LOGINคำบอกรัก...และลมหายใจอุ่น ๆ ที่กระทบซอกคอมีผลทำให้เธอรู้สึกวาบหวามอย่างประหลาด เธอยิ้มให้เขาอย่างเขินอาย ก่อนจะซุกตัวในอ้อมกอดที่อบอุ่น พร้อมกับซึมซับความรักที่เขาส่งผ่านมาให้เธอ
ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกเขา
“แต่งงานกับผมนะมัท ผมอยากใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับคุณ และอยากให้คุณเป็นแม่ของลูกผม”
คำขอแต่งงานของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรง ช่างแตกต่างจากตอนที่ติณณภพขอคบหากับเธอโดยสิ้นเชิง
“เราแต่งงานกันนะ”
“มันออกจะแปลกอยู่สักหน่อยที่คุณขอแต่งงานกับมัท ทั้งที่เราสองคนกำลังนอนเปลือยกายกอดกันอยู่บนเตียง แต่ก็แต่งค่ะ มัทอยากแต่งงานกับคุณ”
เขาทาบริมฝีปากลงบนปากเธอ มันสั่นระริก
พระเจ้า...เธอช่างแสนหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาหลงรักเธออย่างหัวปักหัวปำได้อย่างไร
“มัทไปทำงานไม่ทันแล้ว”
“ผมด้วย เกงานกันสักวันจะเป็นไรไป”
ติณณภพตัดสินใจที่จะยังไม่บอกเธอถึงสถานะที่แท้จริงของตัวเองในตอนนี้ เพราะต้องการกลับไปคุยเรื่องแต่งงานกับบิดาก่อน จากนั้นก็จะพาเธอไปแนะนำให้บิดารู้จัก จึงยังไม่ได้บอกความจริงให้เธอรู้
ในวันเดียวกันนั้นเองไตรภพตัดสินใจจะกระทำการบางอย่าง เพื่อหลอกล่อให้คนร้ายลงมืออีกครั้ง เขาสั่งให้อรจิราโทรศัพท์ไปบอกอาทรให้เรียกตัวทนายความเข้ามาพบที่บ้านเพื่อที่จะทำพินัยกรรมในวันพรุ่งนี้
“ทำพินัยกรรมเหรอคะ”
“ใช่ คุณช่วยจัดการบอกอาทรให้ผมทีนะ เขารู้ดีว่าจะต้องติดต่อทนายคนไหนมาดำเนินการเรื่องนี้ให้ผม”
“ได้ค่ะ อรจะรีบจัดการให้” ขณะที่เธอทำทีเดินออกไปหยิบโทรศัพท์เพื่อโทรหาอาทรตามคำสั่งของเขา ก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ไปด้วย
แปลก...ทำไมถึงคิดที่จะทำพินัยกรรมตอนนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าจะทำพินัยกรรมเลย
ในตอนนั้นเองไตรภพได้โทรศัพท์ไปหาบุตรชาย เพื่อบอกเล่าถึงสิ่งที่เขาจะลงมือทำ
“มันเสี่ยงเกินไปครับพ่อ ผมมั่นใจว่าอรจิราต้องลงมืออีกครั้งแน่”
“นั่นล่ะที่พ่อต้องการ ไม่ต้องห่วงนะ พ่อดูแลตัวเองได้ แค่จะโทรมาบอกให้ติณณ์รู้ไว้เท่านั้น”
“ผมจะรีบกลับกรุงเทพฯ โดยเร็วที่สุด”
“นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้”
“ผมเป็นห่วงพ่อนะครับ”
“พ่อจะระวัง”
“ผมจะรีบออกเดินทางเลย แล้วพบกันครับพ่อ” ทันทีที่วางสายติณณภพก็ลงมือเก็บกระเป๋าเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วน สีหน้าที่เครียดขรึมของเขาทำให้มัฑณาวีเอ่ยถามด้วยความห่วงใย
