登入ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต
เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน
ใครจับเธอมากันนะ?
เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต
เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้าใหม่ไม่ได้ขัดขืน เธอยอมเดินตามแรงดึงของทางนั้น ส่วนคนด้านหลังเธอคงจะมีปากเสียงหรือคงจะพูดอะไรกับคนที่มาพาตัวออก เธอจึงได้ยินเสียงเหมือนอะไรถูกทุบหนัก ๆ สองสามที ฟ้าใหม่พยายามท่องนะโม และเรียกสติให้กับตัวเองตลอดเวลา ว่าให้ยอมโอนอ่อนทำตามไปก่อน เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครจับเธอมา
เธอถูกปลดผ้าเปิดตา หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้น หยีตาเล็กน้อยเพราะแสงจ้าที่ส่องเข้ามากระทบ หลังจากที่ปิดตาไปนาน คนที่เธอเห็นเป็นคนแรก มันทำให้ฟ้าใหม่กะพริบตาปริบๆ
“ว้าว...ไม่กรี๊ดร้อง ไม่โวยวายอะไรเลย สติแข็งมากจริงๆ สาวน้อย พวกลูกน้องบอกมาว่าเธอไม่กรี๊ดเลยสักแอะ”
ว่าแล้วก็ปรบมือ นัยน์ตาวับวามนั่น ความงดงามของใบหน้านั้น นั่นมัน!!
“คุณยูกะ”
“นังบ้า นังประสาท นังไบเซ็กซ์ชวล”
เสียงตะโกนดังขึ้นมาทันทีเมื่อเหยื่ออีกคน ถูกเปิดผ้าปิดตาและปิดปาก เธอหันไปทางต้นเสียง ผู้ชายคนหนึ่งที่ใบหน้าแตกยับ ถูกมัดมือไพล่หลัง เสื้อที่เขาสวมอยู่เปื้อนทั้งเหงื่อและเลือด เขามองจ้องยูกะเขม็ง เม้มริมฝีปากอย่างเจ็บแค้น
“มึง”
ลูกน้องของยูกะปรี่เข้าหาชายผู้นั้น หากยูกะจุ๊ปากห้ามไว้ เธอเดินกรายเข้าไปหาเหยื่อของเธอ แล้วไหวไหล่ พลางกอดอก
“ฉันยอมรับทุกคำที่แกกล่าวมา ทั้งโรคจิต และ...ไบเซ็กซ์ชวล”
อะนะ?
เธอแอบอุทานในใจ ยูกะเดินวนรอบๆ ชายผู้นั้น เธอยังคงยิ้มพราย พลายเอ่ยเสียงหวาน
“การที่ฉันเป็นทุกอย่างที่แกพูดมาน่ะ มันไม่ได้เดือดร้อนอะไรกับตัวแกเลยนะ อิชิโอะ ถ้าแกไม่เข้ามาเสือกกับฉันก่อน การที่ถูกฉันปฏิเสธ มันทำให้แกเจ็บใจมากขนาดนั้นเลยหรือยังไงกัน? กล้าดียังไงจะเอาฉันไปประจาน กล้าดีแค่ไหนที่อยากจะให้ฉันพังพินาศ คนที่ทำให้คุณยูกะโมโหน่ะ จุ๊ ๆ ”
เธอทรุดลงนั่งตรงหน้าเขา แล้วโบกนิ้วชี้ไปมา ยิ้มพลางขยิบตาให้ด้วยท่าทางแสนเซ็กซี่
“มันต้องพินาศยังไงล่ะ”
“ปล่อยฉันไปเถอะ ยูกะ ความลับของแกยังไงฉันก็ไม่มีทางบอกคนอื่นเด็ดขาด”
“โอย...ไม่ได้ ๆ คนเราน่ะมีปาก มีปากก็ต้องกิน ต้องพูด ฉันไว้ใจแกไม่ได้ อิชิโอะ”
“ฉันจะให้พ่อมาฆ่าแก!”
เขาร้องโหยหวนอย่างเกรี้ยวกราด เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายไม่มีทางปล่อยตนเองแน่นอน ยูกะกรีดเสียงหัวเราะ ที่ฟ้าใหม่ฟังแล้วถึงกับขนลุก
“ว่ายังไงล่ะหนูจ๋า”
หนนี้ยูกะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟ้าใหม่ เชยคางมนขึ้น ฟ้าใหม่เพียงนิ่งแล้วจ้องตาเธอตอบ ในแววตานั้นแม้จะไหวระริกหากแต่ยังจ้องตอบเธออย่างไม่ยอมหลบ ยูกะชอบความใจสู้ของสาวน้อยมาก เธอก้มลงหอมแก้มนวลเร็ว ๆ เล่นเอาฟ้าใหม่ขนลุกซู่
“น่าเสียดายถ้าต้อง...”
