LOGINหลังส่งโรสแล้วจึงกลับมาที่บ้าน ทิพย์อาภานั่งนิ่งๆ บนโซฟา ภาพที่สามีอุ้มอดีตคนรักเข้าโรงแรมทำเธอผิดหวัง ข้อความเย้ยหยันด่าทอของเมริกายาวเหยียด มาพร้อมกับคำสาปแช่งให้พี่กฤษณ์ทิ้งเธอยังวนเวียนในหัว ถ้าเขาได้สมหวังกับโรส ก็ไม่มีทางที่เธอจะแทรกระหว่างสองคนได้
"มานั่งรอลุ้นเหรอ เสียใจด้วยนะ พี่ช่วยโรสออกมาทัน ไม่ได้ถูกทำลายสมใจทิพย์"
ทิพย์อาภาทำสีหน้ามึนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดกฤษณ์จึงเข้าใจว่า เธอจะเสียใจที่เขาช่วยโรสได้ แล้วยังพูดจากับเธอด้วยน้ำเสียงเหน็บแนม สีหน้าแววตาดูเกลียดชัง ยิ่งกว่าที่ผ่านมาเสียอีก
"สมใจทิพย์ พี่หมายถึงอะไรคะ? "
เธอลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้าหาสามี เขากัดฟันด้วยความโกรธเคือง กระชากเธอเข้ามาแนบกับอก
"ว้าย! "
"อย่ามาทำไขสือตีหน้าซื่อนะทิพย์ จิตใจเธอทำด้วยอะไร! ยังมีความเป็นคนอยู่ไหม ริก้าบอกพี่ และเอาหลักฐานแชทให้พี่ดูหมดแล้ว ว่าทิพย์มีส่วนในแผนการจับโรสไปให้นายวิโรจน์ ต้องเลวขนาดไหนถึงได้คิดทำลายผู้หญิงด้วยกัน ทำได้ยังไงห๊า!? "
เขาถลึงตาใส่ บีบต้นแขนเล็กเต็มแรง ทิพย์อาภาปวดร้าวถึงกระดูก น้ำตาคลอเจ็บใจที่ถูกกล่าวหา ในสิ่งที่เลวร้ายเหลือเกิน ทั้งที่เธอเป็นคนมีเมตตา แม้กระทั่งสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย หากพบมันบาดเจ็บข้างถนนเธอก็ช่วยเหลือพามันไปรักษา แต่นี่อะไรกัน เธอถูกใส่ร้ายว่าต้องการทำลายชีวิตคนทั้งคน
"ไม่ใช่นะคะ ถ้าทิพย์ร่วมแผนจะบอกให้พี่ไปช่วยทำไม ริก้าใส่ร้ายทิพย์" "พี่เชื่อหลักหลักฐานมากกว่า"
"พี่กฤษณ์! ทิพย์ไม่ได้มีส่วนจริงๆ นะคะ แค่ทำเป็นไม่คัดค้าน เพื่อจะได้รู้แผนของริก้าเท่านั้นเอง" / "เท่านั้นเองหรือ! เท่านั้นเองของทิพย์ ทำให้โรสเกือบถูกทำร้าย "
"โอ๊ย! ปล่อยนะทิพย์เจ็บ... " ยิ่งไม่ยอมรับก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายโกรธ จับร่างเล็กเหวี่ยงเข้ากับผนังห้อง โถมกายเข้ากระแทก
"ผู้ร้ายก็ปากแข็งแบบนี้แหละ"
ทิพย์อาภาส่ายหน้าไปมา น้ำตาที่พยายามห้ามเอาไว้ไม่อาจอดกลั้นอีกต่อไป
"คิดหรือว่าถ้าโรสเป็นอะไรไปจริงๆ พี่จะเปลี่ยนใจ ของที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นแค่ตุ๊กตาหมีเน่าตัวหนึ่ง มันก็มีคุณค่าเสมอ แต่ไอ้ของที่ไม่ได้รักนั้น... ต่อให้ใหม่แกะกล่อง มันก็ไร้ค่า! เข้าใจไหม! "
ทิ้งท้ายด้วยการเขย่าเธอเข้ากับแผ่นปูน แล้วหันหลังเดินขึ้นบันได ไม่ไยดีต่อความรู้สึก ไม่สงสารเห็นใจคนกำลังร้องไห้
"พี่ต้องการหย่า ถ้าทิพย์พร้อมเมื่อไหร่ ก็บอกมาแล้วกัน"
จบประโยคอันโหดร้าย ก็ตามมาด้วยเสียงประตูปิดลง หญิงสาวเลื่อนกายลงนั่งกับพื้น ร่ำไห้อย่างห้ามไม่ได้ สมเพชตัวเองเหลือเกิน พยายามช่วยคนรักของเขาแท้ๆ แต่กลับถูกกล่าวผู้สมรู้ร่วมคิดไปได้ อธิบายไปก็ไร้น้ำหนัก เขาเกลียดชังเธอถึงขั้นเชื่อคำเมริกามากกว่า เมื่อไม่เห็นคุณค่ากัน ก็คงไม่อยู่เกะกะเขาที่นี่อีกต่อไปแล้ว
