Share

บทที่ 94

last update publish date: 2026-09-18 00:18:02

            ตั้งแต่อรจิรารู้ว่าไตรภพจะทำพินัยกรรมเธอก็อยู่ไม่เป็นสุข เพราะพอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่าทรัพย์สมบัติส่วนใหญ่จะตกอยู่ในมือใคร ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เธอ และเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ทำให้อรจิราชิงลงมือทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป

            เช้าวันต่อมาเธอเอายาที่เตรียมไว้ผสมลงในอาหารและเครื่องดื่มของสามี โดยไม่รู้ว่ากำลังถูกจับตามองอยู่ เพราะคิดว่าทางสะดวกจึงรีบลงมือก่อนที่ภูมิระพีกับติณณภพจะเดินทางกลับมาจากภูเก็ต

            “ความโกลาหลต้องเกิดขึ้นก่อนที่ทนายความจะมาถึงแน่ อย่าว่าอรเลยนะคุณไตร ในเมื่อคุณบังคับให้อรต้องลงมือทำแบบนี้เอง ถ้าจะโทษก็โทษตัวเองแล้วกัน”

            ขณะที่อรจิรายกถาดอาหารเข้ามาให้สามีที่ห้อง จู่ ๆ เธอก็ถูกภูมิระพีจับตัวไว้ ส่วนติณณภพก็แย่งถาดอาหารจากมือเธอไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง หญิงสาวมีสีหน้าตกใจที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว

            “พวกคุณกลับกันมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมอรถึงไม่รู้”

            “พี่ชายเธอเขาไม่ได้โทรมารายงานเธอหรือไง”

            นั่นสิทำไมพี่ศรถึงไม่โทรศัพท์มาบอก หรือว่าเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งคู่เดินทางกลับมากรุงเทพฯ แล้ว ถึงได้ไม่ติดต่อมาบอกเธอ

            “แล้วมาจับตัวอรไว้ทำไม ปล่อยอรเดี๋ยวนี้นะ”

            “เธอคิดจะทำอะไรพ่อ” น้ำเสียงที่เอ่ยถามเย็นยะเยือก

            “เปล่านะ อรก็แค่ยกอาหารเข้ามาให้พ่อของคุณตามปกติ”

            “ใส่ยาอะไรลงไป” ติณณภพคาดคั้นคำตอบ

            “อย่ามากล่าวหากันนะ คุณมีหลักฐานอะไรถึงมากล่าวหากันง่าย ๆ แบบนี้” เธอตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

            “ก่อนหน้านี้พวกเราไม่มีหลักฐาน แต่ตอนนี้หลักฐานมันฟ้อง”

            “หลักฐานอะไรคะคุณติณณ์” อรจิราลอยหน้าลอยตาถาม

            “ปฏิเสธไปก็เท่านั้น ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจก็กินอาหารในถาดที่เธอยกเข้ามาให้เราดูสิ กล้าหรือเปล่าล่ะ”

            “ทำไมอรจะต้องบ้าจี้ทำตามที่พวกคุณสั่งด้วย”

            “ไม่กล้ากิน ก็แปลได้ว่าเธอใส่ยาบางอย่างผสมลงไปในน้ำและอาหารของพ่อ พ่อถึงได้เป็นแบบนี้”

            “เปล่าสักหน่อย อรจะทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร” อรจิราปฏิเสธเสียงแข็งแม้จะหวั่นใจกับคำพูดของติณณภพ แต่ก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียวว่าเธอไม่ได้ทำอะไรอย่างที่เขากล่าวหา เขาคงไม่กล้าค้นตัวเธอหรอก แต่ผิดคาดพวกเขาค้นตัวเธอและก็พบซองยาดังกล่าวในกระเป๋ากางเกงที่หญิงสาวสวมใส่

            “งั้นก็บอกมาสิว่านี่ยาอะไร”

            หญิงสาวหน้าถอดสี นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะกล้าลงมือค้นตัวเธอตามอำเภอใจ ทั้งที่อยู่ต่อหน้าไตรภพเช่นนี้ แถมเธอยังชะล่าใจเอาซองยาเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกง แทนที่จะเอาไปเก็บไว้ที่อื่นเหมือนที่ผ่านมา

