LOGINหลังจากที่มีการสัมภาษณ์เกี่ยวกับธุรกิจอยู่พักใหญ่ พิธีกรก็ได้วกเข้ามาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเขาว่ามีคนที่รู้ใจหรือยัง
“มีแล้วครับ เรากำลังจะมีข่าวดีร่วมกันในเร็ว ๆ นี้” คำตอบของเขาสร้างเสียงฮือฮาจากพิธีกรรายการได้ไม่น้อย
“ข่าวดีอะไรคะ อย่าบอกนะคะว่ากำลังจะสละโสด”
“ใช่ครับ”
“คุณติณณ์ทำให้สาวทั้งประเทศที่กำลังนั่งดูคุณอยู่ในตอนนี้อกหักไปตาม ๆ กัน บอกได้ไหมคะว่าใครคือผู้หญิงที่โชคดีคนนั้น”
“ผมต่างหากโชคดีที่เธอยอมรับปากแต่งงานกับผม”
“เธอเป็นใครคะ และไปพบกันได้ยังไง”
“เราเจอกันเพราะอุบัติเหตุ รถของผมเกือบชนเธอ ดีที่เธอไม่ได้เป็นอะไรมาก จากนั้นเราก็พูดคุยสานสัมพันธ์กันเรื่อยมา”
“พอจะบอกชื่อของเธอได้ไหมคะ”
“เธอชื่อมัฑณาวี วรรธนานนท์ครับ” มันออกจะฟังดูแปลกไปสักหน่อยที่เขาดึงการสนทนามาที่เรื่องส่วนตัวของตัวเอง แต่มันเป็นความตั้งใจของเขา
ฟังไม่ผิดใช่ไหม นั่นมันชื่อฉัน โอมายก๊อด! นี่เขาประกาศออกสื่อแบบนี้เลยเหรอ
มัฑณาวีหันกลับไปมองตัวปัญหา และยังได้ยินเสียงสัมภาษณ์ในทีวีดังอย่างต่อเนื่อง
“วินาทีนี้คงมีแต่คนอิจฉาคุณมัฑณาวี เธอเป็นผู้หญิงโชคดีที่ได้ครอบครองหัวใจของหนุ่มหล่อแห่งปี อย่างคุณติณณภพ ซีอีโอของดิเอ็มไพร์กรุ๊ป และก็ขอแสดงความยินดีกับคุณติณณ์ด้วยนะคะ”
“ขอบคุณครับ”
มัฑณาวีปิดโทรทัศน์เมื่อรายการจบ เธอหันไปมองแฟนหนุ่มที่เดินมานั่งลงข้างตัวเองด้วยแววตาขุ่นเคือง
“นี่มันเรื่องอะไรกันคะดิน ไม่ใช่สิ มัทต้องเรียกคุณติณณ์ถึงจะถูกใช่ไหม”
“จะเรียกดินหรือติณณ์ก็คือคนเดียวกัน ผมยอมรับผิดทุกอย่าง และไม่มีข้อแก้ตัว คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ผมยอมทั้งนั้น ขอเพียงให้คุณหายโกรธและยกโทษให้ผมสักครั้ง”
“ทำไมคุณต้องปิดบังมัทด้วยคะ”
“ผมยอมรับว่าในตอนแรกผมตั้งใจที่จะปิดบังคุณ เพราะอยากรู้สาเหตุว่าทำไมคุณถึงต้องการพบผม แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์มันพาไป และการที่คุณได้รู้จักผมในบทบาทของดิน มันทำให้ผมสบายใจที่ไม่ต้องระมัดระวังตัวว่าใครจะเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากตัวผม และก็ดีใจมากที่คุณเลือกผมที่ตัวผม ไม่ใช่เลือกเพราะผมเป็นทายาทมหาเศรษฐี ขอโทษที่ผมปิดบังคุณเรื่องฐานะที่แท้จริงของตัวเอง”
“แล้วคนที่สวมรอยเป็นคุณคือใคร”
“เขาชื่อภูมิระพี ภูมิเป็นเพื่อนรักและผู้ช่วยคนสนิทของผม เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่แม่พาผมย้ายไปอยู่เมืองนอก ผมขอให้เขาสวมรอยเป็นผมเพื่อลองใจคุณ”
