เข้าสู่ระบบสารนิโคตินถูกสูบเข้าไปเต็มปอดก่อนจะพ่นควันในปากออกมายาวเป็นสายให้มันค่อย ๆ จางหายไปในอากาศทิ้งไว้เพียงกลิ่นเฉพาะตัวที่คนสูบคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ดวงตาคมเรียบนิ่งยากจะคาดเดา เลื่อนสายตาจากทิวทัศน์นอกหน้าต่างมามองคนบนเตียง ร่างกายขาวเนียนบอบบางซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม คงจะเหนื่อยจากกิจกรรมที่ทำด้วยกันเมื่อคืนนี้ถึงได้นอนหลับไม่รู้สึกตัวแม้ว่าตอนนี้จะหกโมงเช้าแล้วก็ตาม
ความจริงวันนี้น่าจะเป็นวันที่อีกฝ่ายต้องไปทำงาน แต่ดูท่าแล้วคงจะไม่ไหว เคนเองก็ไม่อยากปลุก เอาแต่คิดทบทวนเรื่องเมื่อคืน พอทุกอย่างจบลงไปแล้วเขาถึงเพิ่งมานึกได้ว่าไม่ควรทำตั้งแต่แรก หากยับยั้งความต้องการสักนิดก็คงไม่เกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อคืนขึ้น
เคนไม่รู้ว่าพลับจีนจะยอมรับข้อเสนอหรือเปล่า ไม่รู้ว่าจะยอมง่าย ๆ เหมือนเด็กคนอื่น ๆ ไหม เพราะเขาไม่อยากมีความสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น ต่อให้พลับจีนจะเป็นคนที่รู้จักกันมาก่อน และอาจจะผิดใจกันได้ในภายหลัง ซึ่งเขาไมได้สนใจอยู่แล้ว ขอเพียงแค่ไม่มายุ่งวุ่นวายให้เขาต้องปวดหัวภายหลังก็พอ
บุหรี่ม้วนที่สามถูกโยนทิ้งออกไปหน้าต่าง ร่างสูงโปร่งเดินมาหยิบเสื้อยืดของตัวเองที่กองอยู่บนโซฟามาสวมใส่ กำลังชั่งใจว่าควรออกไปเลย หรือว่ารอให้พลับจีนตื่นขึ้นก่อนแล้วค่อยกลับ
ดวงตาคมทอดมองไปรอบห้อง หากระดาษกับปากกาเขียนเรื่องสำคัญที่ต้องการบอกอีกฝ่ายให้รู้ไว้เพียงประโยคเดียวเท่านั้น ไม่ได้รอให้พลับจีนตื่นเคนก็เลือกที่จะกลับไปก่อน
เวลาเกือบแปดโมงกว่าเจ้าของห้องจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ความรู้สึกเจ็บแปลบตรงบั้นเอวทำใบหน้าสวยเหยเกบิดเบี้ยว เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นแผ่วเบา สุ้มเสียงแหบพร่าราวกับคนเป็นหวัด
ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะตรงหว่างขาที่ไม่ได้ผ่านการทำความสะอาด ทำให้เจ้าของร่างรู้ได้ทันทีว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน แต่มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ ทว่าหันไปมองรอบ ๆ กลับไม่เจอคนที่อยู่ด้วยกันเมื่อคืนนี้แล้ว
กลับไปแล้วสินะ...
ร่างเล็กฝืนลุกขึ้นจากเตียงนอน ค่อย ๆ วางเท้าย่างไปบนพื้นอย่างระมัดระวัง อยากจะตีตัวเองให้เขียวโทษฐานที่ทำเรื่องน่าอายลงไป ทั้งที่เรื่องอย่างนั้นไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งเป็นคนใกล้ตัวด้วยแล้วยิ่งไม่ควร
แล้วแบบนี้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนตอนเจอกัน ความอยากรู้อยากลองมันทำให้เขากล้าทำเรื่องอย่างนั้นกับเคนเชียวหรือ
ไม่สิ.. คนที่เริ่มก่อนคือเคนต่างหาก ไม่ใช่เขาเสียหน่อย
ระหว่างที่กำลังเดินไปเข้าห้องน้ำ ก็พลันเหลือบไปเห็นกระดาษใบหนึ่งตั้งอยู่ที่โต๊ะพอดี ซึ่งมันผิดหูผิดตาเพราะปกติแล้วพลับจีนไม่เคยวางของไม่เป็นที่
‘เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนฉันหวังว่าเธอจะเก็บมันเป็นความลับและไม่มาวุ่นวายกับฉัน’
วุ่นวาย? เขาเนี่ยนะที่จะไปวุ่นวายกับผู้ชายพันนั้น แค่เมื่อคืนนี้หลวมตัวเผลอไผลไปด้วยเขาก็แทบจะเป็นบ้าอยู่แล้ว หากน่านน้ำรู้เรื่องนี้เข้าเขาจะทำยังไง เขาจะอธิบายว่ายังไง
ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้เนี่ยพลับจีน!!!
