Se connecter“อาหารเช้าที่บ้านของผม ส่วนใหญ่ก็...อันนี้ล่ะ”
เขาเลื่อนชามบะหมี่ให้กับเธอ กลิ่นของมันโชยกรุ่นแบบนั้น รสชาติดั้งเดิมจากเมืองไทยแน่นอน
“นี่มัน มาม่าต้มยำกุ้ง?”
เธอมองหน้าเขาแล้วทำตาโต ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า
“หนึ่งในอาหารโปรดของผมเลยละ แม่ผมสั่งมาให้ทีเป็นลัง ถึงจะบ่นว่ามันไม่มีประโยชน์ก็ตามที แล้วก็ต้องมาซื้อเนื้อสัตว์ ไข่ ผักสดบ้าง ทิ้งไว้ให้ผมในตู้เย็น เพราะกลัวว่าผมจะอดอาหารตาย”
“ของโปรดของฟินเหมือนกันค่ะ”
เธอใช้ช้อนคนแล้วซดน้ำของมัน พลางทำหน้าเคลิ้ม
“อร่อยมาก...ไม่ได้กินมาตั้งนานแล้ว”
“กินง่ายจัง”
เขาว่า มองเธออย่างเอ็นดู มันเป็นเช้าแรก ที่เขาตื่นไว เพราะไม่คุ้นกับการที่มีคนมานอนด้วย มันเป็นเช้าแรกที่เขาต้องใช้เวลาในห้องน้ำ...นาน....นิดหนึ่ง เพราะอะไร ๆ มันต้องจัดการให้หายคึกคักบ้าง เฮ้อ...
เป็นเช้าแรกที่เขาลุกขึ้นมาทำอาหาร ถึงจะเป็นอาหารง่าย ๆ ก็เถอะ ตอนแรกอยากจะทำอย่างอื่นให้เธอกิน แต่ก็จนปัญญาเพราะบ้านของเขามีแค่นี้จริง ๆ เขาไปเที่ยวเมืองไทย มารดาเลยไม่ได้มาซื้อของสดไว้ให้ มีเพียงอาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่เธอก็ดูจะอร่อยกับมันจริง ๆ เสียด้วย
“จริง ๆ แล้วที่บ้านกินยากนะคะ”
เธอย่นจมูกน้อย ๆ แก้มแดงหน่อย ๆ อย่างนึกผิดนิด ๆ ที่นินทาบิดากับมารดาให้กับเขาฟัง
“อาหารเช้าจะต้องมีสารอาหารครบถ้วนค่ะ พ่อสั่งไว้ และแม่ก็เป็นคนทำกับข้าวเองด้วย บ้านฟินน่ะ อาหารครบห้าหมู่ เต็มโต๊ะ ทั้ง เช้า กลางวัน เย็นด้วยนะจะบอกให้ กว่าจะได้แอบกินอะไรแบบนี้ก็นาน ๆ หน ต้องอาศัยเวลาพ่อเผลอ แม่ไม่อยู่ หรือไปนอนหอกับเพื่อนนั่นแหละค่ะ ถึงจะได้กิน แม่บอกว่ามันไม่มีประโยชน์ แต่ของไม่มีประโยชน์ มันดันอร่อยมากเลย”
“หึ ๆ นั่นสิ แม่ผมก็บ่นเรื่องของกินประจำ ไล่ให้ผมไปกินที่บ้านโน้นบ้าง ให้คนเอามาให้ที่นี่บ้าง แต่ผมเห็นว่ามันวุ่นวายเยอะแยะ เลยไปบ้าง ไม่ไปบ้าง คนเรากินก็แค่อิ่มในบางมื้อ มีประโยชน์บ้างปนๆ ไปในวันหนึ่ง ก็พอล่ะเนาะ”
“คนเรา วุ่นวายที่สุดก็เรื่องกิน ๆ นี่ละค่ะ”
เธอว่า พลางอมยิ้ม เมื่อนึกถึงหน้าตาของอิชิกาวะ และบรรดาลูกน้อง คนรับใช้ของเขา เวลาเธอทำอาหารไทยให้รับประทาน
“คุณถึงใช้ไม้นี้กับคุณอิชิกาวะใช่ไหมล่ะ เขากลายเป็นสาวกคุณไปแล้วนะนั่น”
“แหม”
เขาเอ่ยถึงคนที่เธอกำลังคิดถึงพอดี ทำให้ฟ้าใหม่ถึงกับหัวเราะคิกออกมาเพราะกลั้นไม่ไหว
“ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยนี่คะ คุณอิชิกาวะบอกว่าอยากลองกินผัดกะเพราดู ก็เลยทำให้กิน ก็เท่านั้นเองค่ะ”
“เลยกลายเป็นไปเปิดเทศกาลอาหารไทยที่นั่น แล้วก็ได้สาวกไปเพียบเลย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
เธอมองหน้าเขา แล้วพากันหัวเราะ ชายหนุ่มเอ่ยเย้า ๆ
“อนุญาตให้มาเปิดที่บ้านโน้นด้วยนะครับ หึ ๆ เผื่อว่าจะได้สาวกอีก”
“แต่คุณเคนจิ คงจะไม่สมัครเป็นสาวกฟินแน่นอนค่ะ”
เผลอพาดพิงถึงบิดาเขาแล้ว ก็เอามือปิดปากแทบไม่ทัน เซริวมองหน้าเธอก่อนจะยิ้มแหย แล้วพยักหน้า
“คนนั้นคงจะ...”