“คุณสองคนรวมหัวกันหลอกมัท”
“ผมยอมรับผิดทุกอย่าง จะให้ผมไถ่โทษยังไงก็ยอม”
“เรื่องที่เขาขอคบกับมัทก็เป็นแผนของคุณด้วยใช่ไหม”
“ใช่”
“ทำไมต้องทำแบบนั้น”
“เพราะผมอยากลองใจคุณ”
“ลองใจ! คุณพูดคำนี้มาสองครั้งแล้วนะ”
“ผมอยากรู้ว่าเมื่อรักมาถึงทางเลือก คุณจะตัดสินใจเลือกใคร ระหว่างผมกับตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ไฮโซของพ่อ และคุณก็จะได้รู้ใจของตัวเองด้วยว่าแท้จริงแล้วคุณรักใคร”
หญิงสาวตวัดสายตาคมค้อนเขา
“ทั้งที่คุณก็รู้ดีว่าเลือกใครก็ไม่ต่างกัน”
“ต่างสิ ต่างตรงที่คุณเลือกผมที่ตัวผม ไม่ได้เลือกผมที่ฐานะของผม รู้ไหมว่าผมดีใจมากแค่ไหนกับการตัดสินใจเลือกของคุณในครั้งนี้ อย่าโกรธผมเลยนะคนดี” ติณณภพทำเสียงออดอ้อนในตอนท้าย
“หมั่นไส้นัก” มัฑณาวีพูดพร้อมกับเหวี่ยงหมัดทุบไปที่ไหล่เขาอย่างแรง เขาจับมือข้างนั้นของเธอขึ้นมาจูบ
“ยกโทษให้ผมสักครั้งนะที่รัก”
“ก็ได้ค่ะ แต่คุณต้องรับปากมัทนะว่าต่อไปนี้คุณจะไม่ปิดบังอะไรมัทอีก มีอะไรก็ต้องพูดกันตรง ๆ ห้ามโกหกเด็ดขาดเข้าใจไหมคะ”
“ผมรับปากคุณ หายโกรธผมแล้วใช่ไหม”
หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ
“เฮ้อ! ตอนแรกผมนึกว่าจะต้องโดนคุณจัดหนักแน่ แต่ผิดคาด ดีจังที่คุณเข้าใจและยอมให้อภัย”
“อยากโดนมากนักใช่ไหมจะได้จัด...อื้อ!”
พูดได้เพียงแค่นั้นก็ต้องกลืนคำพูดของตัวเองลงไปในลำคอ เพราะถูกคนข้าง ๆ โน้มตัวลงมากดจูบที่ริมฝีปากนุ่มของเธอ เพื่อปิดกั้นคำพูดที่จะตามมาโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว เขาเลาะเล็มเรียวปากอิ่มอย่างเพลิดเพลิน พลางแทรกลิ้นอุ่นเข้าเกี่ยวกระหวัดหยอกเย้า สร้างความซาบซ่านให้เธอได้ไม่น้อย มัฑณาวีเองก็ไม่ต่างกัน เธอแลกจูบอย่างดูดดื่มจนแรงปรารถนาในกายของเขาและเธอถูกปลุกยากที่ยับยั้งใจได้ เธอรู้ตัวดีขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปคงอดใจกันไม่ไหวแน่
“พอแล้วค่ะ” เธอร้องห้ามทันทีที่มีโอกาส
“คุณทำให้ผมคลั่งจะแย่อยู่แล้ว”
เขาหักห้ามแรงปรารถนาของตัวเองก่อนที่จะหยุดมันไม่ได้ และมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเธอที่โซฟาตัวนี้ ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น
“สรุปว่าคุณหายโกรธผมแล้วนะ” ติณณภพถามย้ำ
“ค่ะ แต่ห้ามทำแบบนี้อีกนะคะ”
“หลังจากผมปรับความเข้าใจกับคุณได้แล้ว พ่อสั่งให้ผมพาคุณไปพบท่าน”
“คุณว่าคุณพ่อของคุณจะชอบมัทไหมคะ”
“ไม่ชอบ”
“หา!” มัฑณาวีมีสีหน้าตกใจเมื่อได้รับคำตอบจากปากเขา
“แต่ท่านรักคุณทั้งที่ยังไม่เคยได้พบหน้าคุณด้วยซ้ำ”
