Share

บทที่ 49

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:14:23

            มัฑณาวีมองเห็นแววตาที่บ่งบอกถึงความอ้างว้างของเขา แม้จะเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีแต่เธอก็สังเกตเห็นมัน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอเอื้อมมือไปโอบกอดเขาเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่น และเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ก็ได้แต่หวังว่าอ้อมกอดนี้คงพอจะทดแทนได้ไม่มากก็น้อย

            อ้อมกอดของเธอทำให้ติณณภพรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ คล้ายจะเข้ามาเติมเต็มความอ้างว้างในจิตใจของเขาได้อย่างน่าประหลาด คงต้องยอมรับว่าเธอได้นำพาความสุขที่เขาโหยหาให้หวนกลับคืนมาอีกครั้ง

            นับวันมัฑณาวีก็เริ่มจะเข้ามามีเนื้อที่ในหัวใจของเขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างรวดเร็ว

            ขณะที่เธอกำลังจะผละออกห่างแต่เขาก็ยื้อเธอไว้

            “ขอผมอยู่แบบนี้อีกสักพักนะมัท”

            เธอยินยอมทำตามที่เขาขอและพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ชีวิตที่คิดลบมันจะทำให้คุณทุกข์และจมอยู่กับความเศร้าหมอง คุณต้องหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดีบ้าง”

            เขายอมปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ ก่อนจะโต้ตอบไปตามความคิดของตัวเอง

            “แต่การเชื่อใจคนง่ายและมองโลกในแง่ดีมากเกินไปอย่างคุณก็ใช่ว่าจะดี ผมเคยสงสัยนะว่าที่ผ่านมาคุณเอาตัวรอดในสังคมยุคปัจจุบันนี้มาได้ยังไงโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ”

            “คงเป็นความโชคดีของมัทที่ได้เจอแต่คนดี ๆ”

            “รวมถึงเพื่อนที่ชื่อฤทัยด้วยหรือเปล่า”

            “นั่นล่ะสีสันในชีวิตของมัทล่ะ เราเคยเป็นเพื่อนรักกัน”

            “แต่ต้องมาแตกคอกันเพราะผู้ชาย”

            มัฑณาวีถอนหายใจก่อนจะพยักหน้า “ก็ทำนองนั้น”

            เขายิ้มให้เธอก่อนจะเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา “ผมขอถามอะไรอย่างหนึ่งได้ไหม”

            “อยากรู้อะไรก็ถามมาสิคะ”

            “ผมเห็นคุณกับลียาสนิทกันมาก ลียาก็รักคุณและคุณยายมากเช่นกัน ผมเลยอยากรู้ว่าอะไรทำให้พวกคุณรักและสนิทสนมกันมากแบบนี้ ทั้งที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน” โดยปกติแล้วติณณภพจะไม่ค่อยสนใจหรือยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงอยากรู้เรื่องความสัมพันธ์ที่สนิทสนมแน่นแฟ้นของมัฑณาวีและฬียากรว่ามันมีความเป็นมาอย่างไร

            มัฑณาวีย้อนนึกถึงเรื่องราวในอดีตอันขมขื่นของเพื่อนรุ่นน้อง ที่เธอรักเสมือนน้องสาวของตนเองก่อนจะถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟัง

            “ชีวิตของลียาน่าสงสารมากค่ะ เธอเติบโตมาในครอบครัวที่มีแต่ความรุนแรง ร่างกายของลียามีแต่รอยเขียวช้ำมาโรงเรียนไม่เว้นแต่ละวัน เพราะเธอและแม่มักจะถูกพ่อขี้เมาซ้อมเสมอ เมามาทีไรก็กลับมาทำร้ายลูกเมียทุกที เมื่อทนจนทนไม่ไหวน้าณีก็เลยสู้และพาลียาหนีมาหาที่อยู่ใหม่ ก่อนจะได้ยินข่าวว่าเขาประสบอุบัติเหตุเมาแล้วขับ เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นไม่นานน้าณีก็ตัดสินใจอยู่กินกับผู้ชายคนใหม่ โดยไม่รู้เลยว่าลียาต้องทนกับการที่ถูกพ่อเลี้ยงของตัวเองลวนลามทุกครั้งที่เขามีโอกาส แม้ลียาจะพยายามหลีกเลี่ยงแต่ก็ทำได้ยาก”

            “จากนั้นเกิดอะไรขึ้น”

            “ค่ำวันหนึ่งน้าณีกลับมาเห็นผัวใหม่ของตัวเองกำลังพยายามข่มขืนลูก ทำให้เธอเข้าไปช่วยเหลือ ทั้งทุบตีและด่าทอผัวที่บังอาจขืนใจลียา ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงลงไม้ลงมือถึงขั้นเลือดตกยางออก เธอบอกให้ลียารีบหนีไป นั่นเป็นสิ่งที่เราได้รับรู้จากปากของลียาในเวลาต่อมา”

            “แล้วคุณเจอลียาได้ยังไง”

            “คืนวันนั้นระหว่างที่มัทเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากบ้านของพวกเรามากนัก มัทเห็นลียานั่งตัวสั่นงันงกอยู่ข้างร้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา เสื้อผ้าของเธอขาดวิ่น ตามเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ มัทถามว่าเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ยอมตอบเอาแต่นั่งร้องไห้ สุดท้ายมัทก็เลยพาลียากลับไปที่บ้าน แล้วเราก็ได้เห็นข่าวแม่ของลียาถูกตำรวจจับกุมตัวด้วยข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา ข่าวนั้นทำให้ลียาช็อกไม่พูดอะไรกับใครอยู่นานเป็นเดือนเลยค่ะ จนเรากังวลว่าเธอจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือคิดอะไรสั้น ๆ ด้วยการทำร้ายตัวเอง มัทก็เลยพยายามที่จะอยู่ใกล้ชิดลียาตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวจะได้ไม่คิดสั้น”

            “บอกผมได้ไหมว่าพวกคุณใช้วิธีไหนเยียวยาบาดแผลในใจของลียา” ติณณภพเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

            “เราใช้ความรักความอบอุ่นของเราเยียวยาจิตใจลียาค่ะ แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยกว่าที่เราจะทำให้ลียาสัมผัสได้ถึงความรักความปรารถนาดีที่เรามีต่อเธอ แต่สุดท้ายเธอก็สัมผัสมันได้ด้วยหัวใจ เธอยอมเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้พวกเราฟังทั้งน้ำตา ตลอดเวลาที่เล่าคุณยายจะใช้อ้อมแขนที่อบอุ่นคอยกอดเพื่อปลอบประโลม และบรรเทาเบาบางความเจ็บปวดที่อยู่ในใจของลียา เราพาเธอไปเยี่ยมน้าณี ก่อนที่จะกลับน้าณีได้ฝากฝังให้คุณยายช่วยดูแลลียา ในขณะที่เธอต้องชดใช้กรรมในคุกจนกว่าเธอจะได้ออกมาจากที่นั่น จากวันนั้นเป็นต้นมาลียาก็อยู่ในความดูแลของคุณยาย และเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของเราค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status