"ให้อภัยพี่ด้วยนะโรส" เพราะรักของเขา ทำให้โรสต้องเป็นอันตราย ทำร้ายจิตใจด้วยการแต่งงานตามที่มารดาจัดหาให้ แล้วยังทำลายความรักครั้งใหม่ของเธออีก เรียนจบก็สูงแต่เรื่องรักช่างโง่เขลา น่าจะรู้ว่าโรสไม่เหลือเยื่อใยให้ตัวเอง ช่วงเวลาที่แอบติดตามชีวิตเธอ ก็เห็นแล้วว่าโรสดูมีความสุขแค่ไหน ตอนที่ผู้ชายคนนั้นคอยรับคอยส่ง
ในหัวของกฤษณ์คิดวนเวียนถึงแต่อดีตคนรัก ไม่ได้รับรู้ว่าทิพย์อาภาออกไปจากบ้านแล้ว จวบจนค่ำจึงรู้สึกว่าบ้านเงียบเฉียบ เขาล้มตัวนอนคิดหาทางแก้ปัญหาที่ตัวเองก่อ ต้องไปบอกผู้ชายคนนั้นว่าเขาโกหกเรื่องมีอะไรกับโรส แต่ขอเวลาทำใจเสียก่อน
กฤษณ์คิดหนักจนต้องกินยาคลายเครียด แต่เขามาสะดุ้งตื่นตอนห้าทุ่มเศษเพราะสายเรียกเข้าจากมารดา ทันทีที่รับสายนางเด่นดวงต่อว่าบุตรชายเสียงดัง จนต้องถือโทรศัพท์ให้ห่างหู
มารดาร่ายยาว ยกยอภรรยาของเขาว่าประเสริฐ นางหาสะใภ้งดงามทั้งกายวาจาใจมาให้ แต่กลับไม่เห็นค่า นางถูกพ่อของทิพย์อาภาถอนหงอก ฝ่ายนั้นบอกจะให้ทนายมาเจรจาหย่าขาด แต่มารดากลับทิ้งท้ายว่า ถ้าหย่ากับสะใภ้ของนางจะได้เห็นดีกัน ตกลงตอนนี้เขาสามสิบสองปี หรือแค่สิบขวบกันแน่
จากที่คิดว่าจะไปชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเอเดรียน กฤษณ์เปลี่ยนใจ ประสานกับเจ้าหน้าที่ตามหาตัวคนร้ายที่จับโรสไปให้นายวิโรจน์ ทั้งหมดให้การรับสารภาพซัดทอดผู้ว่าจ้างคือเมริกา แต่ครั้นจะให้เป็นข่าวก็ไม่ดีนัก จำต้องปล่อยผู้บงการลอยนวล
"โรสเปิดประตูให้พี่ด้วย" เสียงเรียกหน้าห้อง ปลุกโรสให้ตื่น นอนไม่หลับทั้งคืน เพิ่งได้งีบไปไม่นาน เธอเปิดประตูต้อนรับกฤษณ์เข้ามาในห้อง แม้จะไม่เต็มใจ
"พี่มีธุระอะไรหรือ? " ถามด้วยน้ำเสียงตึงใส่ พร้อมกับเบนสายตามองไปด้านข้าง โกรธเกลียดจนหน้าเขายังไม่อยากจะมอง
"พี่เอาโทรศัพท์มาให้ ไอ้โจรพวกนั้นมันขายไม่ได้เลยยอมคืน"
"แค่นี้ใช่ไหมคะ" หยิบมือถือจากมือชายหนุ่ม แล้วถามเหมือนไล่กลายๆ
"พี่จะไปขอโทษเขาเอง ระหว่างเรามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ โรส ให้อภัยพี่เถอะนะ"
ยิ่งเห็นสภาพเธอผมเผ้ารุงรัง สีหน้าแววตาปวดร้าว ก็ยิ่งรู้สึกผิดมาก โรสจ้องกฤษณ์อย่างแค้นเคือง สารภาพเอาตอนนี้ช่วยอะไรได้
"พี่มาบอกโรสในวันนี้ แล้วมันจะได้อะไร ในเมื่อเอเดรียนเข้าใจผิดไปแล้ว พี่เดินเข้าไปหาเขา ก็เท่ากับไปตายเท่านั้น! " เธอต่อว่าเสียงดัง
"ถ้าหมดรักพี่แล้ว ถ้าโกรธเกลียดกันถึงขนาดนี้ ทำไมไม่ปล่อยให้เขาฆ่าพี่ซะเลย ปกป้องพี่จนเขาโกรธแบบนี้ทำไม"
