مشاركة

บทที่ 2

مؤلف: กำลังดี
ฉันหันหลังเดินออกมาอย่างไร้ความอาลัยอาวรณ์ ท่ามกลางสายตาประหลาดใจนับไม่ถ้วน

พอกลับมาถึงตระกูลจี้ ฉันถอดชุดราตรีแสนเกะกะทิ้ง

ทุกคนรู้ดีว่าฉันเป็นสุนัขเลียแข้งเลียขาจี้เจ๋อเซิง

ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับจี้เจ๋อเซิง ฉันมักจะวางแผนเผื่ออนาคตเสมอ

จากนั้นก็จัดการให้เขาอย่างสมบูรณ์แบบ

จี้เจ๋อเซิงบ่นว่าทำงานเหนื่อย อยากพักผ่อนอยู่บ่อยครั้ง

ด้วยเหตุนี้ฉันจึงจัดทริปไปฮาวาย ซึ่งสอดคล้องกับตารางงานของเขา

เพราะเขาเคยพูดว่าคิดถึงหาดทรายและทะเลที่นั่น

แต่ชาติที่แล้วจี้เจ๋อเซิงไม่ได้ตกลงไปเที่ยวที่ฮาวาย

แต่เลือกไปปีนเขาและตั้งแคมป์กับฟู่หยวนหยวน

ฉันถูกสั่งให้ไปด้วย

ท่ามกลางฝนที่เทลงมาอย่างหนัก จี้เจ๋อเซิงให้ฉันไปเก็บสร้อยข้อมือที่ฟู่หยวนหยวนทำหล่นไว้

ปรากฏว่าฉันตกเขาจนขาหัก

นอนโรงพยาบาลถึงสองเดือน

ความรู้สึกที่ชีวิตตกอยู่ในความสิ้นหวัง ฉันไม่อยากเผชิญกับมันอีกแล้ว

ขั้นแรกคือต้องไปจากจี้เจ๋อเซิง

ฉันเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ถือบัตรประชาชนลงมาด้านล่าง

ดันเจอจี้เจ๋อเซิงในชุดสูทวิ่งเข้ามาพอดี

พอเห็นฉัน เขาแสยะยิ้มออกมา แย่งกระเป๋าเสื้อผ้าฉันแล้วโยนทิ้ง

ฉันขมวดคิ้วถามว่า “ทำอะไรของนาย!”

“โจวเผย ฉันต่างหากที่ต้องถามเธอว่าทำอะไร!”

“เธออายุเท่าไรแล้ว ยังใช้วิธีหนีออกจากบ้านอีกเหรอ?”

“คราวหน้าจะทำอะไรอีกล่ะ เขียนจดหมายแล้วฆ่าตัวตายไหม?”

จี้เจ๋อเซิงหายใจหอบ พูดตำหนิด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“โจวเผย เธอปัญญาอ่อนหรือเปล่า คิดจะใช้การฆ่าตัวตายมาขู่ฉันอีกเหรอ?”

ฉันเอามือปัดกระเป๋าเดินทางที่สกปรกไปหมดแล้ว จากนั้นย้อนถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“ใครบอกนายว่าฉันจะฆ่าตัวตาย?”

คนจิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงสุนัขอย่างเขากับฟู่หยวนหยวน ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่เลย

กว่าฉันจะมีชีวิตใหม่อีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วฉันจะฆ่าตัวตายไปทำไม?

จี้เจ๋อเซิงแสยะยิ้ม แต่ไม่ได้พูดอะไร แววตาเต็มไปด้วยความดูหมิ่น

ฟู่หยวนหยวนที่ตามเขามาติดๆ ค่อยๆ พูดออกมาว่า

“เผยเผย เธอพูดกับเจ๋อเซิงดีๆ ก็ได้ว่าอยากร่วมงานวันเกิด พวกเธอสองคนเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันนะ เขาจะไม่ให้เธอเข้างานได้ยังไง”

“วิธีฆ่าตัวตายใช้แค่ครั้งเดียวยังพอได้ แต่ถ้าทำอีกจะกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ”

