Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-07-22 09:32:41

“เจ้าจะลงเขา?” หรงอวี๋คุนเลิกคิ้วมองบุตรชาย

“จะแต่งนางเป็นฮูหยินอย่างน้อยก็ต้องไปพบสักครา ชื่อเสียงและข่าวลือบางครั้งก็มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง”

แม้ไม่ใคร่จะลงเขาบ่อยนักแต่หรงเสียงก็ไม่ใช่ไม่เคยได้ยินเรื่องของอิ่นเฉียน ลือกันว่านางงดงามราวโฉมสะคราญตะวันออก เฉลียวฉลาดกว่าสตรีใดในใต้หล้า แกร่งกล้าอาจหาญราวบุรุษอกสามศอก ทว่าที่ได้ยินมาล้วนเป็นเรื่องดีทั้งสิ้น...

เห็นบุตรชายกับคนสนิทเดินออกไปหรงอวี๋คุนได้แต่ถอนหายใจ ราชโองการนี้ไม่รับไม่ได้เพราะตระกูลหรงติดค้างฮ่องเต้เรื่องหนึ่ง เขารับปากว่าไม่ว่าฮ่องเต้จะทรงประสงค์สิ่งใดเขาล้วนตอบตกลง

นึกถึงปีนั้นฮูหยินของตนคลอดยากและเสียเลือดมาก ในท้องพระคลังมีสมุนไพรหายากที่เขาไม่อาจหาได้ในเวลาอันสั้น เขาบากหน้าเข้าวังจนได้มา ทั้งนี้ก็เพราะความช่วยเหลือขององค์รัชทายาทซึ่งตอนนี้เป็นถึงฮ่องเต้

วันนี้ฮูหยินของเขารอดมาได้ บุตรชายคนเล็กเองก็เติบโต แต่บุตรคนที่สามของเขากลับต้องแต่งงานกับสตรีที่ไม่รู้จัก...

“ได้ยินมาว่านางเป็นผู้นำตระกูลอิ่นมิใช่หรือ เหตุใดฝ่าบาทจึงมีราชโองการเช่นนี้” หรงฮูหยินเดินมาหยุดข้างกายผู้เป็นสามี

หรงอวี๋คุนถอนหายใจ “อิ่นเฉียน สตรีเก่งกาจความคิดลึกล้ำ เกรงว่าฝ่าบาทคงไม่อาจควบคุมนาง ดังนั้นจึงจำต้องส่งนางออกให้ห่างจากวงการค้าและราชสำนัก”

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ”

“หมายความว่านางเก่งกาจเกินไป กระทั่งวันข้างหน้าอาจเป็นภัยคุกคามราชสำนัก คิดดูว่าหากนางแต่งเข้าตระกูลใดตระกูลหนึ่งในหกตระกูล เรื่องที่ฝ่าบาททรงอยากลดอิทธิพลคหบดีหกตระกูลก็คงยากแล้ว”

“สตรีเพียงนางเดียวถึงขนาดสามารถคุกคามราชสำนักได้จริงหรือ”

หรงอวี๋คุนยิ้มที่มุมปาก “ข้าเคยพบนางคราหนึ่ง แม้เห็นเพียงไกลๆ แต่กลับรับรู้ได้ถึงความเยือกเย็นยากคาดเดา ตอนนั้นนางก็แค่เด็กสาววัยสิบหกปี แต่นางกลับทำให้ผู้อื่นเกรงขามเพียงแค่มองอยู่ห่างๆ ...สตรีที่แม้แต่ฮ่องเต้เองก็ไม่อาจชี้พระหัตถ์ออกคำสั่ง”

“ไม่อาจชี้พระหัตถ์? แล้วเหตุใดเรื่องนี้นางยินยอม ได้ยินว่าทรงอยากรับนางเป็นสนมมิใช่หรือ”

หรงอวี๋คุนหันมามองฮูหยินของตน “เจ้าว่าหากนางยอมแต่งกับเจ้าสามแต่ไม่ยอมเป็นสนมเอก ฝ่าบาทจะทรงกริ้วเพียงใด”