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยใจ ดีนะที่เขาไม่ทำอะไรเธอจริงๆ ไม่เช่นนั้นเธอคงเหมือนตกนรก เพราะโกรธเกลียดเขา ไม่มีความรักจากเธออีกแล้ว
"ชุดฉันเรียบร้อยหรือเปล่า" โรสหันซ้ายหันขวาดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า คนมั่นใจในตัวเองกลายเป็นไม่มั่นใจ ตอนนี้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ทั้งหมด เพราะตั้งครรภ์ครบสามเดือน น้ำหนักขึ้นมาสี่กิโลกรัม แล้ววันนี้มีแขกคนสำคัญเสียด้วย เอเดรียนจับแขนหญิงสาวหมุนตัว เธอสวมชุดเดรสเรียบหรูตัวใหญ่ไซซ์เอล ผิดจากเมื่อก่อนสองขนาด"โรสที่รักคุณสวยไม่มีที่ติ ผมชอบที่คุณอวบขึ้นมากกว่า""จำคำนี้เอาไว้นะเอเดรียน ถ้าหลังคลอดน้ำหนักไม่ลด อย่ามาว่าโรสอ้วนนะ""ไม่หรอก ไปกันเถอะที่รัก มัมกับแดดดี้รออยู่""มัมคุณใจดีจริงๆ หรือคะ" ต้องโทษยัยคุณหญิงเด่นดวงทำให้เธอหลอนไปหมด ไม่มั่นใจที่จะพบกับแม่สามี เอเดรียนส่ายหน้าน้อยๆ จูงมือหญิงสาวมาหามารดาของเขา โรสสูดหายใจลึกๆ ระงับอาการตื่นเต้นที่บริเวณโต๊ะที่ลานกลางแจ้งข้างสระว่าย หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม หน้าตาดูใจดี นั่งเคียงคู่กับชายต่างชาติ สำหรับเธอแล้วผู้ชายคนนี้เป็นรุ่นคุณปู่มากกว่า ทั้งคู่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เอเดรียนแนะนำเธอกับพวกท่าน โรสพูดภาษาอังกฤษได้แต่ไม่เก่งนัก พอได้ฟังภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกัน ถึงกับเงี่ยหูฟัง จึงจะสามารถจับใจความได้"สวัสดีค่ะมัม สวัสดีค่ะแดดดี้""เ
อยากให้ลูกคืนดีกัน แต่อยากเอาคืนด้วย ผู้พ่อสะใจซะเหลือเกินที่ลูกสาวได้ดั่งใจ ไม่ใจอ่อนง่ายๆ มีแต่คุณแม่ขจีที่คอยส่งสายตาอาทรลูกเขย ทิพย์อาภายิ้มเจื่อน ถ้าพ่อรู้ว่าเธอใจอ่อนตั้งแต่วันแรก พ่อคงผิดหวัง ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจสามี แต่เขาป่วยแบบนี้จะให้ไม่สนใจได้ยังไงหลังเที่ยงคืนบ้านเงียบสงัด พ่อแม่หลับแล้ว ทิพย์อาภาย่องลงมาเช็ดตัวให้สามี กฤษณ์หลับตาให้เธอซับผ้าไปตามใบหน้ารักแร้แผงอก ได้แต่บอกตัวเองว่าถ้าลืมตาตื่นภรรยาคงรีบหนีไป เขาแกล้งหลับต่อ จนหญิงสาวอังมือที่หน้าผากของเขา"ตัวเย็นลงแล้ว พรุ่งนี้คงหายป่วยแล้วล่ะ" พูดแล้วก็ลุก แต่ถูกจับข้อมือเอาไว้"ยังทิพย์ พี่ยังร้อนมาก จับดูสิ""พี่กฤษณ์ จะทำอะไร"ทิพย์อาภาโวยวายเสียงกระซิบ เพราะเขาดึงมือเธอไปจับที่แท่งเนื้ออุ่นในร่มผ้า พยายามถกมือกลับ แต่คนไข้ลุกขึ้นนั่นกอดรัดร่างเล็กลงที่ตัก กระซิบเสียงพร่าข้างหู"พี่ยังร้อน จริงหรือเปล่าล่ะทิพย์""อื้อ พี่กฤษณ์ ปล่อยนะ อืม" เธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนอะไรมาก และอ่อนระทวยไปกับจูบของเขา กฤษณ์บดขยี้ริมฝีปากร้อนเข้ากับเรียวปากสวย กดเธอลงเบื้องล่าง ใช้แววตาหยาดเยิ้มมองสบตาแป๋วของหญิงสาว"พี่รักทิพย์นะ"เสียงบ
