Masuk“อะไรนะ!”
“แกมัวแต่โง่อยู่ที่ไหนมาเสียนาน ถึงได้ไม่รู้ว่าผัวแก่ของแกมีทายาทในไส้อยู่อีกคน”
“เขาไม่เคยพูดเรื่องนี้มาก่อนอรก็เลยไม่รู้ แล้วที่ผ่านมาลูกของเขาไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ทำไมถึงเพิ่งจะมาปรากฏตัวตอนนี้ มาได้จังหวะดีเสียด้วย”
“คุณไตรบอกในที่ประชุมว่าหลังจากหย่ากัน ภรรยาเก่าของเขาก็พาลูกไปใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา เป็นไปได้ไหมว่าที่ผัวแกไปอเมริกาคราวก่อนโดยอ้างว่าไปรักษาตัว แต่ที่จริงแล้วไปตกลงอะไรกับลูกชายเรื่องนี้”
“ก็น่าจะใช่ มิน่าล่ะตอนนั้นอรขอตามไปด้วยแต่คุณไตรไม่ยอม ที่แท้ก็มีแผนการณ์แบบนี้เอง ว่าแต่เขาหน้าตาเป็นยังไงพี่ศรได้พบกับเขาไหม”
“ยังไม่มีใครได้เห็นหน้าเขาหรอก เพราะเขาไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย มีแต่ผู้ช่วยคนสนิทของเขาเท่านั้นที่มา แกช่วยพูดกับผัวของแกให้ฉันไม่ต้องย้ายไปทำงานที่ภูเก็ตทีได้ไหม”
“พี่ต้องย้ายไปประจำสาขาที่ภูเก็ตเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ผัวแกเขาย้ายให้ฉันไปเป็นผู้บริหารดูแลสาขาที่กำลังจะเปิดใหม่ที่นั่น”
“ไม่ต้องห่วงนะพี่ศร คุณไตรกลับมาเมื่อไรอรจะพูดเรื่องนี้กับเขาเอง”
“ฉันนึกว่าวันนี้ฉันจะได้เป็นซีอีโอของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป นอกจากไม่ได้แล้วผัวแกยังเด้งฉันไปดูแลสาขาใหม่ที่ภูเก็ตอีก เซ็งชะมัด”
“เอาน่าอย่างน้อยพี่ศรก็ยังได้ไปเป็นผู้บริหารระดับสูงของที่นั่น มันก็ไม่แย่เสียทีเดียว อยู่ทางนี้อรจะพยายามหาช่องทางให้พี่ย้ายกลับมาประจำที่สำนักงานใหญ่โดยเร็วที่สุด แล้วพี่ต้องย้ายไปเริ่มงานที่นั่นเมื่อไร”
“สัปดาห์หน้า”
“อะไรจะไวปานนั้น”
“คุณไตรภพคงกลัวว่าฉันจะไปสร้างปัญหาให้ลูกชายเขา ก็เลยสั่งเด้งฟ้าผ่า”
“แล้วลูกชายคุณไตรจะมาเริ่มงานเมื่อไร”
“วันเดียวกันกับที่ฉันต้องไปเริ่มงานที่ภูเก็ต”
“ไม่ต้องห่วงนะพี่ศร อรจะพยายามพูดโน้มน้าวจิตใจคุณไตรให้เขาเปลี่ยนใจ”
“หวังว่าเขาจะเห็นแก่หน้าแกนะอร”
“เดี๋ยวอรจัดการเรื่องนี้เอง”
เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมไตรภพได้หันไปสั่งอาทร ให้พาเขาไปพบลูกชายที่คอนโดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีภูมิระพีติดตามไปด้วย เพื่อพูดคุยถึงเรื่องการบริหารงานที่นั่น
“การประชุมผู้ถือหุ้นในวันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับพ่อ” ติณณภพเอ่ยถามเมื่อนั่งอยู่พร้อมหน้ากัน
“ก็มีถกเถียงกันบ้างเป็นเรื่องปกติ มีทั้งพวกที่เห็นด้วยและพวกที่คัดค้าน”
“ไม่แปลกหรอกที่พวกเขาจะคัดค้านในเมื่อเขาไม่เคยรู้จักผมมาก่อน”
“แต่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปตามที่พ่อต้องการ”