ฟู่หยวนหยวนพูดเหน็บแนม

สายตาที่จี้เจ๋อเซิงมองฉันดูเกลียดชังขึ้นเรื่อยๆ

ความทรงจำในหัววุ่นวายไปหมด

จู่ๆ ฉันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ตอนมัธยมปลาย หลังจากจี้เจ๋อเซิงกับฟู่หยวนหยวนคบกัน

เขาปฏิบัติกับฉันเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ฉันทิ้งข้อความไว้ด้วยความโมโห บอกว่าจะไปกระโดดน้ำตาย

เรื่องนี้ทำให้ลุงจี้กับป้าฟางตกใจแทบตาย

พวกเขาสั่งให้จี้เจ๋อเซิงกับฟู่หยวนหยวนเลิกกัน

ตั้งแต่นั้นมาจี้เจ๋อเซิงก็เกลียดฉัน เมินใส่ฉัน ไม่คุยกับฉันเลย

พวกพ้องของฟู่หยวนหยวนตัดขาดกับฉัน กลั่นแกล้งฉัน เขาก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ฉันจ้องจี้เจ๋อเซิงแล้วอธิบายว่า “นายคิดมากไปแล้ว ฉันไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย ฉันเก็บกระเป๋าเพราะต้องรีบขึ้นเครื่องไปฮาวาย”

จี้เจ๋อเซิงหัวเราะพรืด ตลกที่ฉันใช้ข้ออ้างห่วยๆ กู้หน้าให้ตัวเอง

ฟู่หยวนหยวนดึงแขนเสื้อของจี้เจ๋อเซิง

“อาเซิง ให้เผยเผยมาร่วมงานเลี้ยงกับเราดีกว่า เธอเป็นแบบนี้แล้วน่าสงสารมาก”

จี้เจ๋อเซิงขมวดคิ้ว ขณะที่เขากำลังจะเปลี่ยนใจ

ฉันปฏิเสธอีกครั้ง “ไม่ต้องหรอก ฉันจะไปฮาวาย”

ใบหน้าหล่อเหลาของจี้เจ๋อเซิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาแค่นหัวเราะแล้วพูดว่า “ได้ยินหรือยัง เธอจะไปฮาวาย!”

“เผยเผย เวลาแบบนี้อย่าทำตัวไร้เหตุผลดีกว่า”

ฟู่หยวนหยวนถอนหายใจ เดินเข้ามาจับมือฉัน

เล็บสวยอันแหลมคมจิกลึกลงไปบนผิวของฉันตรงจุดที่ไม่มีใครเห็น

ฉันเจ็บจนผลักเธอออกไป

ฟู่หยวนหยวนล้มลงบนพื้น กุมฝ่ามือด้วยท่าทางอ่อนแอ มองฉันด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ริมฝีปากสั่นเบาๆ

“เผยเผย......”
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 9

    ตอนแรกฉันกับซ่งกวนไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์เร็วเกินไปก่อนหน้านี้เขามีความคิดออกจากวงการแต่บริษัทดึงดันรั้งเขาไว้ และเซ็นสัญญาอีกสามปีหลังจากเขาปรับสายงานสำเร็จ การตอบรับดีมาก ตอนนี้รับแค่งานภาพยนตร์เท่านั้นชื่อเสียงเขาโด่งดังขึ้นเรื่อยๆตอนนี้แค่ออกไปเดทยังต้องหลบๆ ซ่อนๆ เลือกเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้นซ่งกวนทนไม่ไหวแล้วเขาเอาแหวนที่ออกแบบเองมาขอฉันแต่งงานทันทีฉันก็ตอบตกลง“โจวเผย......”ฉันหันไปมองอย่างรวดเร็วพอเห็นเจ้าของเสียง สีหน้าฉันห่อเหี่ยวทันทีท่ามกลางความมืด จี้เจ๋อเซิงค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้เขาจ้องฉันเขม็ง ดวงตาแดงขึ้นเรื่อยๆฉันขมวดคิ้ว “จี้เจ๋อเซิง? ใครบอกที่อยู่ของฉันให้นายรู้?”จี้เจ๋อเซิงเอ่ยเสียงเบา “ฉันให้คนสืบ โจวเผย เธอไม่ต้องกลัว ฉันแค่อยากคุยกับเธอเท่านั้น”ฉันรู้สึกว่ามือของซ่งกวนที่จับมือฉันอยู่แน่นขึ้นฉันแตะตัวเขา บอกให้เขาไปก่อนซ่งกวนเดินออกไปและหันมามองเป็นระยะฉันขำมากจี้เจ๋อเซิงสูดหายใจ เหมือนมีเสียงสะอื้นเล็กน้อย“โจวเผย เธอสบายดีไหม?”ฉันสีหน้าเย็นชา พูดอย่างตรงไปตรงมา“ถ้านายไม่มารบกวน คืนนี้คงเป็นค่ำคืนที่มีความสุขมาก”จี้เ