หน้าบ้านทิพย์อาภา"ออกไปให้พ้นบ้านฉัน!ถ้าแกบุกรุกเข้ามาฉันมีสิทธิ์ยิงได้ออกไปเดี๋ยวนี้!! " "อย่านะคะคุณ! " / "คุณพ่อวางปืนเถอะนะคะ! "เกรียงไกรร้องขู่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่กฤษณ์ มือไม้แข้งขาลำตัวสั่นเทิ้ม จนน่าห่วงว่านิ้วสั่นๆ จะลั่นกระสุนใส่ ลูกเขยจริงๆ ทั้งคุณขจีภรรยา และทิพย์อาภาต่างก็ตกใจเข่าแทบทรุด ไม่คิดว่าพ่อจะคว้าปืนพกจ่อหน้าผากสามี แล้วยังเป็นบุตรของผู้มีพระคุณกับตัวเองด้วย แต่บังอาจทำลูกสาวของเขาเสียใจก็คงต้องยอมแตกหักโฮ่งๆๆ แฮ่!!! เจ้านายด่าผู้บุกรุก ปีโป้เจ้าหมาแสนรู้ก็เอาด้วย เห่าเสียงดัง แล้ววิ่งเข้าใส่ ดีที่มันเชื่อฟังขจียอมล่าถอย"ปีโป้อย่าดุสิลูก ไม่น่ารักเลย"ทิพย์อาภาลูบหัวปีโป้ก่อนจะนั่งลงกอดเจ้าตัวสีน้ำตาลเอาไว้ เธออ่อนโยนแม้กระทั่งดุสุนัข ภรรยาน่ารักขนาดนี้ เขายังทำร้ายจิตใจเธอได้ คิดแล้วให้สำนึกผิด พนมมือไหว้ขอความเมตตาจากพ่อตา"คุณพ่อครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมเถอะนะครับ ผมจะขอรับ เมียกลับบ้าน" "ฮึ! ฉันไม่มีทางให้ลูกสาวกลับไปทนอยู่กับแกหรอก" ลูกไม่เคยบอกว่าทนกับอะไร ไม่เคยเล่าในสิ่งที่ถูกกระทำ แต่คนเป็นพ่อเจ็บแค้น แค่ทิพย์อาภาบอกว่าสามีขอหย่า ขนของกลับบ้านกอ
รายงานข่าวโทรทัศน์"เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าช่วยนางแบบสาว ในเซฟเฮาท์ของนักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งเป็นคุณลุงของเธอเอง โดยสารวัตรสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจ... เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีเสียงหวีดร้องของผู้หญิงจากบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ขอหมายเข้าตรวจค้นภายในบ้านพบหญิงสาวในสภาพเปลือยกาย ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส บริเวณใบหน้ามีร่องรอยแผลถูกทุบตี ที่คอมีโซ่ตรวนคล้องไว้ อีกทั้งยังมีเหล็กกลม น้ำหนักไม่ต่ำกว่าหกกิโลกรัม ที่ปลายโซ่อีกด้าน คาดว่าคนร้ายกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้ายหญิงคนดังกล่าวมานานแล้ว อาจกำลังวางแผน นำเธอไปถ่วงน้ำ แต่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยได้ทัน ขณะนี้ส่งเข้ารักษาตัวที่ห้องผู้ป่วยวิกฤต โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังเธอคือนางแบบชื่อดังเมริกา ฯลฯ " กฤษณ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ โชคดีที่เขาไปงานแฟชั่นโชว์เป็นเพื่อนมารดา แล้วบังเอิญไปได้ยินนางแบบซุบซิบกันว่าเมริกาหายตัวไปเกือบเดือน จึงได้ประสานเพื่อนที่เป็นตำรวจสืบหาเพื่อช่วยเหลือเธอ ถึงจะโกรธเกลียดผู้หญิงคนนี้ ก็ไม่อยากให้เธอเสียชีวิต แต่จากดูสภาพเถอะ ข่าววงในว่ากะโหลกร้าว ต้องผ่าตัดเอาเลือดคั่งในสมองออกนายวิโรจน์ก็รอดตัวเช่นเคย ให้สั