“พูดจริงเหรอคะ”
“จริงสิ เพราะคุณเป็นกาวใจให้ผมกับพ่อได้ปรับความเข้าใจกัน”
หญิงสาวยิ้มออกเมื่อได้ยินคำพูดเขา
พระเจ้า...เธอช่างหอมหวาน...หวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว ริมฝีปากเธอแยกออกเล็กน้อย แต่ความเคลื่อนไหวนั้นบอกความลังเล ราวกับว่าเธอยังคงกำลังตัดสินใจ ติณณภพดึงเธอเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น เขาจุมพิตเธอเนิ่นนานพร้อมกับสอดแขนใต้เข่าและแผ่นหลังเธอ อุ้มเธอขึ้นมาอย่างงายดายก่อนจะวางตัวเธอลงบนเตียงนอน ตรึงข้อมือเธอไว้อย่างอ่อนโยน ใช้เพียงริมฝีปากเพื่อทำให้เธอตื่นเต้น เขาและเล็มใบหูและซอกคอหอมกรุ่นนุ่มละมุนเรื่อยมาจนถึงฐานลำคอ เสียงครางด้วยความสุขติดอยู่ในลำคอของเธอ ความรู้สึกของมัฑณาวีหมุนคว้าง แต่ก็รับรู้ถึงแรงสั่นสะท้านที่แล่นลงสู่ทุกเส้นประสาทของเรือนกาย ทั้งหมดนี้เกิดจากสัมผัสรักที่เขามอบให้ เธอต้องหยุดเขาก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดมากไปกว่านี้ “เราทำแบบนี้ที่นี่ไม่ได้นะคะติณณ์ คุณยายอยู่ที่นี่ด้วย” ติณณภพผละจากร่างบางไปนอนหงายอยู่ข้างตัวเธอ ไม่ง่ายเลยที่จะสะกดกลั้นความต้องการของตัวเอง “จริงของคุณ ทุกคนกำลังรอเราอยู่ พ่อผมก็ด้วย” “คุณพ่อก็มาที่นี่ด้วยเหรอคะ” “ผมชวนท่านมาเอง ป่านนี้ทุกคนคงรอกันแย่แล้ว”
หลังจากที่ได้ระบายความอัดอั้นในใจออกมาจนหมดสิ้น เธอก็ยอมที่จะฟังคำแก้ตัวจากปากของเขา ยอมให้เขาได้อธิบาย “ก็อธิบายมาสิว่าคุณมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณไม่เชื่อใจฉัน” “ไม่ใช่ผมไม่เชื่อใจคุณนะมัท ผมเชื่อใจคุณมาตลอด ไม่มีสักครั้งที่ผมจะสงสัยในตัวคุณ เพียงแต่ผมต้องทำแบบนั้นเพื่อให้อดิศรตายใจ เขาจะได้ไม่ไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะดำเนินการตามกฎหมาย” “คุณรู้ว่าเขาเป็นคนยักยอกเงินบริษัท” “และก็รู้ด้วยว่าเขาสร้างหลักฐานเท็จมาใส่ร้ายป้ายสีผู้หญิงที่ผมรัก” “แต่คุณก็ยังทำเหมือนว่าเชื่อคำพูดของเขาและปรักปรำผู้หญิงที่คุณบอกว่ารัก” “มันจำเป็นน่ะมัท ถ้าผมไม่ทำแบบนี้อดิศรก็อาจจะหลุดรอดไปได้เหมือนอย่างคราวที่แล้วอีก” “ทำไมคุณถึงไม่บอกฉัน” “ถ้าผมบอกคุณ ๆ ก็อาจจะทำพิรุธให้อดิศรสงสัย เขาอาจจะไหวตัวหนีไปก่อนที่เราจะมีหลักฐานไปจับตัวเขาไว้ได้ หรือไม่เขาก็อาจจะจับตัวคุณไว้เพื่อมาต่อรองกับผม และไม่ว่าเขาจะเรียกร้องอะไรผมคงยอมทุกอย่างเพื่อแลกกับตัวคุณ ผมรักคุณนะมัท รักมาก และจะไม่ยอมเสียคุณไปเด็ดขาด”
