LOGINด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร
ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย
ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ?
ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’
ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย
ท่านว่ามาแบบนั้น
เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใจประเพณีของไทยเป็นอย่างดี
ตอนนี้นพสุดาเดินทางไปเมืองไทย เพื่อเจรจากับพ่อแม่ของฟ้าใหม่ เกี่ยวกับเรื่องการแต่งงาน ให้อิชิกาวะคอยดูแลจัดการทางนี้ และถ้าเจรจาเรียบร้อยแล้ว ท่านก็จะไฟเขียวให้สองหนุ่มสาวได้กลับไปทำการขอขมาลาโทษกันอีกทีหนึ่ง
เอาไปเอามา การแต่งงานหลอก ๆ มันก็กลายเป็นงานแต่งงานจริงจังในที่สุด
เอาไปเอามา การมาญี่ปุ่นหนนี้ของเธอ มันไม่ใช่แค่การตกบันไดพลอยโจน กับผู้ชายคนหนึ่งในคืนที่บ้าบอที่สุดในชีวิต หากมันเป็นการตกลงไปในบ่วงของกามเทพที่พันผูกเธอไว้กับเซริว
ฟ้าใหม่ถอนใจน้อย ๆ หลังจากวันที่วุ่นวายและยาวนานจบลงไปอีกวันหนึ่ง การเป็นศรีสะใภ้ว่าที่ทายาทยากูซ่านี่...มันไม่ได้ง่ายเลยสักนิด เธอกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับงานของเซริวคร่าว ๆ ว่ามีอะไรบ้าง แน่นอนว่าอิชิกาวะ ยังไม่ได้ให้เห็นด้านเทา ๆ เอาไปแต่ทางขาวสะอาดก่อน แค่นั้นแม่สาวน้อยก็ถึงกับคิ้วขมวดแล้ว และนึกนับถือในตัวของนพสุดาเป็นอย่างมาก ที่จัดระเบียบงานไว้ได้ดีขนาดนี้
คุณนาริเป็นอัจฉริยะครับ
นั่นคือคำบอกกล่าวของอิชิกาวะ เธอฟังแล้วก็อดสะท้อนใจไม่ได้ แล้วเธอล่ะ? จะมีคุณสมบัติพอไหมนะ
คิดไปร้อยแปด คิดเอง กังวลเอง แล้วก็มานั่งถอนใจเฮือกเอง นึกน้อยใจกับความสามารถของตนเองว่าทำไมมันถึงไม่ได้เก่งกาจแบบนพสุดา เธอเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ อยู่ในความปกครองของพ่อแม่มาตลอด ไม่ค่อยได้ตัดสินใจอะไรเอง วางตัวในกรอบที่พวกท่านเห็นว่าดี การหลุดกรอบครั้งแรกของเธอพาเธอมาไกลถึงขนาดพลิกชีวิต มันยิ่งทำให้ฟ้าใหม่...นึกสับสน และลังเลในอะไรหลาย ๆ อย่าง
เธอบอกผ่านอาหารเย็น ดีที่วันนี้เคนจิไม่อยู่ เซริวเองก็ไม่ได้มาที่บ้านใหญ่ เขาบอกว่ามีธุระต้องไปจัดการอิชิกาวะกลับไปหลังจากมื้อกลางวัน ฉะนั้นจึงไม่มีใครเคี่ยวเข็ญเธอเรื่องการรับประทานอาหารและสังเกตว่าเธอกำลังเครียด ฟ้าใหม่อยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ มากกว่าจะพบเจอกับใคร
มันเป็นอาการของคนที่จะเป็นเจ้าสาวหรือเปล่านะ
ไอ้ความลังเลไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากใช้ชีวิตคู่นี่
รักเขาไหมนะ? ผู้ชายที่โผล่เข้ามาในชีวิตเธออย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวนี่
รัก...
ถามเอง ก็ตอบเอง แล้วก็เครียดเอง สุดท้าย สาวน้อยเลยนอนก่ายหน้าผาก ถอนใจเฮือกอยู่บนเตียง เธออยากกลับไปที่เมืองไทยมาก ๆ ตอนนี้ อยากคุยกับใครสักคน อยากระบายความสับสน ความกลัวนี้ให้ใครสักคนได้รับรู้ เผื่อเธอจะดีขึ้นบ้าง
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ฟ้าใหม่สะดุ้งแล้วผุดลุกขึ้นนั่ง ใครกันนะ? หญิงสาวมองนาฬิกา มันดึกพอสมควรแล้ว และไม่น่าจะมีใครกล้าขึ้นมารบกวนเธอ ฟ้าใหม่เดินไปเปิดประตู แล้วก็ต้องกะพริบตาปริบ ๆ เมื่อเห็นว่าใครยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น
“เซริว...”
