LOGIN“อยากได้ฉันเหรอ…ก็เอาสิ”
คริสถึงกับนิ่งก่อนจะค่อย ๆ โน้มใบหน้าไปประกบริมฝีปากกับคนที่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากที่แนบชิดกันทำให้คริสคว้าท้ายทอยของชลและเร่งจูบอย่างดูดดื่ม
แต่ไม่รู้ว่าทำไมลิ้นของเขาถึงเป็นฝ่ายถูกอีกคนไล่บี้มากกว่าที่จะเป็นเขา คริสจูบไปก็ขมวดคิ้วไปอย่างสงสัยแต่ยังไม่ทันจะได้คลายความสงสัยร่างหนาของหมอชลก็จับเขากดนอนราบไปกับโซฟา หมอชลวางบางอย่างที่ถือมาบนโต๊ะข้างโซฟา
ความตกใจทำให้คริสชะงักเพราะปกติคนที่ทำแบบนี้มักจะเป็นเขา จากคนที่นอนกับคนอื่นมานักต่อนักทำให้คริสงงว่าทำไมเขาถึงถูกกดให้อยู่ในท่วงท่านี้
ท่วงท่าที่ร่างหนาของหมอชลอยู่ตรงกลางหว่างขาของเขาแทนที่จะเป็นเขาที่จับอีกฝ่ายกดลงสะมากกว่า
“อึก อื้อ” เสียงครางในลำคอนี้เป็นของเขาแทนที่จะเป็นของหมอชล คริสถูกลิ้นของคนตรงหน้าไล่บี้จนต้องใช้มือดันอกอีกฝ่ายออก แต่แค่การสัมผัสเบา ๆ ก็ทำให้รู้เลยว่าแผงอกแกร่งของหมอชลนั้นแน่นมาก
ไม่นานริมฝีปากก็ถูกถอนออกจากกันคริสหอบหายใจระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนสีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด นี่เพียงแค่การจูบเท่านั้น คริสเริ่มงงกับความรู้สึกเมื่อครู่
“นายโอเคหรือเปล่า ไปอาบน้ำไหม” คำถามสั้น ๆ จากคนที่จ้องมองเขานิ่งๆ แต่แววตากลับทำให้คริสเสียวสันหลังยังไงก็ไม่รู้
“ผมอาบน้ำมาก่อนไปโรงพยาบาลแล้ว ” คริสบอกหมอชลไป เขาไม่อยากพลาดโอกาส เพราะคริสที่อยากจะได้หมอชลอยู่แล้วก็ไม่ยอมแพ้คว้าท้ายทอยของอีกคนมาประกบจูบอย่างรุนแรงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไปเพราะอีกฝ่ายเริ่มใช้มือลูบไล้เขามาในสาบเสื้อของเขา คริสตกใจแต่เพราะอารมณ์มันพาไปจึงปล่อยตามใจหมอชล แต่เขาไม่รู้เลยว่าการปล่อยไปแบบนั้นจุดจบมันจะทำให้คริสร้องลั่น คริสเพียงคิดว่าปล่อยให้หมอชลทำตามใจไปก่อนเดี๋ยวเขาค่อยกดหมอทีเดียว
มือหนาที่เลื้อยเข้าไปบดขยี้ยอดอกของคริสทำเอาเจ้าตัวถึงกับสั่นสะท้าน คริสที่พึ่งรู้ว่าการสัมผัสจากหมอที่ยอดอกนั้นจะทำให้เขารู้สึกได้มากขนาดนี้ซึ่งมันแตกต่างจากคนอื่นๆที่เขาเคยมีสัมพันธ์มาก่อน
หมอชลถอนริมฝีปากจูบไล้ลงมาที่ยอดอก ลิ้นสากวาดลวดลายดูดดุนเวียนวนจนคนใต้ร่างสั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม คริสที่ตอนนี้อารมณ์กระเจิดกระเจิงต่อการสัมผัสจากหมอชล เขาขบเม้มสลับข้างจนคริสปล่อยไปตามการคุมเกมของหมอชล
“อื้อ...ชี้ด” เสียงคริสครางออกมาอย่างพอใจ
แต่ยังไม่ทันจะได้เสพสุขกับยอดอกอย่างเต็มที่กางเกงที่ถูกสวมก็ถูกถอดออกพร้อมกับกางเกงชั้นในแบรนด์หรู คริสสมองขาวโพลนเพราะเขานั้นกำลังรู้สึกดีกับการถูกสัมผัสยอดอกมากจนไม่ได้สนใจช่วงล่างของตนที่ตอนนี้กำลังฝ่ามือหนาจับเข้าที่แก่นกายของเขาที่กำลังขยายตัวตามมือหมอชลอยู่
