تسجيل الدخولหญิงก้อยไปหาหม่อมแม่ที่ห้องปีก เมื่อเดินเข้าไปก็พบชุดสวยมากมายแขวนไว้ราวกับอยู่ในห้างฝรั่งแผนกเสื้อผ้า พวกพี่หญิงและพี่สะใภ้ก็อยู่ด้วย หลังจากที่เลือกผ้าตัดชุดกันไปเมื่อคราวที่แล้ว หญิงก้อยก็ลืมเรื่องนี้เสียสนิท
หม่อมไฉไลบอกให้ลูกสาวมาลองชุดว่าพอดีตัวหรือไม่ ช่างจะได้ไปแก้ให้ได้ทันก่อนวันงานเต้นรำมะรืนนี้
“งานมะรืนนี้จัดที่สโมสรท่าเรือ เป็นงานเต้นรำการกุศลระดมทุนจากพ่อค้าเพื่อจะนำเงินไปสร้างโรงเรียนที่วัดแถวนั้นน่ะจ้ะ พวกเราทุกคนจะไปร่วมงานนี้กันด้วยนะจ๊ะ”
“หญิงด้วยหรือคะ ว้าว... จะได้ไปงานเต้นรำกับเขาบ้างเสียที”
หญิงก้อยดีใจหน้าแดง หม่อมไฉไลกำชับว่างานนี้ผู้ใหญ่มากันมาก ต้องสำรวมไม่ทำขายหน้า วันต่อมาหญิงก้อยก็รบเร้าพี่ชายให้ช่วยซ้อมเต้นรำและเอาแต่บ่นกับพี่หญิงเรื่องเลือกไม่ถูกว่าจะเอาเครื่องประดับชิ้นไหนใส่ไปดี
บ่ายวันต่อมา บ่าวหญิงทั้งหลายก็ต้องวิ่งวุ่นเพราะต้องมาช่วยบรรดาคุณหญิงแต่งตัวไปงานเลี้ยง พี่หญิงคนอื่นนั้นมิเป็นปัญหา มีเพียงหญิงก้อยคนเดียวที่ออกจะไม่มั่นใจในตนเอง คอยแต่ถามบ่าวว่าดีหรือยัง แน่นดีไหม สีนี้เข้าหรือเปล่า กว่าจะลงมาข้างล่างได้ทุกคนก็พร้อมกันหมดแล้ว
หญิงก้อยไม่เคยแต่งตัวไปงานราตรี เมื่อทุกคนได้เห็นหญิงก้อยในภาพนี้ก็ต่างยิ้มประทับใจ น้องหญิงคนเล็กเป็นสาวเต็มที่ ผิวขาวอมชมพูอิ่มเอิบมีน้ำมีนวล ชุดสีชมพูปักดิ้นเงินระยิบระยับเข้ารูปเสริมให้สัดส่วนชัดเจน เมื่อเกล้าผมแล้วก็ยิ่งทำให้คอยาวระหงขับให้ดวงหน้ามนสวยเด่นขึ้นไปอีก
สมาชิกในบ้านมีหลายคน ต้องแบ่งรถกันไปถึงสามคัน หญิงก้อยได้นั่งรถคันเดียวกับพี่ชายใหญ่ นายเด่นผู้เป็นพลขับมิเคยเห็นหญิงก้อยในภาพลักษณ์สวยงามเช่นนี้ก็ยืนนิ่งราวกับหุ่นปูน หญิงก้อยยกคิ้วให้เป็นเชิงถามว่าดูดีหรือไม่ นายเด่นเพื่อนรู้ใจเลยแอบยกนิ้วให้พร้อมยิ้มกว้างหนึ่งที นั่นทำให้เธอรู้สึกมั่นใจขึ้นมาได้เล็กน้อย
เมื่อมาถึงงานคนก็มากแล้ว บริกรคนหนึ่งเข้ามาแนะนำตัว และพาทุกคนในครอบครัวชินภัทรไปยังโซนพิเศษที่จัดที่นั่งอย่างดีไว้ให้แล้ว
ภายในงานรื่นเริงเหลือเกิน แสงไฟสวย ดนตรีไพเราะ อาหารก็อร่อย มีทั้งไทยจีนฝรั่ง ผู้เปิดฟลอร์เต้นรำของวันนี้คือนายห้างฝรั่งท่านหนึ่งกับภรรยา เดาว่าน่าจะเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าที่เปิดใหม่และเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของงานนี้
พี่ชายพาพี่สะใภ้ออกไปเต้นรำบ้าง ไม่นานก็มีคนมาขอพี่หญิงเก๋ไปเป็นคู่เต้น ส่วนพี่หญิงแก้มก็ขอตัวไปคุยกับเพื่อนเสียหน่อย
สำหรับหญิงก้อยนั้นแม้จะฝึกเต้นรำมาอย่างดีแล้ว แต่ก็หาได้มีความมั่นใจไม่ คิดว่าดีแล้วที่ตัวเองไม่มีคู่เต้นรำ ไม่อย่างนั้นคงได้โชว์อายกลางฟลอร์เป็นแน่
