Masuk“แล้วตอนนี้แม่ของลียาอยู่ที่ไหน”
“เธอเสียชีวิตด้วยโรคร้ายหลังจากติดคุกได้เพียงสองปี คุณห้ามพูดหรือถามเรื่องนี้กับลียาเด็ดขาดเลยนะคะ มัทไม่อยากให้ลียาต้องกลับไปคิดถึงเรื่องราวเลวร้ายที่ผ่านมาอีก”
“ผมสัญญาว่าจะไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้กับเธอ ไม่คิดเลยว่าผู้หญิงบอบบางอย่างลียา จะต้องมาพบเจอกับชะตากรรมที่เลวร้ายแบบนี้”
“สิ่งที่ลียาต้องเจอทำให้ลียาเลือกที่จะยึดอาชีพทนายความ เมื่อมีเวลาว่างลียาก็จะรับหน้าที่ทนายอาสาเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะปมในใจที่ตนเองเคยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายแบบนั้นมาก่อน ก็เลยไม่อยากให้ใครต้องมารับชะตากรรมเดียวกัน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วผู้ที่กระทำก็สมควรที่จะต้องได้รับการลงโทษทางกฎหมาย”
“ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกคุณสองคนถึงรักและห่วงใยซึ่งกันและกันมาก”
“หมดข้อข้องใจแล้วใช่ไหมคะ”
ติณณภพพยักหน้าแทนคำตอบ หลังจากได้ฟังเรื่องของฬียากรทำให้รู้สึกว่าปัญหาของตัวเองกับบิดาที่ว่าหนักหนานั้น เทียบอะไรไม่ได้เลยกับสิ่งที่หญิงสาวต้องเผชิญมาก่อนหน้านี้
มัฑณาวีปัดยุงที่บินอยู่ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยชวนเขากลับเข้าไปในบ้าน
“มืดแล้วยุงก็ชุม มัทว่าเรากลับเข้าไปนอนพักผ่อนกันดีกว่าค่ะ พรุ่งนี้คุณต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ ด้วย”
ทั้งคู่เดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมกัน แต่ก่อนที่จะแยกย้ายเข้าห้องพักมัฑณาวีได้หันมาพูดกับเขา
“มัทไม่รู้หรอกนะว่าคุณกับพ่อของคุณมีปัญหาอะไรกัน แต่มัทอยากให้คุณกลับไปปรับความเข้าใจกับท่าน มีอะไรก็เปิดอกคุยกันไปตรง ๆ ให้เข้าใจ การที่มีพ่อให้กอดมันดีจริง ๆ นะ อย่างน้อยก็ดีกว่ามัท แม้อยากจะสวมกอดท่านแต่ก็ไม่มีโอกาสแบบนั้นอีกแล้ว ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
เธอปิดปากหาวก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องนอนของตนเอง
สองสัปดาห์ต่อมา...
“แกแน่ใจนะมัทว่าดินจะไม่เบี้ยวงานนี้” ภาคินเอ่ยถามในขณะที่กำลังขับรถพาเพื่อนรักไปแปลงโฉมให้งามเลิศสำหรับงานเลี้ยงรุ่นในค่ำคืนนี้
“แน่ใจสิเขารับปากมัทแล้วว่าจะตามไปเจอเราที่โรงแรม”
“แกคุยกับเขาครั้งล่าสุดเมื่อไร”
“เมื่อคืนนี้ เขาบอกว่าตามเจ้านายไปตรวจสาขาที่ภูเก็ต จะบินกลับมาที่กรุงเทพฯ บ่ายวันนี้ และก็จะตามไปเจอเราที่โรงแรม”
“รู้ใช่ไหมว่าถ้าเกิดเขาไม่มางานนี้แกจะต้องโดนอะไรบ้าง”
ถ้ามัฑณาวีไม่ควงดินซึ่งสวมรอยเป็นติณณภพไปร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ล่ะก็ ภาคินแทบไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมาเลยจริง ๆ ให้ตายสิ!