"โรส ผมรู้แล้ว ผมเชื่อคุณ หยุดร้องไห้เถอะนะคนดี""ฮือๆ ฉันหยุดไม่ได้ อึก"ยกมือปิดปากตัวเองไว้ ก็ยังจะร้องอยู่นั่น เอเดรียนปลอบ ทั้งในใจก็มีคำถาม ทำไมโรสอ่อนไหวเป็นคนละคนกับเมื่อก่อน "ผมอยู่นี่แล้วโรส หยุดร้องไห้เถอะ""ขอเวลาฉันสักครู่ค่ะ กอดฉันแน่นๆ ด้วย" วงแขนกำยำโอบโรสไว้ในอ้อมกอด ต่างตะแคงตัวเข้าหากอดกันไว้อย่างนั้น จนโรสหยุดอาการร้องไห้ได้ เธอไม่อยากเป็นแบบนี้หรอกเพราะมันเหนื่อย แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน "เอเดรียน อย่าทิ้งฉันไปอีกนะ ฉันไม่อยากให้เราพลัดพรากกัน ไม่อยากให้คุณหมดโอกาสได้เป็นแดดดี้ของลูก"เอเดรียนเพ่งมองหน้าเธอ เมื่อครู่โรสพูดว่า ‘ลูก’ งั้นหรือ"ลูกหรือ หมายถึง... ""ฉันกำลังท้องลูกของเราค่ะ" รอยยิ้มของเอเดรียนที่รับรู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ ทำให้หัวใจของโรสเบ่งบาน"จริงหรือโรส? " ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ตื้นตันใจบรรยายไม่ถูก"คุณรู้ไหมผมภาวนามาตลอด ขอให้คุณตั้งท้องลูกของเรา ผมจะได้ถือโอกาสใช้เป็นข้ออ้างกลับมาหาคุณ"พูดพลางใช้หัวแม่มือเกลี่ยน้ำตาให้เธอ "ผิดกับฉัน ตอนที่ไม่มีคุณฉันภาวนาให้ไม่ท้อง เพราะฉันกลัวว่าหลังคลอดลูกออกมาแล้ว ถ้าเกิดฉันเป็นอะไรไป ลูกจะไม่มีใคร
"อาการอย่างคุณว่าถ้าเป็นผู้หญิง ก็คงจะแพ้ท้องแล้วค่ะ"ซันนี่หรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้า สีหน้าตื่นตกใจเมื่อสักครู่เปลี่ยนเป็นอมยิ้มอย่างมีนัยบางอย่าง"อาการคล้ายนะครับ ว่าแต่คุณโรสมาทำอะไรหรือ? ""ฉันมาตรวจเลือดค่ะ เอ่อ ฉันอยากจะรู้ว่าฉันเลือดกรุ๊ปอะไร"ไม่ได้คิดที่จะปิดบังที่ตั้งครรภ์ แต่ยังไม่อยากให้เอเดรียนรู้ คู่สนทนาจ้องหน้าหาพิรุธ เพราะรู้มาว่าผู้ชายสามารถแพ้ท้องแทนผู้หญิงได้จริงๆ ทำให้โรสถามเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน"เอเดรียนกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่หรือคะ? " "มาได้เกือบสัปดาห์แล้วครับ""งั้นหรือคะ ฉันเข้าเยี่ยมเขาได้ไหม เขาห้ามหรือเปล่า"ไม่รู้ว่าเขายังโกรธเกลียดเธออยู่ไหม ตอนนี้หัวใจเปราะบางเหลือเกิน หากเพียงได้ยินคำว่าเขาไม่ปรารถนาจะพบเธอ ก็คงเจ็บปวดมาก"ไม่เลยครับ เขาอาจจะอยากเจอคุณซะด้วยซ้ำแต่ไม่พูด""งั้นฉันขอไปรอคิวเจาะเลือดของฉันก่อนนะคะ เสร็จแล้วฉันจะไปเยี่ยมเขาค่ะ"หลังเจาะเลือดรับยาบำรุง โรสรีบไปเยี่ยมไข้คนที่เธอยากเจอเหลือเกิน คนตัวใหญ่ในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล นอนรับน้ำเกลืออยู่บนเตียงผู้ป่วย เขามองหน้าเธอตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องด้วยแววตานิ่ง ไม่แสดงออกถึงอาการตื่น







