LOGINภายในรถเงียบสนิทไม่มีบทสนทนาใด ๆ เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน จนกระทั่งรถเลี้ยวมาจอดหน้าร้านขายของชำที่พลับจีนเองก็เคยมาอยู่หลายครั้ง
“ลงสิ”
พลับจีนหันมองเจ้าของรถด้วยความสงสัย ทว่าไม่ทันได้ถามอะไรอีกฝ่ายก็ลงจากรถไปเสียแล้ว ดวงตากลมกลอกมองบนพลางเป่าลมออกจากปากจนผมหน้าม้าเสียทรง
ร่างสมส่วนเดินตามหลังคนอายุมากกว่าเข้ามาในร้านขายของชำ หันไปยิ้มทักทายเจ้าของร้านเล็กน้อย
“ช่วยเลือกซื้อของที่เด็ก ๆ ชอบหน่อย”
“เด็กที่ไหนครับ”
“บ้านเด็กกำพร้าที่เธอเคยไป”
พลับจีนไม่เข้าใจเคนจริง ๆ ว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่ ครั้งก่อนบอกไม่ชอบเด็ก ทว่าครั้งนี้กลับพาเขามาช่วยเลือกซื้อของให้เด็ก ๆ น่ะเหรอ
แต่ถึงสงสัยยังไงพลับจีนก็ไม่อยากถามอะไรให้มากนัก เดินไปหยิบตะกร้าใบใหญ่มาใบหนึ่ง เลือกซื้อพวกขนมและของใช้ที่คิดว่าจำเป็น จำพวกของเดิมๆ ที่เคยซื้อเหมือนทุกครั้งเวลาไปที่นั่น เคนเดินตามหลังมาเงียบ ๆ ไม่พูดไม่ขัด ไม่ว่าพลับจีนจะเลือกซื้ออะไร แม้ว่าของบางชิ้นจะราคาแพงก็ตาม
“แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะครับ”
“มีเด็กเยอะไม่ใช่หรือไง แค่นี้จะพออะไร”
“แต่นี้ก็หลายบาทแล้วนะครับ” คนที่มีงบน้อยอย่างพลับจีนแม้ว่าจะอยากช่วยเหลือคนอื่น แต่ก็ต้องนึกถึงคุณทรัพย์ของตัวเองด้วยเป็นหลัก
“ฉันมีเงิน” ไม่ใช่การอวดโอ้แค่พูดความจริงเท่านั้น
“ค้าบ.. รู้แล้วครับว่ารวย”
ถึงจะรู้ว่ารวยจริงอย่างที่พูดมาแต่ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ มีเงินแล้วยังไง คิดจะซื้ออะไรราคาเท่าไรก็ได้หรือยังไง ก็รู้อยู่หรอกว่าทำอย่างนั้นได้
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันราวกับคนไม่สบอารมณ์ นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่คุยกันเมื่อสี่เดือนก่อนพลับจีนก็ดูเหมือนจะกล้าต่อปากต่อคำกับเขามากขึ้น แม้แต่น่านน้ำที่อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบปียังไม่กล้าขนาดนี้ แล้วเด็กคนนี้คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน
เคนยืนรออยู่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินเกือบสิบนาที อีกคนก็เดินกลับมาพร้อมกับตะกร้าขนมสามสี่ตะกร้าราวกับประชดกันอย่างไรอย่างนั้น เคนเพียงเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตาก่อนจะรอเจ้าของร้านคิดเงิน จ่ายเสร็จสรรพไม่มีอิดออดหรือคำบ่นออกมาจากปากแม้แต่คำเดียว ถุงขนม ของใช้ถุงใหญ่ ๆ สามถุงถูกหอบหิ้วมาใส่ไว้ท้ายรถ