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 8

    มีคนรู้จักส่งลิงก์ให้ฉันบอกเป็นนัยว่าให้ฉันไปดูฉันกดลิงก์ดูถึงรู้ว่าฟู่หยวนหยวนไลฟ์สดอยู่ที่โรงพยาบาลเธอร้องห่มร้องไห้ กล่าวหาว่าฉันทำให้เธอแท้งแสร้งทำเป็นอ่อนแอคือไม้ตายของเธอบวกกับแบ็กกราวนด์โรงพยาบาลกับผลตรวจของแพทย์ทำให้คนเชื่อว่าเป็นความจริงได้อย่างง่ายดายฟู่หยวนหยวนชี้นำให้ชาวเน็ตโจมตีฉัน แอดช่องทางติดต่อฉัน โทรหาฉันเพียงระยะเวลาสั้นๆ แพลตฟอร์มโซเชียลของฉันมีแต่คอมเมนต์เชิงลบมีแต่ถ้อยคำหยาบคายทุกครั้งที่เปิดมือถือดูแถมยังมีเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกัน ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก พากันมาเกาะกระแสเรื่องนี้ด้วยฉันโมโหจนหัวเราะออกมา โทรแจ้งตำรวจทันที จากนั้นโทรหาจี้เจ๋อเซิงให้เขาเอาภาพจากกล้องวงจรปิดออกมาแต่ฉันไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจี้เจ๋อเซิงจะไร้ยางอายขนาดนี้!“โจวเผย ถ้าเธออยากพ้นข้อกล่าวหา กล้องวงจรปิดอยู่ที่บ้าน แค่เธอกลับมา กลับมาอยู่ข้างกายฉัน ฉันจะเอาภาพจากกล้องวงจรปิดให้เธอ!”“ฉันรู้ธาตุแท้ของฟู่หยวนหยวนแล้ว ฉันจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับฟู่หยวนหยวนอีก โจวเผย นับจากนี้ไปฉันคือคนของเธอ!”ฉันจะอ้วกแล้วพอบันทึกเสียงได้พอประมาณ ฉันกดวางสายทันทีคราวนี้ฉันไลฟ์สดเหม

