LOGINติณณภพส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มไลน์สี่คน เพื่อบอกเล่าถึงเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นตกใจที่เกิดขึ้นกับมัฑณาวี รวมถึงความคืบหน้าของแผนการที่มีผลพวงมาจากเหตุการณ์นั้นให้ภาคินและฬียากรรับรู้ และก็พบว่าข้อความเหล่านั้นถูกเปิดอ่านในทันทีเช่นกัน
“นึกว่าจะได้เดินอวดชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่แบบสวย ๆ ให้คุณติณณ์ดู ที่ไหนได้ดันมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสียก่อน มัฑณาวีนะมัฑณาวีไม่เคยละทิ้งคอนเซ็ป คนอื่นต้องมาก่อนตัวเองเสมอ” ภาคินเอ่ยออกมาอย่างปลง ๆ หลังจากอ่านไลน์ของดินจบ
“นั่นล่ะค่ะเสน่ห์ของพี่มัท”
“ใช่เลย แม้จะเริ่มต้นได้ไม่เหมือนอย่างที่คิดแต่ก็จบได้อย่างเพอร์เฟค เริ่ดอยู่”
“ทีนี้เราก็ต้องมารอลุ้นกันล่ะค่ะว่าดินเนอร์ของพี่มัทกับคุณติณณ์จะราบรื่นไหม”
“หวังว่าจะไม่มีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้นอีกนะ”
“งานนี้ต้องยกความดีให้พี่ดิน เทรนเนอร์มือหนึ่งของเรา”
“ใช่ ลียาพูดได้ถูกต้อง”
มัฑณวีเลือกสวมใส่เดรสคอวีสีขาวผ่าช่วงแขนด้านหน้า พร้อมกับสวมสร้อยสีดำ เรียบหรูดูแพงแบบนี้เขาน่าจะชอบ จากนั้นก็ลงไปที่ล็อบบี้ตามเวลานัด
ภูมิระพีสั่งให้รถของโรงแรมไปส่งที่ร้านอาหารวิวสวยติดระดับท็อปเท็นของภูเก็ต บรรยากาศดีสุด ๆ มองเห็นวิวทะเลสีฟ้าใสในยามอาทิตย์อัสดง มัฑณาวีรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อได้มานั่งดินเนอร์กับชายหนุ่มที่สาว ๆ ต่างก็หมายปองกันตามลำพังสองต่อสอง
ระหว่างรับประทานอาหารร่วมกัน เขาทำหน้าที่สุภาพบุรุษคอยดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี แถมยังชวนคุยอย่างเป็นกันเอง ไม่เหมือนที่ผ่านมา
จากการที่ได้พูดคุยกับมัฑณาวีอย่างใกล้ชิด ทำให้ภูมิระพีรู้แล้วว่าอะไรคือเหตุผลที่ทำให้เพื่อนรักของเขายอมเปิดประตูหัวใจ ความจริงใจและความสดใสร่าเริง รวมถึงรอยยิ้มที่สดใส ทัศนคติด้านบวกที่ส่งพลังบวกให้แก่คนรอบข้างอยู่เสมอนี่เองที่ง้างประตูหัวใจของติณณภพได้
“คุณติณณ์คะ คุณติณณ์ ฟังอยู่หรือเปล่าคะ” เสียงหวานกังวานใสของเธอทำให้เขาหลุดจากภวังค์
“เป็นอะไรไปคะ มัทเรียกคุณอยู่ตั้งนานแต่คุณก็ไม่ได้ยินเอาแต่นั่งเฉย หรือว่าไม่สบาย”
ด้วยความห่วงใยทำให้มัฑณาวียื่นมือไปวางบนหน้าผากเขาเพื่อวัดไข้ เขาส่งยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะลงมือทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาจากติณณภพ เพื่อนรักของเขายังกำชับอีกว่าห้ามทำพิรุธอะไรให้เธอสงสัยได้เป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะต้องโดนดีแน่ และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เพื่อนวางไว้ จึงต้องทำทุกอย่างด้วยความแนบเนียน
“ผมโอเค ตรงนี้ต่างหากที่กำลังทำงานหนัก” เขาจับมือเธอไปวางตรงตำแหน่งหัวใจของตัวเอง
“คุณได้ยินไหม”
“ได้ยินอะไรคะ” เสียงที่ตอบกลับไปนั้นแผ่วเบา
“เสียงหัวใจของผมที่กำลังเต้นรัวเพื่อจะบอกอะไรบางอย่างกับคุณ”
“บอกอะไรคะ”
“ก็บอกถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณยังไงล่ะ”
ควรจะต้องดีใจใช่ไหมที่แผนการคืบหน้าไปไวกว่าที่คิด ไม่รู้ทำไมกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น และจู่ ๆ ก็มีใบหน้าของดินทับซ้อนขึ้นมา มัฑณาวีพยายามที่จะสลัดภาพเหล่านั้นทิ้งไป แต่ดูเหมือนจะทำได้อย่างยากเย็น ยิ่งพยายามสลัดทิ้งภาพของดินกลับยิ่งชัดเจน ความรู้สึกสับสนในจิตใจ ทำให้หญิงสาวเอ่ยปากชวนเขากลับที่พัก ทั้งที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน
“มัทว่าเรากลับกันเถอะค่ะ มันอยากกลับโรงแรมแล้ว อย่าลืมสิคะว่าพรุ่งนี้เราต้องเริ่มงานกันแต่เช้า”
ภูมิระพีค่อนข้างแปลกใจที่จู่ ๆ หญิงสาวตรงหน้าก็ชวนเขากลับที่พักขึ้นมาดื้อ ๆ แต่ก็ยอมทำตามคำขอของเธอโดยมิได้เอ่ยถาม
“ได้ครับ ผมตามใจคุณ”
เมื่อทั้งคู่กลับมาที่โรงแรม ภูมิระพีเดินมาส่งหญิงสาวที่ห้อง เมื่อเห็นว่าเขายังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปที่ห้องพักของเขา มัฑณาวีจึงเป็นฝ่ายเอ่ยลา
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ”
“ ราตรีสวัสดิ์ครับ”
ภูมิระพีแกล้งทำท่าจะโน้มตัวไปจูบที่หน้าผากเธอเพื่อดูปฏิกิริยาของหญิงสาว มัฑณาวีรีบเบี่ยงตัวหลบโดยอัตโนมัติ
“พบกันพรุ่งนี้นะครับ”
มัฑณาวีพยักหน้าจากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้อง
แปลก! ทำไมถึงไม่รู้สึกเขินอายหรือใจเต้นแรงเมื่อเกือบจะถูกเขาจูบ
ช่างเถอะ อย่าคิดมากเลย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ก็ดีแล้ว จากนั้นก็เข้าไปอาบน้ำสระผมอย่างสบายอารมณ์ ก่อนเข้านอนมัฑณาวีหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูพบข้อความของภาคินที่ส่งมาในไลน์กลุ่มสี่คน
ดินเนอร์กับคุณติณณ์สองต่อสองเป็นไงบ้าง
‘ก็ดี’ เป็นคำตอบที่หญิงสาวส่งไป
“ทำไมมันตอบสั้นจัง ตอบอย่างนี้แปลได้ว่ามีปัญหา” ภาคินบ่นพึมพำออกมาเบา ๆ
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)