“ขึ้นรถ ต้องให้บอกทุกอย่างเลยหรือไง”
“ครับคุณเคน”
เด็กหนุ่มตอบรับเสียงยาน กลอกตามองพลางทอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย กลับขึ้นมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้อีกฝ่ายพาไปนั่นทีนี่ที
พอมานึกดูแล้วไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกที่ไปรับปากผู้ชายคนนี้ว่าจะเชื่อฟังทุกอย่างแลกกับเก็บความลับของเขา แค่ตอนนี้ยังขนาดนี้ ต่อไปต้องมีอะไรมากกว่านี้รอเขาอยู่แน่ ๆ เพราะคนอย่างคุณเคนพลับจีนเดาไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าจะทำอะไรยังไงกับเขาบ้าง
พลับจีนช่วยถือถุงขนมที่เพิ่งซื้อมาฝากเด็ก ๆ เดินนำเคนมาอย่างคุ้นชินกับสถานที่ ตรงไปยังห้องพักของครูใหญ่ ก่อนจะพากันมาที่ห้องของเด็กพักของเด็ก ๆ
ครั้นหันไปมองหน้าเคนพลับจีนก็เชื่อสุดใจเลยว่าอีกฝ่ายไม่ชอบเด็กจริง ๆ อย่างที่พูด ทว่ากลับยอมเดินตามเข้ามานั่งลงบนพื้นอย่างไม่นึกถือตัว เห็นว่าปากเสีย ทำตัวไร้มารยาทกับเขา แต่พอคุยกับผู้ใหญ่ก็ดูจะปรับตัวได้ดี ทั้งน้ำเสียง ทั้งรอยยิ้ม สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นเคนกลับทำมันได้อย่างง่ายดายต่อหน้าครูใหญ่
ภายในห้องมีแต่เด็กเล็กอายุไม่เกินหกขวบวิ่งเล่นกันเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว บ้างก็วิ่งมาลากพลับไปเล่นด้วยอย่างเช่นทุกครั้งเพราะความสนิทสนม ส่วนเด็กชายที่ซนหน่อยก็พากันไปปีนตักขี่คอเคนราวกับสนิทสนมกันมานาน
พลับจีนอดขำกับภาพตรงหน้าไม่ได้ ที่เห็นตอนนี้คือเคนนั่งนิ่งเป็นหิน ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นคงกำลังเก็บความรำคาญไม่ให้แสดงออกมา ปล่อยให้เด็กคนนั้นดึงไปทางนั้นทีทางนี้ที ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าหากมาที่นี่โอกาสที่จะเจอกับเด็กซนแบบนี้มีมากนัก แต่กลับยังเลือกที่จะมา พลับจีนไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไปทำไม
แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีหรือเปล่า การที่โดนลากมาที่นี่ อย่างน้อยเขาก็ได้มีโอกาสได้มาเจอกับเด็ก ๆ หลังจากที่หาเวลาว่างให้ตัวเองไม่ได้ พอได้หยุดพักวันอาทิตย์พลับจีนก็ต้องไปอยู่ที่โรงพยาบาล
“คุณเคน มานี่สิครับ”
เจ้าของชื่อเงยมองหน้าคนตัวเล็กนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนร่างกายตามคำสั่ง จนพลับจีนต้องถือวิสาสะดึงแขนให้ลุกขึ้นเดินมาหน้าห้อง กดไหล่ให้อีกฝ่ายนั่งลงบนเก้าอีกตัวเล็กใกล้ ๆ ที่ตัวเองยืนอยู่
“เด็ก ๆ มีใครอยากพับนกบ้างเอ่ย?”