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 7

    หลังจากวันนั้นลุงจี้กับป้าฟางโทรหาฉันเรื่อยๆผู้ใหญ่ทั้งสองคนถามฉันว่าจะกลับไปไหมฉันปฏิเสธอย่างเด็ดขาดกว่าฉันจะหนีออกมาจากที่นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วจะกลับไปอีกทำไม?วันที่นัดกินข้าวกับซ่งกวนเขายังแต่งตัวเต็มยศเหมือนเดิมฉันเข้าใจได้ เพราะรูปร่างหน้าตาเขาสะดุดตามากฉันตั้งใจจองห้องอาหารโดยเฉพาะแต่น่าเสียดายที่โลกช่างกลมเหลือเกิน เจอผู้ชายสารเลวอย่างจี้เจ๋อเซิงอีกแล้วเขาพุ่งมาคว้าข้อมือฉัน“โจวเผย เธอทรยศฉันจริงๆ งั้นเหรอ?!”“ฉันคิดมาตลอดว่าเธอแค่ล้อเล่น คิดไม่ถึงว่าเธอออกมากินข้าวกับผู้ชายคนนี้ด้วย!”“เขาเป็นใคร!”“จี้เจ๋อเซิง นายคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเป็นประธานจอมเผด็จการอยู่เหรอ?”ฉันทนไม่ไหวจนกลอกตามองบน แล้วหยิกแขนจี้เจ๋อเซิงอย่างแรงพอเขาปล่อยมือ ฉันรีบดันซ่งกวนถอยไปด้านหลังจี้เจ๋อเซิงอารมณ์ฉุนเฉียวง่าย แค่พูดไม่เข้าหูก็อาละวาดแล้วก่อนหน้านี้ปากระเป๋าเดินทางฉันอย่างไม่มีเหตุผล จนทำให้กระเป๋าเดินทางพังเสียหายแววตาจี้เจ๋อเซิงดูเจ็บปวด“โจวเผย เธอปกป้องเขาเหรอ!”ฉันหมดคำจะพูด “ถ้าฉันไม่ปกป้องเขา จะให้ปกป้องผู้ชายสารเลวอย่างนายเหรอ?”“ถ้าไม่มีอะไรก็ไสหัว

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 6

    จี้เจ๋อเซิงบอกว่าการมีอยู่ของฉัน ขัดขวางไม่ให้เขาได้อยู่กับฟู่หยวนหยวนไม่ใช่เหรอ?ได้วันนั้นฉันโพสต์รูปจับมือนิ้วมือเรียวยาวและเห็นข้อนิ้วชัดเจนของชายหนุ่มจับมือฉันแน่นทำเป็นรูปหัวใจแคปชั่นเรียบง่ายและตรงไปตรงมามาก[เปิดตัวอย่างเป็นทางการ]พอโพสต์ลงโซเชียล คอมเมนต์ใต้โพสต์ระเบิดระเบ้อทันที[เกิดอะไรขึ้น?][ไม่เหมือนมือของพี่จี้เลย][โจวเผย เธอเล่นอะไรของเธอ?][รีบลบเถอะ]พวกพ้องของจี้เจ๋อเซิงออกมาเป็นพรวนฉันชอบใจมาก วางมือถือลงด้วยความรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก“ฉันรู้จักนาย นายเป็นเซนเตอร์ของวงบอยแบนด์ที่ดังมากๆ นายชื่อซ่งกวนใช่ไหม?”ชายหนุ่มโบกมือไปมาอย่างกระอักกระอ่วน “ตอนนี้เรายุบวงแล้ว ฉันไม่ใช่เซนเตอร์แล้วด้วย”แค่ได้คุยกันแป๊บเดียว ฉันก็พอรู้จักนิสัยของคนคนนี้แล้วแต่งตัวมิดชิดขนาดนี้ถึงเป็นคนดัง แต่ก็อาจเป็นคนโรคจิต หรือไม่ก็เป็นโรคกลัวสังคมฉันยิ้มให้เขา “ขอบคุณนายที่ช่วยฉันตั้งสองครั้ง ถ้านายไม่ถือสาอะไร ฉันขอเลี้ยงข้าวนายสักมื้อ”สีหน้าชายหนุ่มมีความลังเลฉันพูดอีกว่า “ถ้าตอนนี้นายไม่ว่าง เรานัดกันวันหลังก็ได้”ฉันนัดกินข้าวกับซ่งกวนวันมะรืน แล้วก็เป็