เธอพูดเสียงแผ่ว กระซิบข้างหูของฟ้าใหม่
“ถ้าต้องอะไรคะ”
หญิงสาวย้อนถาม ยูกะหรี่ตาลงพลางหัวเราะอย่างชอบใจ เธอกอดอก
“ถ้าต้องกำจัดของน่ารัก ๆ อย่างเธออย่างไรละ ฟินจัง”
“ทำไม?”
ฟ้าใหม่ถาม
“คุณไม่พอใจเรื่องฉันกับเซริวอย่างนั้นหรือ”
“อืม...สติดีจริง ๆ ดีกว่าไอ้ขี้แพ้นั่นตั้งมาก”
ยูกะหัวเราะ อิชิโอะตะโกนด่าเธอมาอีกหลายคำ เธอหันไปมองเขาแล้ว ก่อนที่จะทันกะพริบตา !
โครม !
เธอฟาดเท้าที่ปลายคางของอีกฝ่าย เก้าอี้หงายล้มโครม อิชิโอะกองลงไปกับพื้น หัวของเขาฟาดพื้น เลือดไหลปรี่ออมาทันที ทุกคนไม่มีใครตรงเข้าช่วย เพียงแค่ปรายตามองเขาเหมือนกับเขาเป็นขยะชิ้นหนึ่งก็เท่านั้นเอง
“เดี๋ยวมันก็ตาย”
ยูกะว่า พร้อมกับถุยน้ำลายใส่ชายหนุ่มที่นอนหายใจระรวย ฟ้าใหม่กลืนน้ำลาย เธออาจจะมีชะตากรรมไม่ต่างจากเขา
“ปล่อยมันไว้แบบนั้นล่ะ”
“ทางแก๊งคัทซึเนะ เริ่มออกตามหาแล้วครับคุณหนู เรื่องของคนที่เราจับมา”
เสียงของลูกน้องมือขวาของเธอรายงาน ยูกะหรี่ตา แล้วเอ่ยลอย ๆ
“มีคนนอกรู้หรือยัง? หรือว่าแค่ในแก๊ง”
“แค่ในแก๊งครับ ยังไม่มีคนนอกรู้ งานสืบทอดอีกไม่กี่วันนี้แล้ว ทางแก๊งคงไม่อยากจะให้ข่าวออกไปฉาวโฉ่อะไรนัก”
“อืม...ปล่อยข่าว ปล่อยคลิปเรื่องของหมอนี่ให้เยอะ ๆ จะได้สมจริงสมจังหน่อย”
ยูกะสั่งลูกน้อง มองไปยังอิชิโอะแล้วยิ้มหมิ่น
“หึ ๆ อยากบ้าผู้หญิง ฉันก็จะให้การตายของแกเป็นไปเพราะผู้หญิงอย่างไรละ”
เธอหัวเราะชอบใจ อิชิโอะเป็นคนชอบผู้หญิง...ทุกคนรู้กันแบบนั้น
เขาชื่นชอบใครแล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางหลุดมือไปได้ เป็นที่เลื่องลือกันในเรื่องนี้ อิชิโอะมาต้องใจกับยูกะ ทายาทสาวสวยหนึ่งเดียวของแก๊งอิทธิพลอันดับต้น ๆ ในญี่ปุ่น เพราะความสวย ความเท่ ความเฉี่ยวของเธอ และมีข่าวว่าเธอกับเซริวล้มเลิกการหมั้นกันแล้ว นี่ละทำให้ อิชิโอะที่มองยูกะอยู่ห่าง ๆ เริ่มรุกเดินหน้าในการทำให้เจ้าหล่อน ตกมาเป็นของเขา เพราะจะได้หลายอย่าง จากการเกี่ยวดองกับผู้หญิงคนนี้
เขาเที่ยวไล้เทียวขื่อ และพยายามในการเอาชนะใจยูกะ จนนึกโมโหที่หล่อนไม่เคยสนใจเขาเลย ความชอบในเพศของยูกะเหมือนเป็นความลับ เป็นปริศนา เพราะเธอเป็นสาวยูนิเซ็กซ์ ดูมีเสน่ห์ทั้งสองเพศ
อิชิโอะรู้สึกเหมือนถูกหยามเมื่อยูกะไม่สนใจเขาเลยสักนิด
และรู้สึกเหมือนถูกหยามมากยิ่งขึ้นเมื่อเด็กที่เขาเลี้ยงไว้...ถูกยูกะแย่งไป
นั่นทำให้เขาต้องมาอยู่ตรงนี้
รอวันที่จะมีข่าวกระจายออกไปเท่านั้น
ข่าวที่จะทำให้ยูกะเป็นฮีโร่หญิง
“ฉันไม่ได้โกรธเรื่องที่เธอจะหมั้นกับเซริวหรอกนะคนสวย”
ยูกะว่า แล้วทรุดลงนั่งตรงหน้าฟ้าใหม่
“แต่...เธอมาขวางทางฉันน่ะสิสาวน้อย”
“ขวางทาง”
“ใช่...ฉันวางหมากทั้งหมดไว้แล้ว ฉันจะได้เซริวมาอยู่ไว้ในมือ รวมสองแก๊งเข้าด้วยกัน หมอนั่นไม่สนใจอะไรกับงานของแก๊งเท่าไหร่อยู่แล้ว ก็พวกโลกสวยน่ะ พวกไม่สนความยิ่งใหญ่ อยากจะอยู่แบบคนปรกติ เหอะ...อุตส่าห์เกิดมาอย่างดีทั้งที จะมาใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาไปทำไมกัน”
เธอทำหน้าเบ้ เมื่อนึกถึงเซริว
“คุณคิดจะใช้เซริวเป็นเกมหรือยังไงกันคุณยูกะ”
“ใช่...ทุกคนคือเกมของฉัน เธอด้วยนะสาวน้อย”
ยูกะบีบคางมนของฟ้าใหม่แล้วหัวเราะเสียงใส
“เธอสวยน่ารักจริง ๆ เหมาะกับคืนพิเศษ ๆ ของฉัน เตรียมคนสวยคนนี้ให้พร้อมสำหรับฉันด้วยล่ะ เซ็ตสึ”
เธอหันไปสั่งลูกน้อง แล้วขยิบตาให้กับฟ้าใหม่ ก่อนที่เธอจะถูกปิดตาอีกหน เธอตะโกนถามยูกะเกี่ยวกับสิ่งที่ค้างคาใจทันที
“เดี๋ยวก่อน คุณ...คุณจะให้ฉันทำอะไร?”