ผู้ชายที่ทำให้เธอสับสนหัวใจนั่นเอง
“คิดถึงผมหรือเปล่า?”
เขาบีบแก้มเธอเบาๆ แล้วแทรกตัวเข้ามาในห้องก่อนที่ฟ้าใหม่จะเดินออกมา เธอทำตาโตใส่เขา แล้วเอ่ยขึ้นลอย ๆ
“เอ...คุณแม่บอกว่า ห้ามขึ้นมาบนนี้หลังสี่ทุ่มไม่ใช่หรือยังไงกันคะ เซริว”
เธอชี้ไปยังนาฬิกาที่แขวนผนังอยู่ มันบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่ง
“ตอนนี้แม่ไม่อยู่นี่นา แล้ว...”
เขาเดินไปที่นาฬิกาซึ่งแขวนอยู่ แล้วปลดมันลงมา ก่อนจะพลิกด้านหลังที่เป็นด้านกลไก วุ่นวายกับมันสักพัก ก็พลิกด้านหน้ามาให้เธอได้ดู ฟ้าใหม่ถึงกับขำกิ๊กออกมา เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรลงไป
“อะไร? มันยังไม่สี่ทุ่มสักหน่อย เพิ่งจะบ่ายสองเองนะ”
“แน้...”
“ฉะนั้น ผมไม่ได้ผิดกฎอะไรนะ เพราะฟินยึดถือเวลาของนาฬิกาเรือนนี้นี่นา”
เขาว่าแล้วแขวนมันไว้ที่เดิม เธอย่นจมูกน้อย ๆ พลางทรุดลงนั่งบนโซฟาตัวนุ่มลายดอกไม้สีม่วงอ่อน
“เจ้าเล่ห์”
“เพิ่งมาเป็นตอนนี้ละครับที่รัก”
เขาทรุดนั่งข้างเธอ แล้วกอดฟ้าใหม่เข้ามาในอ้อมแขนรัดเธอแรงเล็กน้อยอย่างหมั่นเขี้ยว เขาก้มลงหอมแก้มซ้าย...แก้มขวา...แล้วก็วนไปที่แก้มซ้ายอีกหน
“ชื่นใจจัง แม่มาลงโทษอะไรกันแบบนี้นะ แถมให้ผมสาบานอีกด้วย ว่าจะไม่...เฮ้อ...ไม่เข้าใจกันบ้างเลยสิน่า”
“ดีแล้วล่ะค่ะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ หน้าแดงอย่างมีความสุขกับสัมผัสแสดงความรักใคร่ของเขา แม้จะสับสน ทุกข์ไปบ้างกับความคิดของตัวเองในบางเรื่อง แต่เธอก็อยากอยู่ในอ้อมกอดนี้อยู่ดี
“ผมมีอะไรจะอวด”
เขาคลายอ้อมแขน ขืนยังหอมเธอ ยังกอดเธอแน่น ๆ ไปอีกสักห้านาที มีหวังไม่ได้มาทำในสิ่งที่คิด แต่จะคิดไปทำอย่างอื่นแทนแน่ ๆ
“อะไรคะ?”