            “คุณไตรคะช่วยอรด้วยค่ะ อรถูกใส่ร้าย”

            “ใครใส่ร้ายเธอ ยานี่ก็ค้นพบในกระเป๋าของเธอเอง แล้วเธอจะกล่าวหาว่าใครใส่ร้ายเธอได้ยังไงจริงไหม ที่สำคัญเรามีหลักฐานว่าเธอเป็นคนใส่ยาลงไปในอาหารของพ่อ”

            “แต่พ่อของคุณก็ยังไม่ได้กิน”

            “วันนี้ยังไม่ได้กินเพราะเราเปิดโปงแผนการของเธอได้ทันเวลา แต่เมื่อสองวันก่อนเรามีหลักฐานยืนยันได้ว่าเธอเป็นคนวางยาในอาหารของพ่อ”

            “ไหนล่ะหลักฐาน จะมาพูดกล่าวหากันลอย ๆ ไม่ได้นะ อย่าลืมสิว่าอรฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทพวกคุณได้ ถ้าพวกคุณยังไม่หยุดใส่ร้ายอรล่ะก็อรฟ้องแน่”

            “อยากเห็นมากนักใช่ไหม นี่ไงล่ะหลักฐาน”

            ติณณภพเดินไปหยิบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก มาเปิดภาพจากกล้องที่เขาแอบติดเอาไว้ตามที่ต่าง ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ แม้แต่ไตรภพเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ มีเพียงเขากับภูมิระพีเท่านั้นที่รู้

            อรจิราถึงกับหน้าถอดสีเมื่อเห็นหลักฐานมัดตัวชัดเจน ทันใดนั้นอาทรก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับตำรวจอีกสามนาย

            “จับไปเลยครับคุณตำรวจ” ติณณภพเอ่ย

            ตำรวจตรงเข้ามาจับตัวหญิงสาวไว้ ขณะที่อรจิราดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้จับง่าย ๆ ปากก็ร้องตะโกนให้ไตรภพช่วย

            “คุณไตรคะช่วยอรด้วย อย่าให้เขาเอาตัวอรไปนะคะ ช่วยอรด้วยค่ะ”

            แต่ไตรภพกลับนิ่งเฉยไม่เอ่ยห้ามปรามบุตรชายอย่างที่ควรจะเป็น ไม่แม้แต่จะพูดปกป้องเธออย่างที่ผ่านมาซึ่งมันแปลก ที่สำคัญเขายังลุกขึ้นจากเตียงได้โดยไม่มีอาการของคนที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตให้เห็นแม้แต่น้อย ทั้งที่ปริมาณยาที่ใส่ลงในอาหารให้เขากินก่อนหน้านี้ มากพอที่จะทำให้เขานอนเป็นผักเหมือนที่ผ่านมา

             เกิดอะไรขึ้นในเมื่อเธอใส่ยาในอาหารของเขาเมื่อมีโอกาส แล้วทำไมเขาถึงยังลุกขึ้นมายืนแบบนี้ได้ นั่นหมายความว่าที่ผ่านมาเขาไม่ได้กินยาที่เธอผสมลงไปในอาหารอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เขาอาการดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติโดยที่เธอไม่รู้ แต่ยังเสแสร้งแกล้งทำเป็นแขนขาอ่อนแรง เป็นคนป่วยนอนติดเตียงเพื่อตบตาเธอ หลอกให้เธอตายใจเพื่อให้ลงมือซ้ำอีกครั้ง

            และนั่นทำให้อรจิรารู้ว่าตนเองพลาด ตกลงไปในหลุมพลางที่พวกเขาดักล่อไว้ หญิงสาวต่อว่าไตรภพมากมายที่เขาให้ความสำคัญกับติณณภพมากกว่าตัวเธอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 113

    พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 112

    หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 111

    ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 110

    ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 109

    ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ

  • คิวปิดสะกิดรัก   บทที่ 108

    “ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status