登入“...สำหรับวันนี้พอแค่นี้ครับ เจอกันใหม่สัปดาห์หน้า ขอให้ทุกคนโชคดีกับการอ่านหนังสือสอบครับ”รวิศเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำสุภาพเรียบร้อย ก่อนจะกดคลิกปิดโปรแกรมสตรีมมิ่งคลาสเรียนออนไลน์ลง หน้าจอคอมพิวเตอร์ดับวูบลงเหลือเพียงความเงียบงันที่คืบคลานเข้ายึดพื้นที่ภายในร้าน Rainy Corner ทันที นาฬิกาบนฝาผนังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงด้านหลังม่านกั้นสาดส่องเข้ามาจาง ๆอดีตอาจารย์หนุ่มถอดแว่นสายตาออก ทรุดตัวพิงหลังกับพนักเก้าอี้ด้วยความล้า ในค่ำคืนนี้ .. ลมหนาวที่พัดกรรโชกอยู่ด้านนอกกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างที่เขาซุกซ่อนไว้ในส่วนลึกให้ตื่นขึ้นมา ความอ้างว้างและความต้องการทางกายที่ห่างหายไปนานเริ่มก่อตัวเป็นก้อนอารมณ์เปลี่ยวเหงา ชายหนุ่มมองมือของตัวเองที่เคยตระกองกอดเรือนร่างระหงของเด็กสาวในห้องนอนนี้...เขานึกครึ้มในใจ มือหนาเอื้อมไปหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา นิ้วเรียวเลื่อนผ่านแอปพลิเคชันใช้งานทั่วไป ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ไอคอนของแอปพลิเคชันสีดำ แพลตฟอร์มลับเฉพาะที่เขาและนีรชาเคยใช้ร่วมกันเพื่อสร้างรายได้จากกามารมณ์ในอดีตเขาไม่ได้กดเปิดมันมานานหลายเดือน นับตั้งแต่เธ
ความเงียบงันภายในร้าน Rainy Corner บัดนี้ไม่ต่างอะไรจากป่าช้าที่มีความทรงจำอันแสนหวานในอดีต หลังจากค่ำคืนที่นีรชาจากไปพร้อมกับบล็อกการติดต่อทุกช่องทาง ราวกับจะลบตัวตนของเธอออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวร โลกของรวิศก็พังทลายลงไม่มีชิ้นดี อดีตอาจารย์หนุ่มผู้เคยแต่งกายเนี้ยบและรักษาเกียรติยศยิ่งชีพ บัดนี้กลายสภาพเป็นชายวัยกลางคนหนวดเครารุงรัง นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นหม่นแสงและแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา รวิศใช้เวลาตลอดสองเดือนที่ผ่านมาไปกับการเมาหัวราน้ำบุหรี่ราคาแพงถูกจุดสูบมวนต่อมวน ขวดเหล้าและเบียร์เปล่าวางระเกะระกะอยู่บนเคาน์เตอร์บาร์ไม้ที่เด็กสาวเคยนั่งออดอ้อน คาเฟ่สายฝนเปิดปิดไม่เป็นเวลา บางวันประตูกระจกถูกล็อกไว้ตั้งแต่เช้า บางวันเปิดทิ้งไว้ตอนบ่ายแต่ไม่มีเสียงเครื่องชงกาแฟ มีเพียงเสียงถอนหายใจและกลิ่นละมุดฉุนกึกจากเจ้าของร้าน เงินเก็บในบัญชีธนาคารร่อยหลอลงไปทุกวัน ๆ ค่าเช่าที่และค่าครองชีพในเหนือกำลังกดดันเขาช้า ๆ แต่รวิศกลับไม่แยแส กรุ๊งกริ๊ง~ ... เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นแผ่วเบาในบ่ายวันหนึ่งท
แสงสีวิบวับของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองหลวง เสียงอึกทึกของเมืองใหญ่ปลุกสัญชาตญาณความละโมบและความทะเยอทะยานในใจของนีรชาให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง หลังจากหันหลังให้คาเฟ่สายฝนและอดีตอาจารย์หนุ่มที่เชียงใหม่ เด็กสาวคนเดิมที่เคยร้องไห้ฟูมฟายได้ตายจากไปแล้ว บัดนี้เหลือเพียงหญิงสาวผู้รู้แจ้งในคุณค่าของเรือนร่างและอำนาจของเงินตรา ในห้องนอนสลัวที่ถูกจัดแต่งเป็นสตูดิโอขนาดย่อม แสงไฟริงไลท์สีชมพูฟิวเชียสลับม่วงนีออนสาดกระทบผิวเนียนผ่อง นีรชานั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอหยิบหน้ากากลูกไม้สีดำสนิทขึ้นมาสวมปิดบังใบหน้าท่อนบน เหลือเพียงเรียวปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำดั่งโลหิต เธอไม่ได้ใช้ชื่อนีรชาอีกต่อไป ในโลกออนไลน์และกลุ่มลับ บัดนี้ทุกคนรู้จักเธอในนาม ‘Madam Secret’ แอคเคานต์หน้าใหม่ที่กำลังมาแรงที่สุดด้วยคอนเซปต์ “สาวมหาลัยหน้าตาดี หุ่นสะบึม นัดมีสัมพันธ์ที่ไม่ลับกับชายแปลกหน้าไม่ซ้ำหน้า” ตัวเลขรายได้หลั่งไหลเข้าบัญชีวินาทีต่อวินาที ยิ่งปิดหน้า ยิ่งดูลึกลับ และยิ่งเปลี่ยนคู่นอนบ่อยเท่
