Masukถ้าป้าไม่ชอบผม แล้วป้าจะหลับตาทำไมครับ"หญิงสาวอายุ25ได้ฟังที่เขาพูดถึงกับเม้มปากเข้าหากันโดยอัตโนมัติ แนะนำเรื่อง🌟 ฝนแก้ว สาววัยยี่สิบห้าที่มีแต่เรื่องโชคร้ายเข้ามา ตามตำราแล้วเขาเรียกว่าวัยเบญจเพสที่มักจะมีโชคไม่ดีเข้ามาตลอดเพื่อนสาวของฝนแก้วจึงพาเธอไปดูดวงเพื่อหาวิธีป้องกันและแก้ไข แต่ฝนแก้วไม่เคยเชื่อเรื่องนี้เลยสักนิด จนกระทั่ง… เธอเหยียบฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดแล้วตกลงไปรถยนต์ของเธอที่จอดไว้ก็ดันมาถูกชนท้ายจนยับเยินอีก และที่หนักสุดกระถางต้นไม้หล่นใส่เธอจนหลับไปหลายวัน ฝนแก้วจึงนึกถึงคำของหมอดูที่เตือนเธอว่าให้อยู่ห่างจากยักษ์ แม่หมอพูดอะไรเรื่อยเปื่อย จะมียักษ์ในโลกนี้ที่ไหนกันล่ะ จนกระทั่ง ...มีเพื่อนบ้านย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ชื่อ รามสูร แม่หมอบอกถ้าอยากหลุดพ้นจากความชั่วร้ายของยักษ์ ให้เป็นคนแก่ซะ รามสูร หนุ่มวัยยี่สิบแปดที่มีปมความหลังที่ไม่มีใครรู้ เป็นเพื่อนบ้านที่ย้ายมาอยู่ใหม่เขาเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เนื้อหอม ตาชั้นเดียวแต่ซ่อนไปด้วยความคมเข้มชวนให้หลงเสน่ห์ สาวๆ คนไหนได้สบตากับเขาไม่มีใครที่ไม่ตกหลุมรักเขาเลย
Lihat lebih banyakในคลาสเรียน มหาวิทยาลัยXXX
“ก็กูบอกแล้วว่าควีนดาร์กแม่งสุดจริง เฉือนชนะแชมป์เก่ารุ่นใหญ่ที่ว่าเก๋าสนามไปได้แบบนั้น”
“นั่นดิแม่ง เมื่อคืนโคตรเดือด”
“แต่ตอนแข่งรอบของไอ้วินเมื่อคืน รถมันพังยับเลยนะมึง น่าจะต้องซ่อมพักใหญ่กว่าจะกลับลงสนามได้”
“โอ๊ยยย มันมีรถตั้งกี่คัน แค่นี้ไม่ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก ไอ้หล่อที่โคตรพ่อโคตรแม่โคตรรวยย”
“แดกตีนกูหน่อยไหม เผื่อมันจะทำให้พวกมึงหุบปากได้บ้าง”
คนเป็นเจ้าของประเด็นเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายจะฟังพวกเพื่อนในกลุ่ม ที่เอาแต่พูดคุยกันเรื่องรถและของพนันไม่หยุด ราวกับชีวิตนี้ติดการพนันไปแล้ว
วินเนอร์ส่ายหัวแล้วทรุดตัวลงนั่งที่ว่างข้างๆ ของคนในกลุ่ม เพราะมาสายเป็นคนสุดท้ายเลยเหลือเพียงเก้าอี้ชั้นล่างสุด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดีกรีเดือนคณะเลยต้องหอบเอาร่างสมบูรณ์แบบนั่งลงตรงนั้น
จริงๆ ก็เป็นข้อดีอยู่ เพราะจากมุมนี้เขาจะมองเห็นใครบางคนได้ชัดเจนและบางครั้งก็ได้ยินเธอคนนั้นคุยกับเพื่อนของตัวเองด้วย
ดวงตาคมกริบสีน้ำตาลเข้มจับจ้องใครคนหนึ่งที่นั่งเยื้องไปข้างหน้าเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ จริง ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมองเท่าไหร่นัก แต่ยัยนั่นดันชอบทำตัวแปลกๆ บางทีก็นิ่งเงียบจนน่าตกใจ แต่บางทีก็เอ๋อแดก เช่นตอนนี้
“อะไรเนี่ย ปากกาเราหายไปไหนนะ? อาชิเห็นปากกาเราไหม?”
