย่อยที่สุด
ทว่าในเวลานี้ สายตาของเหนือฟ้ากลับจับจ้องตรงไปยังชายหาดเบื้องหน้าอีกครั้ง หญิงสาวต่างชาติคนนั้นหลุดหัวเราะร่าเริง ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปแตะลาดไหล่หนาของคลื่นสมุทรเบา ๆ คลื่นสมุทรขยับคลี่ยิ้มตอบรับกลับไปตามมารยาทอันดีงาม ทว่าสำหรับคนมองอย่างเหนือฟ้าแล้ว... มันช่างเป็นภาพที่ชวนให้หงุดหงิดลูกตาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น
"คุณเหนือฟ้าครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ส่งผลให้เหนือฟ้าต้องรีบหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า คลื่นสมุทรมายืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับเด่นหราบนใบหน้าคม
"มาเดินทำอะไรอยู่ตรงนี้งั้นเหรอครับ" "ผมมาเดินตรวจงานตามปกติครับ"
"เหรอครับ..." คลื่นสมุทรขยับก้าวเข้าไปหาพรางแกล้งเอียงคอถาม "แต่เมื่อกี้... ผมนึกว่าคุณกำลังยืนแอบมองผมอยู่เสียอีกนะครับ" "ผมไม่ได้มองคุณเลยสักนิด" "คุณยืนจ้องผมตาไม่กระพริบมาตั้งห้านาทีเต็มแล้วนะครับเหนือฟ้า"
"ผมไม่ได้—"
"เจ็ดนาทีต่างหากล่ะครับ... ผมคอยนั่งนับสถิติมองคุณอยู่ตลอดเลยนะ"
"..."
เหนือฟ้าหน้าร้อนผ่าว นึกอยากจะก้าวเท้าเดินหนีไปจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ ทว่ากลับไม่ทันการ เพราะคลื่นสมุทรหลุดหัวเราะหึในลำคอขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับยิงประโยคคำถามตรงไปตรงมาทลายกำแพงว่า
"คุณ... กำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า"
"..." "..."
เกิดความเงียบเข้าเกาะกุมคนทั้งคู่ไปในทันที เหนือฟ้าตกใจช็อกจนตาค้าง ขณะที่คลื่นสมุทรเองก็แอบช็อกไปเล็กน้อยเหมือนกัน เพราะตัวเขาเองก็เผลอหลุดปากเอ่ยถามออกไปตรง ๆ อย่างลืมตัว
"เปล่าสักหน่อย!" เหนือฟ้าชิงสวนคำตอบทันควัน น้ำเสียงลนลานและรวดเร็วเกินไปจนดูไม่มีความน่าเชื่อถือ เลยสักนิด
"ครับ ๆ" คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำยิ้ม ๆ ทว่าเรียวปากหยักกลับขยับคลี่ยิ้มกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ "ผมไม่ได้หึง"
"ครับผม เชื่อแล้วครับ" "และผมก็ไม่มีเหตุผลความจำเป็นอะไรที่จะ เกิดความรู้สึกหึงหวงคุณด้วย"
"ครับ ๆ ทราบแล้วครับ" "กรุณาหยุดส่งรอยยิ้มล้อเลียนแบบนั้นใส่ผมเดี๋ยวนี้นะ" "ข้อนี้คงจะทำตามสั่งไม่ได้หรอกครับ"
เย็นวันนั้น... ทางรีสอร์ตมีการจัดงาน Cocktail Sunset Party ต้อนรับเหล่าแขกที่พักในรีสอทร์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความครึกครื้น แขกเหรื่อมากมายมาร่วมงาน รวมถึงหญิงสาวชาวต่างชาติ คนเมื่อกลางวันคนนั้นด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะชื่นชอบคลื่นสมุทรเป็นพิเศษ
เหนือฟ้ายืนประคองแก้วไวน์พูดคุยเจรจาธุรกิจอยู่กับนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับคอยลอบมองสะบัดไปยังอีกฝั่งของ งานอยู่เป็นระยะ และทุก ๆ ครั้งที่มองไป... เขาก็จะต้องพบเจอกับภาพบาดตาภาพเดิม คือคลื่นสมุทรกำลังยืนสนทนาหัวเราะร่าเริงอยู่กับผู้หญิงคนนั้น