ตอนนี้เสื้อผ้าของคริสที่ถูกถอดกองบนพื้นไปหมด เขานอนให้หมอปรนเปรอทั้งดูดดุนยอดอก ส่วนล่างมือหนาของหมอชลยังจับชัดรูดเบาๆสลับกับการเร่งจังหวะ คริสเชิดหน้ารับความรู้เสียวกระสันที่พุ่งขึ้น จนกระทั่งถูกนิ้วเรียวยาวลากตามร่องก้นอยู่
หมอชลเลื่อนตัวขึ้นมาจูบปากคริสอีกครั้งก่อนสอดลิ้นอุ่นเข้าไปดูดดุนตวัดเล่นหยอกเย้าคนใต้ร่าง นิ้วเรียวยาวแทรกเข้ารูร่องคับแคบที่ไม่เคยผ่านใครมาก่อน ด้วยความเสียวกระสันที่หมอชลปรนเปรอให้คริสปล่อยตัวปล่อยไปอย่างล่องลอย
“อื้อ...อ๊ะ” เสียงคริสครางในลำคอเมื่อเขาถูกนิ้วยาวกระแทกเข้าช่องหลัง เขาไม่เรี่ยงแรงดันหมอชลออกจากตัว ได้แต่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หมอชลทั้งจูบ มือทั้งชักรูดแก่นกายของเขา นิ้วที่กระแทกเข้าออกทำให้คริสเคลิ้มจนลืมตัวไป
“อื้อ…” แต่ความสุขสมที่เกินบรรยายเพราะทั้งชีวิตไม่เคยถูกสัมผัสแบบนั้นมาก่อนและยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวคริสก็ต้องอ้าปากค้างเพราะความเย็นวาบของเจลและมีถุงป้องกันครอบแก่นกายของคนบนร่างที่ถูกบดเบียดเข้ามาในช่องทางที่ไม่เคยถูกลุกล้ำมาก่อน ซึ่งขนาดไม่ได้เล็กกว่าของเขาเลย ของหมอชลใหญ่กว่าเขาอีก
“อึก อื้อ เหี้ย...เจ็บ!!” คริสสถบลั่นเกร็งตัวขึ้นจ้องมองใบหน้าหวานของหมอชลอย่างไม่เข้าใจ
“เจ็บแต่ชอบไหม” คำถามสั้น ๆ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบแก่นกายที่อยู่ด้านในช่องหลังก็กระแทกแตกอัดเข้ามาจนสุดพร้อมกับสาวเข้าออกระรัวจังหวะที่หนักหน่วงจนคริสตัวโยนตามแรงส่งกระแทกกระทั้นเข้าออก
“อ๊ะ อ๊ะ มะ หมอ...ผม ผม”
“ครางออกมาสิ ซี้ด แน่บฉิบ...”หมอชลที่เสียวไม่แพ้กันบอกยังคนใต้ร่างเขา
“อื้อ...หมอ แรงไป จุก อ๊ะ อ๊ะ”
คริสครางลั่นและเหลือกตามองบนอย่างห้ามไม่ได้ ความเสียวซ่านแล่นเข้ามาในกายพร้อมกับสัมผัสที่ไม่เคยได้รัวมาก่อน
คริสถึงกับปัดป่ายมือไปรู้ทิศทางใบหน้าหวานก็โน้มลงมาดูดยอดอกพร้อมกับกระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าออกระรัว
“อึก สะ เสียว เหี้ยเอ้ย!” เสียงตะโกนลั่นออกมาพร้อมกับเอวหนาที่ร่อนรับแก่นกายของหมอชล คริสไม่รับรู้อะไรอีกแล้วตอนนี้เขากำลังดูดดื่มกับความเสียวที่ไม่เคยสัมผัสพร้อมกับความสับสนที่ตีกับรวนไปหมดว่า…
หมอชลรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของคริส เขาจึงไม่อยากทำนานหรือทำหลายท่าเกินไปด้วยกลัวอีกฝ่ายจะรับไม่ไหว เขายังคงสอบสะโพกตอกอัดเข้าสุดออกสุด มือหนาจับชัดรูดแก่นกายของคริสตามจังหวะการกระแทกทำเอาคนใต้ร่างปล่อยเผลอทุกสิ่งอย่าง