“หนู”
“ผมครับ”
เสียงตอบรับเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็ก ๆ ทำให้พลับยกยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะบอกให้ทุกคนนั่งให้เป็นระเบียบ เดินไปหยิบเอากระดาษมาแจก
“คุณเคนอยากลองพับด้วยไหมครับ”
“ไม่” ตอบปฏิเสธกลับไปทันที
“เอาน่า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วลองพับดูหน่อยเถอะครับ เดี๋ยวพลับสอน” ว่าพลางยื่นกระดาษให้กับอีกฝ่าย ดูก็รู้ว่าไม่พอใจแต่ก็ยอมรับไปแต่โดยดี
พลับจีนคอย ๆ สอนการพับนกทีละขั้นตอนอย่างละเอียด ไม่เร่งรีบ ไม่ใจร้อน อีกทั้งยังคอยเหลือบมองเคนอยู่เป็นระยะ ตอนแรกก็นั่งถอนหายใจทิ้งอยู่เฉย ๆ ไม่ยอมทำตาม ทว่าไม่นานก็เริ่มพับกระดาษตามที่พลับจีนสอน
“ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยวะ!” เอ่ยพึมพำด้วยความรำคาญใจกับตัวเองแผ่วเบา เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าทำไมต้องมาทำเรื่องไร้สาระพวกนี้
“ผิดแล้วครับ ต้องพับมุมนี้ลงมาให้เป็นสามเหลี่ยมก่อนครับ” พลับจีนเดินสอนเด็ก ๆ จนครบทุกคนแล้วจึงกลับมาหาเคนที่ยังวุ่นอยู่กับขั้นตอนแรก
“ยากขนาดนี้ใครเขาจะทำเป็น แล้วจะมานั่งพับนกกระดาษนี่ไปเพื่ออะไร!” เอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เดี๋ยวนี้ใครเขามานั่งพับกระดาษเล่นกัน อย่าว่าแต่สมัยนี้เลย ตั้งแต่เขาเกิดมาไม่เห็นเคยมาทำอะไรแบบนี้
“นกกระดาษก็เหมือนของเล่นอย่างหนึ่งนั่นแหละครับ”
“ถ้าอยากได้ของเล่นก็ซื้อสิ ฉันซื้อให้ก็ได้”
“ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการนะครับคุณเคน” พลับจีนนั่งลงข้าง ๆ พลางพับนกกระดาษไปด้วย “พ่อแม่ของคุณอาจจะมีเงินซื้อของเล่นทุกอย่างบนโลกนี้ที่คุณอยากได้ให้ได้ง่าย ๆ แต่เด็กที่นี่ไม่มี ถ้าไม่มีคนหยิบยื่นมาให้พวกเขา คุณคิดว่าจะได้เล่นของเล่นดี ๆ อย่างที่คุณเคยเล่นเหรอครับ”
“…”
“มันอาจจะดูไม่มีค่าในสายตาคุณ แต่ดูเด็ก ๆ สิครับ แค่นกกระดาษตัวเดียวที่พวกเขาพับขึ้นมาเองได้มันก็ทำให้เขามีความสุข สนุกไปกับมันต่อให้ไม่มีราคาเหมือนของเล่นที่คุณมีก็เถอะ”
พลับจีนไม่รู้ว่าเคนเข้าใจสิ่งที่เขาพูดหรือเปล่า แต่สำหรับเขาที่เคยอยู่ในบ้านเด็กกำพร้ามาก่อน กว่าจะได้ของเล่นสักชิ้นไม่ง่ายเลย ไม่ใช่ว่าจะมีผู้ใหญ่ใจดีมอบให้ทุกปี ของที่เคยมีก็สึกหรอไปตามสภาพอายุ การได้ประดิดประดอย หรือทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมาเล่นเองก็เป็นอีกทางหนึ่งที่พลับจีนเคยทำในตอนนั้น
กระดาษที่ใช้แล้วทิ้งไว้พลับจีนสามารถพับให้เป็นรูปต่าง ๆ ได้เพื่อเอามาเล่นกับน้องสาว อาจจะดูไม่มีค่าในสายตาคนอื่น แต่สำหรับเด็กคนหนึ่งที่ไม่เคยมีอะไรเป็นของตัวเองเลยกลับมีค่ายิ่งกว่าของราคาแพง
“แล้วทำไมต้องเป็นนกกระดาษ” เคนแค่สงสัยว่าทำไมพลับจีนถึงต้องสอนพับนกกระดาษ แทนที่จะสิ่งอย่างอื่นที่แข็งแรง และเล่นได้นานกว่านี้
“เพราะมันเป็นสิ่งแรกที่พลับทำเป็นตอนนั้น”
“…”
“พลับคิดว่านกกระดาษมันเหมือนกับพลับ”
“ยังไง?”