“คุณหญิง จะเป็นคู่เต้นรำให้พี่สักสองเพลงจะได้หรือไม่”
มีเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอยู่ข้างหลัง แต่หญิงก้อยมิคิดว่าเป็นตนที่ถูกชวน น่าจะเป็นหญิงกุ้งที่นั่งอยู่ข้างหม่อมไฉไลเสียมากกว่า จึงไม่ได้ตอบแล้วหันไปมองทางพี่สาวแทน แต่เธอกลับเลิกคิ้วให้ นั่นทำให้หญิงก้อยต้องหันมองกลับไปยังต้นเสียง
ภาพที่ปรากฏตรงหน้า คือผู้ชายสูงวัยใส่สูททักซีโดหรูหรากำลังยืนยิ้มให้ ชายคนนี้ไม่มีผมบนศีรษะตรงกลาง หรือที่เรียกว่าหัวล้านแบบขุนช้าง เพียงแต่เขามิได้อ้วนพลุ้ยแต่ผอมเกร็งและลงพุงเล็กน้อย เมื่อประเมินด้วยสายตาคงสูงกว่าหญิงก้อยแค่เพียงคืบมือเท่านั้น
แต่ที่สำคัญ... โดยรวมแล้ว ชายคนนี้ช่างห่างไกลกับคำว่า ‘พี่’ ที่เขาใช้แทนตัวเองเหลือเกิน เธอคิดว่าหากใช้คำว่า ‘ลุง’ น่าจะเหมาะสมกว่าเป็นไหน ๆ
“ทุกอย่างล้วนผ่านไปแล้ว บัดนี้ปัญหากำลังคลี่คลาย ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้กลับบ้าน ท่านพ่อกับหม่อมแม่โปรดอย่าได้เป็นทุกข์อีกเลย ต่อไป...วังชินภัทรจะต้องมีแต่เรื่องดีๆเป็นแน่เพคะ”หญิงก้อยยิ้มหวานแล้วเข้าไปสวมกอดคนทั้งสองอย่างคิดถึง เธอมิถือโทษโกรธเคืองพ่อแม่ แม้พวกเขาต้องการให้เธอแต่งงานกับคนมั่งมีเพื่อผลประโยชน์ แต่อย่างไรเสียพวกเขาก็หวังให้เธอมีความสุข ได้ใช้ชีวิตบนกองเงินกองทอง มิได้อยากให้เธอต้องพบเจอความทุกข์เสียเมื่อไหร่ พระยาแก่เจ้าเล่ห์มีแผนการณ์แต่แรก อีกทั้งยังเก่งเรื่องสร้างภาพปิดบัง ย่อมไม่แปลกหากจะถูกหลอกให้ตายใจ“น้องหญิงก้อย ซูบผอมลงไปมาก ดูซิ...มอมแมมเสียด้วย ไปเถอะ...พี่จะพาเธอขึ้นไปข้างบน จะได้อาบน้ำผลัดผ้า พี่ให้บ่าวเตรียมห้องของน้องไว้แล้ว”เป็นหญิงกุ้งที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องคลายบรรยากาศ กลัวว่าทั้งหม่อมแม่และท่านพ่อจะพากันโศกจนเป็นลมไปอีก เรียกบ่าวเข้ามาดูแลท่านชายกรเดช แล้วจึงพยักเพยิดพาหญิงก้อยออกไป“แล้วพี่ชายใหญ่กับพี่ชายกฤต ไปไหนเสียล่ะคะ”หญิงก้อยชวนหญิงกุ้งพูดคุยขณะเดินไปยังห้องของเธอ
รุ่งสางหลังมื้อเช้านายเด่นออกไปรอคนที่ท่าน้ำ มีนายเรืองมาอยู่รอเป็นเพื่อน“ไหนเอ็งบอกว่าแถววังมีคนของไอ้พระยาอยู่ ออกไปเช่นนี้ก็มิเท่ากับว่าเข้าถ้าเสือหรอกรึ”“ฉันกำลังรอคนมายืนยันว่าได้จัดการไอ้พวกนั้นแล้ว ต้องแน่ใจว่าไม่มีอันตราย จึงค่อยพาคุณหญิงกลับไป”ชายกฤตตกลงกับนายเด่นว่าเขาจะนำหลักฐานที่รวบรวมเก็บไว้ในที่ปลอดภัยไปหาผู้ใหญ่ที่พอจะเชื่อในตัวเขาเพื่อยืนยันว่าตนนั้นบริสุทธิ์มิได้สมคบอั้งยี่ เป็นพระยาธนบดีพี่เขยต่างหากที่ค้าอาวุธ สมคบอั้งยี่ อีกทั้งใส่ร้ายตน เมื่อทุกอย่างกระจ่างแจ้งเพียงพอ ก็หวังว่าผู้ใหญ่ท่านนั้นจะเชื่อแล้วช่วยเจรจากับนครบาลให้ดำเนินการ และช่วยเก็บกวาดนักเลงหัวไม้ที่คอยรังควาน รวมทั้งคุ้มครองคนที่วังชินภัทรกับพยานปากเอกทุกคนด้วยรออีกพักใหญ่ ในที่สุดก็มีเรือตรงมายังท่าที่พวกเขาอยู่ เป็นเรือที่มีตรากำกับเสียด้วย เมื่อเรือจอดนิ่ง เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในชุดสีกากีเอ่ยถาม“นายเด่นใช่หรือไม่”“ขอรับ กระผมเอง”“ท่านสารวัตรให้พวกฉันมาคุ้มครองคุณหญิงหม่อมราชวงศ์กชกรจรัสศรี
อีกแล้ว....ทั้งสัมผัส ทั้งความรู้สึก แปลกใหม่สำหรับหญิงก้อยอีกแล้ว ความเสียดเสียวทำให้ท้องน้อยของเธอต้องบิดเกร็งเป็นระยะ อยากจะขยับหนีไปเสียให้พ้น ทว่ามือหนาก็รั้งตรึงเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้ตามอำเภอใจ“พอเถิด อื้อออ!”กระทั่งอารมณ์ไต่เกือบถึงขีดสุด อาการคล้ายมีกระแสไฟแล่นไปทั่วร่างผุดขึ้นมาอีกครา หญิงสาวจึงอ้อนวอนขอ ด้วยเพราะว่าสัมผัสนั้นทำให้เธอทั้งเกร็งทั้งกระตุกมิอาจจะบังคับตัวเองได้ ทว่าชายหนุ่มอยากจะเย้าหญิงสาวให้หนักขึ้น จากแผ่วเบา ก็เปลี่ยนมาระรัวถี่ยิบ“อ๊ะ! อย่าทำเช่นนั้น... นายเด่น... อ๊า!”สัมผัสทุกสิ่งผสานเคล้าจังหวะ หญิงสาวสุขสมปนทรมาน ตัวบิดกระเส่าเข่าแทบจะหนีบเข้าหากัน ทว่าชายหนุ่มก็คอยแต่จะแยกออกให้กว้างขึ้น มือของเธอปัดป้องพยายามจะดันหัวของเขาออกให้พ้นจากหว่างขา ทว่าเขากลับจะไสหน้าไสลิ้นเข้ามาให้หนักขึ้น เขาก็ช่างรู้ไปหมดว่าตรงไหนจุดไหนต้องทำอย่างไรที่จะทำให้เธอไปถึงจุดสุดยอดหญิงสาวต้านทานไม่ไหว กระตุกเกร็งตัวก่อนจะหายใจหอบ บัดนี้ผ้าถุงที่เจิ่งนองหาได้เพราะเป็นเพียงแต่น้ำจากโอ่งไม่ เมื่อเธอได้สุขสมดั
“แล้วนายเด่นเล่า... รักฉันหรือไม่”หญิงสาวถามกลับ สายตาจ้องมอง ชายหนุ่มเคยเอ่ยให้เธอฟังตอนหลับเพราะมิกล้าเอ่ยคำนั้นต่อหน้า ไม่คิดเลยว่า กลับเป็นเธอที่คาดคั้นให้เขาต้องพูดออกมาเสียนี่ นายเด่นยิ้มอ่อนให้แก่หญิงอันเป็นที่รัก เป็นครั้งแรกที่เขาแพ้ทางให้แก่เธอ“รักเสมอ รักมาโดยตลอด รักเสียยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง”หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มละมุน นำมือสวยไปประคองหน้าชายหนุ่ม แล้วขยับเอื้อมตัวขึ้นไปจุมพิตอย่างอ่อนหวานหญิงก้อยทำให้ชายหนุ่มใจเต้นระทึกนัก เธอช่างน่ารักช่างเอาใจอะไรเช่นนี้ นายเด่นกำลังจะโถมจูบกลับไป ทว่า....โครกกก... ครากกกเสียงท้องดังลั่นไปทั้งเรือน ทำเอาหญิงก้อยหัวเราะเสียงดัง นอกจากน้ำแล้วก็มิได้มีสิ่งใดตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ไหนจะต้องวิ่งหนีเตะต่อยใช้แรงไปอีกมากโข ถ้าไม่หิวก็คงแปลกยิ่งนักหญิงก้อยลุกขึ้นไปจัดแจงสำรับให้เขา ตนเองก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน สำรับเย็นวันนั้นที่ประกอบไปด้วยแกงส้มผักบุ้งกับปลาย่าง จึงได้หมดลงไปอย่างรวดเร็วหญิงก้อยเก็บของแล้วก็คิดจะไปอาบน้ำ ผลัดผ้านุ่งกระโจมอกไปย