“คืนนี้เราจะหลอมรวมกัน”
ยูกะตอบ แล้วหัวเราะร่าอย่างชอบใจ
“ฉันอยากได้เธอ สาวน้อย”
“...”
หา!
ฟ้าใหม่อุทานมีเพียงเสียงอู้อี้ที่ถูกเปล่งออกมา เพราะเธอถูกปิดปากไว้
คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกด้วย
หูเธอฟังไม่ผิดใช่ไหมนั่น!!
“หยุดเดินสักทีเถอะครับคุณหนู”
อิชิกาวะเอ่ยปรามหลังจากที่เขามองเซริวเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องทำงานของเขานับได้จะครบร้อยรอบแล้ว
“เดินเกือบจะสิบกิโลเมตรละมั้งครับนั่น”
“ผมจะทำอย่างไรดีครับ ผมจะทำยังไงดี คุณอิชิกาวะ”
เซริวหยุดเดินไม่ได้จริง ๆ เพราะความสับสน จนเกือบจะคลุ้มคลั่ง
“ขั้นแรกหยุดเดินก่อนเถอะครับคุณหนู ตอนนี้ผมเวียนหัวหนักมาก กรุณาเถิด”
อิชิกาวะลากเสียงยาว พร้อมกับทำตาปริบ ๆ
“นะครับคุณหนู มานั่งก่อน มามะ แล้วเราก็ค่อย ๆ ช่วยกันคิด ว่าอะไรมันเป็นยังไง”
“ผมไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ยิ่งฟินยิ่งแล้วกันไปใหญ่ เราไม่เคยมีอริ แล้วทำไม?”
ตอนนี้เซริวยกมือขึ้นกุมศีรษะ ส่วนอิชิกาวะเกาคางพลางทำท่าครุ่นคิด
“นั่นสิครับ เราไม่เคยมีศัตรู ไม่มีมาตั้งนานโขแล้ว ต่างคนก็ต่างทำมาหากิน ไม่มีใครอยากจะชิงตำแหน่ง นัมเบอร์วันเพราะแบ่งเขตกันแล้วเรียบร้อย เอ...แต่ก็ ผมชักจะสะกิดใจแล้วหน่อยๆ ละครับ ว่าใครอยากได้นักไอ้ตำแหน่งนัมเบอร์วันนั่น”
อิชิกาวะดีดนิ้วเปาะ หน้าตาเขายิ่งเคร่งขรึมมากกว่าเดิม
“ตัวแสบนั่นแน่นอน”
“แสบไหนครับ?”