“เพราะแบบนี้หรือเปล่าคะ...ถึงต้องให้ฟินมาเล่นละครอะไรแบบนี้ ดูแล้วคุณพ่อของคุณ ไม่ค่อยจะมีความสุขกับการปฏิเสธการแต่งงานของคุณกับทางนั้นสักเท่าไหร่ เพราะเวลามองหน้าฉัน แหะ ๆ ท่านดูเคร่งขรึม แล้วก็เคร่งครัดมากเลยนะคะ”
“ครับ”
เซริวถอนใจน้อย ๆ เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอไว้แล้วบีบเบา ๆ
“แต่ผมไม่เหมือนพ่อของผมนะ ผมเต็มใจมาก ๆ ที่จะทำให้งานของเรา เป็นงานจริง ๆ ขึ้นมาไม่ใช่งานลวงโลก”
“...”
เธอเพียงได้แต่ทำตาโตใส่เขา แล้วก็อายม้วน เซริวหัวเราะน้อย ๆ เขาปล่อยมือจากเธอ แล้วชวนเธอรับประทานอาหารต่อ ก่อนที่เธอจะอายเขาไปกว่านี้แล้วพานไม่ยอมกินอะไรเลย
กินเสร็จแล้ว ฟ้าใหม่รับหน้าที่ทำความสะอาด เธอยังคงสวมชุดสวยกรุยกรายเมื่อคืน แต่ถอดเสื้อตัวนอกออก เหลือเพียงชุดด้านใน ที่ทำให้เจ้าตัวดูสวยน่ารัก เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ สีชมพูยิ่งขับผิวผ่องให้ดูหวานไปทั้งเนื้อทั้งตัว เขาได้แต่กลืนน้ำลาย แล้วข่มใจตัวเอง มันเหมือนการทดสอบสินะ เซริวคิดในใจขำ ๆ ทดสอบว่ากับหล่อนแล้ว มันแค่ปฏิกิริยาทางร่างกาย หรือว่าอะไรกันแน่
หญิงสาวเก็บล้างเสร็จ ก็เดินตรงมาหาเขา ซึ่งกำลังกึ่งนั่งกึ่งเอนดูโทรทัศน์อยู่ เธอคุกเข่าข้าง ๆ เขา ความยาวของชุดทำให้เธอต้องรวบมันให้เรียบร้อย
“ฉันอยากจะเปลี่ยนชุดจังเลยค่ะ”
เธอว่าพลางย่นจมูกน้อย ๆ ก้มลงมองตัวเองในชุดสวยแล้วยักไหล่
“มันเหมือนไม่ใช่ตัวฉันเลย ใส่แล้วเขิน ๆ พิกล”
“มีร้านชอปออนไลน์ ของเพื่อนผม ส่งของไวมาก เพราะบ้านอยู่ตรงแถวนี้เอง”
เขาว่าแล้วหยิบโทรศัพท์มือถือของตนมาเปิดอินสตาแกรมของร้าน ส่งให้กับฟ้าใหม่ได้ดู
“ชอบไหม?”