“ก็ถืออยู่ในมืออีกข้างไม่ใช่หรือไง ยัยพีช”
“โอ๊ะ จริงด้วย! อาชิทำไมแว่นมันมัวๆ แบบนี้เนี่ย”
“ได้เช็ดบ้างหรือเปล่าล่ะ นี่ใส่แว่นทุกวันจริงไหม ทำไมเรื่องแค่นี้ไม่รู้”
ชายหนุ่มที่ได้ยินแบบนั้น คิดแล้วก็ทั้งตลกทั้งหงุดหงิดใจแทนเมื่อเห็นท่าทางป้ำๆ เป๋อๆ ของยัยแว่นนั่น จนเผลอหลุดขำออกมาชั่วขณะ ทำเอากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่มองมาทางเขาจนคอแทบเคล็ด
“ไอ้วิน มึงโอเคดีใช่ไหมวะ?” เต้เอ่ยถาม
“สมองยังปกติแน่นะเพื่อนกู หรือเมื่อคืนหัวมันแม่งไปกระแทกโดนอะไรจริงๆ วะ กูเป็นห่วงนะเนี่ย”
“หุบปาก” วินเนอร์พูดเสียงเข้มเมื่อเพื่อนสองคนแรกพูดอะไรเพ้อเจ้อ
“ก็พวกกูคุยเรื่องการแข่งแบบเครียดฉิบหาย แต่มึงเสือกขำ”
“นั่นดิ ถ้าไม่ได้บ้าแล้วเป็นห่าอะไรเอ่ย”
“หรือมึงแอบมองยัยนั่นอีกแล้ว” คราวนี้เป็นกัส เพื่อนที่สนิทที่สุดในกลุ่มของเขาที่เอ่ยถามเสียงเรียบ
วินเนอร์ชะงักนิ่ง นี่เขาโดนไอ้พวกเหี้ยนี่จับสังเกตได้เหรอ นี่ไปเผลอมองยัยนั่นบ่อยขนาดนั้นเลยหรือไง
“ไอ้หล่อกูสนใจสาวว่ะ คนไหนวะไอ้กัส”
“คนนั้น” กัสชี้นิ้วไปทางยัยแว่นหน้าตาจืดใส่เสื้อคาดิแกนเชยๆ ที่นั่งอยู่ไม่ไกลมาก “เสื้อคลุมสีน้ำตาล”
“เหี้ยยย เอาจริงดิ ยัยป้านั่นอะนะ”
เมื่อรู้ว่าเป็นคนไหน ทั้งกลุ่มก็ถึงกับงงแตก วินเนอร์จึงบอกปัดทันที สมองมีไว้คั่นหูกันหรือไง ใครมันจะไปมองยัยนั่นกัน!
“เดี๋ยวปากมึงได้แดกตีนจริงๆ ละไอ้เหี้ยกัส กูจะไปมองยัยเฉิ่มนั่นให้เสียสายตาทำไม”
“อ๋องั้นเหรอ งั้นสินะ งั้นเอางี้ดิ”
“อะไร” วินเนอร์ถามออกไปเมื่อเห็นความกวนส้นตีนของกัส รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอยู่บางอย่าง
“แอบชอบยัยนั่นเหรอ”
“ไม่ได้ชอบ”
“หึ งั้นพวกกูท้ามึง ให้ไปหลอกฟันยัยนั่นให้ได้ก่อนปิดเทอม”
“ทำไมกูต้องทำ?”
