Masukเหนือฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับปัญหากวนใจที่มีว่า 'คลื่นสมุทร'
หลังจากเดินทางกลับมาจากเกาะร้างส่วนตัวเมื่อสองวันก่อน ทุกสิ่งทุกอย่างในรีสอร์ตก็ดำเนินไปตามปกติ ตัวเขายังคงสวมบทบาทท่านประธาน นั่งตรวจตราเอกสาร เข้าประชุมบริหาร และเป็นที่พิงของพนักงานทุกคนเช่นเดิม ทว่าลึก ๆ แล้วกลับมีบางสิ่งบางอย่างภายในใจ ที่เปลี่ยนไป
มันเป็นความเปลี่ยนแปลงที่แม้แต่ตัวเขาเองยังนึกกลัว... ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรส่งรอยยิ้มละมุนตาให้พนักงานคนอื่น.. สายตาของเขาจะคอยจับจ้องมองตาม ทุกครั้งที่เห็นคลื่นสมุทรยืนพูดคุยอย่างสนิทสนมกับแขกสาว สวยๆ... เขาจะคอยสังเกตการณ์อย่างนึกจับผิด และทุกครั้งที่มีใครก็ตามเข้าไปใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้นเกิน กว่าระยะห่างที่ควรจะเป็น... ใจของเขาจะเกิดอาการ...
หงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
"คุณเหนือฟ้าคะ..." เสียงของเลขานุการสาวเอ่ยทักพลางเดินนอบน้อมเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารงบประมาณ
"คะ... ครับ?" เหนือฟ้าสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบกระแอมไอปรับน้ำเสียงให้นิ่งเรียบ "มีรายงานอะไรด่วนหรือเปล่า"
"คือ... ตอนนี้คุณคลื่นสมุทรอยู่ที่บีชคลับค่ะคุณเหนือฟ้า" "แล้วยังไงครับ เขาจะอยู่ตรงไหนมันก็เรื่องของเขา" เหนือฟ้าทำเป็นพลิกหน้าเอกสารไปมา
"ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เพียงแต่... ตอนนี้มีกลุ่มแขกสาว ๆ ชาวต่างชาติรุมล้อมขอถ่ายรูปคู่กับคุณคลื่นเยอะมากเลยค่ะ ท่าทางคุณคลื่นจะฮอตน่าดูเลยนะคะ"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับคำนิ่ง ๆ พยายามฝืนตีสีหน้าเรียบเฉยไม่ใส่ใจ
"ก็ดีครับ... ถือเป็นการสร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับแขก"
"ค่ะ... งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ"
เลขานุการสาวยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัยก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป ทิ้งให้ท่านประธานหนุ่มนั่งจ้องมองแผ่นกระดาษเอกสารในมือนิ่งค้าง... โดยที่ไม่ได้ไล่อ่านตัวอักษรบนนั้นเลยแม้แต่บรรทัดเดียว เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเต็ม
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ร่างโปร่งบางในชุดสูทสากลพาสเทลกำลังก้าวเท้าเดินตรวจตราความเรียบร้อยอยู่แถว ๆ บีชคลับริมชายหาด แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเดินตามหาใครบางคน ไม่ได้อยากรู้เลยสักนิดว่าใครกำลังทำอะไรอยู่ และไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าคลื่นสมุทรจะอยู่ตรงพิกัดไหน ... จริง ๆ นะ
"เฮ้! คลื่น!"