เขากระแอมพลางเอ่ยถาม เขาไม่ได้บอกเธอว่า ผลงานบางชุดนั้น มันคือผลงานที่เขาออกแบบเอง ร่วมกับเพื่อน
จริง ๆ แล้วเขาก็มีความฝันของเขา หนึ่งในนั้นก็คือการทำเสื้อผ้าแบรนด์ของตัวเอง และเขาชอบการร้องเพลง เซริวแต่งเพลงเอง อัปเพลงลงในยูทูบ มีช่องยูทูบของตัวเอง แต่เขาสวมหน้ากากหมาจิ้งจอกไว้อำพรางหน้า โด่งดังพอสมควรในฐานะหน้ากากหมาจิ้งจอก มันคือสิ่งที่เขาทำความภูมิใจแต่ต้องปกปิดจากคนที่รักทุกคน อ้อ...ไม่ทุกคนหรอก มีอยู่หนึ่งคนละที่รู้
“สวยดีนะคะ”
เธอมองลายเสื้อยืดอย่างพินิจ ลวดลายกราฟฟิกสวยมาก บางลายเป็นลายเส้นแบบแรงเงา สกรีนลงบนเสื้อยืดสีขาวและสีดำ มีเพียงสองสีเท่านั้น เสื้อผ้าร้านนี้มีเพียงแค่สองสี ดูเป็นเอกลักษณ์มาก และมีคนติดตามจำนวนมากเลยทีเดียว
“ฉันชอบเจ้าหมาจิ้งจอกตัวนี้ละค่ะ”
เธอจิ้มนิ้วไปที่เสื้อแขนกุดมีฮู้ดตัวยาวแบบเดรส สกรีนลายหมาจิ้งจอกแบบขาวดำที่เป็นลายเส้นแบบแรงเงา หน้าของมันดูใจดีและยิ้มแฉ่ง มีดอกไม้ทัดตรงหูของมันด้วย เซริวกลั้นยิ้ม แบบเสื้อตัวนี้เป็นฝีมือของเขาเอง มันเป็นเสื้อชุดที่ออกแบบให้เป็นหมาจิ้งจอกแฟมิลี่
“โอเคครับ ผมจะจัดการให้”
“วันนี้ฉันจะต้องทำอะไรอีกหรือเปล่าคะ?”
เธอถามเสียงอ้อมแอ้ม เธอถูกดึงไปโน่นนี่ ให้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ชีวิตว้าวุ่นไปหมดจนชักจะเหนื่อย...
“เราจะไปเดตกันครับ”
เขาเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ แล้วยิ้มตาหยีส่งให้เธอ ฟ้าใหม่ถึงกับทำตาโตกับคำตอบนั้น
“คะ?”
“เราควรจะเรียนรู้กันมากๆ เพราะเราลัดขั้นตอนกันมามากแล้วระหว่างคุณกับผม ฟิน...วันนี้ไปเดตกันนะ”
ท้องฟ้าในฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น ช่างสดใสนัก วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง ต้นไม้ดอกไม้ประจำฤดูกำลังแข่งกันผลิบานอวดความงามของมัน ต้นซากุระ ต้นไม้ที่ฟ้าใหม่ชอบมาก ตอนนี้ก็เหมือนกำลังทักทายแขกต่างเมืองอย่างเธอ บางต้นยังคงมีดอกสวยสะพรั่ง แม้บางส่วนจะร่วงโรยไปบ้างแล้วเพราะเป็นปลายฤดูการออกดอกของมัน
บ้านเมืองที่แปลกตา และอิสรภาพที่เพิ่งจะได้รับ มันทำให้ฟ้าใหม่ตื่นตา มองสำรวจไปรอบๆ อย่างมีความสุข ไม่เหมือนตอนออกมากับอิชิกาวะ ที่แทบไม่ได้มีเวลามองซ้ายมองขวา มัวแต่จับกิโมโนบ้าง มัวแต่ระแวง กลัว กังวลไปหมด ว่าเธอจะถูกพาไปทำอะไร ไปฝึกอะไร จะมีอะไรอีกไหมนะ แค่พวกการ์ดที่สูงกว่าตัวเธอก็ล้อมกรอบจนเธอมองไม่เห็นอะไรสักอย่างแล้ว
เธอเคยมาทัวร์ญี่ปุ่นในระยะเวลาสั้น ๆ กับเพื่อนของเธอ หนนั้นเต็มไปด้วยความประทับใจ หนนี้การมาญี่ปุ่นของเธอแม้จะทุลักทุเล แปลกประหลาดไปบ้าง แต่ก็...