“ได้ชื่อว่านก แต่ก็บินไม่ได้..”
รูปร่างของมันเหมือนนก แต่ก็เป็นได้แค่นกกระดาษ โบยบินอย่างอิสระไม่ได้เหมือนนกจริง ๆ เป็นแค่สิ่งบอบบางที่หากปล่อยทิ้งตากฝนก็คงเปื่อยและขาดไป หากถูกขยำก็คงยับจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม ในอดีตพลับจีนเคยเป็นอย่างนั้น ไม่ต่างจากนกกระดาษเลยสักนิด ต่อให้อยากโบยบินอย่างอิสระมากแค่ไหนก็ทำไม่ได้
“เสร็จแล้วครับ ตัวนี้พลับให้คุณเคน”
“…”
นกกระดาษตัวสีฟ้าถูกวางลงตรงหน้าของเคน ดวงตาคมทอดมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองพลับจีนที่มองกันอยู่ก่อนแล้ว รอยยิ้มนั้นปิดบังความเศร้าบางอย่างในตาไม่ได้เลยสักนิด
“ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดแล้วกันครับ”
พลับจีนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเคนเพราะเมื่อปีที่แล้วน่านน้ำชวนเขาไปฉลองวันเกิดเคนด้วยกัน จริง ๆ น่านน้ำส่งภาพตอนไปทำบุญที่วัดเมื่อเช้ามาให้ดูต่างหากพลับถึงนึกได้ ที่ไม่รับสายเขาก็เพราะไปกับครอบครัวนี่เอง
เคนแค่นหัวเราะในลำคอหนึ่งคำ มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ของขวัญวันเกิด นกกระดาษเนี่ยนะ?
ไม่ทันออกจากที่นี่ ไม่ขาดก็คงหายก่อนกลับถึงบ้านพอดี
คิดว่าเขาจะเก็บของแบบนี้เอาไว้หรือไง?
“ได้ชื่อว่านก แต่ก็บินไม่ได้..”
tbc.
คุยกับนักเขียน
ไม่ชอบเด็ก? แต่พาเขามาหาเด็ก ๆ แค่อยากทำบุญวันเกิด หรือมีจุดประสงค์อะไรจ๊ะ เอาให้แน่จ้าาา มีคนจับตาดูอยู่เยอะเด้อออ อย่าให้ต้องทุบหลังก่อนถึงจะคิดได้
น้องพลับคือมีชีวิตที่น่าสงสารมาก แต่กลับเติบโตมาได้อย่างดี แค่นี้ก็โคตรจะเก่งแล้ว ไอ้ลูกชายแกจงฟังแม่ อย่าทำให้น้องเสียใจ!