“ก็บอกเองว่าไม่ได้ชอบนี่หว่า ก็ไปฟันแล้วทิ้งให้ดูหน่อยดิวะ ถ้าไม่กล้าแปลว่ามึงชอบยัยเฉิ่มนั่น”
เต้เอ่ยท้าอย่างยียวนและสบประมาท ดึงสัญชาตญาณการเอาชนะในตัววินเนอร์ออกมาเพราะรู้ดีว่าเพื่อนตัวเองมันแพ้ใครไม่เป็น
“ได้ กูขอเวลาแค่สองเดือนหลอกฟันยัยนั่น ถ้ากูทำไม่ได้พวกมึงเผารถกูเล่นได้เลย”
“เหี้ยยยย! ดุเดือดเกิน กะเอาให้ตายเลยไอ้สลัด”
“แล้วถ้ามึงชนะอะ อยากได้อะไรจากพวกกู”
“เอาเด็กในสต็อกของพวกมึงทุกคน มาแชร์กับกู จะเดียวจะหมู่กูไม่ติด”
“XXXเถอะ เมื่อชีวิตสงบสุขเกินไป งานนี้ดีล”
“เข้! อย่างเหี้ย เออ ดีลก็ดีล เอาเลยไหมล่ะ กูอยากรู้ยัยป้านั่นจะเป็นยังไงหลังโดนมึงหลอกฟัน”
มุมปากยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ขณะที่เจ้าของฉายายัยป้าเฉิ่มเชยในบทสนทนาไม่ได้มารับรู้อะไรแม้แต่น้อย เพราะแค่วุ่นวายกับการเรียนในแต่ละวันก็เหนื่อยพออยู่แล้ว ไหนจะมีเรื่องธุรกิจที่ดูแลอยู่อีก แค่นี้วันๆ หนึ่งก็แทบจะไม่มีเวลานอน สมองเธอเบลอเล็กน้อยยามนึกถึงเรื่องวุ่นวายในช่วงนี้ อยากพักสักหน่อยก็ไม่มีเวลา ซ้ำตอนนี้ไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้กินข้าวด้วยซ้ำ
“เฮ้ย ยัยแว่น ข้าวเที่ยงกูล่ะ?”
“วินซื้อเองไม่เป็นเหรอ”
“ว่าไงนะ”
“เปล่าสักหน่อย เราถามว่าวินอยากกินอะไร?”
“แบบที่มึงกิน ไปสั่งมาใหม่ แล้วเอาถ้วยมึงมาให้กู”
“ได้ไง เรากินไปแล้วนะ” เธอเอ่ยท้วงทันทีแล้วชี้ให้ดูหลักฐานว่ามันพร่องไปแล้วเล็กน้อย
“อย่าให้กูพูดซ้ำสอง”
ลูกพีชรีบยื่นจานของตัวเองให้คนตรงหน้าทันที ก่อนจะเดินฉิวไปยืนต่อแถวเพื่อรอสั่งข้าวจานใหม่ ลมหายใจเหนื่อยหน่ายถูกพ่นออกมา ไอ้บ้าวินเนอร์ ตามติดเธอมาสักพักแล้ว เธอไม่รู้ว่าทำไมและไม่อยากจะรู้ด้วย หากเป็นไปตามที่คิดก็คงจะแค่มาแกล้งคนจืดจางในคณะแบบเธอแก้เบื่อเท่านั้น การทำตัวแบบนี้ก็คงไม่พ้นถูกพวกคนไม่ดีกลั่นแกล้งเหมือนที่ผ่านมา
หลายอาทิตย์ต่อมา
ผับหรูใจกลางเมืองถูกใช้เป็นสถานที่รวมตัวของกลุ่มแก๊ง วินเนอร์ที่มาสายตามเคยแทรกตัวนั่งลง บอกปัดเพื่อนที่แนะนำหญิงสาวทรงโตให้ วันนี้เขาแค่อยากมาเมาเท่านั้นไม่ได้อยากเอาใคร เพราะเป็นคืนวันศุกร์คนเลยเยอะจนน่าอึดอัด จู่ๆ เพื่อนคนหนึ่งก็ถามขึ้น
“อัปเดตยัยป้านั่นหน่อยดิไอ้วิน เป็นไงบ้างอะ”
“เออ กูก็สงสัย ผ่านไปจะเดือนละ ได้แอ้มหรือยัง?”
“แอ้มพ่อแอ้มแม่มึงอะ กูเห็นวันๆ เอาแต่ตามติด ไม่ทำอะไรสักที” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มพูดบอก แล้วทั้งหมดก็ขำกันราวกับเป็นเรื่องตลก
“พวกมึงก็รีบจัง เหลืออีกตั้งหลายเดือนกว่าจะปิดเทอม” วินเนอร์ไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร เพราะเขามั่นใจว่าจะต้องชนะแน่นอน
“มึงช้าไปหรือเปล่า?”