เซริวขมวดคิ้ว อิชิกาวะเม้มปาก บางทีคนบางคนก็ต้องให้บทเรียนกันบ้าง ตัวแสบแบบนั้นด้วยสิน่า หึ หึ หึ”
“คุณหนูยูกะ”
“อะไรนะครับ ยูกะน่ะหรือครับ”
“ครับ นั่นแหละครับ ตัวแสบแบบดั้งเดิมเลยล่ะ มา...เราไปเคลียร์ใจกับเจ้าหล่อนกันดีกว่า บางทีสาวแสบแบบนั้น ก็ต้องเอาให้อยู่”
อิชิกาวะเน้นหนักตรงคำว่าเอาให้อยู่ เขาลุกพรวดขึ้นยืน เซริวลุกขึ้นตามพี่เลี้ยงของเขา สองหนุ่มเดินตามกันออกไปนอกห้อง อิชิกาวะกวักเรียกลูกน้องมาอีกสี่คน แล้วพวกเขาก็พากันขึ้นรถตู้คันใหญ่ ขับออกไปอย่างเร่งด่วน
จุดหมายปลายทางอยู่ที่งานเปิดตัวเครื่องสำอางของยูกะ
“โอเค...จัดการให้เรียบร้อยล่ะ คืนนี้ฉันจะกลับไป หึ หึ”
เธอกดวางสายหลังจากสั่งการแล้วเรียบร้อย ก่อนจะส่องกระจกดูความเรียบร้อยของใบหน้าของตนเองอีกหน เติมลิปสติกอีกนิดหนึ่ง แค่นี้ก็พร้อมสำหรับการออกไปเฉิดฉายในงานเปิดตัวของเครื่องสำอางที่เธอเป็นเจ้าของแล้ว
คุณหนูยูกะผู้งามเลิศ และเป็นหนึ่งในทุกด้าน
เธอหมุนตัวไปมาหน้ากระจกอย่างพึงใจ การออกงานสังคม ต่อหน้าสื่อ เธอมักจะเลือกสวมเสื้อผ้าที่ปิดบังรอยสักของเธอไว้ เพื่อลดการต่อต้านจากสังคมกลาย ๆ เธอเป็นลูกสาวแก๊งยากูซ่านี่นา กว่าจะฝ่ามาจุดที่สังคมยอมรับ ก็ยากเอาการ ในทางสว่างเธอได้รับการยอมรับแล้ว แต่ในทางของพ่อของเธอ เธอก็ยังต้องการความเป็นหนึ่งเหมือนกัน
เธอเลือกชุดเดรสยาวสีขาว ตรงคอผ่าลึก อวดร่องอกงดงาม ตรงกระโปรงยาวบานออก จับเป็นระบาย แต่งหน้าบางเบา เน้นตรงริมฝีปากให้โดดเด่น สินค้ารอบนี้เป็นรองพื้นที่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนธรรมชาติไม่ได้โป๊ะ และลิปสติกสีคลอเลกชันใหม่ มันจะต้องเป็นไปได้ด้วยดี แน่ ๆ
ทางนั้นยังเงียบ คงจะยังมืดแปดด้านไม่รู้ว่าใครจับว่าที่เจ้าสาวไปสินะ
เธอคิด ขณะที่ย่างกรายเดินออกมาจากห้องแต่งตัว นัยน์ตาเป็นประกายแพรวพราว เมื่อนึกถึงคืนนี้...คืนที่เธอจะได้ฟัดกับแม่สาวน่ารักเหมือนตุ๊กตานั่น
ไม่มีอะไรจะต้องหวั่น เพราะทางนั้นยังคงหน้าโง่ หาไม่เจอ...
“คุณยูกะ เชิญทางนี้ก่อนครับ ทางพรีเซนเตอร์อยากเจอคุณยูกะเป็นการส่วนตัวน่ะครับ”
บอดี้การ์ดของเธอปรี่เข้ามาเมื่อเธอออกมาจากห้องส่วนตัว ทีมงานของเธอที่ไว้ใจระดับเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ตอนนี้เวลานี้ ถูกส่งไปคุมสองเชลยนั่น ยูกะจึงค่อนข้างระวังตัวเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยไว้วางใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์ ผิดหมายกำหนดการแบบนี้ จึงต้องระแวงไว้ก่อน
“ทำไม?”
“คือ เธอชื่นชมคุณยูกะเป็นพิเศษน่ะครับ”
เขาก้มลงกระซิบข้างหูเธอ ยูกะหน้าเรื่อเล็กน้อย รสนิยมทางเพศของเธอ แน่ละ มีแต่คนสนิท และลูกน้องที่รู้ใจเธออย่างมากเท่านั้นที่รู้
“อื้อหือ...”