“วันนี้จะเป็นวันแรกที่หน้ากากหมาจิ้งจอกจะอัพเดตเพลงใหม่ มาฟังไปพร้อม ๆ กันเถอะนะ”
เขาว่าแล้วเปิดหน้ายูทูบขึ้นมา ฟ้าใหม่เอนซบกับบ่าเขาใจเต้นระทึกอย่างตื่นเต้นตามเขาไปด้วย
เพลงอัปขึ้นไปสักพัก ก็เริ่มมียอดวิวและคอมเมนต์ ส่วนใหญ่จะชื่นชมกับเนื้อเพลงใหม่ของเขา ทั้งเซริวและฟ้าใหม่ต่างรู้สึกตัวพองไปด้วยความสุข เมื่อส่วนใหญ่ คอมเมนต์จากแฟน ๆ คือการชื่นชอบ ชื่นชม และต่างเข้าใจกันไปทางเดียวกันว่า เพลงนี้เขาแต่งให้กับคนรักของเขา
“หน้ากากหมาจิ้งจอกกำลังมีความรัก เราจะยังได้ฟังเพลงของเขาอีกไหมนะ? อืม...คุณจะว่ายังไงล่ะเซริว”
“ต้องได้ฟังไปเรื่อย ๆ นั่นแหละครับ ถ้าผมมีเวลา มีแรงใจ ยิ่งมีคนรักอยู่ใกล้ ๆ อย่างฟินน่ะ ผมยิ่งมีกำลังใจใหญ่เลย”
ชายหนุ่มว่า เขาพิมพ์โต้ตอบคอมเมนต์นั้นไป ฟ้าใหม่ยิ้ม ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่ เหมือนจะนึกขึ้นถึงเรื่องบางอย่างได้ อาการของเธอทำให้เขาหันมองแล้วขมวดคิ้ว กับสายตาเศร้าลงไปชั่วแวบของคนรัก
“เป็นอะไรไปน่ะฟิน ไม่ชอบเพลงที่ผมแต่งให้เหรอ หรือว่า...กำลังคิดอะไรอยู่ครับ กำลังเครียดเรื่องอะไร บอกผมได้นะ”
“ฟินอาจจะไม่ได้เป็นกำลังใจที่ดีให้กับเซริวก็ได้นะ”
เธอกัดริมฝีปาก หลบสายตาของเซริว ความรู้สึกบางอย่าง ความน้อยอกน้อยใจ หวาดกลัว กำลังแล่นปะทุ เธอไม่อาจจะยับยั้งมันได้เสียด้วย
“หืม...อะไรกันน่ะฟินจ๋า เป็นอะไรไปกันน่ะครับ”
เขากอดเธอ ลูบเรือนผมยาวไปมาอย่างปลอบโยน
“มีอะไร บอกกับผมได้นะ ถ้ามันเป็นปัญหา มันทำให้ฟินไม่มีความสุข เราจะได้ช่วยกันแก้ไปอย่างไรล่ะครับ”
น้ำเสียงเปี่ยมด้วยรักของเขานั่นแหละ ทำให้เธอน้ำตาแตก กอดรัดเขาตอบแน่น
“ฟิน...ฟินกลัว กลัวว่า...ฟินจะทำให้คุณผิดหวังในวันหนึ่ง ฟินไม่ใช่คนเก่ง ฟิน...เป็นคนธรรมดา ๆ ฟินไม่เหมือนแม่ของคุณที่เก่งหลายด้าน แล้วคุณเองก็ไม่ใช่คนธรรมดาเลย ฟินกลัว...กลัวว่า...”
“ไม่มีอะไรที่ฟินจะต้องกลัว ผมต่างหากที่จะต้องกลัว”
เซริวใช้นิ้วปิดปากเธอไว้ ยับยั้งไม่ให้เธอได้พูดอะไรออกมาอีก ที่จะเป็นการทำลายหัวใจของตนเองและเขา การที่เธอร้องไห้ มันเหมือนจะกระชากใจเขาลงมาขยี้
“คุณกลัวอะไร?”
“กลัวอย่างเดียว กลัวมากที่สุด คือฟินไม่รัก”
“เซริว”
เธอยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา
“โถ...”