มือของเธออยู่ในอุ้งมือใหญ่ของเขา เซริวสวมเสื้อยืดสีขาวเหมือนเธอ ลายสกรีนของเขาเป็นหมาจิ้งจอกสวมหมวก และสวมแว่น มีดินสอทัดที่หู เข้ากันกับลายหมาจิ้งจอกของเธอที่เป็นตัวผู้หญิง
เสื้อคู่! ผู้ชายคนนี้หาเสื้อคู่มาสวมกับเธอ! ถึงจะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่จากการเห็นเพื่อนและคนรอบตัวที่มีคนรัก ผู้ชายจะเป็นเพศที่ไม่ค่อยละเอียดอ่อนกับอะไรน่ารัก ๆ หวาน ๆ แบบนี้จะเป็นผู้หญิงเสียส่วนมาก ที่เป็นฝ่ายหามาและแทบจะบังคับให้แฟนของตัวเองสวม
แต่ดูเขาสิ...
ชุดของเธอเป็นเดรสยาวเลยเข่า ตัวหลวมใส่สบาย เขามีรองเท้าผ้าใบมาให้เธอด้วย และมันก็พอดีเป๊ะ เขาเองก็สวมผ้าใบเหมือนกัน แถม...จ้ะ...สีเดียวกับเธออีกแล้ว ทำไมจะต้องทำอะไรมุ้งมิ้ง กุ๊กกิ๊กขนาดนี้ด้วยนะ
สายตาสำรวจของเธอ และแก้มที่แดงขึ้นนิด ๆ ของเธอ ทำให้คนข้าง ๆ แอบหันไปยิ้ม เขาสังเกตว่ามีคนสะกิดให้ดูเขาและเธออย่างชื่นชม ก็แน่ละ สวมชุดคู่กันแบบนี้ เดินจับมือกันแบบนี้ ในย่านนี้ แถมหน้าตาของเขาและเธอก็ดึงดูดให้คนมองอยู่แล้วอีกด้วย
เธอจะชอบไหมนะ?
เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน เห็นว่ามันดูน่าอายด้วยซ้ำ ต้องมาประกาศว่าเป็นคนรักกันแบบนี้ให้ใครต่อใครได้รู้ แต่กับฟ้าใหม่ เขาเต็มใจและภูมิใจเอามากด้วย เวลาที่มีใครมองเธอด้วยสายตาชื่นชม
แฟนเขาสวยและน่ารักขนาดนี้ ก็ต้องประกาศ ต้องอวด และ...บอกใบ้กลาย ๆ สิ ว่าคนนี้ของฉันนะ เออน่ะ...เขาชักจะเข้าใจละ ว่าทำไมสาว ๆ ถึงชอบซื้อเสื้อแบบนี้ไปให้แฟนของตัวเองใส่ และบังคับให้สวมเดินด้วยกัน มันเหมือนประกาศว่า นี่ของฉัน
แล้วนี่ก็ของเขา...
“จะว่าอะไรไหมถ้าผมจะพาคุณขึ้นรถไฟ เราจะไปกันแบบง่าย ๆ ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมชอบอะไรบ้าง นี่คือวันว่าง ๆ ของผม ถ้า...ไม่ได้ทำงาน”
เขาย่นจมูกน้อย ๆ คำว่าทำงานที่พูด ฟังดูเหมือนกับยาขมสำหรับเซริว
“ยังไงก็ได้ค่ะ ฉันว่ามันสนุกกว่าขึ้นรถอีก ไปกับคุณอิชิกาวะที เหมือนไปกับขบวนแห่อะไรสักอย่าง”
เธอเอามือปิดปาก เมื่อคิดได้ว่าเผลอนินทามือขวาของบิดาของเซริว ชายหนุ่มหัวเราะร่วนอย่างถูกใจ
“จริง ๆ แล้วหึ ๆ ถ้าเวลาปรกติ หรือเวลาที่ผมต้องไปกับครอบครัว ไปทำงาน เราก็ต้องไปกับขบวนแห่น่ะครับ”
“อื้อหือ”
เธอทำเสียงแบบหนึ่ง ที่ทำให้เซริวยักไหล่ บีบมือเธอแน่นเข้าอีกนิด
“ผมเลือกเกิดไม่ได้นี่ ผมไม่ได้อยากมาเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊ง”
“แล้วคุณจะเลือกอะไรที่คุณชอบไม่ได้หรือคะ เลือกทำงานแบบที่ตัวเองชอบ หรือว่าเลือกมีชีวิตแบบที่ตัวเองชอบ”