ความบริสุทธิ์ที่เก็บไว้มาอย่างยาวนานนับยี่สิบหกปี ต้องมาเสียให้กับคนอย่างคุณเคนจริง ๆ น่ะเหรอ แต่จะไปโทษใครได้ในเมื่อเป็นคนสมยอมเองตั้งแต่แรก
“ลองบ้าลองบออะไรไอ้พลับ ฮึย!”
ผมสีดำขลับถูกทึ้งอย่างแรงราวกับต้องการดึงสติตัวเอง เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเขาเองย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วหมือนกัน จากนนี้เขาก็หวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องเจอกับเคนอีก และก็ภาวนายกมือสาธุเลยว่าขอให้ไม่เจอ ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจก็ตาม
เป็นครั้งแรกในรอบปีที่พลับจีนเข้างานสาย ไม่ใช่สายนิดหน่อยแต่สายไปมาก เข้างานเจ็ดโมง ทว่ากว่าเขาจะมาถึงที่ร้านก็เก้าโมงกว่าแล้ว แบกร่างกายที่ยังบอกช้ำจากการถูกรังแก อีกทั้งยังต้องเดินทางจากที่พักมาที่ร้านเบเกอรี่ที่อยู่ไกลกันเกือบสิบกิโลทำ เล่นเอาพลับจีนเหงื่อตกอยู่เหมือนกัน โชคดีที่เจ้าของร้านใจดีไม่ได้ต่อว่าอะไรพลับจีนเมื่อได้ฟังเหตุผลที่พลับจีนกุเรื่องขึ้นมาเป็นตุเป็นตะ
พลับจีนฝืนร่างกายตัวเองทั้งวันเพื่อทำงาน รู้สึกปวดร้าวตั้งแต่เอวลงไปถึงสะโพก เย็นนี้เขาคงต้องแวะร้านยาเพื่อซื้อยานวดสักหน่อย รวมไปถึงยาคุมกำเนิดที่จำเป็นต้องกิน หากจำไม่ผิดเมื่อคืนนี้เคนไม่ได้ใช้เครื่องป้องกัน กลัวว่าถ้าพลาดท้องขึ้นมาคงจะเป็นเรื่องใหญ่มากไปกว่านี้
ระหว่างที่กำลังเดินออกมาจากร้านยาก็มีสายโทรเข้ามาพอดี ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเพื่อนสนิทของเขาเอง
“ฮัลโหลน่าน”
[เลิกงานหรือยัง]
“เลิกแล้ว น่านมีอะไรหรือเปล่า”
[เฮียชวนมาทานข้าวที่บ้าน เดี๋ยวเราไปรับ]
“ตอนนี้เลยเหรอ”
[อือ พลับสะดวกไหม]
พลับจีนก้มมองถุงยาในมือตัวเองอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับไป
“เราว่าจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวเราไปที่บ้านน่านเองดีกว่า ไม่ต้องมารับหรอก”
[เอางั้นเหรอ จริง ๆ พลับทำธุระเสร็จแล้วโทรมาหาเรา เราไปรับได้นะ]
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปเอง”
[ก็ได้ งั้นไว้เจอกันนะ]
“โอเค”
หลังจากวางสายพลับจีนรีบกลับไปที่บ้านจัดการกินยาตาที่เภสัชบอกเสร็จเรียบร้อย เก็บไว้ในลิ้นชักอย่างมิดชิดแม้ว่าจะอยู่คนเดียวไม่มีใครมาเห็นก็ตาม
ใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวราว ๆ สามสิบนาทีพลับจีนถึงได้เดินออกมาหาวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอย ระยะทางอาจจะไกลนิดหน่อย และด้วยความเร็วของรถอาจจะไม่เทียบเท่ารถยนต์ ทว่าสามารถแทรกไปตามช่องเล็ก ๆ ได้ดีกว่า เพียงไม่นานก็มาถึงหน้าบ้านของน่านน้ำอย่างปลอดภัย