เสียงหัวใจสำคัญอันแสนสดใสของหญิงสาวต่างชาติดังแว่วขึ้นมาตามลม เหนือฟ้าหมุนขวับหันมองตามสัญชาตญาณในทันที ก่อนจะได้พบเห็นภาพของหญิงสาวเรือนร่างเซ็กซี่คนหนึ่ง กำลังยืนพูดคุยกระหนุงกระหนิงอยู่กับคลื่นสมุทรอย่างใกล้ชิด คนทั้งคู่พากันหัวเราะร่า ดูสนุกสนาน ดูสนิทสนม และดู... เข้ากันได้ดีจนเกินความจำเป็น
เหนือฟ้ารู้สึกตึงแน่นและหน่วงปรวนแปรภายในอกขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
"คุณเหนือฟ้าครับ!" หัวหน้าแผนกอาหารและเครื่องดื่มเดินเข้ามาทัก "เมนูค็อกเทลตัวใหม่ที่ผมให้บาร์เทนเดอร์ทดลองขึ้นมา—" "ผ่านครับ" เหนือฟ้าตอบสวนคำนิ่ง ๆ
"เอ๊ะ? แต่คุณเหนือฟ้ายังไม่ได้ดูหน้าตาหรือชิมรสชาติเลยนะครับ" "ไม่เป็นไรครับ ผมเชื่อมั่นในฝีมือ"
"..."
หัวหน้าแผนกยืนทำหน้าเอ๋ออึกอักด้วยความงุนงง เพราะร้อยวันพันปีผู้บริหารคนนี้จะคอยเคี่ยวเข็ญและตรวจตราทุกรายละเอียดจนยิบย่อยที่สุด
ทว่าในเวลานี้ สายตาของเหนือฟ้ากลับจับจ้องตรงไปยังชายหาดเบื้องหน้าอีกครั้ง หญิงสาวต่างชาติคนนั้นหลุดหัวเราะร่าเริง ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปแตะลาดไหล่หนาของคลื่นสมุทรเบา ๆ คลื่นสมุทรขยับคลี่ยิ้มตอบรับกลับไปตามมารยาทอันดีงาม ทว่าสำหรับคนมองอย่างเหนือฟ้าแล้ว... มันช่างเป็นภาพที่ชวนให้หงุดหงิดลูกตาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น
"คุณเหนือฟ้าครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ส่งผลให้เหนือฟ้าต้องรีบหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า คลื่นสมุทรมายืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับเด่นหราบนใบหน้าคม
"มาเดินทำอะไรอยู่ตรงนี้งั้นเหรอครับ" "ผมมาเดินตรวจงานตามปกติครับ"
"เหรอครับ..." คลื่นสมุทรขยับก้าวเข้าไปหาพรางแกล้งเอียงคอถาม "แต่เมื่อกี้... ผมนึกว่าคุณกำลังยืนแอบมองผมอยู่เสียอีกนะครับ" "ผมไม่ได้มองคุณเลยสักนิด" "คุณยืนจ้องผมตาไม่กระพริบมาตั้งห้านาทีเต็มแล้วนะครับเหนือฟ้า"
"ผมไม่ได้—"
"เจ็ดนาทีต่างหากล่ะครับ... ผมคอยนั่งนับสถิติมองคุณอยู่ตลอดเลยนะ"
"..."
เหนือฟ้าหน้าร้อนผ่าว นึกอยากจะก้าวเท้าเดินหนีไปจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ ทว่ากลับไม่ทันการ เพราะคลื่นสมุทรหลุดหัวเราะหึในลำคอขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับยิงประโยคคำถามตรงไปตรงมาทลายกำแพงว่า
"คุณ... กำลังหึงผมอยู่หรือเปล่า"
"..." "..."