“ถ้าคุณเป็นทายาทคนเดียว คุณไม่มีสิทธิ์เลือกนักหรอกครับ”
ชายหนุ่มถอนใจน้อย ๆ รู้ว่าการไปเดินเที่ยวกับเธอมันไม่ใช่การไปสองต่อสองหรอก ทำไมเขาจะไม่รู้ ไอ้กล้องที่รายงานความเคลื่อนไหวของเขานั่นละ บิดาคงจะจัดลูกน้องไม่ต่ำกว่าสามคน เดินสะกดรอยอารักขาเขาและเธออยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เขาพยายามคิดว่าวันนี้เป็นเวรของใครกันนะ แล้วค่อยปรายตามองไปทางด้านหลัง นั่นไง...เขาคิดไม่ผิดจริง ๆ
“เอ่อ...ฉันเคยอ่านการ์ตูน แล้วก็คิดว่ามันเท่มากเลยพระเอกเป็นยากูซ่าอะไรแบบนี้ แต่พอมา...เห็นคุณแล้ว ทำไมฉันรู้สึกว่า มันไม่น่าจะเป็นชีวิตที่คุณมีความสุขสักเท่าไหร่เลย”
ฟ้าใหม่มองเขาพลางเม้มปาก เซริวยิ้มให้กับเธอนัยน์ตาของเขาเศร้าหม่นลง จนเธอต้องบีบมือเขาเบา ๆ ความเห็นอกเห็นใจนั้น ทำให้เขาอดไม่ได้ ที่จะดึงเธอมาจุ๊บเบา ๆ ที่ปาก
“ตอนนี้ชีวิตผมมีความสุขนะเพราะมีคุณ”
“เซริว”
เธอหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวขึ้น แล้วก้มหน้าลงอย่างขัดเขิน กับการแสดงความรักกลางที่สาธารณะของเขาแบบนั้น ชายหนุ่มปลายจมูกเธออย่างนึกเอ็นดู เขาพาเธอเดินเรื่อย ๆ ชี้ชวนให้ดูธรรมชาติข้างทาง และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเมืองของเขาให้เธอฟัง ฟ้าใหม่ฟังเขาเพลินไปเลยทีเดียว
ไม่รู้ว่าเดินกันมานานเท่าไหร่ แต่คงได้ระยะพอสมควร เพราะเธอถึงกับเหงื่อออก และหายใจแรงนิด ๆ ก็ถึงสถานีรถไฟ เขาขอตัวไปซื้อตั๋วและซื้อน้ำมาให้เธอ ฟ้าใหม่นั่งรอเขาที่ม้านั่ง ดูบรรยากาศและผู้คนไปด้วยอย่างเพลิน ๆ
“อะแฮ่ม!”
เสียงกระแอมทำให้ ผู้ชายในชุดลำลองสี่คนที่กำลังมองจ้องไปยังฟ้าใหม่ถึงกับสะดุ้งเฮือก ยืนนิ่งและตัวแข็งค้าง
“วันนี้ขอวันหนึ่งได้ไหมครับ ทาคุมะซัง”
ชื่อของหัวหน้ากลุ่ม ทำให้ชายเจ้าของชื่อหันมา แล้วยิ้มแหยส่งให้นายน้อยของเขา ก่อนจะขยับอ้าปากปฏิเสธ
“ผมอยากมีเวลาส่วนตัวกับคู่หมั้นนะครับ ตามผมไป ตามผมมาแบบนี้ มันไม่โอเคเลย”
“ไม่ได้หรอกครับนายน้อย...คือว่านายท่าน...เอ่อ...”
“ผมไม่บอก พวกทาคุมะซังไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้หรอกครับ พ่อไม่ได้ฝังชิปติดตัวเสียหน่อย จะได้รู้ว่าเราอยู่คนละที่กัน”
“แต่...”
“ฟิกเกอร์ลูฟี่ ชุดซามูไร แถมด้วยเพโรน่า เอางี้ดีกว่า ผมใจป้ำ เอาไปเลยสาว ๆ ครบทีม ครบเซต”
“นาย...น้อย”
ทาคุมะตอนนี้หน้าแดง เขาปราดมายืนใกล้กับเซริว พร้อมกับกระซิบเสียงสั่น
“นี่นายน้อยรู้ได้ยังไงว่าผม...”
“คลั่งเลยล่ะใช่ไหม?”