ดวงตากลมเหลือบไปเห็นรถคันหนึ่งซึ่งคุ้นตาแต่นึกไม่ออกว่าเป็นรถของใครที่จอดอยู่หน้าบ้าน จนได้เดินเข้ามาภายในบ้านถึงได้รู้ว่ามีแขกคนอื่นอยู่ด้วยนอกจากเขาแล้ว
จะเรียกว่าแขกได้หรือเปล่า เพราะผู้ชายสองคนที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคือน้องชายคนกลางและคนเล็กของเจ้าของบ้าน คนอื่นคือเขาต่างหาก
ที่คิดเอาไว้ว่าคงไม่ได้เจอกันคงเป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกแล้วสินะ เมื่อคนที่เขารู้จักและสนิทที่สุดในชีวิตคือน่านน้ำ การที่จะบังเอิญพบเจอกับเคนจึงไม่ใช่เรื่องยาก
เคนเองก็ไม่คิดว่าพลับจีนจะมาที่นี่ด้วย หากรู้ก่อนก็คงไม่มา เขาเองอาจจะเก็บความลับและความรู้สึกได้เก่งประมาณหนึ่ง แต่การที่ต้องมาเผชิญหน้ากันนาน ๆ ก็คงจะอึดอัดอยู่ไม่น้อย สุดท้ายแล้วเขาก็ยังคงรู้สึกคิดผิดที่ทำลงไป ไม่น่าไปเล่นกับคนใกล้ตัวตั้งแต่แรก
“พลับมานั่งนี่ก่อนสิ เราทำขนมเอาไว้เยอะเลย กินเล่นไปก่อนระหว่างรอเฮียทำอาหารเสร็จ” ตั้งแต่แต่งงานมาน่านน้ำก็ดูสดใสเพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังพูดเก่งขึ้น ทั้งที่เมื่อก่อนคนที่พูดเยอะที่สุดก็คือเขาเอง “เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าตาดูไม่ค่อยดีเลย ไม่สบายเหรอ”
น่านน้ำเอียงหน้ามอง กลอกตาสำรวจเพื่อนสนิท เอ่ยถามพลางอังมือบนหน้าผากมนเบา ๆ ก่อนจะอังมือบนหน้าผากตัวเอง เพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกายว่าต่างจากตัวเองหรือเปล่า
“เราสบายดี ไม่ได้เป็นอะไร แค่เหนื่อย ๆ นิดหน่อยน่ะ” พลับจีนไม่ได้โกหก เขาเหนื่อยจริง ๆ เหนื่อยมากด้วย เหนื่อยถึงขั้นลางานที่ผับคืนนี้ เขาคงเก็บสีหน้ายิ้มแย้มบริการลูกค้าได้ไม่เต็มที่เท่าที่ควร คิดไว้ว่ากลับจากบ้านน่านน้ำก็คงจะกลับไปนอนทันที “ว่าแต่น้องคุณอยู่ไหนเหรอ”
“เป็นลูกมือช่วยคุณพ่อเขาอยู่ในครัวนู่น”
“เหรอ งั้นเราไม่ไปกวนน้องคุณดีกว่า”
“พี่พลับมานั่งนี่สิครับ พี่น่านทำขนมไว้เยอะเลย คีนกินอยู่คนเดียวจนพุงป๋องแล้ว เฮียเคนเขาไม่ยอมกินอร่อยจะตาย”
“ก็เฮียเคนไม่ชอบขนมพวกนี้ คีนนั่นแหละกินเยอะ ๆ ชอบไม่ใช่หรือไง”
“ถึงชอบก็กินคนเดียวไม่หมดหรอกพี่น่าน”
เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ยใส่พี่ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ชอบกินขนม ไม่ชอบกินของหวาน ทั้งเฮียคินทร์ เฮียเคน พอน่านน้ำทำขนมที่ไรก็เป็นคีนทุกทีที่ต้องกิน มันก็อร่อยอยู่หรอกแต่ให้กินคนเดียวเยอะขนาดนี้มีหวังน้ำหนักขึ้น ตัวกลมหมดหล่อกันพอดี อุตส่าห์ตั้งใจรักษาหุ่นขนาดนี้
น่านน้ำแอบเห็นท่าทีอึกอักของพลับจีนก็นึกสงสัย ราวกับชั่งใจอะไรบางอย่างครั้นคีนชวนให้ไปนั่งด้วยกัน ตอนแรกก็นึกว่าไม่สบายแต่เจ้าตัวบอกไม่ได้เป็นอะไร ตัวก็ไม่ได้ร้อนแล้วทำไมวันนี้ถึงดูแปลกไปจากทุกที
“เราขอออกไปเดินเล่นรอได้ไหม”