"คุณเหนือฟ้าครับ... คุณเหนือฟ้า!" นักลงทุนวัยกลางคนเอ่ยเรียกเสียงดังขึ้น "คุณโอเคหรือเปล่าครับ"
"ครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับคุณภาคภูมิ"
"คือ... ผมเห็นคุณกำลังออกแรงบีบก้านแก้วไวน์ในมือแน่นมาก เลยครับ ท่าทางเครียด ๆ นะครับเนี่ย"
เหนือฟ้าก้มลงมองตามคำทักทาย ก่อนจะพบว่ามือของตัวเองกำลังออกแรงบีบก้านแก้วแก้วไวน์ จนแทบจะแตกละเอียดคามือ ชายหนุ่มรีบคลายแรงบีบออกพลางส่งรอยยิ้มเจื่อน ๆ กลบเกลื่อนความนัยน์
หลังจากงานเลี้ยงเลิกราลง เหนือฟ้าพาเนื้อตัวเดินเลี่ยงมารับลมทะเลเย็น ๆ ตรงบริเวณชายหาดเงียบสงบด้านนอก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมสงบสติอารมณ์อันฟุ้งซ่าน ทว่าเขาก็ยังคงไม่เข้าใจความรู้สึกแปรปรวนของตัวเองอยู่ดี จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำบนผืนทรายดังตามหลังมา
"แอบหนีมาหลบมุมมืด ๆ คนเดียวอีกแล้วนะครับคุณเหนือฟ้า"
คลื่นสมุทร แน่นอน... ผู้ชายคนเดิมไม่มีเปลี่ยน
คนทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันท่ามกลางเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดและ กระแสแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงมากระทบผืนน้ำ
"ผู้หญิงต่างชาติคนเมื่อกลางวันคนนั้น... เธอสวยและดูดีมากเลยนะครับ" เหนือฟ้าเอ่ยพูดเปรยขึ้นมาลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสความประชดประชันประหลาด ๆ คลื่นสมุทรเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงน ก่อนจะจุดยิ้มละมุน "ผู้หญิงคนไหนงั้นเหรอครับ"
"ก็ผู้หญิงคนที่ยืนคุย ยืนหัวเราะกับคุณอยู่แทบจะทั้งวันคนนั้นไงครับ"
"อ๋อ... เธอคนนั้นน่ะเหรอครับ" คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะลั่น "เธอแต่งงานมีครอบครัวเรียบร้อยแล้วครับคุณเหนือฟ้า"
เหนือฟ้าชะงักกึก หมุนตัวมามองตาค้าง
"หือ? อะไรนะครับ" "เธอเดินทางมาพักผ่อนกับสามีของเธอน่ะครับ แขกผู้ชายฝรั่งร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าบาร์ตลอดในงาน คนนั้นนั่นไงครับ" "..."เหนือฟ้าเงียบกริบสนิทไปในทันที ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอาย
ขณะที่คลื่นสมุทรขยับระเบิดเสียงหัวเราะขำขันหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงกับต้องยกมือกุมท้องตัวเองเอาไว้
"ฮ่า ๆๆ เห็นไหมล่ะครับ... สรุปว่าคุณหึงจริง ๆ ด้วยสินะครับเนี่ย"
"ผมบอกว่าผมไม่ได้หึงไง!"
"ครับ ๆ เชื่อแล้วครับฮ่า ๆ"
"คลื่น..." เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ ดุฟ่อ "หยุดหัวเราะเยาะผมเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ขอโทษครับ ๆ แต่มันหยุดขำไม่ได้จริง ๆ นี่ครับ"
เหนือฟ้าสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดเขินขีดสุด จัดแจงหมุนตัวตั้งท่าจะสาวเท้าเดินหนีกลับห้องพัก ทว่าฝ่ามือหนาของคลื่นสมุทรกลับเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ เอาไว้แผ่วเบา ชายหนุ่มไม่ได้ออกแรงรั้งหรือขืนบังคับ... เขาเพียงแค่แผ่วแตะสัมผัสเอาไว้เพื่อให้คนหน้าหยุดรับฟัง
"คุณเหนือฟ้าครับ..."