หรงฮูหยินเลิกคิ้วอ้าปากค้าง “นางไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือจึงกล้าทำให้ฝ่าบาททรงกริ้ว”

“ข้าจึงได้บอกว่านางแตกต่างจากสตรีทั่วไป ก็ได้แต่หวังว่านางกับเจ้าสามจะเข้ากันได้ หวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะไม่เลวร้ายนัก”

...หาไม่เขาคงรู้สึกผิดต่อบุตรชายยิ่งนัก

ศาลาหลบแดดหลบฝนนอกกำแพงเมืองจี๋หลิน สตรีในชุดสีเขียวเข้มกำลังยืนมองไปยังกลุ่มรถม้าที่จอดรออยู่ไม่ไกลจากถนนเส้นหลัก ขบวนแรงงานทาสที่ต้องโทษกำลังจะผ่านมาในไม่ช้า

ในรถม้าหรูหราคืออิ่นอวิ๋นฉี สตรีชุดเขียวก็คืออิ่นเฉียน

“สตรีสองคนในขบวนทาส คนหนึ่งคืออดีตอี๋เหนียงของอิ่นหนาน อีกหนึ่งคือคุณหนูอิ่นคนที่หกขอรับ ปีที่นางก้าวขึ้นเป็นผู้นำมีข่าวว่าทั้งสองสิ้นใจหลังวางยาพิษอิ่นหนาน ยาพิษนั่นทำให้คุณชายอิ่นอวิ๋นฉีพิการจนเดินไม่ได้ เขาอยู่บนรถม้าคันนั้น”

อวี่เซิงรายงานทุกอย่างที่เขาสืบมาก่อนหน้านี้ให้ผู้เป็นนายฟัง

“ปีนั้นนางเองก็ถูกพิษ แต่หลังจากหายดีก็เข้าควบคุมท่าเรือและกิจการทั้งหมดของตระกูลอิ่น”

“หายดี?” หรงเสียงมองสตรีชุดเขียวที่มีผ้าคลุมไหล่สีเดียวกับชุด “อากาศร้อนถึงเพียงนี้แต่นางกลับพาดผ้าคลุมไหล่ออกมา เห็นชัดว่าเกรงว่าร่างกายจะโดนลมเย็น แพรพรรณให้ความอบอุ่นที่นางสวมใส่ไม่ใช่เพียงเพื่อโอ้อวดความมั่งคั่ง หาไม่เครื่องประดับคงมากชิ้นกว่านี้”

อวี่เซิงมองสตรีผู้นั้นก็เห็นเป็นจริง แม้แต่ต่างหูสตรีผู้นี้ก็คร้านจะใส่ เครื่องประดับบนร่างของนางมีเพียงปิ่นเรียบๆ ไม่โดดเด่นเพียงชิ้นเดียว “หรือนายท่านคิดว่าร่างกายของนาง...”

เสียงร้องไห้ดังขึ้นเมื่อขบวนทาสผ่านรถม้าหรูหรา อวี่เซิงรีบกล่าว “ดูเหมือนอี๋เหนียงและคุณหนูอิ่นผู้นั้นจะยังไม่รู้ว่าคุณชายอิ่นอวิ๋นฉียังมีชีวิตอยู่ พวกนางถูกกักขังเพื่อใช้งานหลังจวนตลอดมา เขาเองก็รู้สึกผิดเกินกว่าจะออกหน้าขอร้อง ทั้งยังไม่กล้าไปพบมารดากับพี่สาว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 34 จบ