“ปากดี อยากลองเทสมั้ยล่ะว่าตอนนี้ยัยนั่นติดกูขนาดไหน?”
“ใช้คำว่าติดว่ะ ฮ่าๆๆ”
“งั้นมึงโทรหรือทักหายัยนั่นให้มาที่นี่ในยี่สิบนาทีดิ๊”
วินเนอร์ยักไหล่ ล้วงมือถือเครื่องบางมากดขยุกขยิกสองสามทีก่อนจะเก็บกลับเข้ากระเป๋าไปเมื่อเสร็จธุระ เสียงทุ้มไม่วายเอ่ยท้าเพื่อนทุกคนที่นั่งล้อมวงอยู่
“ถ้าลูกพีชมา คืนนี้พวกมึงต้องเปิดเหล้าที่แพงที่สุดในร้านให้กูแดก”
“งั้นถ้าไม่มา มึงต้องสั่นกระดิ่งทองเลี้ยงคนทั้งร้านเลย เอาปะ?”
“หึ คืนนี้กูจะปิดเกม เตรียมเงินพวกมึงไว้เถอะเดี๋ยวกูแนบหลักฐานเป็นรูปยัยนั่น ตอนกูฟันเสร็จแปะในไลน์กลุ่มให้ด้วยเลย”
ทุกอย่างคลี่คลายลงเมื่อซันถูกตำรวจจับ เงินที่พ่อของฝนแก้วเอาของแม่ของเขามานั้นความจริงคือเรื่องโกหกทั้งแพที่เธอโกหกลูกชาย จริงๆ แล้วแม่ของซันลงทุนธุรกิจห้าสิบล้านแต่ก็เจ๊งไม่เป็นท่า จึงโทษพ่อของฝนแก้วว่าขโมยเงินไปเท่านั้นเองส่วนรามสูรก็คลายปมในใจจนหมดเขาไม่กลัวที่แคบอีกแล้ว ส่วนพ่อของเขาไม่รู้ว่าลูกชายต้องเจอกับอาการหวาดกลัวตั้งแต่เด็กจึงรับปากลูกชายว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงคนไหนอีก“อันนั้นมันเรื่องของพ่อครับ ถ้าพ่อมีแรงจะมีก็ไม่ว่า แต่ถ้าหัวใจวายขึ้นมาก็ทำพินัยกรรมให้ผมก่อนแล้วกันครับ”“ฝน พี่เลิกบุหรี่ได้แล้วนะ ไม่อยากดูดแล้ว” เสียงแหบพร่าโทนต่ำพูดขึ้น“จริงเหรอคะ พี่รามเก่งจังค่ะ ฝนคิดอยู่แล้วว่าพี่รามต้องทำได้แน่ ๆ”“พี่อยากดูดอย่างอื่นมากกว่า”“ดูดนิ้วเหรอค่ะ นี่ค่ะ” เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นเป็นระยะๆเสียงหัวเราะพูดคุยกันอยู่ในรถยนต์เปิดประทุนทำให้เห็นดวงดาวบนท้องฟ้านับล้านๆ ดวงมากมายที่ส่องสว่างไปทั่วระยิบระยับงดงาม“ทำไมเรามาดูดาวไกลจังคะ” ฝนแก้วถามเมื่อชายหนุ่มก้มมาหอมแก้มของเธอ“ก็อยากพามาในที่สงบๆ ที่ ๆ พี่ชอบมานอนดูดาวคนเดียวไง”“ใช่เหรอคะ” ฝนแก้วเงยขึ้นถาม“ใช่สิคะ” เขาตอบ
“ฝนเชื่อใจพี่รามค่ะ พอเราออกไปได้แล้วฝนจะไม่ดื้อกับพี่ราม พี่รามให้ฝนทำอะไรฝนทำได้หมดค่ะขอแค่พี่รามปลอดภัยก็พอ” เธอพูดเอาใจเขาพร้อมกับจูบไปที่ลำคอของเขาอย่างอ่อนโยน‘รามจ้ะ มาหาแม่สิลูก’ เสียงนั้นดังก้องในหูของเขาอีกแล้ว เขาจะตายทุกครั้งที่ได้ยินเสียงแบบนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองถูกบีบให้ตัวเล็กลงจนหายใจไม่ออกและรู้สึกหวาดกลัวทุกครั้ง“คุณไม่ใช่แม่ผม คุณมันก็แค่เมียน้อยที่ถูกทิ้งแค่นั้น” รามสูรพูดออกมาทันที“พี่ราม