“อ๊ะ มะ หมอ ผมจะแตก เร็วๆครับ ซี้ด” คริสที่ใกล้จะถึงจุดสุดยอด บอกหมออย่างลืมตัว
“พร้อมกัน ซี้ด เสียวหัว....ฉิบหาย” หมอชลเอ่ยคำหยาบโลนยิ่งทำให้คริสยิ่งเสียวกระสันยิ่งขึ้น สะโพกสอบกดกระแทกกระทั้นตอกตึงเข้าออก คริสยกสะโพกรับการกระแทกจากหมอชล สองมือหนาขย้ำแก้มก้นเนียนของหมออย่างปลดปล่อยอารมณื คริสสับสนอย่างไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นไปได้แบบนี้ ความรู้สึกนี้มันคืออะไร
“หมอ หมอ...อื้อ อาส์”
“ซี้ดส์”
สิ้นเสียงครางของคนทั้งคู่ ลาวาขาวขุ่นก็พุ่งออกมาพร้อมกับความรู้สึกสุขสม หมอชลก้มลงมาจูบปากคริสอย่างอ่อนโยนประหนึ่งการปลอบใจ คริสมองหน้าหมออย่างบอกไม่ถูก
เมื่อครู่ อะไร ยังไง คืออะไร เขาถูกจับทำเมีย…โดยหมอหน้าหวาน
รู้ถึงไหน…อายถึงนั้น
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้อง เงาสลัวทำให้ทุกอย่างดูอุ่นนุ่มแต่กลับกดทับจนคนที่นอนอยู่รู้สึกอึดอัด คริสค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเปลือกตาหนักอึ้งเหมือนถูกกดทับทั้งคืน ร่างกายก็ไม่ต่างกันเจ็บตึงไปหมดโดยเฉพาะตรงเอวและช่องหลังที่เหมือนโดนมีดกรีดทีละนิดความรู้สึกแปลบแล่นขึ้นจนเขาขมวดคิ้วแน่นเขาขยับตัวนิดเดียวความเจ็บก็พุ่งขึ้นมาจนต้องกัดฟัน
"เชี่ย…เจ็บ!!!" เสียงสบถลอดออกมาจากไรฟันหัวสมองพลันไหลย้อนภาพความทรงจำเมื่อคืนเข้ามาเป็นช่วง ๆ เหมือนหนังตัดต่อไม่เป็นเรื่องราวแต่ชัดพอจะทำให้หัวใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำ
“เหี้ยแล้ว…เมื่อคืนกู”
“กูกับหมอจริงดิ!...” ริมฝีปากคริสสั่นนิด ๆ เขาหันหน้าช้า ๆ ไปทางอีกฟากของเตียงนอนและภาพที่เห็นก็ทำให้ใจแทบหล่นวูบ
ร่างของหมอชลนอนตะแคงหันมาทางเขาใบหน้าหวานนั้นดูสงบเรียบ ริมฝีปากเม้มเป็นรอยยิ้มบาง ๆ แม้ยามหลับลมหายใจสม่ำเสมอเหมือนเด็กที่กำลังฝันดี ภาพนั้นมันโคตรตลกร้ายสำหรับคริสในหัวเขาคิดมาตลอดว่าความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้น เขาจะต้องเป็นฝ่ายคุมเกมเองแต่สิ่งที่เกิดเมื่อคืนกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
“เหี้ยเอ๊ย…” เขาพึมพำด่าในคอเสียงแหบพร่าติดโทนหงุดหงิด สายตากวาดหนีอย่างเลื่อนลอยพยายามยันตัวเองลุกขึ้นจากเตียง แต่ขาทรุดแทบจะล้มเพราะเจ็บตรงบั้นเอวจนเสียหลัก ต้องจับหัวเตียงไว้แน่น
เสียงขยับตัวทำให้หมอชลที่ยังครึ่งหลับครึ่งตื่นค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาคมที่ปกติเต็มไปด้วยความสุขุมบัดนี้พร่ามัวด้วยความง่วงมองตรงมาที่เขา
“เป็นอะไร…เจ็บมากไหม” เสียงทุ้มงัวเงียถามออกมา น้ำเสียงนิ่ง ๆ เหมือนไม่ได้รู้สึกผิดหรืออะไรทั้งนั้น