“รีบจัดการซะสิ มัวพิรี้พิไรอะไรอยู่”“คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงมาสั่งฉัน” พฤกษ์ตวัดตามองหญิงวัยกลางคนด้วยสายตารังเกียจ“นี่ ยังไงเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว แกควรจะฟังฉันไว้บ้างก็ดีนะ”บุษบายืนกอดอกมองชายหนุ่มตรงหน้า ไม่มีท่าทางเกรงกลัวใด ๆ เธอรอเวลานี้มาตั้งนาน เวลาที่จะได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ครั้งก่อนที่เธอโดนจับเขาคุกก็เพราะมัน หากไม่ได้ลูกสาวไปพลีกายให้กับคนใหญ่คนโตเพื่อหาทางมาช่วยเธอ ป่านนี้เธอคงยังนอนเน่าอยู่ในคุกเธอใช้เวลาตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ที่ออกมา วางแผนทุกอย่างเป็นอย่างดี ครั้งก่อนอาจเป็นเพราะบุ่มบ่ามเกินไปเลยทำให้ตัวเองซวย ทว่าครั้งนี้เธอมั่นใจว่ายังไงก็จะเอาคืนมันให้ได้ที่พฤกษ์ได้มาร่วมมือกับเธอก็เพราะคืนนั้นอีกฝ่ายเพิ่งโดนหักอกมาพอดิบพอดี ออกไปดื่มจนเมาเธอจึงส่งเฟญ่าให้ไปจัดการ หว่านล้อมอีกฝ่ายให้มาร่วมมือด้วยกันขอแค่เธอได้แก้แค้นเด็กคนนี้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการไหน ของแค่ให้มันเจ็บ รู้สึกผิด หรือทรมานทุรนทุรายยังไงก็ได้ ส่วนพฤกษ์ก็แค่ต้องการตัวพลับจีน และเด็กในท้องนั่นคือสิ่งที่สามารถทำให้เราทั้งสองฝ่ายได้ตามที่ต้องการแต่มีอีกสิ่งที่บุษบาต้องการ คือเงิน หลังจากที่ตามสืบมาหลา
23:21 น.ในช่วงกลางดึกตอนที่พลับจีนกำลังนอนหลับสนิท กลับต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงดังอยู่ตรงประตู ก่อนจะเอื้อมมือเปิดไฟในห้อง เห็นกลอนประตูกำลังถูกบิดไปมาคล้ายกับมีคนพยายามจะเข้ามาด้วยสัญชาตญาณพลับจีนกดโทรหาคุณป้าเจ้าของอะพาร์ตเมนต์ทว่าไม่มีใครรับ คงกำลังนอนหลับกันอยู่ ด้วยความกลัวคนที่คิดถึงตอนนี้ก็มีอยู่ไม่กี่คน และคนที่เด่นชัดขึ้นมาที่สุดก็ไม่เคยเป็นคนอื่นเลยนอกจากเคน แม้ว่าที่ผ่านมาอีกคนจะไม่เคยมาหาเลยสักครั้งก็ตาม“รับสิคุณเคน ขอร้อง” หากมีแค่เขาคนเดียวมันก็คงไม่เป็นอะไร แต่นี่มีลูกในท้องอีกคน เขาไม่อยากเสียเด็กคนนี้ไปเป็นครั้งที่สองคนที่อยู่ด้านนอกพลับจีนไม่รู้ว่าเป็นใคร จะใช่โจรหรือเปล่า ถ้าหากให้สู้ก็คงทำได้ไม่เต็มที่นักเพราะเป็นห่วงลูกในห้อง จะให้หนีก็ไม่มีหนทาง[ฮัลโหลพลับ]“ช่วยพลับด้วย มีคนพยายามงัดห้องพลับ”[ฉันจะรีบไป ในห้องมีอะไรพอป้องกันตัวเองได้ไหม โทรหาตำรวจก่อนพลับ]“รีบมาได้ไหม พลับกลัว”[ครับ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะรีบไป เธอจะไม่เป็นอะไร]เคนรีบหยิบกุญแจรถและขับออกมาทันที ระยะทางจากคอนโดฯ ไปอะพาร์ตเมนต์ค่อนข้างไกลพอสมควร ประมาณสามสิบนาทีเห็นจะได้กว่าจะถึงท
“เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะครับพี่พฤกษ์”“ทำไมล่ะพลับ พี่ทำอะไรผิดไปหรือเปล่า พลับบอกพี่มาตรง ๆ ได้เลยนะ พี่พร้อมแก้ไขทุกอย่าง”ปากบางเม้มติดกันแน่น ก้มมองมือที่ถูกอีกฝ่ายกอบกุมเอาไว้แน่น ใบหน้าเปื้อนยิ้มยามนี้หม่นหมองคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ“พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด.. ไม่เคยเลยสักครั้ง”“แล้วทำไมถึงบอกให้เรากลับไปเป็นเพื่อนกันล่ะครับ”หยดน้ำจากตาหยดแมะลงบนหลังมือพลับจีน เจ้าของร่างเล็กยืนตัวแข็ง นึกสงสารอีกฝ่ายจับใจ“พลับท้อง..”“ไม่เห็นเป็นไรเลย พี่รับได้ พี่ดูแลได้ทั้งพลับแล้วก็ลูกของพลับ”“แต่พลับทำแบบนั้นไม่ได้ จะให้พี่มารับผิดชอบดูแลทั้งพลับทั้งลูกได้ยังไง ไม่ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้”พลับจีนคิดมาดีมากแล้ว ยังไงเขาก็คงไปต่อกับพฤกษ์ไม่ได้ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพูดว่ารับได้ที่เขามีลูกกับคนอื่น พร้อมที่จะดูแลทั้งเขาและเด็ก แต่ด้วยจิตสำนึกของพลับจีนในตอนนี้ทำไม่ได้จริง ๆ“ไม่ได้จริง ๆ เหรอครับ เป็นพี่ไม่ได้จริง ๆ เหรอ”“พลับขอโทษ”มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับพฤกษ์ แต่สำหรับพลับจีนแล้วมันเป็นเรื่องที่ใช้เวลาคิดตรึกตรองอยู่หลายวัน การตัดสินใจทำอะไรสักอย่างไม่ใช่ว่าจะปุบปับทันที“ไม่เป็นไร พี่เ
นอกจากจะตกใจที่พลับจีนท้องแล้ว ยังตกใจเรื่องที่พลับจีนเคยแท้งอีกด้วย เคนไม่รู้มาก่อนเลย ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ตอนไหน เรื่องราวเป็นมายังไง ไม่เคยรู้อะไรสักอย่างหรือว่า...“ขอบคุณครับพี่หมอ ผมขอตัวก่อน”เคนรีบออกมาจากห้อง ยังไงเรื่องนี้เขาก็ต้องฟังจากปากพลับจีนให้ได้ คาดว่าพลับจีนออกจากโรงพยาบาลก็น่าจะกลับห้องไปเลย ไม่น่าจะแวะที่ไหนต่อใช้เวลาไม่นานเคนก็กลับมายืนอยู่หน้าห้องพลับจีนแล้ว ยืนเคาะเรียกอยู่นานแต่ก็ไม่มีคนออกมาเปิด ไม่รู้จงใจที่จะไม่เปิดหรือไม่อยู่กันแน่ เจ้าของร่างสูงเดินไปเดินมาอยู่หน้าห้อง จนได้ยินเสียงฝีเท้าอยู่ไม่ไกลร่างเล็กหยุดชะงักตรงบันได มองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องตัวเองด้วยดวงตาวูบไหว เขาไม่รู้ว่าเคนมาที่นี่ทำไม พลับจีนทำทีเป็นไม่สนใจ เดินตรงมาที่ห้องไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป“เดี๋ยวก่อน” เคนดันประตูเอาไว้ ดวงตาคมหลุบมองของในมือที่พลับจีนซื้อมา มีแต่ของบำรุงสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไหนจะหนังสือสำหรับคุณแม่มือใหม่นั่นด้วย “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหม”พลับจีนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายได้เข้ามาให้ห้อง เคนยืนนิ่งอยู่ตรงประตู มองคนตัวเล็กเอาของที่ซื้