ฝนอยู่นี่นะคะ ไม่ต้องกลัวนะคะ” ฝนแก้วที่พยายามแกะเชือกข้างหลังออกจู่ ๆ มันก็หลุดออกมาอย่างง่ายดายและที่เท้าของเธอก็ถูกมัดไว้อย่างหลวมๆเมื่อฝนแก้วแกะเชือกของตัวเองได้แล้วจึงเข้าโผกอดชายหนุ่มที่หายใจแรงจนแทบจะขาดใจอยู่ข้างๆ“ไม่เป็นไรนะคะพี่ราม ฝนจะปกป้องพี่รามเองค่ะ” หญิงสาวค่อยๆ เอามือลูบผมของชายหนุ่มเบาๆ เมื่อเขาดีขึ้นมาหน่อยเธอจึงพยายามแก้เชือกที่มัดมือมัดเท้าของเขาเอาไว้อย่างง่ายดายเช่นกัน“คุณไม่ใช่แม่ของผม ผมจำทุกอย่างได้แล้ว” รามสูรพูดพร้อมกับตัวสั่นเทาและมีเหงื่อออกจนชุ่มใบหน้า“ตอนเป็นเด็กพี่เคยถูกเมียน้อยของพ่อฉีดยาเสพติดใส่ มันปลอมตัวเป็นแม่ของพี่และเรียกให้พี่เข้
“แล้วกระถางนั่นที่คุณมารับแทนฉันล่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น“คิดว่าเรื่องบังเอิญเหรอที่ผมมาช่วยคุณไว้ เอาเป็นว่าทุกอย่างผมตั้งใจทั้งนั้น” เขาใช้นิ้วมือสากลูบไปที่ริมฝีปากของหญิงสาวอย่างรุนแรงจนเธอเบือนหน้าหนี“คุณคงงงสินะ ว่าผมจับคุณมาทำไม คุณรู้จักเมียใหม่พ่อของคุณไหม นั่นแหละคือแม่ของผม ผู้ชายชั่วคนนั้นมาหลอกเอาเงินแม่ของผมไปให้แม่ของคุณ เป็นไงล่ะเงินของแม่ผมมันหอมหวานไหม” ชายหนุ่มสีหน้านิ่งเรียบใช้ปลายกระบอกปืนลูบไล้ไปที่ใต้คางของหญิงสาว“ซันคุณกำลังเข้าใจผิด ฉันไม่เคยใช้เงินพวกนั้นเลยฉันไม่เคยเจอพ่อแม่ของฉันเลยตั้งแต่พวกท่านแยกทางกัน แล้วฉันจะใช้เงินของแม่คุณได้ยังไง” ฝนแก้วพูดอธิบายเผื่อว่าเขาจะใจเย็นลงบ้างเพราะซันคนที่เธอเคยรู้จักเขามักจะมีอารมณ์ขันตลอด“ครับ ผมรู้แต่คุณต้องรับผิดชอบร่วมกันกับพ่อและแม่ของคุณสิ” ชายหนุ่มมีแววตาอำมหิตลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ของใครบางคนที่โทรเข้ามา“ได้ตัวมันแล้วจริงเหรอ ทำไมมันจับง่ายจังวะ” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับมองปืนในมือ“เออ ดี งั้นมึงมัดมันและขังมันไว้ได้เลย อย่าให้มันหลุดออกมาล่ะ” เขาพูดต่อ“เงินห้าร้อยล้าน เพื่อแลกกับอิสรภาพของคุณ”“ฉันจะเอาปัญญามาจากไหน
ฝนแก้วมาหาจินในวันหยุดที่บ้านของจิน“ฉันพลาดท่าให้คุณรามสูรแล้วอ่ะแก” ฝนแก้วยอมเปิดปากพูดเพราะช่วงหลังมานี้เธอดูหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ซึ่งเพื่อนของเธอก็ทราบดี“พลาดท่าอะไร อย่าบอกนะว่าคุณรามสูรจับแกได้แล้ว” จินทำตาลุกวาว“ยิ่งกว่าจับได้อีก