กระแสเสียงทุ้มต่ำที่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและหนักแน่น ส่งผลให้เหนือฟ้าจำต้องหยุดชะงักและยอมหมุนใบหน้าหวานกลับมาสบตาอีกครั้ง
"มีอะไรอีกครับ..." คลื่นสมุทรจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนแสงจันทร์ ก่อนจะเอ่ยพูดย้ำช้า ๆ ชัดเจนหนักแน่นในทุกหยดคำพูด
"ตั้งแต่ในวินาทีแรกที่ผมได้เจอคุณ... สายตาและหัวใจของผม... ก็มองเห็นและล็อกเป้าหมายอยู่แค่คุณเหนือฟ้าเพียงคนเดียว มาโดยตลอดเลยนะ"
ใจของเหนือฟ้าแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ... เสียงเกลียวคลื่นทะเลซัดสาดรอบกายยังคงดังระงม สายลมทะเลยังคงพัดโชยผ่าน ทว่าในเวลานี้เขากลับไม่ได้ยินเสียงสิ่งใด บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว... นอกเสียจากกระแสประโยคอันแสนลึกซึ้งของผู้ชายตรงหน้า
และนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เหนือฟ้าจำเป็นต้องยอมรับความจริง กับหัวใจของตัวเองอย่างจำนนว่า
ตัวเขาไม่ได้เพียงแค่รู้สึกชอบเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคลื่นสมุทร... ไม่ได้เพียงแค่รู้สึกสบายใจและปลอดภัยเวลาที่มีอีกฝ่าย คอยเคียงข้าง... และไม่ได้เพียงแค่เกิดความรู้สึกคิดถึงจนวุ่นวายใจในยามที่ไม่พบเจอหน้า...
ทว่าในเวลานี้... ตัวเขากำลังก้าวตกลงไปในกลางมรสุมหัวใจ ตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อคลื่นสมุทรเข้าให้จริง ๆ เสียแล้ว
"คุณถือหุ้นอยู่เท่าไร"เหนือฟ้าเอ่ยถามขึ้นทันทีที่บานประตูห้องประชุมรับรองวีไอพี ปิดลงสนิท เสียงเยือกเย็นแฝงความระแวดระวังเต็มขั้นปราณไม่ได้มีทีท่าทุกข์ร้อน เขาขยับรอยยิ้มละมุนก่อนจะเลื่อนซองเอกสารสัญญาสีน้ำตาลชุดหนึ่งส่งไปบนโต๊ะกระจกสี่เหลี่ยมอย่างเชื่องช้า"ตอนนี้... สิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ครับ"ทั่วทั้งห้องประชุมพลันตกอยู่ในความเงียบงันทันที... เพราะตัวเลขสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ในโครงสร้างกระดานหุ้นของ เครือรีสอร์ตไม่ใช่เม็ดเงินจำนวนน้อย ๆ เลยแม้แต่นิดเดียว และมันมากพอที่จะสร้างแรงสั่นสะเทือนหรือเปลี่ยนทิศทางการบริหารงานของบอร์ดบริหารได้ดื้อ ๆ"นี่คุณแอบกว้านซื้อหุ้นเพิ่มงั้นเหรอะ?" คุณหญิงสุภาวดีเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเข้ม"ใช่ครับคุณหญิง" ปราณยอมรับหน้าตาเฉย"โดยที่ไม่มีการแจ้งความจำนงล่วงหน้าให้ทางเรา ทราบเลยเนี่ยนะ?""ในทางกฎหมายและข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์... ไม่ได้มีข้อห้ามไว้ นี่ครับ"เหนือฟ้าทอดสายตามองชายตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท... ใช่แล้ว นี่แหละคือตัวตนของปราณคนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ฉลาดเป็นกรด ใจเย็นราวกับน้ำแข็ง และมักจะชอบวางหมาก เดินเกมล่วงหน้าคนอื่นไปหลายก้าวเสมอ"คุณต้องการอะไร
เหนือฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับเรื่องหน้าปวดหัว...ชนวนเหตุหลัก ในคราวนี้ มันไม่ได้มีผลพวงมาจากกระแสข่าวฉาวโฉ่ บิดเบือนบนโลกออนไลน์แต่เพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นเพราะจำนวนสายเรียกเข้าจากเลขหมายภายในและภายนอกที่แผดเสียงดังระงับติดต่อกันไม่ยอมหยุดหย่อนมาตั้งแต่เช้าตรู่กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย... นักลงทุนหน้าใหม่... พันธมิตรทางธุรกิจ...ทุกคนต่างต้องการคำชี้แจงและคำอธิบายอย่างเป็นทางการ ทุกคนต้องการความมั่นใจในเสถียรภาพของโครงการSea & Soul Experience และเหนือสิ่งอื่นใดคือ... ทุกสายตาของคนเหล่านั้นกำลังจับจ้องมองตรงมาที่ความ สัมพันธ์ลับ ๆ ระหว่าง ‘เขา’ กับ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างไม่ยอมกะพริบตา"คุณเหนือฟ้าครับ... พักผ่อนสายตาก่อนสักนิดเถอะนะ"คลื่นสมุทรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่น พลางจัดแจงวางถ้วยกาแฟดำร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่เหนือฟ้าถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้าปฏิเสธ "ยังพักไม่ได้หรอก""นี่คุณนั่งหน้านิ่งตรงนี้มาติดต่อกันแปดชั่วโมงเต็ม ๆ แล้วนะครับ" เขาท้วงติงด้วยแววตาเป็นห่วง"แต่งานมันยังเหลือค้างอยู่อีกตั้งหลายส่วนนี่ครับ"คลื่นสมุทรลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยื่นจานที่บรรจุแซ
เหนือฟ้าไม่เคยวิ่งเร็วขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต...ไม่ใช่ตอนเป็นเด็กที่วิ่งเล่นสนุกสนาน ไม่ใช่ตอนแข่งกีฬาสีของโรงเรียน และไม่ใช่แม้กระทั่งตอนที่บริษัทเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่จนแทบจะล้มละลาย ทว่ามันคือวินาทีนี้... วินาทีที่โสตประสาทแว่วได้ยินคำรายงานอันน่าสะพรึงกลัวว่า“คุณคลื่นตกน้ำครับ...”สายฝนเบื้องนอกยังคงเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง กระแสลมพายุพัดหวีดหวิวรุนแรง ทว่าเหนือฟ้ากลับไม่ได้ยินเสียงของธรรมชาติเหล่านั้นเลยแม้ แต่น้อย เท้าวิ่งตะบึงออกจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน มุ่งตรงดิ่งไปยังสะพานท่าเทียบเรืออย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกตื่นตระหนกหรือมือของใครที่ จะยื่นเข้ามาฉุดรั้งห้ามปราม"คุณเหนือฟ้าครับ! หยุดก่อนครับคุณเหนือฟ้า!"ธาม วิ่งกระหืดกระหอบตามมาติด ๆ ก่อนจะส่งเสียงตะโกนฝ่าสายฝน "เรือกู้ภัยกำลังแล่นกลับเข้าเทียบฝั่งแล้วครับ!"เหนือฟ้าชะงักกึก ร่างกายหอบหายใจรุนแรงจนแผ่นอกกระเพื่อม สายตาทอดมองฝ่าความมืดมิดและม่านฝนหนาทึบออกไปทว่าเบื้องหน้ากลับมีเพียงคลื่นยักษ์ม้วนตัวสลับซับซ้อน ไม่มีสิ่งใดปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่เงาสิบนาที... ยี่สิบนาที... จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู
หกสัปดาห์เต็มผ่านพ้นไปหลังจากเริ่มต้นโครงการ"Sea & Soul Experience"ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้สวยจนน่าเหลือเชื่อ ยอดจองโปรแกรมการท่องเที่ยวรอบทดลองถูกจองจนเต็ม โควตาภายในระยะเวลาเพียงแค่สามวัน เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายท่องเที่ยวชื่อดังเริ่มพากันรีวิว และพูดถึงรีสอร์ตในแง่มุมใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์ และที่สำคัญที่สุด... กลุ่มผู้ถือหุ้นบางคนที่เคยตั้งแง่รังเกียจ ก็เริ่มที่จะมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดดูเหมือนว่าคลื่นสมุทรจะพิสูจน์คุณค่าในตัวเองได้จริง ๆ แต่ โลกแห่งความจริงมักจะไม่ยอมปล่อยให้คนเราได้เสพสุข กับความสบายใจนานเกินไปเสมอเช้าวันจันทร์ที่แสนหม่นหมอง ท้องฟ้าเบื้องบนมืดครึ้มและต่ำลงอย่างผิดปกติ กระแสลมพัดเอากลิ่นคาวทะเลและละอองน้ำขึ้นมา ปะทะชายฝั่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆภายในห้องประชุมปฏิบัติการส่วนหน้า ธาม กำลังยืนกอดอกจดจ้องมองหน้าจอเรดาร์ตรวจอากาศดิจิทัล ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขั้นสูงสุด"คุณคลื่นครับ..." ธามเอ่ยเรียกเสียงหนัก"ครับคุณธาม มีอะไรหรือเปล่า?" คลื่นสมุทรเดินเข้าไปหา"พายุครับ..."