“จะไปพบเธอได้ไหมครับ สักสิบ ยี่สิบนาที ยังพอมีเวลา”
ยูกะหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ แล้วหลิ่วตาให้กับบอดีการ์ด
“ก็...พอได้นะ”
“เธอรออยู่ที่รถบ้าน ทางด้านหลังนะครับ ผมจะพาไป”
“โอเค ทาเคชิ บอกทีมงานด้วยว่าฉันมีธุระนิดหน่อย เตรียมงานกันไปตามปรกติล่ะ ถ้ามีอะไรฉุกเฉิน ก็โทรมา”
เธอบอกให้กับลูกน้องอีกคน ก่อนจะเดินควงแขนไปกับบอดี้การ์ดของเธอในวันนี้ สีหน้าของเธอสดใสและรื่นเริงนัก
มีอะไรสนุกๆ ทำก่อนจะเริ่มงาน ก็คือว่าคลายเครียดดีเหมือนกัน เธอเคยได้ยินมาบ้าง เกี่ยวกับ พรีเซนเตอร์สาว ว่าเจ้าหล่อนมีรสนิยมหญิงรักหญิง ก็ถือว่าเป็นกำไรก็แล้วกัน
เธอเดินตรงไปยังรถบ้านพร้อมกับบอดี้การ์ดของเธอ รถคันนั้นจอดไว้ด้านนอกของสตูดิโอ ความรื่นเริงใจทำให้ยูกะไม่ได้สังเกต สำรวจอะไรมากมายอย่างที่มักจะเคยทำ วันนี้ไม่มีอะไรน่าระแวง ทุกอย่างมันราบรื่นเสียจนนึกไปว่าเป็นวันดี ๆ ที่พระเจ้าส่งมาให้เธอ
บอดี้การ์ดของเธอเคาะประตูรถบ้านนั้น ประตูเปิดออก ยูกะยังไม่ทันเอ่ยทักทายคนที่ออกมา เธอก็ถูกฉุดกระชากหายเข้าไปในนั้น
ชายบอดี้การ์ดเดินกลับเข้าไปในสตูดิโอถ่ายทำงานเปิดตัวของยูกะ พร้อมกับหญิงสาวอีกคนซึ่งคล้ายกับยูกะเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่เธอสวมแว่นดำปิดหน้า เจ้าหล่อนเหมือนกระทั่งลักษณะท่าเดิน ที่เฉิดฉายมั่นใจ
ทั้งสองกลับเข้าไปยังห้องถ่ายทำ
วันนั้นยูกะนั่งอยู่ตรงที่คนดู ปล่อยให้การถ่ายทำเป็นไปตามการควบคุมของพิธีกร และพรีเซนเตอร์ เธอเพียงปรากฏตัวในตอนท้าย ยิ้มหวาน และโบกมือให้กับกล้อง พร้อมกับเอ่ยประโยคประจำตัวของแบรนด์ยูกะ
“ดีเลิศ เพื่อคุณค่ะ”
“ปล่อยนะ ไอ้บ้า ปล่อย แน่จริงปล่อยสิวะ ไอ้อิชิกาวะ”
เสียงตะโกนด่าดังขึ้นลั่น จากยูกะที่ตอนนี้ถูกพันธนาการแขนขา เหลือไว้แค่เพียงริมฝีปากของเธอ ที่ยังเป็นอิสระ มันจึงด่าทอออกมารัว ๆ เป็นทางเดียวที่เธอจะได้ตอบโต้
“ถ้าพ่อของฉันรู้ จะไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่”
“ถ้าพ่อของคุณรู้ ก็คงจะไม่ปล่อยคุณไว้เหมือนกันนั่นแหละครับ คุณหนู บอกมาดีกว่า ว่าจับคุณฟินไปไว้ไหน”
“เรื่องอะไรจะบอกวะ ไม่บอกโว้ย เก่งนักก็หาทางกันเอาเองสิ”
“พิษสงโคตรเยอะ”
อิชิกาวะว่า เขามองดูยูกะออกฤทธิ์จนเสื้อด้านหนึ่งหลุดลุ่ยลงมา มันกำลังเปิดเปลือยความงามของทรวงสาวขาวเชิดชันต่อสายตาเขา จนชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลาย ส่วนเซริวเขาเมินหน้าหนีภาพตรงหน้าเสีย
“บอกเรามาเถอะครับคุณยูกะ ผมจะไปรับตัวฟิน แล้วเรื่องที่คุณทำหนนี้ เราจะไม่เอาเรื่องอะไรเลย”
“ไม่เอาเรื่อง? เหอะ คนดีสินะ ถ้าแกดีจริง ๆ ก็สละตำแหน่งทายาทไปสิ”
ยูกะว่า เธอหน้าแดงตัวร้อนไปหมดเพราะความโมโหเดือด โมโหที่ถูกลูบคมเอา มากกว่าอะไรทั้งหมด
“ผมไม่ได้อยากเป็นทายาทของแก๊งโซเรียวเลย” เซริวว่า เขาถอนใจ
“ที่คุณทำแบบนี้ เพราะเรื่องนี้หรือครับ เรื่องไม่พอใจที่ผมจะขึ้นตำแหน่งอย่างนั้นหรือ”
“ฉันไม่พอใจที่แกไม่ยอมแต่งงานกับฉันต่างหาก ฉันมีแผนจะรวมสองแก๊งเข้าหากัน โดยใช้แกเป็นตัวเชื่อม แต่แกมาแต่งงาน ฉันจะทำยังไงล่ะ หึ!”