“ไหวไหม ขึ้นไปพักบนห้องก่อนดีไหม”
“ไม่เป็นไร ออกไปสูดอากาศสักหน่อยก็คงจะดีขึ้น”
“แน่ใจนะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วง เราโอเคดี”
พลับจีนว่าพลางยกยิ้มกว้างให้น่านน้ำคลายความกังวล เขารู้ตัวเองดีว่าวันนี้ผิดปกติ ไม่ค่อยเป็นตัวเองสักเท่าไร เพราะเวลาอยู่กับน่านน้ำเขาต้องร่าเริงมากกว่านี้ ทว่าตอนนี้ร่างกายกลับรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที แล้วยังต้องมาเผชิญหน้ากับเคนอีกยิ่งทำให้รู้สึกอึดอัดแปลก ๆ อาจเป็นเพราะเรื่องเมื่อคืนยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ แม้ว่าจะเข้าใจอยู่แล้วก็ตามว่าควรทำตัวอย่างไร
“ก็ได้ งั้นเดี๋ยวเฮียทำอาหารเสร็จแล้วเราไปตามนะ”
พลับจีนพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไป อย่างน้อยก็ขอหลบหน้าสักพักก็ยังดี
‘เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนฉันหวังว่าเธอจะเก็บมันเป็นความลับและไม่มาวุ่นวายกับฉัน’
tbc.
คุยกับนักเขียน
ยกเพลงนี้ให้พลับจีนเลย เสร็จแล้วเขาเคยกอดเธอไหม เสร็จแล้วเขาบอกรักเธอไหม เสร็จแล้วเขาก็หันหลังให้~
บักเคนเอ๊ยยยย แม่พูดได้บ่ลูก ไม่อยากอิด่าเลยหนิ เฮ้อออ ทำไมเป็นคนแบบนี้ แม่ไม่เคยสอนเลยนะ เดี๋ยวเถอะแม่จะลงโทษที่เราทำตัวไม่ดี อย่าให้เห็นว่ามีครั้งที่สองนะ!
ตอนไหนที่พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกที่สุด?เป็นคำถามที่เคนไม่เคยถามตัวเอง และไม่เคยรู้มาก่อน จนกระทั่งได้เป็นพ่อคนถึงได้รู้ว่าเวลาลูกต้องห่างออกไปจากอกเราจะเป็นห่วงและกังวลมากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง ยามที่อยู่กับเรา เรายังสามารถดูแลเขาได้ แต่เมื่อเขาต้องไปใช้ชีวิตตามช่วงวัยโดยที่ไม่มีเราอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา คนเป็นพ่อเป็นแม่ถึงได้นึกเป็นกังวล เป็นห่วงจนไม่เป็นอันกินอันนอนเคนแอบมาร้องไห้ในห้องน้ำคนเดียว เพราะพรุ่งนี้ลูกชายต้องไปโรงเรียนวันแรก ความกังวลใจเกิดขึ้นมากมาย กลัวว่าลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ กลัวว่าเพื่อนจะรังแก กลัวว่าคุณครูจะใจร้าย กลัวว่าลูกจะใช้ชีวิตเองไม่ได้ก๊อก ก๊อก ก๊อก!“พี่เคน เป็นอะไรหรือเปล่า”พลับจีนออกมาตามเคนที่ชั้นล่าง เพราะนอน ๆ อยู่เคนก็บอกว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่กลับลงมาชั้นล่างทั้งที่ในห้องก็มีห้องน้ำอยู่ในตัว หายไปนานหลายนาทีก็ยังไม่กลับขึ้นมาแกร๊ก!เสียงปลดกลอนประตูดังขึ้น พร้อมกับประตูที่ค่อย ๆ เปิดออก เผยให้เห็นร่างชายหนุ่มวัยสามสิบกว่าที่ยืนตาแดงก่ำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา“เป็นอะไรครับ ร้องไห้ทำไม” พลับจีนเอ่ยถามด้วยความตกใจ“พี่เป็นห่ว