หญิงก้อยฟังแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขำดีหรือจะกลัวดี นายเด่นคนทะเล้นเล่าเรื่องใดก็พาลให้เป็นเรื่องตลกไปเสียหมด ซึ่งก็เป็นจริงอย่างที่หญิงก้อยคิด เพราะอันที่จริงแล้วที่นายเด่นต้องหนีมิใช่กลัวเรื่องต่อยตี ทว่ามันมีอาวุธมีดสั้นมาด้วย เขาไม่ควรมุทะลุ หากถูกจ้วงแทงแล้วเจ็บตัวมีแต่จะทำให้เสียงาน อีกทั้งควรเบี่ยงเบนให้มันออกจากชายกฤตให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงใช้วิธีเผ่นแน่บไปอีกทาง ให้มันวิ่งตามและไม่มีเวลาเรียกพวกพ้องมาเพิ่มเติมนายเด่นพยายามล่อมันให้ไกลจากทิศทางที่ชายกฤตจะไปมากที่สุด โชคร้ายหน่อยที่ดันไปเจอพวกมันอีกสองคน กว่าจะหลุดพ้นจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามตัวแล้วก็เย็นย่ำจนป่านนี้ จึงกล้าที่จะกลับมาหาหญิงก้อยได้ในที่สุด“คุณหญิงเตรียมตัวเก็บข้าวของไว้เถิดขอรับ เวลานี้คุณชายกฤตรวบรวมหลักฐานทุกอย่างครบถ้วนแล้ว กำลังติดต่อกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ เพื่อนำทุกสิ่งส่งมอบแก่นครบาลในวันพรุ่งนี้”ทางฝั่งพระยาธนบดีกลัวเรื่องนี้เป็นที่สุด จึงได้เฝ้าดักทุกทางที่คิดออก ไม่ว่าจะควานหาตัวหญิงก้อยด้วยกลัวว่าจะส่งหลักฐานเรื่องการซื้อขายอาวุธปืนให้แก่พี่ชาย ทั้งนายเด่นที่จะพาพยานมาแ
“คุณชายกฤต! เหตุใดจึงออกจากวังมาเช่นนี้เล่าขอรับ! หากพวกมันพบตัวเข้าจะเป็นอันตรายได้!”คนที่มาหานายเด่นกลับเป็นชายกฤตเสียเอง เขาแต่งตัวคล้ายกับชาวบ้านมิต่างอันใดกับนายเด่นเลย“ทันทีที่แม่แดงเอาจดหมายมาให้ก็นั่งแทบไม่ติด ฉันคิดว่านายเด่นจะเป็นอะไรไปเสียแล้ว แล้วไหนจะน้องหญิงอีก เป็นเพราะฉันแท้ๆ พวกนายถึงต้องลำบากเช่นนี้ ฉันต้องมาได้เห็นกับตาว่านายปลอดภัยดีและต้องมาขอโทษนายโดยตรง ถึงจะรู้สึกผิดต่อแม่แดงน้อยลง”คนทั้งคู่พากันหาที่หลบมุมห่างไกลผู้คนได้พูดคุย กว่าที่ชายกฤตจะออกมาได้มิใช่เรื่องง่าย มีนักเลงเดินว่อนอยู่รอบวังเต็มไปหมด จึงใช้เวลาอยู่มากโขกว่าจะมาถึงที่นี่ได้“ตอนที่บ่าวจิกจากบ้านพระยาธนบดีพาเด็กสร้อยมาพร้อมกับหลักฐานกองโต ฉันกับพี่ชายใหญ่ก็ร้อนใจนัก อุตส่าห์เตือนหญิงก้อยแล้วว่าอย่าได้ทำการใดสุ่มเสี่ยงก็หาฟังไม่ ลองสอบถามกับบ่าวจิกและเด็กสร้อยก็มิได้ความอันใด โชคดีนักที่บ่าวจิกอาสากลับไปสืบความที่บ้านของพระยาธนบดีให้“ตกเย็นจึงได้รู้ว่าหญิงก้อยหายตัวไปเสียแล้ว ฉันนี่แทบขาดใจ คิดหาทางกับพี่ชายใหญ่อยู







