Masukติณณภพพยอมทำตามคำขอของเพื่อน เพราะรู้ดีว่าเพื่อนรักอยากรู้คำตอบ
“ตอนแรกฉันก็นึกว่าเธอจะถอดใจเปลี่ยนความคิด แต่เปล่าเลย มัทกลับมาพูดขอร้องให้ฉันสวมรอยเป็นนาย โดยให้เหตุผลว่าถ้าจะต้องมีใครสักคนทำหน้าที่นี้แทน ฉันคือคนที่เหมาะสมที่สุด เพราะฉันทำงานกับนายย่อมต้องรู้ข้อมูลของนายเป็นอย่างดี”
“ถูกของเธอ ไม่มีใครเหมาะกับหน้าที่นี้นอกจากนาย อยากรู้จังถ้าเธอรู้ว่ากำลังพูดอยู่กับติณณภพตัวจริงจะเป็นยังไง”
ไม่ใช่แค่ภูมิระพีเท่านั้นที่อยากรู้ เขาเองก็อยากรู้เช่นกัน
“ว่าแต่นายรับปากจะช่วยเธอหรือเปล่า”
“แม้ฉันจะมองว่าเรื่องที่เธอขอให้ทำเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันก็รับปากว่าจะช่วย”
“แปลก!”
“ที่ฉันตัดสินใจทำตามคำขอของมัทน่ะเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ ปกตินายไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องของผู้หญิง แต่ก็นะใครจะกล้าปฏิเสธสาวสวยอย่างคุณมัทได้”
“ก็นายไง”
“ที่ต้องปฏิเสธเพราะฉันไม่ใช่ติณณภพตัวจริง ถ้าเธอขอให้ภูมิระพีช่วยล่ะก็ รับรองได้ว่าฉันจะไม่ปฏิเสธคำขอของเธอเลย”
“ทั้งที่เพิ่งจะเคยพบกันเป็นครั้งแรก”
“ใช่ ว่าแต่นายเถอะ อะไรทำให้นายตัดสินใจช่วยคุณมัท”
“อาจเป็นเพราะบุคลิกของมัทที่ทำให้ฉันตัดสินใจทำตามที่เธอขอ”
“หมายความว่ายังไง”
“มัทเชื่อใจคนง่ายและมองโลกในแง่ดีมากเกินไป จนน่าสงสัยว่าที่ผ่านมาเธอเอาตัวรอดอยู่ในสังคมยุคปัจจุบันนี้มาได้อย่างไร ยิ่งเห็นเพื่อนของเธอค่อนขอดเรื่องนี้กันอย่างเอาจริงเอาจังด้วยแล้ว ก็ทำให้ฉันไม่สามารถเพิกเฉยกับเรื่องนี้ได้”
“นายก็เลยตัดสินใจที่จะช่วยทั้งที่มองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ”
“ทำนองนั้น”
“แล้วนายจะปิดบังสถานะของตัวเองไปอีกนานแค่ไหน”
“ก็ไม่รู้เหมือนกัน ที่จริงเป็นแบบนี้ก็ดี เราจะได้คบกันได้อย่างสนิทใจ”
“ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณมัทรู้ความจริง”
“ถึงเวลานั้นเมื่อไรเราก็จะรู้เอง”
“ก็จริง ว่าแต่นายไม่ลืมใช่ไหมติณณ์ว่าพรุ่งนี้นายมีนัดกับพ่อ”
“ไม่ลืม ไปด้วยกันนะภูมิ”
“จะดีเหรอ”
“ดีสิทำไมจะไม่ดี ตกลงตามนี้นะ”
“ไม่มีปัญหา”
“เพราะมีนัดกับพ่อฉันถึงต้องปฏิเสธที่จะไปเที่ยวที่ไร่ตามคำชวนของมัท”
“โอ๊ะโอว! สนิทกันถึงขั้นชวนกันไปเที่ยวที่ไร่เลยเหรอ นายตามไปก็ได้นี่ติณณ์”
“ยังไม่รู้เลยว่าจะไปดีไหม ไว้ค่อยตัดสินใจอีกที ไปด้วยกันไหมภูมิ”
“อย่าดีกว่าเดี๋ยวความแตกขึ้นมาจะยุ่ง แต่นายควรไปนะถือเสียว่าไปพักผ่อน”
“ไว้จะลองคิดอีกที”
“ยังรักษาระยะห่างว่างั้น”
ติณณภพมิได้โต้ตอบอะไรได้แต่ยิ้ม ที่ผ่านมาเขาไม่เคยให้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนมากเท่ามัฑณาวีมาก่อน เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาอยู่ด้วยแล้วไม่รู้สึกอึดอัด ออกจะสบายใจด้วยซ้ำยามเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดเธอ
ความสัมพันธ์นี้จะพัฒนาไปได้มากกว่านี้ไหม เขาเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน มันยังเร็วเกินไปที่จะตอบ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต
ภูมิระพีอยู่คุยกับเพื่อนอีกพักใหญ่ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน ทั้งคู่นัดว่าจะไปบ้านเตชะกษิดิศพร้อมกันในวันพรุ่งนี้
บ่ายวันต่อมา...
ขณะที่ไตรภพและอรจิรากำลังพักผ่อนกันอยู่นั้น สาวใช้ได้เดินเข้ามารายงาน
“มีแขกมาขอพบคุณผู้ชายค่ะ”
“ไปเชิญเขามาพบฉันที่นี่”
“ค่ะ”
ทันทีที่สาวใช้เดินคล้อยหลังไป อรจิราได้หันไปเอ่ยถามสามี
“คุณนัดใครไว้เหรอคะ”
“ติณณ์”
“นึกไม่ถึงว่าวันนี้อรจะมีโอกาสได้พบกับลูกชายของคุณ”
ขณะที่พูดสายตาของอรจิราก็จับจ้องไปที่ประตู อยากเห็นมาตั้งนานแล้วว่าลูกติดของสามีจะมีหน้าตาและลักษณะท่าทางอย่างไร วันนี้จะได้รู้กัน
จังหวะนั้นเองสาวใช้ได้เดินนำสองหนุ่มเข้ามาในห้อง พวกเขายกมือไหว้ไตรภพพร้อมเอ่ยปากทักทาย
“สวัสดีครับพ่อ”
ไตรภพเดินเข้าไปกอดบุตรชายก่อนจะตบไหล่ภูมิระพีแทนคำทักทาย
“พ่อหายดีแล้วใช่ไหมครับ หน้าดูสดใสขึ้น” ติณณภพเอ่ยถาม
“ดีขึ้นมากแล้วลูก แต่หมอห้ามทำงานหนัก”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องงานที่บริษัทนะครับ”
“พ่อไม่ห่วงหรอกภูมิ พ่อไว้ใจติณณ์กับภูมิ ยิ่งมีอาทรคอยช่วยอีกแรงก็ยิ่งทำให้พ่อวางใจ จนอาจจะวางมือจากงานเป็นการถาวร”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