“รักของเรามันอาจจะดูรวดเร็ว รวบรัด แต่เชื่อผมเถอะนะที่รัก ความรักครั้งนี้ของผม มันเป็นของแท้ และผมก็คงจะหัวใจสลาย ถ้าขาดฟิน”
“เซริว”
“อย่ากลัว...อย่ากลัวอะไรเลย แค่รัก...ไม่ต้องกลัว แค่รักผม เปิดใจให้ผมทั้งหมด ทุกสิ่งทุกอย่าง เราจะก้าวผ่านไปด้วยกัน ฟ้าประทานคุณเข้ามาให้ผมแล้ว ฟินครับ...ผมจะไม่ยอมให้อะไรมาพรากคุณออกไป”
“คุณรักฉันเหลือเกิน...จนฉัน”
น้ำตาของเธอไหลออกมา หนนี้เต็มไปด้วยความปลื้มเปรม เซริวยิ้มให้เธอ มองเธอด้วยสายตาอบอุ่น แล้วก้มลงจุมพิตเธออย่างแผ่วเบา แล้วกระซิบเสียงทุ้ม
“แค่รักผมฟิน แค่รักผมเท่านั้น ไม่ต้องคิดอะไรมาก คุณคือผู้หญิงของผม ที่รัก”
“ค่ะ”
เธอตอบรับเขา จูบตอบเขา พร้อมกับหลับตาพริ้ม ปล่อยกาย ปล่อยใจให้ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขา
มือหนาเลื่อนไล้ ลูบเลยไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่ม เขาค่อยปลดเปลื้องเธอออกจากอาภรณ์ พร้อม ๆ กับจุมพิตเธอด้วยอารมณ์ลึกล้ำ เซ็กซ์เมื่อดำเนินไปพร้อม ๆ กับความรัก มันเอิบอาบ มีความสุข เสียยิ่งกว่าการปลดปล่อยธรรมดา เขาจูบไล้ไปตามผิวสาวเปลือยเปล่า เอ่ยชื่นชมความงามของมันที่เผยให้เขาเห็นแก่สายตา ฟ้าใหม่เองก็สัมผัส กอดรัด และลูบไล้เขา เธออยากรักเขาให้ทั้งหมด เหมือนที่เขากำลังรักเธอเช่นกัน
ทั้งสองกอดรัด สัมผัส โอบประคองพากันเต้นรำไปตามจังหวะแห่งกามา จนเหนื่อยอ่อน และหลับไปในอ้อมกอดของกันและกันอย่างเปี่ยมสุข
คำว่ารัก...ที่ย้ำแล้วย้ำอีก ดังข้างหูเธอซ้ำ ๆ ขจัดความกลัวจากหัวใจเธอออกไปได้ เธอไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว อย่างที่เซริวว่า รักเขาแล้ว...ไม่ต้องกลัว
เพราะหัวใจของเธอตอนนี้วางอยู่ในอุ้งมือของเขาแล้ว
ทั้งสองกำลังหลับใหลอย่างสุขสันต์ เฝ้ารอคอยวันของพวกเขา โดยไม่รู้ว่ากำลังมีเงามืดที่คืบคลานเข้ามาอย่างประสงค์ร้าย
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่
ด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ? ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’ ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย ท่านว่ามาแบบนั้น เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใ
ยาวนานจนกว่าที่เซริวจะอดกลั้นอดทนได้แล้ว เนื่องจากน้ำที่เขาดื่มเข้าไปมาก ผัดกะเพราของฟ้าใหม่รสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อน แม้จะไม่อยากปล่อยยูกะไว้กับฟ้าใหม่ แต่ข้าศึกที่โจมตีเข้ามาแบบนั้น มันก็ทำให้เซริวต้องจำถอยชั่วคราว “อย่าไปฟังที่ยูกะพูดนักนะฟิน” เขาไม่วายอดกระซิบสั่งเธอไว้ ก่อนจะหายแวบไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุด ยูกะ ผู้หญิงที่ทำให้เซริวหนีการแต่งงานหัวซุกหัวซุนก็อยู่กับเธอตามลำพัง...จนได้ “คุณทำอาหารอร่อยมาก เอ...ดูแล้ว ฉันจะต้องเรียกตัวเองว่า พี่ยูกะหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นเอ่ยชวนเธอคุย หน้าตายิ้มแย้ม แม้ใจจะระแวงบ้าง เพราะเซริวบอกไว้ แต่ก็อดคุยโต้ตอบด้วยไม่ได้ ตามแบบคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...ฟินอายุ 22 ค่ะ ก็คงจะเป็นรุ่นน้องคุณยูกะจริง ๆ” “ตายล่ะ...” ยูกะเอามือทาบอก แล้วทำตาโต ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งมาให้กับฟ้าใหม่ ตอนนี้ร่างเพรียวสมาร์ตของเธอเขยิบเข้ามาใกล้กับฟ้าใหม่ จนไหล่แทบจะชนกัน เธอโน้มใบหน้าจนแทบจะชิดหน้าของฟ้าใหม่ ทำให้สาวน้อยถึงกับตกใจแล้วผงะหนี เล่นเอายูกะหัวเราะชอบใจเลยทันที “พี่นึกว่าจะสัก 15- 16 เสียอีก หน้าเด็กมาก ผิวดี