“อร่อยไหมครับ”“อร่อยครับ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”พฤกษ์ว่าพลางตักกุ้งตัวโตที่แกะแล้วใส่จานให้พลับจีน ดูแลเป็นอย่างดี จนตัวเองแทบไม่ได้กิน แค่เห็นพลับจีนกินอิ่ม นอนหลับ ยิ้มได้พฤกษ์ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ยิ่งช่วงนี้พลับจีนเปิดใจให้มากขึ้น ต้องยิ่งเร่งทำคะแนนส่วนคนที่คะแนนติดลบอย่างเคนก็เอาแต่ตามดูพลับจีนมาเกือบอาทิตย์แล้ว กลางวันก็แวะไปที่ร้านเบเกอรี่ วนเวียนอยู่แถว ๆ นั้นเพื่อให้ตัวเองได้เห็นหน้าพลับจีน พยายามที่จะหาจังหวะเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะนอกจากอีกฝ่ายจะเมินกันเหมือนเคนเป็นอากาศ ก็ยังจะอยู่พฤกษ์ทุกครั้งที่เห็นไม่รู้ว่าไม่มีงานมีการทำหรือไง ถึงมาเฝ้าพลับจีนอยู่ได้ทั้งวันเขาละเกลียดขี้หน้ามันจริง ๆไม่ใช่ว่าพลับจีนไม่รู้ ไม่เห็นที่เคนคอยตามกันอยู่ทุกวัน แต่ก็แค่ทำเป็นไม่สนใจ เมินอีกฝ่ายไปเหมือนอย่างที่เคนเคยทำ อีกอย่างพลับจีนไม่อยากให้พฤกษ์รู้สึกไม่ดีวันหยุดแบบนี้พฤกษ์พาไปเที่ยวแบบหนำใจ เปิดโลกสุด ๆ ที่ผ่านมาพลับจีนเอาแต่โหมงานจะไปไหนก็ไม่สะดวกเพราะต้องหาเงิน ตอนอยู่กับเคนก็ไม่ได้ออกไปไหนด้วยกันเท่าไร ส่วนใหญ่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันที่ห้องมากกว่าในตอนแรกเคนตั้งใจว่าพลับจีนกลั
3 วันต่อมาวันนี้เป็นวันที่ตระกูลวิรุฬห์โยธินครึกครื้นที่สุด เพราะเจ้าลูกชายคนกลางเพิ่งจะกลับมาบ้านในรอบปี แม้จะติดต่อโทรหากันอยู่บ่อยครั้ง แต่ไม่ค่อยได้กลับมาบ้านใหญ่สักเท่าไร พี่ ๆ น้อง ๆ รวมตัวกันต้อนรับเคน จัดเตรียมอาหารกันเต็มโต๊ะเจ้าตัวเล็กอย่างมีคุณก็จอแจอาตัวเองไม่หยุด ชวนไปเล่นตรงนั้นตรงนี้ ถึงแม้เคนจะไม่ค่อยมีอารมณ์มากนักแต่ก็ไม่อยากขัดใจหลาน ออกมานั่งเล่นกับมีคุณที่สวนดอกไม้ของน่านน้ำ“คุณอาครับ”“ครับ”“เราโทรไปชวนน้าพลับมาด้วยดีไหมครับ”“...”“คุณอยากให้น้าพลับมาด้วย แต่คุณแม่บอกว่าน้าพลับไม่ว่าง เราโทรไปถามอีกทีดีไหม”มีคุณทำหน้าหงอย ออดอ้อนอาเคนให้ช่วยโทรชวนพลับอีกที เพราะเมื่อก่อนเวลารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาน่านน้ำก็จะชวนพลับจีนมาด้วยตลอด เหมือนกับว่าพลับจีนเป็นหนึ่งในครอบครัวนี้ และทุกคนก็รักและเอ็นดูพลับจีนเหมือนกันโดยเฉพาะมีคุณที่สนิทกับพลับจีนมาตั้งแต่เล็ก นั่นเพราะน้าพลับของเขาเล่นด้วยสนุกที่สุด ไม่ว่าจะชวนเล่นอะไรก็ไม่เคยขัด เวลาโดนดุก็มีน้าพลับคอยปกป้อง อีกอย่างเวลาไปหาที่ร้านเบเกอรี่เขาก็ได้กินเค้กฟรีเพราะน้าพลับตลอด พอวันนี้ไม่มีพลับจีนมาด้วยก็แอบเหงาอยู่เห







![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)