เกิดความเงียบเข้าเกาะกุมคนทั้งคู่ไปในทันที เหนือฟ้าตกใจช็อกจนตาค้าง ขณะที่คลื่นสมุทรเองก็แอบช็อกไปเล็กน้อยเหมือนกัน เพราะตัวเขาเองก็เผลอหลุดปากเอ่ยถามออกไปตรง ๆ อย่างลืมตัว
"เปล่าสักหน่อย!" เหนือฟ้าชิงสวนคำตอบทันควัน น้ำเสียงลนลานและรวดเร็วเกินไปจนดูไม่มีความน่าเชื่อถือ เลยสักนิด
"ครับ ๆ" คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำยิ้ม ๆ ทว่าเรียวปากหยักกลับขยับคลี่ยิ้มกว้างขวางมากขึ้นเรื่อย ๆ "ผมไม่ได้หึง"
"ครับผม เชื่อแล้วครับ" "และผมก็ไม่มีเหตุผลความจำเป็นอะไรที่จะ เกิดความรู้สึกหึงหวงคุณด้วย"
"ครับ ๆ ทราบแล้วครับ" "กรุณาหยุดส่งรอยยิ้มล้อเลียนแบบนั้นใส่ผมเดี๋ยวนี้นะ" "ข้อนี้คงจะทำตามสั่งไม่ได้หรอกครับ"
เย็นวันนั้น... ทางรีสอร์ตมีการจัดงาน Cocktail Sunset Party ต้อนรับเหล่าแขกที่พักในรีสอทร์ บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความครึกครื้น แขกเหรื่อมากมายมาร่วมงาน รวมถึงหญิงสาวชาวต่างชาติ คนเมื่อกลางวันคนนั้นด้วย ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะชื่นชอบคลื่นสมุทรเป็นพิเศษ
เหนือฟ้ายืนประคองแก้วไวน์พูดคุยเจรจาธุรกิจอยู่กับนักลงทุนกลุ่มหนึ่ง ทว่าสายตาเจ้ากรรมกลับคอยลอบมองสะบัดไปยังอีกฝั่งของ งานอยู่เป็นระยะ และทุก ๆ ครั้งที่มองไป... เขาก็จะต้องพบเจอกับภาพบาดตาภาพเดิม คือคลื่นสมุทรกำลังยืนสนทนาหัวเราะร่าเริงอยู่กับผู้หญิงคนนั้น
"คุณเหนือฟ้าครับ... คุณเหนือฟ้า!" นักลงทุนวัยกลางคนเอ่ยเรียกเสียงดังขึ้น "คุณโอเคหรือเปล่าครับ"
"ครับ? มีอะไรหรือเปล่าครับคุณภาคภูมิ"
"คือ... ผมเห็นคุณกำลังออกแรงบีบก้านแก้วไวน์ในมือแน่นมาก เลยครับ ท่าทางเครียด ๆ นะครับเนี่ย"
เหนือฟ้าก้มลงมองตามคำทักทาย ก่อนจะพบว่ามือของตัวเองกำลังออกแรงบีบก้านแก้วแก้วไวน์ จนแทบจะแตกละเอียดคามือ ชายหนุ่มรีบคลายแรงบีบออกพลางส่งรอยยิ้มเจื่อน ๆ กลบเกลื่อนความนัยน์
หลังจากงานเลี้ยงเลิกราลง เหนือฟ้าพาเนื้อตัวเดินเลี่ยงมารับลมทะเลเย็น ๆ ตรงบริเวณชายหาดเงียบสงบด้านนอก พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อควบคุมสงบสติอารมณ์อันฟุ้งซ่าน ทว่าเขาก็ยังคงไม่เข้าใจความรู้สึกแปรปรวนของตัวเองอยู่ดี จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ย่ำบนผืนทรายดังตามหลังมา
"แอบหนีมาหลบมุมมืด ๆ คนเดียวอีกแล้วนะครับคุณเหนือฟ้า"
คลื่นสมุทร แน่นอน... ผู้ชายคนเดิมไม่มีเปลี่ยน
คนทั้งคู่ยืนเคียงข้างกันท่ามกลางเสียงเกลียวคลื่นซัดสาดและ กระแสแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงมากระทบผืนน้ำ
"ผู้หญิงต่างชาติคนเมื่อกลางวันคนนั้น... เธอสวยและดูดีมากเลยนะครับ" เหนือฟ้าเอ่ยพูดเปรยขึ้นมาลอย ๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสความประชดประชันประหลาด ๆ คลื่นสมุทรเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความฉงน ก่อนจะจุดยิ้มละมุน "ผู้หญิงคนไหนงั้นเหรอครับ"
"ก็ผู้หญิงคนที่ยืนคุย ยืนหัวเราะกับคุณอยู่แทบจะทั้งวันคนนั้นไงครับ"
"อ๋อ... เธอคนนั้นน่ะเหรอครับ" คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะลั่น "เธอแต่งงานมีครอบครัวเรียบร้อยแล้วครับคุณเหนือฟ้า"
เหนือฟ้าชะงักกึก หมุนตัวมามองตาค้าง
"หือ? อะไรนะครับ" "เธอเดินทางมาพักผ่อนกับสามีของเธอน่ะครับ แขกผู้ชายฝรั่งร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่หน้าบาร์ตลอดในงาน คนนั้นนั่นไงครับ" "..."เหนือฟ้าเงียบกริบสนิทไปในทันที ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอาย
ขณะที่คลื่นสมุทรขยับระเบิดเสียงหัวเราะขำขันหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงกับต้องยกมือกุมท้องตัวเองเอาไว้
"ฮ่า ๆๆ เห็นไหมล่ะครับ... สรุปว่าคุณหึงจริง ๆ ด้วยสินะครับเนี่ย"
"ผมบอกว่าผมไม่ได้หึงไง!"
