Share

บทที่ 20

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:11:56

            ไตรภพนิ่งฟังการถกเถียงกันในที่ประชุมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างใจเย็น

            “อย่าเพิ่งเถียงกันครับ ผมอยากให้ทุกคนลองเปิดใจ และเปิดโอกาสให้ติณณ์มาทำหน้าที่นี้แทนผม อย่างน้อยก็ในช่วงระยะเวลาที่ผมต้องพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์” ไตรภพกล่าวขึ้นหลังจากนั่งฟังการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของทุกคนในเรื่องนี้มาพักใหญ่

            “แล้วถ้าเขาทำได้ไม่ดีพอคุณไตรจะทำยังไง” ชวลิตเอ่ยถาม

            “ผมก็จะเปลี่ยนตัวผู้บริหารใหม่อีกครั้ง แต่ผมมั่นใจครับว่าติณณ์เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ เขาจะนำพาบริษัทของเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้แน่ และอยากจะขอให้พวกคุณให้โอกาสเด็กรุ่นใหม่อย่างติณณ์ เข้ามาบริหารดิเอ็มไพร์กรุ๊ปของเรา”

            “มีใครจะคัดค้านในเรื่องนี้บ้างไหมครับ” อาทรเอ่ยถามทุกคนในที่ประชุม

            ผู้บริหารที่ไม่เห็นด้วยต่างก็มองหน้ากันและกัน ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยออกมา

            “ในเมื่อคุณไตรได้ตัดสินใจไปแล้วก็คงต้องเป็นไปตามนั้น เสียงข้างน้อยอย่างเราจะทำอะไรได้”

            “ถ้าเช่นนั้นผมขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ผมจะสละตำแหน่งประธานกรรมการบริหารดิเอ็มไพร์กรุ๊ป และจะมอบหมายให้ติณณภพ เตชะกษิดิศมาทำหน้าที่นี้แทนผม” ไตรภพกล่าวสรุปประเด็นที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกัน ซึ่งผู้ถือหุ้นในที่ประชุมต่างก็ยอมรับมตินั้น

            “ลูกชายคุณจะมาเริ่มงานได้เมื่อไร” หนึ่งในผู้ถือหุ้นเอ่ยถามไตรภพ

            “สัปดาห์หน้า”

            “วันนี้เขามาด้วยหรือเปล่าครับ”

            “เปล่า มีแต่ผู้ช่วยคนสนิทของเขาเท่านั้นที่มา” ไตรภพตอบทุกคำถามในที่ประชุมด้วยความสุขุม

            อาทรลุกขึ้นไปตามภูมิระพีให้เดินเข้ามาในที่ประชุม

            “สวัสดีครับ ผมภูมิระพีเป็นผู้ช่วยของคุณติณณภพครับ”

            “นับจากนี้ถ้าใครต้องการที่จะติดต่อซีอีโอคนใหม่ล่ะก็ให้ติดต่อผ่านภูมิระพีได้เลย” ไตรภพกล่าว

            “ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยกับผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมกับโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม

            ชวลิตไม่ได้ใส่ใจคำพูดฝากเนื้อฝากตัวของภูมิระพี เพราะมีบุคคลที่ต้องให้ความสนใจมากกว่านั้น เขาจึงหันไปเอ่ยถามไตรภพ

            “แล้วเมื่อไรพวกเราจะมีโอกาสได้พบกับซีอีโอคนใหม่”

            “สัปดาห์หน้าติณณ์จะมาเริ่มงานที่นี่ และผมตั้งใจว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเป็นการภายใน เพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับเขา แบบนี้ดีไหมคุณชวลิต”

            “ก็ดี เราจะได้รู้จักกับผู้บริหารคนใหม่ของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป ต่อจากนี้เราจะต้องติดต่อลูกชายคุณผ่านผู้ช่วยของเขาเท่านั้นใช่ไหม”

            “ผมไม่ได้หมายความเช่นนั้นนะคุณชวลิต ถ้าพวกคุณมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนก็สามารถติดต่อติณณ์ได้โดยตรง แต่ถ้าเป็นเรื่องงานขอให้ติดต่อผ่านภูมิระพีซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขา หรือจะติดต่อผ่านอาทรก็ได้ ผมจะให้เขามาช่วยงานติณณ์อีกแรงในช่วงที่ผมต้องพักรักษาตัว ตกลงตามนี้นะ”

            ผู้ถือหุ้นต่างก็พยักหน้าแทนคำตอบ

            แม้อดิศรจะพยักหน้ารับรู้ แต่สีหน้าของเขาก็แสดงออกถึงความเซ็งสุดขีด ที่ตนเองไม่ได้รับตำแหน่งดังกล่าวอย่างที่วาดหวังไว้ แล้วอย่างนี้จะสั่งให้เขาเข้าร่วมประชุมในวันนี้ทำไม ทั้งที่เขาก็ไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้น

            ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประกาศชื่อเขาดังขึ้น

            “มีอีกเรื่องที่ผมอยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ ผมขอแต่งตั้งให้อดิศรย้ายไปเป็นผู้บริหารประจำอยู่ที่ดิเอ็มไพร์ภูเก็ตสาขาสองที่กำลังจะเปิดให้บริการในอีกไม่ช้านี้”

            อะไรนะ! นอกจากจะไม่ได้รับตำแหน่งซีอีโอที่วาดหวังไว้แล้ว ยังถูกเด้งให้ไปดูแลสาขาที่ภูเก็ตอีกอย่างนั้นเหรอ

          คิดจะเขี่ยฉันไปให้พ้นเพื่อที่จะปูทางให้ลูกชายของตัวเองล่ะสิ ง่ายไปหน่อยไหม

          เอาวะ! อย่างน้อยก็ยังได้ไปนั่งเป็นผู้บริหารที่สาขาใหม่ แม้จะเป็นสาขาต่างจังหวัด แต่ก็เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างก็เดินทางไปพักที่นั่น ใจคิดอย่างแต่ปากพูดอีกอย่าง

            “แล้วผมต้องไปเริ่มงานที่นั่นเมื่อไร”

            “สัปดาห์หน้า ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม”

            “ไม่มีครับ”

            ปากตอบว่าไม่แต่ใจเดือดดาลที่ตนเองชวดตำแหน่งซีอีโอที่เคยวาดหวังไว้ เรื่องนี้ต้องรู้ถึงหูอรจิราแน่

            ทันทีที่ออกจากห้องประชุมอดิศรได้โทรศัพท์ไปหาน้องสาวเพื่อเล่าเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง

            “ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่เราหวังไว้ใช่ไหมพี่ศร”

            “ใช่กับผีอะไรล่ะ ผัวแก่ของแกดันยกตำแหน่งซีอีโอให้ลูกชายของมัน”

            “ลูกชาย! พี่ศรหมายถึงใคร”

            “ก็ไอ้ติณณภพไง”

            “ติณณภพไหน อรไม่เห็นรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน หรือว่าจะเป็นลูกนอกสมรสของคุณไตร”

            “ใครว่า...มันเป็นลูกของเมียที่หย่ากันไปต่างหาก”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status