Share

บทที่ 70

last update publish date: 2026-09-18 00:16:08

            ติณณภพพาทุกคนไปที่ออฟฟิศแต่เช้า การปรากฏตัวของเขาและผู้บริหารระดับสูง รวมถึงทีมงานจากสำนักงานใหญ่ที่เดินทางมาโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ทำให้พนักงานที่นั่นเกิดความโกลาหล

            เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าผู้บริหารระดับสูงจากกรุงเทพฯ จะเดินทางมาตรวจงานที่นี่

            ที่สำคัญเจ้านายใหญ่อย่างคุณอดิศรก็ยังไม่เข้าออฟฟิศ อาทรบอกให้ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคลจัดเตรียมห้องทำงานชั่วคราวให้ทีมงานของเขา รวมถึงให้ตามตัวผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินมาพบที่ห้องดังกล่าว

            “ทุกอย่างต้องได้ภายในสิบนาที”

            “ค่ะคุณอาทร” ทุกฝ่ายต่างก็รีบกุลีกุจอไปทำตามคำสั่งนั้น

            “เชิญคุณติณณ์และทีมงานทางนี้เลยค่ะ”

            ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเข้ามาเอ่ยเชื้อเชิญทุกคนไปยังห้องรับรองแขก

            เมื่ออารีย์ผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินเดินเข้ามาในห้อง อาทรได้ยื่นแฟ้มที่ระบุถึงเอกสารที่เขาต้องการ

            “ผมอยากได้เอกสารเหล่านี้ เดี๋ยวจะให้คนของผมตามไปเอาที่ห้องทำงานของคุณ”

            “ได้ค่ะ”

            ภูมิระพีหันไปพยักหน้าให้นักบัญชีอีกสามคนที่เดินทางมาด้วย เดินตามอารีย์ไปเพื่อไปเอาเอกสารที่ต้องการ ทั้งสามคนรับรู้ถึงแผนการสลับตัวกันระหว่างติณณภพและภูมิระพีเป็นอย่างดี จากการบอกเล่าของอาทรก่อนที่พวกเขาจะร่วมเดินทางมาที่นี่

            อีกทั้งยังเป็นทีมงานใหม่ที่ติณณภพหามามิใช่พนักงานที่มีอยู่เดิมของบริษัท จึงมิได้แสดงความประหลาดใจหรือทำพิรุธให้มัฑณาวีเกิดความสงสัยแต่อย่างใด เพราะพวกเขาถูกสั่งกำชับมาอีกทีว่าห้ามมิให้ทำแผนแตกเด็ดขาด

            หลังจากนั้นไม่นานเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องการ ก็ถูกทยอยนำมาวางไว้ในห้องทำงานชั่วคราว มัฑณาวีและทุกคนต่างช่วยกันตรวจสอบเอกสารเหล่านั้นอย่างตั้งใจ ส่วนติณณภพและภูมิระพีก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของอดิศร

            “เจ้านายของคุณไปไหน สายป่านนี้แล้วทำไมเขายังไม่มาทำงานอีก” ติณณภพเอ่ยถามเลขาคนสนิทของอดิศร

            “ไม่ทราบค่ะ คุณอดิศรไม่ได้แจ้งไว้” 

            “ปกติเขามาทำงานไม่เป็นเวลาแบบนี้เสมอเลยเหรอ”

            “บางครั้งค่ะ” เธอตอบด้วยเสียงแผ่วเบา

            “ช่วยโทรไปตามเขาให้รีบมาพบผมที่นี่ที”

            “จะจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

            เลขาของอดิศรรีบโทรศัพท์เข้ามือถือของเจ้านายอยู่หลายครั้ง เพื่อแจ้งเรื่องนี้ให้เขาทราบแต่เขาก็ไม่ยอมรับสาย เมื่อติดต่อเขาไม่ได้เธอจึงเดินเข้าไปแจ้งให้ติณณภพทราบ

            กว่าอดิศรจะเข้ามาทำงานก็ปาเข้าไปเกือบสิบเอ็ดโมง เมื่อมาถึงเลขานุการส่วนตัวได้แจ้งให้เขาทราบว่าผู้บริหารระดับสูงจากกรุงเทพฯ เดินทางมาที่นี่ และตอนนี้ก็กำลังรออยู่ในห้องทำงานของเขา

            “ฉิบหายละ! แล้วทำไมไม่รีบโทรไปบอกฉัน เป็นเลขาภาษาอะไรไม่รู้จักหน้าที่ของตัวเอง”

            “โทรแล้วค่ะ โทรไปตั้งหลายครั้งแล้วด้วยแต่คุณก็ไม่รับสาย”

            “คราวหน้าทำงานให้ดีกว่านี้หน่อยนะ” พูดจบก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของตัวเองพร้อมกับปั้นหน้ายิ้ม

            “สวัสดีครับคุณติณณ์ ผมไม่ทราบว่าคุณติณณ์จะมาก็เลยไม่ได้มาคอยต้อนรับ ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

            “ไม่ต้องมากพิธีหรอก คุณมาทำงานเวลานี้ทุกวันเลยเหรอ รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว”

            “ขอโทษที่มาสายครับ”

            “ผู้บริหารที่ดีก็ควรทำตัวอย่างดี ๆ ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดูเป็นแบบอย่าง ไม่ใช่ถือว่าเป็นผู้บริหารแล้วจะละเลยกฎเกณฑ์ของบริษัท จะเข้ามาทำงานหรือกลับบ้านตอนไหนก็ได้ตามแต่ใจ” ติณณภพตำหนิเขาซึ่งหน้า

            อดิศรหน้าชาที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนตำหนิอย่างไม่ไว้หน้า แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขาเป็นลูกชายเจ้าของบริษัท แถมยังเป็นซีอีโอ แม้จะไม่พอใจแต่ก็จำต้องอดทนไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา

            “ผมและทีมงานจะมาตรวจสอบระบบการทำงานของที่นี่”

            “ตรวจสอบ!”

            “ใช่ แต่คุณติณณ์เพิ่งจะมาตรวจสอบเราไปเมื่อไม่นานมานี้เองนะครับ”

            “ผมก็แค่อยากให้มั่นใจว่าระบบของที่นี่ไม่มีปัญหาอะไรก็เท่านั้น หรือว่าคุณมีปัญหา”

            “ไม่มีครับ ผมบริหารงานที่นี่ด้วยความตั้งใจ โปร่งใส และตรวจสอบได้เสมอครับ ถ้าคุณติณณ์ต้องการอะไรก็บอกผมได้เลยนะครับ ผมพร้อมที่จะดำเนินการและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อให้การตรวจสอบในครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น”

            “เรามีทีมงานจากกรุงเทพฯ มาทำหน้าที่นั้นอยู่แล้วคงไม่ต้องรบกวนคุณ แค่ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอ”

            “ผมทำเต็มที่เต็มความสามารถอยู่แล้วครับ”

            “ขอให้เป็นเช่นนั้น” ติณณภพพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status