ชายหนุ่มชะงักกึกทันที สายตาคมกวาดมองกลุ่มก้อนสีแดงและส้มเข้ม บนหน้าจอ หย่อมความกดอากาศต่ำก
หนึ่งสัปดาห์เต็ม ๆ หลังจากผ่านพ้นศึกเจรจาในห้องประชุมผู้ถือหุ้นที่กรุงเทพฯ... ดูเหมือนว่ากราฟชีวิตของคลื่นสมุทรจะเริ่มห่างไกลจากคำว่า ‘สนุก’ ออกไปทุกทีนั่นก็เพราะว่า ในโลกของความเป็นจริง... การก้มหน้าก้มตาทำงานเพื่อ ‘พิสูจน์ตัวเอง’ กับการโดนจงใจจับผิดอย่างมีอคติ มันเป็นคนละเรื่องกันอย่างสิ้นเชิง และในเวลานี้ ชายหนุ่มในคราบนักบริหารฝึกหัดกำลังเผชิญหน้ากับ ทั้งสองสิ่งนี้พร้อม ๆ กันในเวลาเดียวกัน"งบประมาณในส่วนของการจัดซื้ออุปกรณ์เซฟตี้ชุดนี้... ไม่ผ่านครับ"ปัง! แฟ้มเอกสารปกแข็งถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะประชุมสี่เหลี่ยม อย่างแรงด้วยฝีมือของ ธาม รองผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เจ้าตัวยังคงรักษาใบหน้านิ่งเฉยทว่าแววตาฉายกระแสความตึง เครียดชัดเจน"ขอทราบเหตุผลหน่อยครับคุณธาม" คลื่นสมุทรเอ่ยถามเสียงนุ่ม ท่าทียังคงนิ่งสงบ"ตัวเลขงบประมาณที่ตั้งมามันลอยเกินไป ไม่มีข้อมูลเชิงสถิติหรือซัพพลายเออร์รองรับที่เพียงพอครับ""แต่ในภาคผนวกหน้าสุดท้าย ผมแนบใบเสนอราคาเปรียบเทียบจากสามบริษัทท้องถิ่นไปให้ ครบถ้วนแล้วนะครับ""ผมตรวจดูแล้ว... และคิดว่ามันยังดีไม่พอ" ธามสวนกลับทันควันโดยไม่เสียเวลาคิดบรรยากาศภายในห้อง
ณ ห้องประชุมใหญ่ของสำนักงานกลุ่มบริษัทในเครือ กรุงเทพมหานครบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดอันหนักอึ้ง รังสีความกดดันแผ่กระจายจากเหล่านักลงทุน กรรมการบริหาร และผู้ถือหุ้นระดับอาวุโสที่นั่งประจำตำแหน่งกันอย่างพร้อม หน้าตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิดประเด็นเหนือฟ้านั่งสถิตอยู่ตรงหัวโต๊ะยาว ใบหน้าสวยเนี้ยบยังคงเรียบเฉย ไร้ความรู้สึกราวกับรูปสลักน้ำแข็งตามพิมพ์นิยม หากใครที่สนิทและรู้จักตัวตนของเขาดีพอ จะรับรู้ได้ในทันทีว่าในเวลานี้ประธานหนุ่มกำลังแบกรับ ความกดดันมหาศาล... ที่มันบีบคั้นรุนแรงยิ่งกว่า ช่วงเวลาที่เขาต้องคอยลุ้นผลประกอบการตอนเปิดรีสอร์ต ในเดือนแรกเสียอีก"เริ่มเปิดการประชุมวิสามัญ" เสียงทรงอำนาจของประธานบอร์ดบริหารเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัด ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารตรงหน้าขึ้นมาและกระดาษแผ่นแรกที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอโปรเจกเตอร์ กลางห้อง... คือภาพถ่ายใบหน้าของคลื่นสมุทรกึก... ฝ่ามือเรียวบางของเหนือฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะประชุมกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีดในทันที"คุณเหนือฟ้าครับ..." กรรมการบริหารรายหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา "ทางเราได้รับข้อร้องเรียนและหนังสือ




![องศาเดือดเชือดหัวใจ [End]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


