Share

บทที่ 16

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:11:32

            “ท่านต้องมีเหตุผล”

            “เหตุผลอะไร!” ติณณภพย้อนถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

            นัยน์ตาคมฉายชัดถึงความเจ็บปวดกับปมบาดแผลในอดีตที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ เมื่อย้อนนึกถึงความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็มิอาจลบเลือนเหตุการณ์และความเจ็บปวดเหล่านั้นได้

            “ถ้าอยากรู้ทำไมนายถึงไม่ถามท่านด้วยตัวเอง”

            “ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องถาม ในเมื่อเราก็รู้อยู่แก่ใจว่าสุดท้ายแล้ว เขาเลือกที่จะให้ความสำคัญกับธุรกิจของเขาก่อนฉันกับแม่เสมอ”

            “แต่ฉันว่าท่านต้องมีเหตุผล...”

            “ไม่มีคำว่าแต่ภูมิ เรื่องมันผ่านไปแล้วเราไม่จำเป็นต้องรื้อฟื้นขึ้นมาพูดอีก และขอย้ำอีกครั้งว่าฉันไม่ต้องการที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขา หรือธุรกิจพันล้านของเขา ฉะนั้นนายไม่ต้องมาพูดเซ้าซี้ฉันเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเพราะฉันจะไม่ฟัง เข้าใจนะ”

            “นายดื้อรั้นไม่เคยเปลี่ยนเลยนะติณณ์ ลองเก็บไปคิดดูนะถ้าพ่อของนายเป็นอะไรไปจริง ๆ จะทำให้นายมีความสุขมากขึ้น หรือรู้สึกผิดและต้องมานั่งเสียใจทีหลัง พร้อมกับคร่ำครวญว่าถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ นายจะยอมทำตามที่พ่อขอร้องเสียตั้งแต่วันนั้น แบบไหนที่นายเป็น ไม่ต้องตอบคำถามฉันแค่หาคำตอบให้ตัวเองด้วยความซื่อสัตย์ก็พอ”

            ภูมิระพีพูดทิ้งท้ายไว้ให้อีกฝ่ายคิด จากนั้นก็เดินเข้าห้องของตัวเอง

            แววตาของติณณภพแข็งกร้าว หัวสมองก็เริ่มคิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา

            ตั้งแต่จำความได้เขาต้องทนเห็นแม่ร้องไห้เสียใจ และจมอยู่กับความทุกข์ที่สามีนอกใจไปมีผู้หญิงอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน และผู้หญิงพวกนั้นยังกล้าตามมาราวีแม่ถึงที่บ้านทั้งที่ตัวเองเป็นแค่เมียน้อย ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเขาต้องทนฟังพ่อกับแม่ทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้มาหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะลงเอยด้วยการแยกทาง แม่พาเขาเดินทางมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อเมริกา

            ส่วนพ่อก็ไม่เคยเหลียวแลและไม่เคยให้ความสำคัญกับคำว่าครอบครัว ที่ผ่านมาเขาไม่เคยทำหน้าที่ของสามีและพ่อที่ดี แต่เลือกที่จะให้ความสำคัญกับงานและตัณหาราคะที่ดูทีท่าว่าจะไม่รู้จักคำว่าพอ ไม่ผิดใช่ไหมที่จะไม่ใส่ใจผู้ชายที่เป็นผู้ให้กำเนิดคนนั้น

            เพราะในเวลาที่เขาต้องการพ่อ แต่พ่อกลับเลือกงานมากกว่าครอบครัว และคงไม่แปลกที่เขาจะไม่ใส่ใจความต้องการหรือคำร้องขอของผู้ชายคนนี้ ติณณภพบอกกับตัวเองว่าจะไม่ใส่ใจเรื่องราวของบุรุษผู้นี้อีก

            สามเดือนต่อมา...

            ภูมิระพีวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานของเพื่อนด้วยใบหน้าซีดเผือด

            “มีอะไร...ทำไมนายถึงได้วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแบบนี้”

            “ฉันเพิ่งได้รับแจ้งจากคุณอาทรว่าพ่อของนายหัวใจวายเฉียบพลัน ตอนนี้นอนอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล” ภูมิระพีรีบมาแจ้งข่าวสำคัญนี้ให้เพื่อนรักฟัง แต่เพื่อนกลับมิได้มีอาการทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เขาบอก นอกจากจะไม่ทุกข์ร้อนแล้วยังเฉยชาเสียด้วยซ้ำไป

            “แล้วไง”

            “พูดได้แค่นี้เองเหรอติณณ์ นายไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอที่ฉันบอกว่าพ่อของนายอาการเป็นตายเท่ากัน”

            “รู้สึกเฉย ๆ ไง เขาจะเป็นหรือตายไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน และก็ไม่มีผลอะไรกับชีวิตฉัน”

            “นายควรกลับไปเยี่ยมพ่อของนายนะติณณ์ ไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายจะได้พบท่าน” ภูมิระพีแนะนำเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “ทำไมฉันต้องไป เราไม่มีอะไรที่จะต้องเกี่ยวข้องกัน”

            “ถ้าอย่างนั้นฉันอยากให้นายดูอะไรบางอย่าง”

            “นายหมายถึงอะไร!” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน

            “เดี๋ยวฉันกลับมา” ภูมิระพีเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหยิบของที่ว่า ก่อนจะกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับแฟ้มเอกสารและอัลบั้มในมือ

            “ดูซะ...แล้วนายก็จะเข้าใจ”

            คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง “ดูอะไร!”

            ภูมิระพีไม่ตอบ เขาเพียงแต่พยักหน้าไปที่กองเอกสารและอัลบั้มภาพถ่าย ที่เขานำมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของเพื่อน

            “ทำไมต้องมีลับลมคมใน” ติณณภพเอ่ยก่อนจะหยิบเอกสารเหล่านั้นมาเปิดดู โดยไม่ค่อยจะใส่ใจเมื่อเหลือบไปเห็นชื่อบริษัท

            “นายเอาเอกสารพวกนี้มาให้ฉันดูทำไม”

            “เพื่อให้นายตาสว่างและเข้าใจพ่อของตัวเองเสียใหม่ ที่ท่านไม่ได้เดินทางมาดูใจแม่นายตามที่นายขอ เพราะในช่วงเวลานั้นบริษัทของพ่อนายกำลังประสบปัญหาใหญ่ ท่านจึงต้องอยู่ดูแลและแก้ไขปัญหาทุกอย่างด้วยตัวเอง เพราะคำว่าภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของพนักงานกว่าพันชีวิต ทำให้พ่อนายจำใจต้องละทิ้งเรื่องส่วนตัวหันมาจัดการกับปัญหาของบริษัทก่อน กว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปและหันมาสนใจเรื่องของตัวเอง ก็เป็นช่วงจังหวะที่แม่ของนายจากไปแล้ว”

            “นายกำลังจะตอกย้ำว่าชีวิตของแม่และตัวฉันสำคัญน้อยกว่างานของเขาใช่ไหม”

            “ถ้านายเป็นเขานายจะยอมละทิ้งทุกอย่างและใส่ใจแต่เรื่องของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าบริษัทจะพังครืนลงมาเมื่อไร และจะมีผลกระทบอะไรต่อผู้คนที่อยู่ในความรับผิดชอบของนาย ในฐานะเจ้าของบริษัทอย่างนั้นเหรอ นายทำแบบนั้นได้จริงเหรอ”

            คำพูดของเพื่อนกระแทกใจติณณภพอย่างแรง และมีผลทำให้เขาถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ

            “แล้วทำไมเขาถึงไม่อธิบาย”

            “ถ้าตอนนั้นพ่อนายอธิบายแน่ใจเหรอว่านายจะฟัง ถึงฟังก็คงไม่เชื่ออยู่ดี เพราะนายฟันธงไปแล้วว่านั่นเป็นคำแก้ตัว ฉันพูดถูกไหม”

            เป็นอีกครั้งที่ติณณภพอึ้งไปกับคำพูดของเพื่อน เพราะที่ภูมิระพีพูดมานั้นถูกต้อง

            “และที่นายเข้าใจว่าพ่อไม่เคยสนใจนายนั่นไม่ใช่เรื่องจริงเลยติณณ์ แต่ที่ท่านต้องทำเช่นนั้นเพราะ น้าตติยาได้ขอให้ท่านสัญญาว่า จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตนายกับแม่อีกไม่ว่าในกรณีใด”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status