"ครับ ๆ เชื่อแล้วครับฮ่า ๆ"
"คลื่น..." เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ ดุฟ่อ "หยุดหัวเราะเยาะผมเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"ขอโทษครับ ๆ แต่มันหยุดขำไม่ได้จริง ๆ นี่ครับ"
เหนือฟ้าสะบัดหน้าหนีด้วยความขัดเขินขีดสุด จัดแจงหมุนตัวตั้งท่าจะสาวเท้าเดินหนีกลับห้องพัก ทว่าฝ่ามือหนาของคลื่นสมุทรกลับเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือ เอาไว้แผ่วเบา ชายหนุ่มไม่ได้ออกแรงรั้งหรือขืนบังคับ... เขาเพียงแค่แผ่วแตะสัมผัสเอาไว้เพื่อให้คนหน้าหยุดรับฟัง
"คุณเหนือฟ้าครับ..."
กระแสเสียงทุ้มต่ำที่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังและหนักแน่น ส่งผลให้เหนือฟ้าจำต้องหยุดชะงักและยอมหมุนใบหน้าหวานกลับมาสบตาอีกครั้ง
"มีอะไรอีกครับ..." คลื่นสมุทรจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่สวยสะท้อนแสงจันทร์ ก่อนจะเอ่ยพูดย้ำช้า ๆ ชัดเจนหนักแน่นในทุกหยดคำพูด
"ตั้งแต่ในวินาทีแรกที่ผมได้เจอคุณ... สายตาและหัวใจของผม... ก็มองเห็นและล็อกเป้าหมายอยู่แค่คุณเหนือฟ้าเพียงคนเดียว มาโดยตลอดเลยนะ"
ใจของเหนือฟ้าแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ... เสียงเกลียวคลื่นทะเลซัดสาดรอบกายยังคงดังระงม สายลมทะเลยังคงพัดโชยผ่าน ทว่าในเวลานี้เขากลับไม่ได้ยินเสียงสิ่งใด บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว... นอกเสียจากกระแสประโยคอันแสนลึกซึ้งของผู้ชายตรงหน้า
และนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เหนือฟ้าจำเป็นต้องยอมรับความจริง กับหัวใจของตัวเองอย่างจำนนว่า
ตัวเขาไม่ได้เพียงแค่รู้สึกชอบเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคลื่นสมุทร... ไม่ได้เพียงแค่รู้สึกสบายใจและปลอดภัยเวลาที่มีอีกฝ่าย คอยเคียงข้าง... และไม่ได้เพียงแค่เกิดความรู้สึกคิดถึงจนวุ่นวายใจในยามที่ไม่พบเจอหน้า...