หลังจากผ่านพ้นงานวันเกิดลูกชายไปเมื่อห้าเดือนที่แล้ว เคนก็เสนอให้พลับจีนทำขนมมาขายที่ร้าน โดยมีน่านน้ำเป็นคนช่วยอีกแรง มีการปรับปรุงต่อเติมแยกออกมาเป็นเหมือนคาเฟ่เล็ก ๆ ข้าง ๆ ร้านอาหาร ยกเคาน์เตอร์บาร์มาไว้ที่นี่ ส่วนในร้านก็เพิ่มโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ามากขึ้น พนักงานเสิร์ฟลาออกเพราะเรื่องส่วนตัวกระทันหัน วันนี้เคนเลยมาช่วยงานที่ร้าน ส่วนเด็ก ๆ ก็ไปอยู่กับคุณปู่คุณย่า หากพามาที่นี่มีหวังไม่เป็นอันทำอะไรน่านน้ำปลีกตัวไปช่วยเคนรับออร์เดอร์ ส่วนพลับจีนช่วยพนักงานจัดการพวกเครื่องดื่ม เพราะเพิ่งต่อเติมได้ไม่นาน เรื่องของพนักงานเลยยังไม่ลงตัว ตอนนี้ได้มีการประกาศรับสมัครไปแล้ว ระหว่างนี้เจ้าของก็ต้องมาช่วยงานไปก่อนพลับจีนคิดว่าที่ลูกค้าได้เยอะแบบนี้คงเป็นเพราะทำเลที่เคนเลือกดี ป้ายหน้าร้านก็เด่นหรา ใครผ่านไปผ่านมาก็ต้องเห็น แถมระแวกนี้ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแกการนั่งทานอาหารชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ อัปลงโซเชียลในช่วงเช้าพวกกาแฟกับขนมจะขายดี ตอนเที่ยงพวกพนักงานหรือคนที่สัญจรไปมาก็จะแวะพักทานข้าว ตกเย็นก็จะมีเด็กวัยรุ่น หนุ่ม ๆ สาว ๆ มานั่งเล่นทุก ๆ วันที่พลับจีนได้เห็นภาพนี้ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย
23 เมษา ชื่อร้านอาหารที่ถูกตั้งขึ้นโดยพลับจีน หลังจากได้ร้านอาหารมาพลับจีนก็ใช้เวลาคิดอยู่ไม่นานก็ได้ชื่อร้านมา ตั้งตามวันเกิดของมาวิน เพราะไม่ว่าอ่านชื่อร้านกี่ครั้งก็จะมีเราทั้งสามคนรวมอยู่ในนั้น มันอาจจะดูลึกซึ้งนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากเลยสักนิดเปิดร้านมาได้สามดือนกว่า ทุกอย่างก็เข้าที่เข้าทางจนคล่องมือ เคนจ้างพนักงานให้มาคอยช่วยที่ร้าน อีกทั้งยังมีเชฟชื่อดังถึงสองคน นับวันลูกค้าเริ่มเยอะขึ้น พลับจีนก็ไม่เคยขี้เกียจเลยสักวัน หลังจากส่งเคนไปทำงานแล้ว ก็พาลูกชายมาที่ร้านอาหารขลุกตัวอยู่ที่นี่ทั้งวันจนเลิกงานเคนถึงมารับภายในร้านยังมีมุมเล็ก ๆ ไว้ให้พลับจีนได้นั่งวาดภาพเล่นตามที่เจ้าตัวชอบ เคนทำทุกอย่างไว้ละเอียดตามที่สเก็ตช์ภาพเอาไว้จริง ๆ ส่วนมาวินก็มีเพื่อนเล่นถึงสองคน นอกจากมีคุณแล้วยังมีมีเธอ ลูกชายคนเล็กของน่านน้ำที่มีอายุห่างกับมาวินเพียงปีเดียว แม้ว่ามาวินจะอายุมากกว่ามีเธอ แต่มีเธอมีศักดิ์เป็นพี่เพราะพ่อของมีเธอเป็นพี่ชายของพ่อมาวิน แบบนี้จึงเหมือนกับว่ามาวินเป็นน้องเล็กสุดพี่ชายคนโตอย่างมีคุณนอกจากจะพาน้องเล่นแล้ว ยังต้องคอยดูแลน้อง ๆ ไปด้วย กระนั้นก็ยังมีน่านน้ำที่เป