“ผมรู้สึกสงสัยว่าทำไมคุณติณณ์ถึงต้องทำตัวลึกลับ”
“เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบสุงสิงกับใครโดยไม่จำเป็นครับคุณอาทร”
“พ่อบอกในที่ประชุมว่าติณณ์จะไปเริ่มงานในสัปดาห์หน้า และก็ตั้งใจว่าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับติณณ์ เพื่อแนะนำให้ผู้ถือหุ้นและพนักงานของเราได้รู้จักกับติณณ์ ในฐานะซีอีโอคนใหม่ของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป”
“จำเป็นด้วยเหรอครับ ผมไม่อยากให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับอะไรให้วุ่นวาย” คิ้วเข้มของเขาขมวดมุ่นเมื่อรับรู้เรื่องงานเลี้ยงต้อนรับจากปากของบิดา ทั้งที่เขามองว่ามันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น
“คงเลี่ยงไม่ได้หรอกติณณ์ ผู้ถือหุ้นทุกคนเขาอยากรู้จักติณณ์ และพ่อก็ประกาศในที่ประชุมไปแล้วด้วย ถ้าพ่อผิดคำพูดอีกหน่อยคนก็จะไม่เชื่อถือคำพูดของพ่อ”
ติณณภพถอนหายใจเบา ๆ แม้จะไม่เห็นด้วยกับความคิดของบิดา แต่สิ่งที่พ่อพูดมาก็มีเหตุผล ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายต่อรอง
“ถ้าพ่อว่ามันจำเป็นก็ตามนั้นครับ แต่แทนที่จะจัดงานให้มันใหญ่โตสิ้นเปลือง ผมอยากให้เป็นงานเล็ก ๆ ที่จัดขึ้นเป็นการภายใน ระหว่างผู้ถือหุ้นกับพวกเราเท่านั้นนะครับ”
ไตรภพรู้ดีว่าบุตรชายอึดอัดและไม่อยากให้เขาจัดงานต้อนรับอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ยังยอมทำตามที่เขาบอก เขาจึงยอมถอยหนึ่งก้าว จากตอนแรกคิดจะจัดงานใหญ่โตหรูหราในโรงแรมระดับห้าดาว เหลือเพียงงานเลี้ยงเล็ก ๆ ที่มีเฉพาะผู้ถือหุ้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องเพียงไม่กี่คนตามที่ลูกต้องการ
“ได้พ่อจะทำตามที่ติณณ์ขอ จริงสิพ่อจะให้อาทรมาช่วยงานติณณ์อีกแรง”
“แล้วใครจะอยู่ดูแลพ่อล่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก อรจิราจะดูแลพ่อเอง อีกอย่างพ่อก็อยู่ในความดูแลของหมอ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
“คุณอรจิราเป็นภรรยาคนปัจจุบันของคุณไตรครับคุณติณณ์” อาทรชี้แจงเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของอีกฝ่าย
ติณณภพทำสีหน้าเรียบเฉยกับสิ่งที่ได้ยิน เขาไม่แปลกใจเลยเพราะเท่าที่รู้มาบิดาไม่เคยขาดผู้หญิงข้างกาย
“ไม่ต้องกังวลนะพ่อจะไม่ให้อรเข้ามายุ่งวุ่นวายกับติณณ์เด็ดขาด”
“ดีครับ ผมชอบความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผม” ติณณภพเน้นย้ำคำว่าคนนอก
“ถ้าติณณ์ต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกอาทรได้เลย เขาจะจัดการทุกอย่างตามความต้องการของติณณ์เอง”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