“อ้อ...อยากเป็นอันดับหนึ่ง”
อิชิกาวะพูดลอย ๆ พร้อมกับหัวเราะหึ ๆ เขามองแม่เสือสาวตรงหน้าตาวาว เจ้าหล่อนดูสวยเซ็กซี่เป็นบ้าตอนนี้ ราวกับภาพศิลป์อนาจารยั่วใจ ยูกะเม้มริมฝีปาก เธอไม่สนใจกับเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย หรือการพันธนาการอะไรหรอกตอนนี้ เธอไม่ลดศักดิ์ศรีขอร้องด้วย เพราะไหน ๆ พวกนี้คงจะไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก เธอมันงูพิษร้าย ถึงปล่อยเธอ เธอก็จะหาทางมาแว้งกัดอยู่ดี
นายอิชิกาวะนี่จะต้องรู้ดี
ว่างูอย่างยูกะ ตีจะต้องตีให้ตาย
“แล้วจะทำไม วันนี้พวกนายคงจะไม่ปล่อยฉันไปหรอก หึ ๆ ใช่มะ ต่อให้ฉันบอกที่อยู่ของนังหนูนั่น พวกแกก็คงจะหาทางกำจัดฉันอยู่ดี เพราะถ้าพวกแกไม่กำจัดฉัน ฉันก็จะต้องย้อนมากำจัดแกอยู่ดี”
“โธ่...ผมไม่ได้คิดแค้นอะไรคุณยูกะแบบนั้นหรอกครับ ปล่อยฟินมาเถอะครับ ผมขอร้อง”
เซริวโอด อิชิกาวะลุกพรวดขึ้นเขาดึงชายหนุ่มไปกระซิบอะไรบางอย่าง เซริวถึงกับหน้านิ่ว แล้วมองหน้าของลูกน้องมือขวาของบิดาตาค้าง อิชิกาวะยักคิ้วให้กับชายหนุ่ม
“ต้องแบบนี้ครับ”
“เอ่อ...”
“วิถียากูซ่าน่ะครับคุณหนู หึ ๆ ไม่เหมาะกับคุณหนูหรอกครับ”
“แต่...”
“ไปข้างนอกก่อนครับ”
“แต่...”
“ออกไปก่อนครับ รับรองว่าวิธีของผมเราได้คุณหนูฟินกลับมาแน่นอน”
“เอ่อ...”
“ออกไปครับเดี๋ยวนี้”
ประโยคหลังเริ่มเป็นคำสั่ง เซริวออกไปจากรถบ้านแต่โดยดี อิชิกาวะโบกมือให้กับเขา แล้วรถบ้านก็เคลื่อนจากไป
“ได้ผลจริง ๆ นะครับคุณอิชิกาวะ”
ชายหนุ่มได้แต่พึมพำตามหลัง เขาไม่อยากให้อิชิกาวะใช้วิธีนี้เลยจริง ๆ
แต่น่ะ...
วิถียากูซ่า?
คงจะต้องเชื่อยากูซ่าดั้งเดิมสินะ
อิชิกาวะ vs ยูกะ หนุ่มใหญ่ร่างยักษ์ ปะทะ สาวแสบแสนฮอต ยูกะเม้มริมฝีปาก มองดูเนื้อตัวที่แดงเป็นจ้ำ ๆ เพราะ...เพราะทั้งฝีมือ และฝีปากของใครบางคน แล้วก็ให้ขัดเคืองยิ่งนัก ทั้งเคืองทั้งเต็มอิ่มไปทั้งร่างกาย โอ... ทำไมเธอจะต้อง... คิดแล้วสาวแสบก็หน้าแดงซ่าน เธอเป็น ไบเซ็กซ์ชวล รสนิยมของเธอได้ทั้งเพศหญิงและชาย แต่จะค่อนไปทางผู้หญิงเสียมากกว่า เพราะยูกะชอบสิ่งอ่อนนุ่ม สวยงาม ซึ่งไม่มีในเพศชาย เธอไม่ค่อยชอบผู้ชายตัวแข็ง ขนยุ่บยั่บ กลิ่นตัวแบบผู้ชายเป็นสิ่งที่ยูกะไม่เคยคิดจะชอบมันมาก่อน ขนาดลูกน้องของเธอที่ติดตามเธอ พวกเขาก็ได้รับมอบน้ำหอมประจำตัว แน่นอนกว่ากลิ่นของมันหวาน หอมฟุ้งเลยละ ผู้ชายที่เธอเลือกจะมาขึ้นเตียงด้วย ส่วนใหญ่ตัวบาง อ้อนแอ้น หน้าสวย ใช่...ผู้ชายเดี๋ยวนี้หน้าสวยจนผู้หญิงยังอาย คนโปรดที่สุดของเธอก็คือเค เขา...เอ่อ...ถึงจะศัลยกรรมมามากก็เถอะ แต่หมอก็หน้าสวย มองเพลิน แถมยังตัวบาง ผิวเนียนละเอียด กลิ่นหอม ไม่มีขนาดที่ใหญ่โตมากมายอะไรจนเธอสะพรึงหรือเจ็บปวด ใช่...เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่มีอาวุธประจำตัวใหญ่โตอะไร เธอชอบเป
