LOGINเมื่อได้สัมผัสกอดรัดแนบชิดภายใต้บรรยากาศที่เป็นใจ เสียงดนตรีที่คลอเบาๆ บวกกับความมึนเมากับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ทั้งคู่ดื่มเข้าไป เป็นเสมือนสิ่งเร่งเร้าที่ไม่อาจต้านทานความต้องการลึก ๆ ที่อยู่ภายใน จนต้องแสดงออกมาในที่สุด ทั้งสองเริ่มสัมผัสลูบไล้เรือนร่างของกันและกันอย่างช้า ๆ ติณณภพฉวยโอกาสมอบจูบที่เร่าร้อนให้มัฑณาวีโดยมิไม่ยอมให้เธอได้ตั้งตัว
ปากกระด้างของเขาดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ริมฝีปากเขาแยกออกและแนบลงบนปากเธอ ในเวลาเดียวกันเขาก็ดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น ขณะที่เขาจูบเธอนั้น เธอรู้สึกได้ถึงช่วงเวลามหัศจรรย์ ริมฝีปากเขาอบอุ่นและอ่อนโยน มัฑณาวีเผยอริมฝีปาก เพราะไม่อาจปิดกั้นความต้องการของตัวเองที่มีต่อเขาได้ ติณณภพดูดริมฝีปากล่างของเธอ เขาใช้ลิ้นแตะปลายลิ้นเธอ ทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานจนเธอแทบจะขาดอากาศหายใจ
“อย่าค่ะ เราไม่ควรทำแบบนี้” เธอร้องค้านเสียงแผ่วเบาเมื่อมีโอกาส ไม่น่าเชื่อว่าเธอจะเผลอไผลไปกับสัมผัสของเขา
และถึงแม้ว่าจะรักเขามากสักแค่ไหน ก็ไม่ควรปล่อยตัวปล่อยใจมีอะไรเกินเลยกันอย่างลึกซึ้งก่อนเวลาอันควร
ชายหนุ่มไม่ได้หยุดการกระทำของตนเอง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่วิ่งพล่านอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสันดานดิบของผู้ชาย ผลักดันให้ติณณภพเลือกที่จะกระทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาระดมจูบเธอไม่ยั้ง ปลายลิ้นของเขาลุกล้ำเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นนุ่มด้วยความชำนาญ เพื่อสัมผัสความหวานจากริมฝีปากของเธอ และเพื่อหลอกล่อให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เขาจงใจมอบให้
ริมฝีปากร้อนรุ่มและปลายจมูกโด่งของเขา สัมผัสไปทั่วใบหน้างามของเธออย่างย่ามใจ ก่อนจะละเรื่อยมาจนถึงใบหู เขาซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธออีกครั้ง ปลายจมูกของเขาฝังอยู่กับเนื้อนุ่ม พลางใช้ริมฝีปากขบเม้มเบาๆ
จากสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับ ทำให้มัฑณาวีรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนเองถูกแผดเผา และกำลังจะระเบิดเป็นจุณในอีกไม่ช้า
“ดินคะ...ดิน” เธอเผลอร้องเรียกชื่อเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว
มัฑณาวีตอบสนองสัมผัสของชายหนุ่มแบบกล้า ๆ กลัว ๆ อย่างคนไร้ซึ่งประสบการณ์ ติณณภพยอมรับว่าความอ่อนใสไร้เดียงสาของหญิงสาวทำให้เขาหวั่นไหวได้ไม่น้อย เธอทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน เมื่อต้องเลือกระหว่างคุณธรรมและตัณหาราคะในจิตใจ ก่อนหน้านั้นเขาเคยมั่นใจว่าสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ แต่พอสบตาดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ความสุขุมเยือกเย็นในการบังคับจิตใจตัวเองก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาอันร้อนแรง ที่คุกรุ่นอยู่ภายในกายเขา และปล่อยให้มันเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
“ผมต้องการคุณ...ให้ผมรักคุณนะมัท”
ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวปฏิเสธ เขาใช้ริมฝีปากของเขาปิดกั้นคำทักท้วง ที่กำลังจะตามมาจากริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ เขาเริ่มจูบเธออย่างดูดดื่มอีกครั้ง
พระเจ้า...เธอช่างแสนหวาน
ปลายลิ้นของเขาปัดริมฝีปากล่างที่ไวต่อความรู้สึกของเธอ ในนาทีนี้หลักการของมัฑณาวีก็สูญสลาย ความคิดใด ๆ ที่จะปฏิเสธเขาหายวับ เพราะไม่อาจต่อต้านพลังที่ดึงเธอเข้าหาเขาได้อีกแล้ว เธอเผยอริมฝีปากยอมให้เขาเข้าไปลิ้มรสหวานได้ตามแต่ใจ เขาค่อย ๆ ใช้เวลาในการรุกล้ำเธอ และเมื่อเขาทำ จุมพิตของเขาจึงลึกซึ้งเต็มเปี่ยม เธอตอบโต้จูบของเขาอย่างร้อนผ่าว ชีพจรของเธอเต้นโลดเกินควบคุม
ในตอนนี้เองที่มัฑณาวีไม่เหลือความคิดใดใดอยู่ในสมอง เธอตอบสนองจุมพิตของเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และสอดมือเข้าไปในผมนุ่มของเขาอย่างเผลอไผล ติณณภพใช้ความชำนาญและลีลาที่เร่าร้อน ปลุกเร้าอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้เธอร่วมมือ ด้วยการตอบสนองความต้องการของเขา
หลังจากที่เขามอมเมาเธอด้วยจูบที่เร่าร้อน ร่างบางของเธอก็ถูกช้อนขึ้นสู่อ้อมแขน มัฑณาวีซุกซบใบหน้ากับแผงอกล่ำสัน แขนทั้งสองของเธอพาดอยู่กับบ่าแข็งแรงของเขา ติณณภพอุ้มเธอเดินตรงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ภายในห้องนอน จากนั้นร่างของเธอถูกโน้มเอนลงบนที่นอนหนานุ่ม โดยมีร่างกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของเขาทาบทับตามลงมา
มัฑณาวีมีท่าทางลังเล “เราไม่ควรทำแบบนี้นะคะ มันไม่ถูกต้อง...”
“อย่าห้ามผมเลย” เขาเอ่ยพร้อมกับจ้องมองเธอนิ่งนาน
อะไรบางอย่างจากแววตาของเขาที่จ้องมองมาที่เธอนั้น ทำให้มัฑณาวียกมือโอบรอบคอเขาพร้อมกับโน้มคอเขาลงมา ริมฝีปากเยี่ยงอิสตรีตะปบจูบเรียวปากสีกุหลาบนั้นทันที เขาจูบเธอราวกับโหยหามาช้านาน
มือเรียวของเขาล้วงเข้าไปใต้เสื้อที่เธอสวมใส่ พร้อมกับปลดตะขอบราที่อยู่ด้านหน้าด้วยความชำนาญ และไม่รอช้าที่จะคลึงเคล้าทรวงอกคู่งาม ทันทีที่มันเป็นอิสระจากพันธนาการจากอาภรณ์ชิ้นจ้อย อกอวบของมัฑณาวีซึ่งไม่เคยต้องมือชายมาก่อน ลุกสู้ชูชันท้าทายสัมผัสรักจากเขา
ติณณภพถอดเสื้อผ้าของหญิงสาวออกด้วยความว่องไว เจ้าของร่างบางก็ให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