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ติณณภพเดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาวที่เขารัก โดยไม่ได้ทำเสียงกระโตกกระตาก เขาพบว่าเธอกำลังยืนเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง และยังไม่มีทีท่าจะรู้ตัวว่ามีคนบุกรุกเข้ามาภายในห้อง ติณณภพเดินตรงเข้าไปสวมกอดมัฑณาวีไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับจูบไซ้ซอกคอเธอด้วยความคิดถึง หญิงสาวตกใจที่ถูกจู่โจมอย่างกะทันหัน แต่เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนทำก็รีบสลัดตัวออกจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับหันมายืนเผชิญหน้า เธอจ้องมองเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ “คุณเข้ามาได้ยังไง ใครให้คุณเข้ามาที่นี่” “คุณยายอนุญาตผมแล้ว และห้องของคุณก็ไม่ได้ล็อคผมก็เลยเดินเข้ามา” “ออกไป” เธอเอ่ยปากไล่เขาซึ่งหน้า “ไม่” “ฉันบอกให้คุณออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้” เพราะความโกรธทำให้เธอเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้แทนตัวเอง “ผมจะไม่ยอมก้าวออกไปไหนทั้งนั้นถ้าเรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง” “ความจำเสื่อมหรือไง เราเลิกกันแล้ว ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องคุยกัน ถ้าไม่ออกไปอย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “เอาเลยมัท อยากทำอะไรก็ทำเลย แต่ผมจะไม่ยอมก้า
ติณณภพชวนบิดาและภูมิระพีให้เดินทางไปที่ไร่ห่มรัก เพราะจะไปปรับความเข้าใจกับมัฑณาวี และไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปบอกภาคินถึงเรื่องนี้ “พิซซี่กับลียาก็กำลังจะเดินทางไปที่นั่น แล้วเจอกัน ยังมีเรื่องที่เราต้องต่อว่าคุณเยอะเลย แต่ตอนนี้มีภารกิจที่สำคัญมากกว่านั้น” “คุณจะเป็นแนวร่วมให้ผมใช่ไหม” “แน่นอน แต่คุณต้องสัญญากับพวกเราว่าจะไม่ทำให้มัทเจ็บเจียนตายแบบนี้อีก” “ผมสัญญา แล้วเจอกันที่ไร่ห่มรักนะครับ” ระหว่างทางภูมิระพีได้เอ่ยปากขอโทษเพื่อนรัก “ขอโทษนะที่ฉันเข้าใจนายผิด หลงต่อว่านายเสียตั้งมากมาย แต่ถ้านายเป็นฉัน แล้วเห็นคุณมัทร้องไห้เสียใจมากแค่ไหนกับการกระทำของนาย ๆ ก็คงทำแบบที่ฉันทำเหมือนกัน” “มัทเสียใจมากเลยเหรอ” “แค่พูดว่าเสียใจยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ที่ถูกต้องพูดว่าหัวใจแตกสลายมากกว่า เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด แม้แต่คุณพิซซี่ยังบอกว่าตั้งแต่รู้จักกันมา ไม่เคยเห็นคุณมัทเสียใจกับเหตุการณ์ไหนมากเท่านี้มาก่อน นายเตรียมทำใจไว้ได้เลยอะไร ๆ อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด” “ฉันทำใจไ