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
“พ่อผมวางแผนหลอกล่อให้คนร้ายลงมือวางยาท่านอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานมาเอาผิด ที่ผ่านมาเมียพ่อไม่มีโอกาสได้ลงมือเพราะมีผมอยู่ด้วย พ่อเลยตัดสินใจวางแผนล่อให้เธอลงมือ ใจจริงผมอยากใช้เวลาอยู่กับคุณให้นานกว่านี้ แต่ผมคงต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก่อน คุณไม่โกรธผมใช่ไหมมัท”
“ไม่โกรธหรอกค่ะ มัทมีเหตุผลมากพอ และเข้าใจดีกว่าความปลอดภัยของพ่อคุณต้องมาก่อน”
เขาวางมือจากกองเสื้อผ้าหันมาดึงตัวเธอเข้าไปกอด แม้ใจจริงอยากจะอยู่ใกล้ชิดหญิงสาวให้มากกว่านี้ แต่ความเป็นห่วงบิดามีมากกว่าทำให้ต้องรีบเดินทางกลับ ซึ่งเธอเองก็เข้าใจถึงความจำเป็นของเขา
“มัทจะช่วยจัดกระเป๋าให้นะคะ”
“ผมทำเองได้ แค่คุณเข้าใจผมก็ดีใจมากแล้ว รู้อะไรไหมมัท”
“อะไรคะ!”
“พ่อผมต้องรักคุณมากแน่ผมมั่นใจ”
“ก็ขอให้เป็นแบบนั้น เพราะถ้าพ่อคุณเกิดไม่ชอบมัทขึ้นมาล่ะก็เป็นเรื่องยุ่งเลย”
“กลัวอะไร ถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็รีบมีเจ้าตัวเล็กไปอวดพ่อสิ ถ้าพ่อได้เห็นหลานล่ะก็จะต้องหลงหลานหัวปักหัวปำแน่เชื่อผม” แววตาของเขากรุ้มกริ่มยามเมื่อเอ่ยคำพูดนั้น
มัฑณาวีตีไปที่ต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาเมื่อได้ยินความคิดเพี้ยน ๆ นั้น
“คุณไม่เห็นด้วยกับแผนนี้เหรอมัท ผมว่าดีนะ น่าจะใช้ได้ผล”
“ไหนคุณมั่นใจว่าพ่อคุณต้องรักมัท แล้วทำไมเราถึงต้องมีแผนสำรองด้วยคะ ขืนมัททำตามแผนของดิน คุณยายของมัทจะได้หัวใจวายตายกันพอดี”
“จริงด้วย ผมลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงนะ กลับบ้านไปคราวนี้ผมจะบอกพ่อเรื่องของเรา และจะให้พ่อไปสู่ขอคุณกับคุณยายของคุณ มัทว่าคุณยายจะเรียกสินสอดแพงไหม”
“นอกจากจะไม่เรียกค่าสินสอดแล้ว มีแต่จะแถมข้าวสารให้คุณอีกน่ะสิไม่ว่า”
“คุณยายออกจะหวงหลานสาวทั้งสองคน มีเหรอที่จะยอมยกคุณให้ผมง่าย ๆ”
“ถ้าเป็นคนอื่นก็คงไม่ยกให้ง่าย ๆ หรอกค่ะ แต่นี่เป็นดิน ยังไม่รู้อีกเหรอว่าคุณยายรักและเอ็นดูดินมากแค่ไหน”
“ถึงอย่างนั้นก็คงจะไม่ยอมยกคุณให้ผมง่าย ๆ แน่”
“คุณยายจะยกมัทให้ดินอย่างมีเงื่อนไขแน่นอน ถ้าคุณทำตามเงื่อนไขของท่านได้ก็หมดปัญหา รีบลงมือเก็บของเถอะค่ะเดี๋ยวจะได้ไปสนามบิน จะได้จัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินด้วย”
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