“หนูได้ยินหมดแล้วค่ะ...” เสียงหวานกระซิบแผ่วพร่าจนแทบกลืนหายไปกับเสียงสายฝนด้านนอก รวิศสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่ได้หันกลับมามองเธอ ชายหนุ่มทำเพียงแค่ยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาออกแล้วนวดขมับเบา ๆ “หนูควรจะนอนพักนะ... เรื่องนี้พี่จัดการเองได้” “จัดการยังไงคะ?” นีรชาก้าวเข้าไปใกล้เคียงเคาน์เตอร์บาร์ มือบางเอื้อมไปแตะกระดาษใบหย่าแผ่วเบา “พี่จะเซ็นมันใช่ไหม... หรือพี่จะยอมฉิบหายไปพร้อมกับหนูตามที่ผู้หญิงคนนั้นขู่?” คำถามตรงไปตรงมาของเด็กสาวทำเอารวิศจุกจนพูดไม่ออก ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน คว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่น นัยน์ตาคู่คมสบมองเด็กสาวด้วยความสับสน ลุ่มหลง และเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่จะต้องสูญเสีย “พี่ไม่แคร์เรื่องชื่อเสียงหรอกนะนีรชา! พี่ออกมาแล้ว พี่อยู่ที่นี่กับหนู... เงินในบัญชีเราก็มีตั้งเท่าไหร่ พี่เลี้ยงหนูได้!” “แต่พี่แคร์ศักดิ์ศรีของพี่!” นีรชาตวาดกลับ เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้ไหลร่วงลงมาอีกครั้ง “พี่วิศ... พี่เป็นอ
ความตึงเครียดของค่ำคืนก่อนยังไม่ทันจางหาย ละอองฝนยามสายของเชียงใหม่ทำให้อากาศเย็นเยียบจนบาดผิว รวิศนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ในสภาพอิดโรย ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นคล้ำจัดจากการอดนอน ชายหนุ่มเพิ่งช่วยนีรชาเคลียร์ระบบและลบวิดีโอออกจากหน้าแอคเคานต์ลับทั้งหมดเพื่อตัดตอนกระแสสังคม ทว่าตัวเลขเงินในบัญชีที่ค้างอยู่กลับดูเหมือนลิ่มเลือดที่คอยตอกย้ำความผิดบาป ขณะที่กลิ่นกาแฟจาง ๆ กำลังตลบอบอวล เสียงหนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็ดังทำลายความเงียบงันขึ้น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ หนักแน่น และไร้ซึ่งความเกรงใจ รวิศสะดุ้งสุดตัว ชายหนุ่มหันขวับไปมองบานประตูที่แขวนป้าย ‘Closed’ ไว้ ท่ามกลางหมอกสลัวด้านนอก ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งยืนนิ่งเด่นสง่าอยู่ตรงนั้น หัวใจของอดีตอาจารย์หนุ่มดิ่งวูบลงสู่หุบเหวในพริบตา ใบหน้าคมคายซีดเผือดจนไร้สีเลือด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาป ต่อให้สวมแว่นกันแดดสีเข้มและปกปิดใบหน้าด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศเพียงใด รวิศก็จำผู้หญิงคนนี้ได้แม่นยำ...'พ
“เลิกดูมันได้แล้วนีร” รวิศเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้าไปดึงโทรศัพท์ออกจากมือของเธออย่างถือวิสาสะ “หนูหยุดดูไม่ได้หรอกค่ะพี่วิศ...” เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ “พี่รู้ไหม... ในกลุ่มลับ มีพวกผู้ชายส่งข้อความมาหาหนูเพียบเลย บางคนบอกว่าเคยซื้อกินหนูตอนอยู่กรุงเทพฯ บางคนก็ส่งรูปทุเรศ ๆ มาให้... พวกมันคิดว่าหนูเป็นผู้หญิงอย่างว่า เป็นแค่ของสาธารณะที่ใครจะพูดถึงยังไงก็ได้!” คำสารภาพของนีรชาเหมือนน้ำมันก๊าดก้อนโตที่สาดเข้ากลางกองไฟในใจของรวิศ ความหึงหวงที่ชายหนุ่มพยายามสะกดกลั้นไว้ตลอดหลายวันปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง นัยน์ตาคมกริบหลังกรอบแว่นวาวโรจน์ด้วยความโกรธขึ้ง “แล้วมันจริงไหมล่ะ!” รวิศกระชากเสียงถาม ขยำโทรศัพท์ในมือแน่นจนแทบแหลกคามือ “ที่พวกมันพูดน่ะ มันจริงไหม? ตอนอยู่กรุงเทพฯ หนูเคยไปนอนกับพวกมันกี่คน? เคยยอมให้พวกมันทำแบบไหนบ้าง นีร!” นีรชาชะงักไป ใบหน้าหวานเบิกตากว้างมองชายหนุ่มที่เธอคิดว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายด้วยความตัดพ้อและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส น้ำตาเม