คืนวันผ่านไป ย่างเข้าปีที่สองของอายุลูกชาย เด็กน้อยในวันนั้น ตอนนี้เดินเตาะแตะได้แล้ว แถมยังกินเก่งขึ้นทุกวัน คนเป็นพ่อก็ดูจะเห่อลูกยิ่งกว่าเดิม เมื่อก่อนเคนไม่เคยเข้าใจคินทร์เลยว่าทำไมต้องตามใจลูกทุกอย่างขนาดนั้นไม่ว่าลูกอยากได้อะไรก็หามาให้ พอเจอกับตัวถึงได้รู้ว่าไม่ใช่แค่สิ่งของที่ให้ได้เพราะแม้แต่ชีวิตก็ยอมแลกมันเพื่อลูกได้เช่นกัน“มาวินของป๊า”พอชีวิตเริ่มมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น เคนจึงผันตัวจากคนรักอิสระมาเป็นหัวหน้าอย่างแท้จริง ผับ Black butterfly ถูกปิดเป็นตัวลง แม้ว่าธุรกิจจะรุ่งเรือง แต่เคนคงทำต่อไม่ได้ คงไม่มีเวลามากพอเข้าไปดูแลที่นั่น เหลือเพียงร้านอาหารที่ขยายสาขาไปแล้วถึงห้าจังหวัดคนที่บอกว่าไม่อยากทำงานบริษัท ไม่อยากรับช่วงต่อจากที่บ้านตอนนี้กลับเริ่มเรียนรู้งานจากพี่ชาย อย่างน้อยก็เป็นอีกทางที่ทำให้มีรายได้อย่างมั่นคง และตอนนี้กำลังวางแผนจะสร้างร้านอาหารให้พลับจีน ซึ่งเป็นความฝันของที่เจ้าตัวเคยพูดเอาไว้กับน้อง เคนเลยอยากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความฝันนั่นสำเร็จ“น้ำครับ”“ขอบคุณครับ”ร่างสูงอุ้มลูกชายเอาไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะรับแก้วน้ำจากคนรักพร้อมทั้งโน้มไปหอม
ตื่นเช้ามาพลับจีนก็เห็นเคนกำลังนั่งทำอะไรสักอย่างที่ตู้เสื้ออยู่นานสองนาน ก่อนจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ออกมาก็ตรงไปที่เคนนั่งอยู่“ทำอะไรอยู่ครับ”ครั้นลุกขึ้นเดินไปดูก็เห็นว่าอีกคนนั่งดูรูปคู่ของเจ้าตัวกับเพื่อนสนิท หรือที่ไม่เคยพูดคำนั้นออกมาเลย เพราะยังไม่ลืมรักแรก เผลอ ๆ คงยังรักอีกฝ่ายอยู่หรือจริง ๆ เขาไม่ควรหวังอะไรไปตั้งแต่แรก ในเมื่อเคนก็เคยพูดว่าจะทำหน้าที่พ่อให้ลูก มันก็คงจะแค่นั้น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นได้คนตัวเล็กเดินกลับไปอุ้มลูกชายที่ตื่นแล้วลงไปด้านล่าง ปล่อยให้เคนมองตามหลัง เมื่อรู้สึกตัวก็รีบตามลงมา“พลับ”“หิวแล้วครับ รบกวนตั้งโต๊ะให้หน่อย”พลับจีนอุ้มลูกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เลิกเสื้อขึ้นเพื่อให้ลูกกินนม ส่วนตัวเองก็นั่งรอเคนเอาข้าวต้มที่ตื่นมาทำตั้งแต่เช้ามาให้คนที่รู้ตัวว่าทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายใจพยายามที่จะอธิบาย ทว่าพลับจีนไม่แม้แต่จะมองหน้ากัน เพียงแต่ตักข้าวกินเงียบ ๆ ทั้งที่บอกว่าหิวแต่กินไปไม่กี่คำก็วางช้อนไปเสียแล้ว ก่อนจะอุ้มลูกชายไปอยู่ที่ห้องนั่งเล่น เคนหยิบเอาถ้วยไปจัดการล้างเสร็จเรียบร้อยถึงได้ตามมานั่งอยู่ใกล้ ๆ“พลับ”“...”“เธอโกรธฉันเหรอ”“เปล