    เดิมทีคิดว่าหากเขาไม่ได้มาครองก็จะทำลายทิ้งเสีย ถึงอย่างนั้นตอนที่ไปแอบดูโรงหมอของตระกูลหรง ภาพที่หรงเสียงตรวจชาวบ้าน ส่วนอิ่นเฉียนนั่งอยู่ข้างๆ ช่วยเขียนใบสั่งยา...เขาไม่เคยเห็นนางยิ้มเช่นนั้นมาก่อน เป็นรอยยิ้มซุกซนคล้ายเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่ง ดวงตาคาดหวังรอคอยคำชม ท่าทางราวกับเด็กสาวแรกรุ่นที่เริ่มรู้จักความรักนางในตอนนั้นมิใช่แม่นางอิ่นแห่งท่าเรือตระกูลอิ่นที่เขารู้จัก ไม่ใช่สตรีที่ทั้งสุขุมเยือกเย็น กระทั่งสามารถทำให้ผู้คนประหลาดใจได้ทุกเมื่อ---บทส่งท้าย---นางนั่งเย็บรองเท้าอยู่ใต้ต้นดอกซิ่งที่กำลังเบ่งบาน รอยยิ้มงดงามประดับบนใบหน้า ขณะมองฝีเข็มที่ตนลงมือทำเองอย่างภูมิใจ หน้าท้องนูนป่องบ่งบอกว่านางกำลังตั้งครรภ์แล้วและคงจะคลอดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าอิ่นเฉียนในวัยสามสิบ ทว่ากลับเพิ่งตั้งครรภ์บุตรคนแรก หันไปทางใดสายตาของสาวใช้ก็ทำให้นางถอนหายใจออกมาเสียงเบา“พวกเจ้าไม่มีอย่างอื่นต้องทำหรือไร”“ไม่มีเจ้าค่ะ!” ล้วนตอบนางเช่นนี้เมื่อนางถามจริงๆ นางก็รู้ดีว่านางตั้งครรภ์ตอนอายุเท่านี้มีความเสี่ยงมาก แต่ทำอย่างไรได้เล่าเมื่อนางกับหรงเสียงไม่มีทางเลือก ทนทรมานอยู่หลายปีเพราะต้องถอนพิษ

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 33

    เขาอยู่ตรงนั้นกำลังสนทนาอยู่กับบิดามารดาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ท่านพี่” นางก้าวออกไปแม้เท้าเย็นเยียบ เขาเองก็หันมามองด้วยสายตาตกตะลึง“รั่วรั่วเจ้าไม่ได้สวมรองเท้า!”ไม่สิ...ทั้งหมดนี้เหมือนความจริงมากจนนางไม่อยากคาดหวัง ด้วยกลัวว่าหากเข้าใกล้เขาทุกอย่างจะสูญสลายไปอิ่นเฉียนก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆ ทว่าจนแล้วจนรอดก็สะดุดล้มลงบนพื้น “หรงเสียง!” นางตะโกนสุดเสียงขอบตาร้อนผ่าวหัวใจบีบรัดเขาปราดเข้ามาหานางดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน “เจ้าออกมาทำไม ร่างกายของเจ้าอ่อนแอมาก รองเท้าเองก็ไม่ได้สวม”นางไม่ฟังแต่กอดเขาแน่นพร้อมสะอื้นเสียงดัง หน้าผากกดลงไปบนอกกว้าง “ท่านพี่...ฮือ...” นางร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น แม้กอดเขาแน่นแต่กลับยังรู้สึกกลัว“ไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้อง ไม่ต้องกลัว”“ข้ากำลังฝัน นี่ไม่ใช่ความจริง ข้าสมควรตายไปแล้ว” แต่เพราะเหตุใดนางยังกอดเขาได้ แถมตัวเขายังอุ่นมาก นี่เป็นอ้อมแขนที่ทำให้นางรู้สึกปลอดภัยไม่ผิดแน่“เจ้าไม่ได้ฝัน เราทั้งคู่ไม่ได้ฝัน นี่คือความจริง รั่วรั่ว มันเป็นความจริงเพราะเราทั้งคู่เลือกดื่มสุราพิษ”นางชะงักเงยหน้าขึ้นมองเขา “ท่าน...”เขายิ้ม “เด็กโง่ เหตุใดเลือกดื่มสุราพิษ”