“เจ็บสิวะ…”
“หมอ…หมอเป็นรุกเหรอวะ” คริสเม้มปากแน่นสายตาหลุกหลิกก่อนกัดฟันโพล่งออกมา
คำพูดนั้นทำเอาหมอชลชะงักไปเสี้ยววินาทีริมฝีปากคลี่ยิ้มบางแบบไม่ทุกข์ร้อน เขายักไหล่เบา ๆ แล้วหลับตาลงเหมือนจะนอนต่อไปโดยไม่สนใจอะไร คริสมองแล้วแทบอยากจะเขวี้ยงหมอนใส่ด้วยซ้ำ ทั้งอาย ทั้งโมโห แต่กลับพูดอะไรไม่ออกได้แค่กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาบนหลังมือ
เขาสูดหายใจแรง ๆ พยายามเก็บกลั้นความวุ่นวายในหัว ก่อนจะลากสังขารโซเซเข้าห้องน้ำ ร่างสูงทิ้งตัวพิงบานประตูที่ปิดลงอย่างแผ่วเบา แสงไฟนีออนในห้องน้ำสะท้อนเงาร่างของเขาในกระจกบานใหญ่
มือสั่น ๆ ค่อย ๆ แตะที่คอ หน้าอกตัวเองและภาพที่เห็นก็ทำให้เขาชะงักไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบไม่เชื่อสิ่งตรงหน้าร่องรอยเต็มไปหมด ทั้งรอยจูบ รอยกัด ไล่เรียงตั้งแต่ลำคอ หน้าอกเรื่อยลงมาถึงเอวและสะโพกรอยแดงช้ำกระจายไปทั่ว
“เชี่ย…โดนทำตอนไหน” เขาสบถอีกครั้งเสียงเบาหวิวกว่าเดิม
ภาพสะท้อนในกระจกเหมือนตอกย้ำความจริงที่หนีไม่พ้นคริสเสียตัวครั้งแรกให้กับผู้ชายที่หน้าหวานจัด และเลวร้ายกว่านั้น เขาไม่รู้จะเผชิญหน้ากับความจริงนี้ยังไงต่อไป
เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพร้อมกลิ่นสบู่อ่อน ๆ ลอยคลุ้ง คริสเดินออกมาเช็ดหัวด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก เส้นผมที่เปียกหมาดแนบใบหน้าเขาพยายามทำสีหน้าเคร่งขรึมเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจกลับเต้นแรงจนแทบทะลุอก ยิ่งก้าวออกมาภาพที่เห็นก็ทำให้แทบสะดุ้งโผน
หมอชลยืนอยู่หน้ากระจกแค่พันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเอาไว้พาดบนสะโพกต่ำ ๆ ร่างสูงโปร่งกับกล้ามอกแน่นเป็นมัดสะท้อนในเงากระจก ขณะที่มืออีกข้างยกขึ้นเสยผมที่ยังเปียกรอยหยดน้ำเกาะตามลำคอแล้วไหลลงไปตามแผ่นอก ขับให้ทุกอย่างดูยั่วยวนจนคริสต้องกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่
แววตาคมของหมอไม่ได้มองตัวเองในกระจกอย่างเดียวแต่กำลังเหลือบสายตามาที่เขาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ นั่นยิ่งทำให้คริสรีบเบือนหน้าหนีแทบไม่ทัน
“กินข้าวก่อนกลับไหม” เสียงเรียบ ๆ ของหมอดังขึ้นในห้องที่เงียบงัน
“หมอไม่รู้ใช่ไหมว่าผมเป็นรุก” คริสถามหมอชลออกไปเพราะเขาคิดว่าหมอต้องเข้าใจอะไรผิดไปแน่ๆแต่คำตอบของหมอกลับยิ่งทำให้คริสนิ่งไป
“รู้แต่...นายดูชอบนะ”