“ฟิน ฟิน ไม่เป็นอะไรแล้วนะที่รัก ที่รัก” ฟ้าใหม่โผผวาเข้ากอด คนที่มาปลดปล่อยเธอจากพันธนาการ เขากอดเธอแน่น เธอเองก็เช่นกัน “ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ ฮือ ๆ กลัวแทบตาย กลัวมาก” เธอพึมพำกับอกกว้าง เขาอุ้มเธอออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่ขังเธอไว้ เซริวมาช่วยเธอไว้ก่อนที่เธอจะทันถูกเจ้าผู้ชายคนนั้นจับเธอเปลี่ยนชุดนางแมวอะไรนั่น ดีเท่าไหร่แล้วนะที่เธอไม่ถูกผู้หญิงด้วยกัน...โอยคิดแล้วก็ขนลุกอย่างไรพิกล ผู้ชายอีกคนก็ได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน จากลูกน้องของเซริว เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลทันที เพราะอาการค่อนข้างหนัก เรื่องนี้คงจะต้องสืบกันอีกยาวเลยทีเดียวละ ว่าทำไมลูกชายของแก๊งคัทซึเนะถึงตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ยกเว้นจะคุยกันได้เท่านั้น ฟ้าใหม่ถูกนำไปตรวจที่โรงพยาบาล เธอมีเพียงอาการฟกช้ำในบางที่และขวัญเสียเล็กน้อย นอกนั้นเป็นปรกติดี ทำให้เซริวโล่งใจมาก อิชิกาวะเป็นฮีโร่จริงๆ ที่จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยแบบนี้ พวกผู้ใหญ่ไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่ลูกน้องมือขวาของเคนจิถือเป็นเรื่องที่จะต้องไปรายงาน เขาบอกทุกอย่างกับเคนจิ เล่นเอาเคนจิถึงกับเครียด แต่ประโยคท้ายของ
ฟ้าใหม่ยังคงตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว หลังจากที่เธอถูกบังคับพามาจากร้านราเม็งนั่น ปืนถูกจี้เข้าที่สีข้างของเธอ และผู้ชายที่รายล้อมเธอแต่ละคนตัวใหญ่หน้าตาน่ากลัวทั้งนั้น พวกเขาพาเธอออกมาจากร้าน และตรงมาขึ้นรถ การกระทำเป็นไปอย่างรวดเร็ว จนแทบไม่มีคนสังเกต เธอถูกจับพันธนาการและถูกปิดตา ผ้าเปิดตาตอนนี้ยังไม่ถูกปลดออก เธออยู่ในความเงียบ หูได้ยินเสียงครางเบาๆ จากมุมห้อง ห้องนี้ชื้นและมีกลิ่นอับ ไม่ได้มีเพียงแค่เธอคนเดียวแน่ ๆ ที่ถูกจับมาแบบนี้ แต่ว่าใครอีกคนกันนะ คนพวกนี้จับเธอมาทำไมหนอ หญิงสาวพยายามทำสมาธิ รวบรวมสติไว้ การมีสติจะทำให้เรารับมือกับเหตุการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่ามันจะเลวร้ายมากขนาดไหน ใครจับเธอมากันนะ? เรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิวาห์ของบิดาและมารดาของเขาแวบเข้ามาในห้วงนึก หรือว่าจะมีพวกที่อยากจะขัดขวางงานแต่งงานของพวกเขากันหนอ? มันจะมีเหตุการณ์ขนาดของงานพวกท่านอีกไหมนะ แล้วเธอ...จะรอดหรือเปล่า เฮ้อ...ชีวิตหนอชีวิต เสียงประตูเปิด ทำให้หญิงสาวนั่งตัวแข็งเกร็ง หูพยายามจับฟังเสียง มีคนเข้ามาและกำลังเดินตรงมาที่เธอ ไปยังมุมห้องเธอถูกหิ้วขึ้นมาฟ้
“ร้านราเม็งร้านนี้ อร่อยอย่างที่เซริวบอกจริงๆ ด้วยล่ะ” “ใช่ไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว ว่าร้านอร่อยในตำนานเลย เห็นอะไรตรงนี้ไหม?” เขาขยิบตาให้เธออย่างซุกซน แล้วชี้ตรงผนัง เธอเขม้นตามอง มันเป็นเหมือนรูปวาดเล็ก ๆ ติดอยู่ตรงนั้น “อะไรคะ?” “ผมมือบอนน่ะครับ แหะ ๆ เคยมาแอบเอาสีเมจิกเขียนไว้ตรงนี้ กับโกคุงเพื่อนของผม แล้วตาเฒ่าจุนก็เลยจับพวกเราอบรมและทำโทษ สีของผมมันลบไม่ออก จนถึงทุกวันนี้ จุนซังบอกไว้ว่ามันก็เหมือนความผิดของคนเรา ที่ทำลงไปแล้ว ลบไม่ได้ แต่เรายอมรับและปรับปรุงมันให้ดีขึ้นได้” “ลุงแกสอนดีจังเลยค่ะ” เธอลูบภาพเล็กๆ นั้น แล้วเอ่ยพึมพำกับตนเอง “จริงสินะคะ ความผิดของคนเรา ทำลงไปแล้วก็ลบไม่ได้” “ทุกอย่างนั่นแหละ ไม่ใช่แค่แต่ความผิด” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นด้านหลังเธอ สาวน้อยสะดุ้ง ขณะที่เซริวมองขึ้นไปสบตากับคนพูด แล้วยิ้มกว้าง พลางค้อมศีรษะให้ “สวัสดีครับจุนซัง” “สวัสดีพ่อเด็กดื้อ ยังไงถึงแวะมากินแถวนี้ได้ล่ะ” “หนีพ่อมาน่ะครับ” เขาเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ จุนส่ายหน้าน้อยๆ พลางหัวเราะหึ ๆ เขามองดูแม่สาวที่มากับพ่
ด้วยดี ทำให้เซริวและฟ้าใหม่โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง และยิ่งข่าวดีจากนพสุดาที่บอกว่าไฟเขียวจากบิดาให้จัดงานหมั้นและงานแต่งงานให้กับพวกเขาในเวลาไม่เกินสามเดือนนี้ มันยิ่งทำให้เซริวโล่งใจจริงจัง ว่าเขาจะพ้นจากบ่วงอันแสนจะน่ากลัวของยูกะแล้วถาวร ไม่มีการติดต่ออะไรมาจากทางนั้น นอกจากการแสดงความยินดีกลาย ๆ เสียด้วย ข่าวดีกว่านี้จะมีอีกไหมนะ? ฟ้าใหม่มีห้องพักส่วนตัวของเธอที่บ้านใหญ่ ที่ นพสุดาจัดให้พักต่างหาก เซริวค้านท่านบ่นออดว่าท่านทำให้ห่างจากผู้หญิงที่รัก แต่นพสุดาก็บอกเหตุผลว่าเป็นการ ‘ทำโทษ’ ข้อหาชิงสุกก่อนห่าม ทำให้ผู้ใหญ่วุ่นวาย ท่านว่ามาแบบนั้น เกือบจะมีเรื่องวุ่นวายอีกก็ตอนที่ นพสุดาจะให้พาฟ้าใหม่ไปตรวจครรภ์ เล่นเอาพวกเขาถึงกับหน้าเจื่อน เพราะคิดข้ออ้างไม่ทัน ดีที่ได้อิชิกาวะที่แก้ตัวแทนว่า เป็นความผิดพลาด เข้าใจไปเองของเซริวกับฟ้าใหม่ ที่ตื่นตูมกันไปเอง แล้วยืนยันให้ฟ้าใหม่ตรวจให้นพสุดาดู นั่นแหละ...เรื่องก็จบลงอย่างสวยงาม เพราะนพสุดาไม่ได้ติดใจอะไร ดีใจด้วยซ้ำที่ไม่มีการท้อง เธอเห็นแก่หน้าของพ่อแม่ของฝ่ายหญิง เนื่องจากเข้าใ
ยาวนานจนกว่าที่เซริวจะอดกลั้นอดทนได้แล้ว เนื่องจากน้ำที่เขาดื่มเข้าไปมาก ผัดกะเพราของฟ้าใหม่รสชาติค่อนข้างเผ็ดร้อน แม้จะไม่อยากปล่อยยูกะไว้กับฟ้าใหม่ แต่ข้าศึกที่โจมตีเข้ามาแบบนั้น มันก็ทำให้เซริวต้องจำถอยชั่วคราว “อย่าไปฟังที่ยูกะพูดนักนะฟิน” เขาไม่วายอดกระซิบสั่งเธอไว้ ก่อนจะหายแวบไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุด ยูกะ ผู้หญิงที่ทำให้เซริวหนีการแต่งงานหัวซุกหัวซุนก็อยู่กับเธอตามลำพัง...จนได้ “คุณทำอาหารอร่อยมาก เอ...ดูแล้ว ฉันจะต้องเรียกตัวเองว่า พี่ยูกะหรือเปล่า” ฝ่ายนั้นเอ่ยชวนเธอคุย หน้าตายิ้มแย้ม แม้ใจจะระแวงบ้าง เพราะเซริวบอกไว้ แต่ก็อดคุยโต้ตอบด้วยไม่ได้ ตามแบบคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี “ขอบคุณค่ะ เอ่อ...ฟินอายุ 22 ค่ะ ก็คงจะเป็นรุ่นน้องคุณยูกะจริง ๆ” “ตายล่ะ...” ยูกะเอามือทาบอก แล้วทำตาโต ยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งมาให้กับฟ้าใหม่ ตอนนี้ร่างเพรียวสมาร์ตของเธอเขยิบเข้ามาใกล้กับฟ้าใหม่ จนไหล่แทบจะชนกัน เธอโน้มใบหน้าจนแทบจะชิดหน้าของฟ้าใหม่ ทำให้สาวน้อยถึงกับตกใจแล้วผงะหนี เล่นเอายูกะหัวเราะชอบใจเลยทันที “พี่นึกว่าจะสัก 15- 16 เสียอีก หน้าเด็กมาก ผิวดี