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 5

    “จี้เจ๋อเซิง ฉันอดทนกับนายมานานแล้ว”จี้เจ๋อเซิงช็อกไปแล้ว เขาคาดไม่ถึงจริงๆฉันนวดมือเบาๆพยักหน้าให้ผู้ใหญ่สองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าพวกเขาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้เลย“คุณลุง คุณป้า ฉันมีธุระต้องขอตัวกลับก่อน”ฉันเดินออกมาทันที โดยไม่สนใจว่าทั้งสองคนจะว่ายังไงฉันออกมาแล้วล้มลงข้างทางจี้เจ๋อเซิงน่าจะใช้แรงทั้งหมดตบหน้าฉันฉันรู้สึกชาและเจ็บแก้มอยู่พักหนึ่งรู้อย่างนี้เมื่อกี้น่าจะฉวยโอกาสตบเขาอีกสักสองทีจี้เจ๋อเซิงเป็นแบบนี้มาตลอดพอเจอเรื่องอะไร เขาไม่เคยเข้าข้างฉัน มีแต่ตำหนิฉันอย่างเดียวฟู่หยวนหยวนชอบทำตัวน่าสงสาร ชอบใช้ลูกไม้ต่างๆ นานาสมัยมัธยมปลายฉันเจอเรื่องแย่ๆ มาทุกอย่างแล้วฟู่หยวนหยวนโดนขังไว้ในห้องน้ำ เธอร้องตะโกนให้คนช่วยฉันช่วยเธอออกมาเธอวิ่งไปกอดจี้เจ๋อเซิง พูดเป็นนัยว่าฉันเป็นคนขังเธอฉันน้ำท่วมปากเพราะจี้เจ๋อเซิงไม่มีทางเชื่อฉันหลังจากนั้นฉันตัดสินใจไม่อธิบายแล้วผลก็คือฉันมีความผิดที่ไม่ได้ก่อมากขึ้นเรื่อยๆ“คุณ เอ่อ จะให้ฉันพาไปส่งโรงพยาบาลไหม?”ฉันหรี่ตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างฉัน เขาสวมเสื้อและกางเกงสีดำ แถมยังสวมแมส

  • ความสุขของเผยเผย   บทที่ 4

    ฉันได้ใบปริญญาแล้วเรซูเม่ที่ส่งไปก็ได้รับการตอบรับไม่น้อยข้อเสนอที่พอใจมากที่สุดมาจากบริษัทใหญ่เมืองข้างๆฉันรีบนัดเวลาสัมภาษณ์โดยเร็วที่สุดการมีงานทำคือเรื่องที่ฉันคาดหวังมากที่สุดในชาติที่แล้วฉันกระวนกระวายใจมาก โชคดีที่บริษัทโทรมาก่อนขึ้นรถไฟความเร็วสูงฉันสัมภาษณ์ผ่านแล้วฉันนั่งอยู่บนรถไฟ หาห้องที่เหมาะสมด้วยความกระตือรือร้นใกล้จะได้ไปจากจี้เจ๋อเซิง เป็นเรื่องที่ทำให้ฉันดีใจมากเพิ่งออกมาจากรถไฟจี้เจ๋อเซิงดันโทรหาฉันพอกดรับสาย เสียงไร้ความเกรงใจของเขาดังขึ้น“โจวเผย เธออยู่ไหน?”อารมณ์ดีๆ โดนทำลายจนหายไปในทันที“มีธุระอะไร?”เสียงจี้เจ๋อเซิงเย็นชากว่าเดิม “พ่อแม่ฉันกลับมาแล้ว บอกให้เธอกลับมากินข้าว”กลับมาถึงตระกูลจี้ก็เย็นแล้วที่โต๊ะอาหารมีคนนั่งอยู่สี่คนพ่อแม่ของจี้เจ๋อเซิง จี้เจ๋อเซิงแล้วก็ฟู่หยวนหยวน สีหน้าทุกคนไม่ค่อยดีเท่าไรเดาว่าตอนที่ฉันไม่อยู่ น่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาฉันเดินเข้าไปด้วยสีหน้าปกติจี้เจ๋อเซิงเหลือบมองหน้าฉัน ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เขาวางตะเกียบอย่างแรงแล้วเดินขึ้นไปข้างบน“ไม่กินละ เอียนแล้ว”ฟู่หยวนหยวนตามเขาขึ้นไปข้างบนฉันน

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status