ผ่านไปสามอาทิตย์หลังจากคืนดีกันชีวิตคู่ของหมอชลกับคริสก็ยังคงเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมือนเดิมทั้งเสียงหัวเราะในทุกเช้า การงอนง้อเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กลายเป็นเรื่องน่ารักประจำวันและการใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนกลายเป็นความเคยชินที่แสนหวานเช้าวันนี้เป็นวันหยุดยาวที่ทั้งสองคนรอคอยหมอชลลางานไว้ล่วงหน้าเพื่อพาคริสไปเที่ยวพักผ่อนที่ภูเก็ต ทริปนี้เขาตั้งใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองตั้งแต่จองตั๋วที่พักจนถึงร้านอาหารที่อีกฝ่ายเคยพูดว่าอยากลองบรรยากาศในสนามบินตอนเช้ายังคึกคักผู้คนเดินขวักไขว่ เสียงประกาศจากลำโพงดังเป็นระยะ ๆ สลับกับเสียงพูดคุยของนักท่องเที่ยวที่ต่างถือกระเป๋าเดินทางคนละใบคริสยืนรออยู่หน้าประตูเช็กอินในชุดลำลองสบาย ๆ เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ดวงตาเปล่งประกายเหมือนเด็กได้ไปเที่ยวครั้งแรกเขามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นเต้น ทุกอย่างดูน่าสนใจไปหมด“ไม่ได้ไปเที่ยวมานานแล้วนะเนี่ย” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะยิ้มกว้างออกมาโดยไม่รู้ตัว มือถือหมวกปีกกว้างที่เพิ่งซื้อมาใหม่หมาด ๆ แกว่งไปมาเบา ๆ ตามจังหวะความตื่นเต้นระหว่างที่รอเขาก็เหลียวซ้ายแลขวามองหาของกินเพราะเสียงท้องร้องเริ่มดังแข่งกับเสียงประก
สวบ!!!“อ๊ะ อ๊ะ อื้อ” คริสครางออกมาขณะที่ค่อยๆ กดปากทางของเขาสอดรับความแข็งขืนของหมอชล"อาส์ แน่นจัง..." หมอชลครางยาว กลั้นความอยากที่จะกระแทกสวนขึ้นรับการกดลงลของคริส สองมือของหมอชลจับเอวคริสแน่น“ขอบคุณครับที่รัก” หมอชลเอ่ยขอบคุณคริสอย่างจริงใจ ในขณะที่หมอชลคิดว่าคริสจะทำสิ่งที่เขาต้องการตั้งแต่แรก แต่เมื่อครู่คริสกลับเลือกทำอีกอย่าง"อ่า... อ๊ะ...อื้อ " คริสครางแทนคำตอบ เขากดรับความแข็งขืนเข้าไปจนสุด นั่งนิ่งชั่วครู่เพื่อปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงช้าๆใบหน้าของคริสในตอนนี้ช่างเย้ายวน แก้มแดงระเรื่อด้วยความเร่าร้อน ริมฝีปากเผยอ ดวงตาเยิ้มหวาน หมอชลมองคริสที่ขยับตัวอยู่เหนือร่างยิ่งน่ารักน่าหลงไหลจนหมอชลอดไม่ไหวที่จะชมออกมา"คริส สวยมาก" หมอชลพึมพำ มือลูบไล้จากเอวไปยังหน้าอกของคริส"อ๊ะ อ๊ะ อาส์..." คริสขยับสะโพกเร็วขึ้น แรงขึ้น จนความรู้สึกอ่อนไหวเริ่มเอ่อล้นหมอชลไม่สามารถทนต่อความอยากที่ต้องการกระแทกสวนขึ้นไปได้ เขาจับเอวของคริสแน่น ก่อนจะกระแทกสวนสะโพกขึ้นรับจังหวะ แรงและเร็วยิ่งขึ้น คริสเหมือนจะโกรธที่หมอชลแย่งการควบคุม แต่ความรู้สึกดีเกินกว่าจะต่อต้าน ยิ่งหมอชลกระแทกต