ทว่าในเวลานี้... ตัวเขากำลังก้าวตกลงไปในกลางมรสุมหัวใจ ตกหลุมรักผู้ชายที่ชื่อคลื่นสมุทรเข้าให้จริง ๆ เสียแล้ว
หนึ่งปีต่อมา...ณ ชายหาดผืนทรายขาวแห่งเดิม ในรีสอร์ตแห่งเดิมโครงการ ‘Sea & Soul Experience’ ซึ่งถูกพัฒนาต่อยอดมา บัดนี้ได้กลายสภาพเป็นหนึ่งในอภิมหาโครงการท่องเที่ยวเชิง ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงระดับสากลที่สุดของกรุ๊ปตอนนี้ เหนือฟ้า ได้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ บริษัทอย่างเป็นทางการและเต็มภาคภูมิ ในขณะที่ คลื่นสมุทร ขยับตบเท้าก้าวเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่าย พัฒนาประสบการณ์การท่องเที่ยว... ต่อให้ตำแหน่งหน้าที่การงานจะขยับสูงส่งขึ้นไป มากมายเพียงใด ชายหนุ่มคนนี้ก็ยังคงเป็นผู้บริหารคนเดิมที่ โปรดปรานการถอดรองเท้าเดินทอดน่องเท้าเปล่าไปตามแนว ชายหาดในยามเย็นเหมือนวันแรกไม่มีผิดเพี้ยนในวันนี้... พื้นที่ชายหาดส่วนตัวถูกเนรมิตตกแต่งประดับประดาไปด้วย กลุ่มพรรณไม้และดอกไม้สดสีขาวบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมละมุน โชยมาตามลม กระแสเสียงเครื่องดนตรีคลาสสิกเริ่ม บรรเลงขับกล่อมแผ่วเบา แขกเหรื่อและพนักงานทุกคนต่างพากันแต่งกายด้วยชุดสูท และราตรีสากลอย่างงดงามนั่นก็เพราะ... วันนี้คือวันสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคน ‘วันมงคลสมรสของเหนือฟ้าและคลื่นสมุทร’"ตื่นเต
“ปราณ”ชื่อสั้น ๆ เพียงคำเดียว หลุดออกจากปากของประธานหนุ่ม และนั่นส่งผลให้บรรยากาศแสนโรแมนติกริมชายหาดเมื่อครู่ พลันแปรเปลี่ยนดิ่งวับเข้าสู่ความตึงเครียดขึ้นมาในทันทีคลื่นสมุทรทอดสายตามองจ้องหน้าจอมือถือในมือของ เหนือฟ้า ก่อนจะลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "เอาไงครับคุณเหนือฟ้า... จะกดรับสายเขาไหม?"เหนือฟ้าจดจ้องอยู่ราวสองวิ ก่อนจะตัดสินใจกดปุ่มรับสาย"ว่าไง..."ปลายสายเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กระแสเสียงอันแสนคุ้นเคยจะดังสะท้อนลอดออกมา "เย็นชาเหมือนเดิมเลยนะ""มีอะไร" เหนือฟ้าตัดบทเข้าประเด็นทันที"ฉันอยู่ที่รีสอทร์คุณ" ปราณเอ่ยเหนือฟ้าขมวดคิ้วมุ่นทันควัน "แล้ว?""มีของจะให้"คลื่นสมุทรที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหรี่นัยน์ตาคู่คมลงต่ำทันที บอกตามตรงว่าในเวลานี้เขาเริ่มเกิดอาการไม่ถูกชะตาและไม่ชอบใจกับประโยคคำว่า ‘มีของจะให้’ จากปากอดีตคนรักของแฟนตัวเองเอาเสียเลย"ไม่เอา" เหนือฟ้าจัดแจงปฏิเสธเสียงแข็งแบบไม่ต้องเสียเวลาคิด"ใจร้าย" ปราณตัดพ้อลอย ๆ"ปราณ... ผมกำลังจะกินข้าว""งั้นเอาแบบสั้น" ปราณหลุดหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างที่สุด "มันเป็นของที่เกี่ยวกับพ่