ฉันน่ะถูกยักษ์จับกินแล้ว” ฝนแก้วนั่งก้มหน้าคอตกเพราะรู้สึกผิดหวังที่รามสูรไม่ได้จะเป็นจะตายเพราะเธอเลยเวลาที่ทะเลาะกัน“แกถูกยักษ์จับกินแล้วเหรอ แล้วเป็นไงยักษ์เด็ดไหม” จินยิ้มล้อเลียน“ก็เด็ดสิ บ้าแกน่ะแซวฉัน” ฝนแก้วทำหน้าเครียด“ก็ดีแล้วไง ที่แม่หมอบอกแกไงถ้าเขาจับได้ว่าเป็นคนแก่ ให้แกแก้เคล็ดด้วยการเอาพรหมจรรย์ให้เขาแล้วแกจะรอดจากเคราะห์ทั้งหมดทันที” จินยิ้ม“แต่เขาเหมือนไม่สนใจฉันเลย”“แล้วแกจะเครียดทำไม ดีแล้วไงจะได้เลิกติดต่อกันไป คุณรามสูรน่ะชื่อเสียงจอมเจ้าชู้สนั่นวงการรถยนต์ยิ่งกว่าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ซะอีก อย่าบอกนะว่าแกหลงรักคุณรามสูรเข้าแล้ว” จินจับใบหน้าของฝนแก้วเงยขึ้นก็เห็นน้ำตาของเพื่อนรักหยดลงแมะๆ พร้อมกับฝนแก้วที่พยักหน้างึกๆ“ยัยฝนแก้วเอ้ย แกก็นะเผลอใจไปได้ยังไง มานี่ฉันแนะนำผู้ชายคนใหม่ให้”“ใครเหรอ”“ซันไง เขาบอกฉันว่าชอบแก คบกั
ชายหนุ่มจับเธอโยนลงบนเตียงและถาโถมเข้ามาทับร่างบาง ก่อนจะจับข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวของเขา“ปล่อยฉันนะ ฉันเจ็บ” ฝนแก้วดิ้นพล่านร้องลั่น“ปล่อยก็โง่สิ เธอดื้อกับพี่ขนาดนี้ต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้ว” เขาซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวนวลเนียนของหญิงสาวที่มีเหงื่อผุดออกมาปนกับน้ำหอมที่เธ
“โอ๊ย” ชายหนุ่มถูกหญิงสาวเช็ดทำความสะอาดใบหน้าร้องลั่นพร้อมกับเอามือปิดดวงตาข้างซ้ายของตัวเองในทันที ราวกับว่ามันเจ็บปวดมากมายซะเหลือเกินหญิงสาวที่เร่งเช็ดอยู่ถึงกับชะงักมือของเธอและเอียงคอมองเขาให้แน่ใจว่าเจ็บจริง“คุณเป็นอะไรคะคุณรามสูร” หญิงสาวเอามือจับมือของเขาที่ปิดตาอยู่เพราะจะดูให้ชัด“แสบตา
รถยนต์คันหรูมาจอดหน้าบ้านของหญิงสาว “ขอบคุณนะคะที่มาช่วยฉันเมื่อกี้ และให้ฉันติดรถมาด้วย” ฝนแก้วพูดก่อนจะเปิดประตูลงจากรถคันงามนั้น“ถ้าคุณยังกลัววัยรุ่นพวกนั้น คุณแจ้งความได้นะ ผมจะพาคุณไปเอง” รามสูรลงจากรถและเดินมาดักหน้าเธอเอาไว้“ไม่หรอกค่ะ ฉันคิดว่าพวกนั้นคงไม่กล้าแล้ว แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้
เรื่องแบบนี้มันเป็นความเชื่อและใช้วิจารณญาณส่วนบุคคล ตอนแรกเธอไม่เชื่อเลย และก็เริ่มเชื่อจนในที่สุด เธอเชื่อแล้วว่าคำที่หมอดูบอกเธอเป็นเรื่องจริงทั้งนั้น เธออยากจะบ้าตายที่เขาอยู่ตรงหน้าของเธอแบบนี้ ใบหน้าดวงตาคมเข้มฉายแววซุกซนให้เธอตลอด ใบหน้าเรียบเนียนของเขาเพียงเธอทาไพรเมอร์ก็ทำให้ดูดีโดยที่ไม่ต