เช้าในครัวของคอนโดห้องเดิมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ วันนี้กลับเงียบสงบมีเพียงเสียงขยับมีดกระทบเขียงดังเบา ๆ เป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอคริสในเสื้อยืดตัวหลวมจนไหล่ตกข้างหนึ่งกับกางเกงขาสั้นที่ใส่จนยับเดินง่วนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสูตรอาหารในมือถือสลับกับก้มมองแฮมตรงหน้าเหมือนเด็กกำลังตั้งใจทำการบ้านที่ไม่ถนัดนัก“ใส่เกลือ...นิดนึง แล้วก็หั่นแฮม...” เขาพึมพำกับตัวเอง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความพยายาม เขาอยากลองมีโมเมนต์แบบที่เห็นในซีรีส์ทำอาหารเช้าให้แฟนตื่นมาเห็นก่อนออกไปทำงาน มันดูเรียบง่ายแต่อบอุ่นเหลือเกินมือข้างหนึ่งจับมีดอีกข้างคอยหมุนมือถือดูสูตรแต่เพราะสายตาไม่อยู่กับของตรงหน้า จังหวะต่อมาจึงได้ยินเสียงเฉาะพร้อมความแสบวาบที่ปลายนิ้ว“เฮ้ย!” คริสร้องลั่นดึงมือนั้นขึ้นมาดูเลือดซึมออกจากรอยบาดเป็นเส้นบาง ๆ สีแดงสด เขารีบวิ่งไปเปิดน้ำล้างแผลทันทีน้ำเย็นจัดกระทบเนื้อสด ๆ จนเขาสูดปาก“โธ่...ซวยฉิบหาย! แค่จะทำอาหารเช้าให้สักมื้อ ยังพังเลย” ดวงตาเขาไหววูบด้วยความผิดหวังปนหงุดหงิดมุมปากเบะน้อย ๆ เหมือนเด็กโดนดุทั้งที่ตั้งใจดีเสียงเปิดประตูจากห้องนอนดังขึ้นเบา ๆ หมอชลในเสื
บ่ายแก่ ๆ แสงอาทิตย์สีทองเริ่มอ่อนแรงแสงลอดผ่านต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเรียงรายหน้าอาคารของโรงพยาบาลส่องต้องพื้นจนเกิดเงาทอดยาวคริสในชุดลำลองง่าย ๆ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีดยืนพิงกำแพงข้างประตูทางออก มือหนึ่งถือโทรศัพท์อีกมือซุกกระเป๋ากางเกงไว้คล้ายคนที่พยายามไม่ให้ตัวเองดูใจร้อนปลายนิ้วกดเช็กเวลาในหน้าจอทุก ๆ สองนาทีทั้งที่รู้ดีว่าหมอหมอชลยังไม่ถึงเวลาออกเวรเสียด้วยซ้ำ แต่หัวใจกลับเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ความรู้สึกตื่นเต้นแบบคนรอใครสักคนที่สำคัญเต็มไปหมดในแววตาสายลมอ่อนพัดผ่านปลายผมของเขาให้ไหวเบา ๆ ดวงตาคมทอดมองประตูอัตโนมัติที่เปิดปิดอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่มีคนเดินผ่าน เขาจะเงยหน้าขึ้นมองแทบทุกครั้ง เหมือนหวังว่าครั้งต่อไปที่บานประตูเลื่อนออกจะปรากฏร่างคุ้นตาของใครคนนั้นริมฝีปากคลี่ยิ้มบางโดยไม่รู้ตัวแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นและรอคอย มันเป็นภาพเรียบง่ายของคนที่อยู่ในช่วงความรักอิ่มตัวไม่ต้องหวือหวาแค่ได้เจออีกคนก็เพียงพอแล้วระหว่างที่กำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ดูเวลาอีกครั้ง จู่ ๆ ก็มีแรงชนจากด้านข้าง คริสเซไปเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ“อ้าว ขอโทษครับ” เสีย