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 32

    หัวใจของนางหล่นวูบ ความสุขที่เพิ่งผ่านเข้ามาคล้ายมลายหายไป หวาดหวั่นเหลือเกินว่าฮ่องเต้แสนวิปลาสผู้นี้จะพรากทุกอย่าง ...พรากเขาไปจากนาง“หรงเสียง...” นางกุมมือตัวเองแน่นขณะนั่งอยู่บนรถม้าด้วยความอกสั่นขวัญแขวนในห้องรับรองตำหนักหลงหวง ฮ่องเต้ก็ยังคงสุขุมเยือกเย็นและน่าเกรงขาม นางมองไปรอบๆ ไม่เห็นหรงเสียง “ฝ่าบาท สามีของหม่อมฉันเล่าเพคะ”“เจ้าหมายถึงผู้ใดเล่า บุรุษที่เรามอบหมายให้ดูแลรักษาเจ้าหรือ”นางขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายนิ่ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธกรุ่น “ทรงมอบสมรสพระราชทาน หม่อมฉันก็ยินดีแต่งเข้าตระกูลหรง บัดนี้ผู้คนล้วนตระหนักดีว่าหม่อมฉันก็คือฮูหยินน้อยของคุณชายสามตระกูลหรงแห่งหอโอสถ ตอนนี้กลับตรัสว่ามอบหม่อมฉันให้คุณชายสามดูแล ไม่ทรงนึกว่าน่าขันหรอกหรือเพคะ”“บังอาจ!!” ขันทีตวาดนางเสียงดัง ทว่าหญิงสาวกลับไม่หวั่นไหว นางจ้องบุรุษที่อยู่เหนือคนทั่วหล้าอย่างไม่เกรงกลัว เห็นอีกฝ่ายจ้องนางเขม็ง อยู่ๆ อิ่นเฉียนก็รู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก กลัวว่านางอาจเป็นต้นเหตุให้หรงเสียงตกอยู่ในอันตรายฮ่องเต้ผายมือไปยังขันทีด้านข้าง “นั่น...คือสุราพิษ”หญิงสาวหัวใจหล่นวูบ ในมือของขันทีมีถาดทองคำที่มีจอก

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 31

    อยู่ๆ ก็อยากกอดเขา อิ่นเฉียนเอนตัวเข้าหาเขา วาดสองแขนโอบแผ่นหลังกว้าง “ท่านพี่”“หืม”“เมื่อคืนข้าสนุกมาก ไม่เคยคิดเลยว่าช่วงเทศกาลบนถนนเมืองจี๋หลินยามค่ำคืนจะคึกคักขนาดนี้”เขาหัวเราะ “เช่นนั้นก็นับว่าคุ้มค่าที่เจ้าไข้ขึ้นสินะ”หญิงสาวหยัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา “หรงเสียง”“หืม”“ขอบคุณท่านมาก”เขายิ้มลูบแก้มนางไปคราหนึ่ง “อยากเช็ดตัวเปลี่ยนชุดหรือไม่ ข้าให้คนเตรียมมื้อเช้าเอาไว้แล้ว เราออกไปกินมื้อเช้ากันที่สวน เจ้าจะได้สูดอากาศ”“แล้วอวิ๋นซูกับอวิ๋นฉี?”“ออกไปที่ท่าเรือแต่เช้าแล้ว”นางพยักหน้า “เช่นนั้น...”“เสี่ยวฉิงเข้ามาเช็ดตัวให้นายเจ้า” เขาหันไปส่งเสียงบอกสาวใช้จากนั้นลุกขึ้น “ข้าออกไปรอเจ้าด้านนอก”คล้อยหลังเขาเสี่ยวฉิงเดินยิ้มเข้ามา ระหว่างช่วยผู้เป็นนายเช็ดตัวสาวใช้ก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ท่านเขยดูแลท่านทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน เขาไม่ยอมไปพักตอนข้าน้อยเสนอตัวช่วยดูแลท่าน เขา...ดีต่อท่านมากจริงๆ”อิ่นเฉียนยิ้ม “ข้ารู้”นางจำความรู้สึกตอนที่เขาช่วยปลอบโยนได้เป็นอย่างดี และนางเองก็ไว้ใจจนพึ่งพาเขาได้โดยไม่กังวลสักนิด “หรงเสียงผู้นี้...สามีของข้า” นางพึมพำกับตัวเองเสียงเบากลับจากจวนตระกู