มาวิน เมธาวิน วิรุฬห์โยธิน เด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาออกมาดูโลกเป็นวันแรกในวันที่ 23 เมษายน 2566 หลานชายคนที่สองของตระกูล ทุกคนดูจะเห่อหลานไม่ต่างจากคนแรก แม้แต่มีคุณเองก็ดูจะตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตัวเองได้น้องชาย จะได้มีเพื่อนเล่นเพิ่มตั้งแต่ออกจากห้องคลอดพลับจีนก็สลบไสลไปเพราะความเจ็บ โดยที่มีพ่อของลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหน้าท้องพลับจีนแผ่วเบาเกลี่ยนิ้วลูบผ่านเสื้อ น้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาด้วยความสงสาร แผลผ่าคลอดคงทำให้พลับจีนเจ็บมากถึงได้นอนหลับไปนานจนพยาบาลเอาลูกมาให้ พลับจีนก็ยังไม่ตื่นขึ้นมา“คืนนี้เดี๋ยวน่านเฝ้าพลับให้เองครับ”“ไม่เป็นไร เฮียอยู่ได้ เฮียอยากอยู่กับพลับ”“เอางั้นเหรอครับ แล้วเฮียจะดูลูกได้เหรอครับ”“อือ พยาบาลสอนไว้แล้ว เฮียทำได้”“ก็ได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวรีบโทรหาน่านนะ”“ครับ”น่านน้ำนึกเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเคนจะทำได้อย่างที่พูดจริง ๆ หรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อยากขัดใจคนเป็นพ่อ“งั้นกลับกันก่อนดีไหมครับป๊าม๊า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”“ถ้าอย่างนั้น ป๊ากับม๊ากลับก่อนนะเคน”“ครับ”“พรุ่งนี้ปู่กับย่ามาหาใหม่นะครับมาวิน”หญิงชราเอ่ยกับหลานชายด้วยใบหน้าอิ่มเอ
“มะ ไม่เอา”ดวงตาทั้งสองสบกันอยู่ครู่หนึ่ง คำปฏิเสธของพลับจีนทำให้เคนนิ่งชะงักไป พลางยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมทัดหูให้อีกฝ่าย ไล้นิ้วเรียวไปตามกรอบหน้าจนถึงริมฝีปากเล็กที่ตอนนี้ทั้งแดงทั้งบวมจากการกระทำของตนเองอย่างนึกเสียดาย ทั้งที่คิดมาตลอดว่าพลับจีนไม่มีเสน่ห์อะไรเลยสักนิด แต่ทำไมพออยู่ในสถานการณ์แบบ
ไม่เคยคิดเลยว่าจะเก็บเขาคำพูดของลูกค้ามาคิดจนปวดหัวแบบนี้ ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองด้วยซ้ำ ทว่าน้ำเสียงและแววตาของเพียงกานต์ที่แฝงไปความผิดหวังระคนความเศร้าเอาไว้มากมายยังติดตาเขาอยู่เลยเขาไม่เข้าใจเลยว่าความรักสามารถทำให้เราเจ็บได้ขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ก็อย่างว่าสิ่งใดไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่มี
กริ่ง~กิจวัตรประจำวันของพลับจีนแทบไม่มีอะไรต่างกันเลย ในหนึ่งวันใช้ชีวิตหมดไปกับการทำงาน อย่างวันนี้ต้องทำงานที่ร้านเบเกอรี่ของพี่ฝน ซึ่งเป็นร้านที่พลับจีนทำมาตั้งแต่สมัยเรียนปีหนึ่งจนถึงตอนนี้ความสนิทสนมของเขาและเจ้าของร้านแทบจะกลายเป็นพี่น้องกันไปแล้ว อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้ดูร้านแทน จึ
“เค้กครับคุณเคน น่านให้เอามาให้”จานขนมเค้กที่ถูกแบ่งมาส่วนหนึ่งยื่นมาตรงหน้า ก่อนเจ้าของชื่อจะช้อนตาขึ้นมองเด็กตรงหน้าที่อายุห่างกันเพียงปีเดียว อีกทั้งยังเป็นเพื่อนสนิทของพี่สะใภ้ใบหน้าหวานเรียบนิ่งจ้องมองกันตาไม่กะพริบ รอให้ลูกชายคนกลางของตระกูล วิรุฬห์โยธิน รับจานเค้กในมือไปเสียทีทว่านอกจากยอ