ข่าวเรื่องการตกลงปลงใจเข้าพิธีวิวาห์ระหว่างท่านประธาน และท่าน ผอ. แพร่สะพัดกระจายตัวไปทั่วทั้งรีสอร์ตภายในระยะเวลาเพียงแค่ สี่นาทีถ้วน!มันเป็นความเร็วระดับสถิติโลกที่รวดเร็วยิ่งกว่าข่าวดาราตบกัน เร็วยิ่งกว่าสัญญาณเตือนภัยพายุมรสุมเข้า และที่สำคัญ... มันยังว่องไวกว่าตอนที่สิงหาเปิดฉากคุกเข่าขอน่านน้ำแต่งงานเมื่อไม่กี่วันก่อนเสียด้วยซ้ำไปเช้าวันรุ่งขึ้น คลื่นสมุทรสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาภายในโถงล็อบบี้ ส่วนกลางด้วยท่าทางสบาย ๆ ในมือถือแก้วกาแฟส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทว่าสิ่งที่สะดุดสายตาและโดดเด่นเป็นสง่าที่สุด กลับเป็น วงแหวนเงินแท้สีขาวบริสุทธิ์ที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย ของเจ้าตัว"อรุณสวัสดิ์ครับผอ.คลื่น!""ยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยนะครับ!""Congratulations ค่ะคุณคลื่น! เหมาะสมกันที่สุดในโลกเลย!""อ้าว ๆๆ ว่าที่เจ้าบ่าวป้ายแดงก้าวเดินมานั่นแล้วพวกเรา!"คลื่นสมุทรถึงกับชะงักฝีเท้ากึกไปหนึ่งจังหวะ ก่อนจะเบนสายตากวาดมองดูบรรดาพนักงาน สต๊าฟ และหัวหน้าส่วนงานทั้้งแผนกที่พร้อมใจกันมายืนปักหลักส่ง รอยยิ้มพรายพิมพ์ใจสลอนรอคอยเขาอยู่ก่อนแล้ว"นี่... ทุกคนทราบเรื่องนี้กันหมดแล้วงั้นเหรอครับ?" คลื่นสมุทรเอ
"คืนนี้มีปรากฏการณ์ฝนดาวตกใหญ่ครับ"ประโยครายงานแจ้งเพื่อทราบแสนธรรมดาสามัญประโยคหนึ่ง กลับสามารถแปรเปลี่ยนสภาพให้คนทั้้งรีสอร์ตต้องวิ่งวุ่นวาย โกลาหลกันยกใหญ่ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งค่อนวัน นั่นก็เพราะทันทีที่ข่าวดังกล่าวถูกประกาศแจ้งแก่นักท่องเที่ยว แขกเหรื่อเกือบทุกคนต่างพากันแห่ติดต่อเข้ามาจับจอง กิจกรรม 'ดูดาวรับลมริมหาด' จนโควตาที่นั่งเต็มแน่นเอี๊ยดในเวลาอันรวดเร็ว"นี่คนเราเขาชื่นชอบและคลั่งการนอนดูดวงดาว กันขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" ธามบ่นอุบอิบกระปอดกระแปดพลางตวัดสายตากวาดมอง ดูลิสต์รายชื่อยอดการจองห้องพักและกิจกรรมพรีเมียม"มันเป็นเรื่องของความโรแมนติกยังไงล่ะครับพี่ธาม" น่านน้ำเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม"อ๋อ... งั้นเหรอ" ธามพยักหน้ารับรู้ช้า ๆ ก่อนจะฉุกคิดหยุดชะงักกึกนิ่งไป"เดี๋ยวนะ...""มีอะไรเหรอพี่?""ถ้าอย่างนั้น... คืนนี้มันก็หมายความว่า..."สายตาของทุกคนในกลุ่มบริหารพลันพร้อมใจกันหมุนควับหัน ไปจับจ้องมองตรงไปยังบุคคลสองคนที่กำลังนั่งจดจ่ออยู่กับ แท็บเล็ตตรวจงานทันทีเหนือฟ้าที่สัมผัสรับรู้ได้ถึงมวลรังสีแปลก ๆ ละสายตาขึ้นมามอง "มีอะไรกันหรือเปล่าครับทุกคน?""เปล่าครับ! ไม่มีอะไรเลยคร