เซริวขยิบตา สีหน้าของเขาเจ้าเล่ห์
“ไม่มีสมาชิกแก๊งคนไหนที่ผมไม่รู้ประวัติ และไม่มีคนไหนที่ผมไม่รู้ความลับ”
“บิงโก”
ทาคุมะตบหน้าผาก แล้วสั่นหน้าน้อย ๆ
“นายน้อยนี่เจ้าเล่ห์เป็นบ้า ผมก็คงจะต้องตกลงตามนั้นละครับ”
“ผมมีค่าน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แถมให้ทาคุมะซังและลูกน้อง ไปหาอะไรกิน หาอะไรดื่มรอผมกับฟิน พรุ่งนี้เราจะกลับมา แล้วค่อยเดินกลับเข้าไปพร้อมกัน โอเคนะครับ ส่วนสินบนผมจะส่งให้หลังจากนี้หนึ่งอาทิตย์”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนี้ละครับ”
เกือบจะตกลงไปด้วยแล้วละ แต่ทาคุมะก็ยังลังเล มันไม่คุ้มเท่าไหร่ถ้าเกิดมีอะไรเกิดขึ้นกับเซริวขึ้นมา
“หึ ๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมจะไม่ให้ตัวเองมีริ้วรอยแม้แต่แมวข่วน รับรองเลย”
“แต่...”
“ฟิกเกอร์...”
“โอเคครับผม ผมกับลูกน้อง จะหายไปภายในสิบนาที แบบไร้ร่องรอย ก่อนเข้าบ้านก็โทรบอกเราด้วยนะครับ นายน้อย”
“ตามนั้นครับ”
เซริวขยิบตาให้กับทาคุมะ ที่หันหลังกลับแล้วไปกระซิบกระซาบกับลูกน้อง เขาหันมาอีกที พวกการ์ดของบิดา ก็หายไปอย่างรวดเร็วตามที่บอกเขาไว้
“ไปกันเถอะ”
เธอหันมาตามเสียงทุ้มของเขา แล้วยิ้มกว้างให้กับเจ้าของเสียง เซริวยื่นมือให้กับเธอ ฟ้าใหม่ไม่ลังเลเลยที่จะส่งมือให้เขากุมไว้
เดตแรกของเขาและเธอเริ่มต้นแล้ว มีเพียงเขาและเธอ อย่างแท้จริง
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่
ด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ? ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’ ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย ท่านว่ามาแบบนั้น เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใ
ยาวนานจนกว่าที่เซริวจะอดกลั้นอดทนได้แล้ว เนื่องจากน้ำที่เขาดื่มเข้าไปมาก ผัดกะเพราของฟ้าใหม่รสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อน แม้จะไม่อยากปล่อยยูกะไว้กับฟ้าใหม่ แต่ข้าศึกที่โจมตีเข้ามาแบบนั้น มันก็ทำให้เซริวต้องจำถอยชั่วคราว “อย่าไปฟังที่ยูกะพูดนักนะฟิน” เขาไม่วายอดกระซิบสั่งเธอไว้ ก่อนจะหายแวบไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุด ยูกะ ผู้หญิงที่ทำให้เซริวหนีการแต่งงานหัวซุกหัวซุนก็อยู่กับเธอตามลำพัง...จนได้ “คุณทำอาหารอร่อยมาก เอ...ดูแล้ว ฉันจะต้องเรียกตัวเองว่า พี่ยูกะหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นเอ่ยชวนเธอคุย หน้าตายิ้มแย้ม แม้ใจจะระแวงบ้าง เพราะเซริวบอกไว้ แต่ก็อดคุยโต้ตอบด้วยไม่ได้ ตามแบบคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...ฟินอายุ 22 ค่ะ ก็คงจะเป็นรุ่นน้องคุณยูกะจริง ๆ” “ตายล่ะ...” ยูกะเอามือทาบอก แล้วทำตาโต ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งมาให้กับฟ้าใหม่ ตอนนี้ร่างเพรียวสมาร์ตของเธอเขยิบเข้ามาใกล้กับฟ้าใหม่ จนไหล่แทบจะชนกัน เธอโน้มใบหน้าจนแทบจะชิดหน้าของฟ้าใหม่ ทำให้สาวน้อยถึงกับตกใจแล้วผงะหนี เล่นเอายูกะหัวเราะชอบใจเลยทันที “พี่นึกว่าจะสัก 15- 16 เสียอีก หน้าเด็กมาก ผิวดี