ความเสียใจจากชายที่มัฑณาวีหลงรัก ทำให้เธอกลับมาพักอยู่กับคุณยายที่ไร่ห่มรัก แม้จะพยายามทำตัวให้ร่าเริงเหมือนปกติ แต่ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นสายตาของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนอย่างกานดาไปได้ เธอรู้ดีว่าหลานสาวทุกข์ใจเพียงแต่พยายามทำตัวให้ร่าเริง เพราะไม่อยากให้เธอต้องทุกข์ใจตามไปด้วย กานดารอคอยให้เวลาผ่านไปสักพักโดยไม่ถามอะไรที่จะไปสะกิดแผลใจของหลาน รอให้สบโอกาสจึงได้เอ่ยปากถาม “มัทมีอะไรจะเล่าให้ยายฟังไหมลูก” ความเงียบเริ่มเข้าครอบงำ มัฑณาวีไม่อยากโกหกผู้เป็นยาย แต่ก็ไม่อยากเล่าเรื่องทุกข์ใจของตัวเองให้ท่านฟัง ด้วยเกรงว่าท่านจะร้อนใจตามไปด้วย “บอกยายได้ไหมว่าอะไรทำให้มัทเศร้าและทุกข์ใจมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” กานดาเอ่ยถามพร้อมกับลูบผมของหลานด้วยความรักใคร่ “คุณยายรู้ได้ยังไงคะ” เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “มัทเป็นหลานของยาย ยายเลี้ยงมัทมากับมือ มีหรือที่จะไม่รู้ว่ามัทแปลกไป แม้ว่ามัทจะพยายามทำตัวให้ร่าเริง เพื่อปกปิดเรื่องเศร้าโศกเสียใจของตัวเอง แต่มัทปิดยายไม่ได้หรอกลูก ที่ยายไม่ถามทันทีเพราะอยากให้มัทมีเ
“ตอบพ่อมาตามความรู้สึกที่แท้จริงของติณณ์ ลูกเชื่อจริง ๆ เหรอว่ามัททำ” “ผมกำลังตรวจสอบอยู่ครับ” “ไม่เอาการตรวจสอบ พ่ออยากรู้ความรู้สึกของติณณ์” ติณณภพนิ่งไปพักใหญ่ ใช่ว่าเขาเองไม่เสียใจแต่จำเป็นต้องทำ แม้ไม่มีใครเข้าใจก็ไม่เป็นไร เมื่อความจริงถูกเปิดเผยทุกคนก็จะรู้เอง เขาได้แต่หวังว่าเมื่อเวลานั้นมาถึง คนที่เคยโกรธเคืองเขาจะยอมเข้าใจและให้อภัย เขาสบตาบิดาก่อนจะเอื้อนเอ่ยวาจา “ผมยังยืนยันที่จะทำให้ความจริงปรากฏ และไม่ว่าใครก็ตามที่ทำผิดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย” ติณณภพยังคงปากแข็งอยู่ดี แต่แววตาของเขาบ่งบอกให้ไตรภพรู้ว่าลูกเองก็ทุกข์ใจกับเรื่องนี้ ความรู้สึกที่ติณณภพมีก็คงจะไม่แตกต่างไปจากที่มัฑณาวีรู้สึก คือเสียใจและทุกข์ใจไม่ต่างกัน “พ่อจะบอกอะไรให้นะติณณ์ คนรักกันจำเป็นจะต้องมีความไว้เนื้อเชื่อใจกัน นั่นคือสิ่งสำคัญ ถ้าไม่มีสิ่งนี้ชีวิตรักก็จะไปกันไม่รอด ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจติณณ์ก็ได้ทำให้มัทรู้ว่าติณณ์ไม่เชื่อใจเธอ คนเราถ้าสูญเสียความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมีต่อกันไปแล้ว มันก็ยากที่จะประส