หากมีใครเดินมาเอ่ยปากถามพนักงานในรีสอร์ตว่า... บุคคลใดคือผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างความวุ่นวายและ หาเรื่องปวดหัวมาให้คนรอบข้างได้เก่งกาจที่สุดถ้าเป็นเมื่อก่อนในอดีต คำตอบอันดับหนึ่งคงจะหนีไม่พ้นชื่อของ ‘คลื่นสมุทร’ อย่างแน่นอน... ทว่าในปัจจุบันนี้ ทัศนคติของทุกคนได้แปรเปลี่ยนไปอย่างเป็นเอกฉันท์ และพร้อมใจกันตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า“คุณสิงหา...”"ผมกำลังจะแต่งงานครับ!"ประโยคบอกเล่าสั้น ๆ ทว่าหนักแน่นดังสนั่นขึ้นมากลางห้องประชุมบริหาร ในเวลาเก้าโมงเช้าตรู่ ส่งผลลัพธ์ให้ธามที่กำลัง ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มถึงกับสำลักไอคอกแคก ปากกาในมือเกือบหล่นพื้น และทำให้เหนือฟ้าต้องยอม ละสายตาเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร"หือ?" เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูงสิงหานั่งกอดอกยิ้มกริ่ม ใบหน้าหล่อเหลาอบอวลไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างที่สุด "ตามนั้นครับ... ผมกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์แล้ว""แล้ว... มีใครเขาถามคุณงั้นเหรอครับคุณสิงหา?" เหนือฟ้าสวนกลับหน้านิ่งครืนนนน!เสียงหัวเราะขบขันจากบรรดาหัวหน้าฝ่าย ในห้องประชุมดังขึ้นพร้อมกัน สิงหาไม่ได้มีทีท่าสะทกสะท้านคำแซะเลยแม้แต่น้อย เพราะในวันนี้เขากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษจนผิดหูผิดตา"รอบนี
หลังจากงานประกาศผลการประเมินสิ้นสุดลง ด้วยความสำเร็จอันเกรียงไกร ทางรีสอร์ตก็ได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ เป็นการภายในให้กับทีมงานเบื้องหลังผู้อยู่เบื้องหลังโครงการ Sea & Soul Experience ทุกคนบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มอย่างที่ไม่ได้เห็นมานาน ธาม ปลดปล่อยความเครียดทั้งหมดด้วย การดื่มเบียร์ไปรวดเดียวสามขวดรวดจนหน้าแดงก่ำ สิงหา ถึงกับเอ่ยปากประกาศกร้าวขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองทั้งทีมด้วยตัวเอง ในขณะที่ น่านน้ำ ยังคงวิ่งวุ่นวายกับการจัดแจงดูแล ความสะดวกสบายของแขกเหรื่ออย่างขยันขันแข็งส่วนทางด้านของ คลื่นสมุทร... บัดนี้เขากำลังถูกบรรดาพนักงานและสต๊าฟจากทุกภาคส่วนรุมล้อมแสดงความยินดีจนแทบจะไม่มีเวลาให้หยุดพักหายใจหายคอเลยทีเดียว"ท่านผู้อำนวยการคลื่นครับ!""ขอลายเซ็นลงบนเสื้อทีมหน่อยครับผม!""ห้ามลืมเลี้ยงฉลองพวกเราด้วยนะครับท่านผอ. คนใหม่!"กระแสเสียงแซวและแสดงความยินดีดังระงมขึ้นไม่ขาดสาย ส่งผลให้เจ้าของตำแหน่งคนใหม่ทำได้เพียงแค่หลุดหัวเราะร่วนออกมาด้วยความขัดเขิน ทว่า... ไม่ว่าตัวเขาจะกำลังยืนพูดคุย แลกเปลี่ยนบทสนทนากับใครอยู่ก็ตาม สายตาคู่คมของคลื่นสมุทรก