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 30

    นางปรือตามองหรงเสียง ปากพึมพำขอโทษที่ทำให้เขาไม่ได้นอน เขาหัวเราะจากนั้นกอดนางพิงอก เนื่องจากนางบอกว่าหายใจไม่สะดวก “ข้าเป็นคนพาเจ้าออกไปตากลม ที่ต้องขอโทษคือข้ามากกว่า”“แต่ข้าสนุกมากเลยนะ นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เดินเที่ยวเล่นตามท้องถนนโดยไม่ต้องสนใจสิ่งใด”“ใช่ ข้าก็ด้วย” เขากล่าวพร้อมกับลูบหลังนางแผ่วเบา “ยังปวดศีรษะอยู่หรือไม่”อิ่นเฉียนพยักหน้า “ไม่มีแรงเลย ไม่อยากขยับตัว” นางซบหน้าลงกับอกเขา “ท่านพี่”“หืม”“ข้าว่าสมรสพระราชทานครั้งนี้...ไม่เลวเลย”“จริงหรือ” เขาหัวเราะ “แค่ไม่เลว?”นางหัวเราะคิก “ข้าดีใจมาก”“ข้าก็ด้วย” เขายิ้มอย่างอ่อนโยน “เอาละคนป่วยต้องนอนได้แล้ว เจ้าเอาแต่ชวนสนทนาเช่นนั้นก็ไม่ได้นอนเสียที”“แต่ข้าไม่อยากเอนตัวลงนอน อยากอยู่แบบนี้มากกว่า” นางแทบจะคว่ำหน้านอนทาบทับไปกับตัวเขา เขาพิงหัวเตียงส่วนนางนอนทาบไปกับอกแกร่ง เช่นนี้นางรู้สึกสบายตัวมาก”“เช่นนั้นนอนเช่นนี้อีกสักครู่ เจ้าหลับแล้วข้าค่อยอุ้มเจ้าลงนอนดีๆ”“ท่านพี่ ท่านจะตามใจข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ หากยังทำเช่นนี้ข้าจะหวั่นไหวแล้ว”“...จะหวั่นไหว? ข้าดีกับเจ้าถึงเพียงนี้สมควรหวั่นไหวนานแล้วมิใช่หรือ”ฟังดูก็รู

  • คล้องรักครอบครองใจ   บทที่ 29

    หญิงสาวรับชามยามาจากหรงเสียง “ข้าไม่ได้นั่งชมสวนมานานมากแล้ว แม้ว่าสวนนี้จะอยู่ในเรือนของข้าเอง”“นั่นเพราะเจ้ามีเรื่องให้คิดมากเกินไป แม้นั่งอยู่ตรงนี้แต่ความคิดของเจ้ากลับล่องลอยไปไกล ไกลมาก อย่างเช่นตอนนี้” ชายหนุ่มนั่งลงข้างๆ มองนางดื่มยาจนหมดจากนั้นส่งชามให้เสี่ยวฉิง “รั่วรั่ว ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าต้องกังวลแล้ว น้องชายของเจ้าทำได้ดี อนาคตก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของวันข้างหน้า กังวลไปก็เท่านั้น”นางสบตาเขาจากนั้นพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าเชื่อฟังท่าน”“เช่นนั้นกลับเข้าไปพักในเรือนเถิด ลมแรงมากเดี๋ยวไข้ไม่ลด ข้าต้องมั่นใจว่าเจ้าไม่มีไข้จึงจะได้ไปเดินเที่ยวงานเทศกาลชีซี”“ได้” นางยอมให้เขาอุ้มเข้าไปในเรือนและนอนพักโดยดีในคืนเทศกาลชีซีหรงเสียงเดินกุมมืออิ่นเฉียนไปตามท้องถนนที่ประดับด้วยโคมไฟบุปผา ร้านรวงมากมายมีโคมกระดาษหลากสีที่ทำออกมาได้งดงามยิ่งคู่หนุ่มสาวจูงมือกันออกมาเดินเล่น คู่สามีภรรยาเองก็ออกมาชื่นชมดวงดาวที่พร่างพราวทั้งท้องฟ้า คบเพลิง ดอกไม้ไฟ การละเล่นบนท้องถนนอันละลานตาอีกฟากของถนนมีนักเล่านิทานกำลังเล่าตำนานของหนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า ตำนานรักอันซาบซึ้งที่ถูกขวางกันด้วยทางช้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status