ช่วงชีวิตหลังแต่งงาน แสงแดดยามสายค่อย ๆ สาดลอดผ่านผ้าม่านบาง ๆ เข้ามาในห้องนั่งเล่น เสียงนกร้องแผ่วเบาอยู่ข้างนอกทำให้บรรยากาศในบ้านเช้าวันนี้เงียบสงบและอบอุ่นเป็นพิเศษคริสยืนพิงประตูห้องครัวในสภาพชุดนอนขาสั้นเสื้อยืดตัวโคร่งที่หลวมจนไหล่หล่นไปข้างหนึ่งผมยุ่งนิด ๆ จากการเพิ่งตื่น ใบหน้าขาวซีดมีร่องรอยความง่วงปรากฏชัด ดวงตาปรือราวกับคนที่ฝืนตื่นมาเพราะรอใครบางคนเขากอดอกมองร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามาในคอนโดหมอชลในชุดทำงานของโรงพยาบาล เสื้อกาวน์ถูกพาดไว้บนแขนใบหน้ายังดูมีความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่แต่ดวงตากลับอบอุ่นทุกครั้งที่มองคริส“ทำงานเหนื่อยไหมอะ...” คริสพูดเสียงงัวเงียคล้ายคนยังอยู่ในโลกกึ่งหลับกึ่งตื่นหมอชลหันมามองดวงตาคมที่มักดูดุในยามปกติกลับอ่อนลง เขาเดินเข้ามาใกล้ ลูบหัวคนง่วงเบา ๆ อย่างเอ็นดู“ไปนอนต่อเถอะ วันนี้ไม่มีธุระที่ไหนไม่ใช่เหรอ”คริสเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาครึ่งปิดครึ่งเปิดพยักหน้าช้า ๆ ก่อนยกตัวปลายเท้าขึ้นหอมแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ แบบคนขี้อ้อน กลิ่นสบู่จาง ๆ บนตัวหมอชลแตะจมูกจนรู้สึกผ่อนคลาย“งั้น...ไปนอนก่อนนะ” เขาพูดงึมงำแล้วหมุนตัวเดินเข้าห้องไปอย่างช้า ๆ ผ้าพันคอเส
ซุ้มดอกไม้สีขาวนวลประดับประดาอยู่รอบ ๆ สถานที่จนกลายเป็นฉากหลังที่สมบูรณ์แบบสำหรับวันสำคัญที่สุดในชีวิตของคริสแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องลงมาทำให้ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและตื้นตัน ใจเต้นแรงกับภาพตรงหน้าที่เกิดขึ้นจริงเขายืนตัวตรงยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายทั้งตื้นตันดีใจและความประหม่าเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตั้มและวินยืนอยู่ข้าง ๆ กอดคอเพื่อนพร้อมหัวเราะล้อคำพูดของตั้มยังดังก้องในหูคริส“ไม่คิดว่าคริสจะได้แต่งงาน เพราะเป็นคนควงไปเรื่อยมาตลอด” คริสได้แต่หัวเราะรับ แบบเขิน ๆ ทั้งความอายและความสุขปะปนกัน รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อน ๆบรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความสุขเสียงเชียร์และคำแสดงความยินดีดังขึ้นจากเพื่อน ๆ และญาติผู้ใหญ่ทุกคน ทุกสายตาจับจ้องมาที่คู่รักตรงหน้า แสงแดดที่สาดส่องมากระทบดอกไม้กับใบหน้าทำให้ช่วงเวลานี้ดูอบอุ่นและเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำคริสหันไปมองชลที่ยืนรอยยิ้มอบอุ่นอยู่ข้างหน้าท่าทางสงบและมั่นคงของชลทำให้หัวใจเขาสั่นระรัว แม้สายตาจะเต็มไปด้วยความรักแต่ก็มีความสุขและความอบอุ่นที่ปลอดภัยอยู่ในนั้น ชลมองคริส