“เขาคงไม่ผิดคำพูดหรอก”
“ภาวนาให้เป็นแบบนั้น ตั้งแต่กลับมาจากไร่พวกเราก็ยังไม่ได้เจอหน้าเขาอีกเลย วันที่ไปทำบุญโรงศพเขาก็ไม่ว่างไปกับเรา ยังดีที่แกติดต่อเขาได้”
“ก็ไม่ได้คุยกันบ่อยนักหรอก ดินงานยุ่งมาก เขาต้องเดินทางตามคุณติณณ์ไปต่างประเทศ กลับมาก็ต้องไปตรวจสาขาที่ภูเก็ตอีก แต่ก็รับปากว่าจะมานะ”
“ถึงละ ร้านเสื้อของเพื่อนฉันเอง”
ทันทีที่ภาคินพามัฑณาวีก้าวเท้าเข้าไปภายในร้านก็ได้ยินเสียงทักทายลอยมา
“ลมอะไรหอบคุณพิซซี่มาถึงที่นี่ได้” เจ้าของห้องเสื้อซายน์บูติกเอ่ย
ภาคินหันมองไปยังทิศทางของเสียง เพื่อหาตัวเพื่อนสาวประเภทสองที่ชื่นชอบแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนจะผันตัวมาเป็นดีไซน์เนอร์และมีแบรนด์เป็นของตัวเองอย่างทุกวันนี้
“ฉันมีเรื่องให้แกช่วยน่ะซายน์”
“เรื่องอะไร!”
“ขอแนะนำก่อนนี่มัฑณาวีเพื่อนรักของฉัน มัทนี่ซายน์เจ้าของห้องเสื้อแห่งนี้”
“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักทายพร้อมรอยยิ้ม
“เช่นกัน มีอะไรให้ช่วยก็ว่ามา” ประโยคหลังซายน์หันไปพูดกับภาคิน
“ฉันอยากจะให้แกช่วยแปลงโฉมมัท ทำยังไงก็ได้ให้นางงามเลิศที่สุดในปฐพี เปลี่ยนนางซินให้เป็นซินเดอเรลล่า เพื่อจะไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ที”
ซายน์เดินวนรอบตัวมัฑณาวี “หุ่นดีแบบนี้ไม่ยาก แต่ฉันมีข้อแม้นะ”
“ข้อแม้อะไร”
“ฉันขอถ่ายรูปนางไว้โปรโมทร้านของฉัน”
“ไม่มีปัญหา แต่แกต้องทำให้มัทสวยจนโลกตะลึง ทำได้ใช่ไหม”
“จัดให้ตามที่ขอ”
เพียงแค่เจ้าของห้องเสื้อปรบมือสองสามที พนักงานต่างก็กรูกันเข้ามารุมล้อมรอบตัวหญิงสาว
“เด็ก ๆ เรามีงานสำคัญที่ต้องทำ”
หลังจากนั้นความวุ่นวายก็เกิดขึ้นทันที มัฑณาวีถูกสั่งให้ลองชุด ตอนแรกเป็นชุดราตรียาวซึ่งเธอเห็นว่ามันดูหรูหรามากเกินกว่าจะแต่งไปร่วมงานเลี้ยงรุ่น แม้จะจัดในโรงแรมริมน้ำก็ตามที แต่ก็นะถ้าต้องสวมใส่ชุดราตรียาวกรุยกรายลากพื้นคงจะดูอลังการมากเกิน และคงไม่เหมาะกับคนซุ่มซ่ามอย่างเธอ
“มัทว่าชุดราตรีสั้นน่าจะเหมาะกว่านะคะ”
ซายน์หันไปสบตาภาคิน ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ได้เลย เดี๋ยวจะจัดให้” จากนั้นซายน์ก็เดินตรงไปยังราวเสื้อผ้าชุดราตรีสั้น พร้อมกับชี้ให้เด็กในร้านหยิบชุดที่เธอต้องการมาเจ็ดแปดชุด
“เข้าไปลองสิจ๊ะจะรออะไร” ซายน์เอ่ยหลังจากเห็นสีหน้าตกตะลึงของนางซินที่เธอจะต้องถอดรูปให้
“มัทต้องลองทั้งหมดนี่เลยเหรอคะคุณซายน์” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโอดครวญ
“ถูกต้อง เด็ก ๆ จัดการ”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







